เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 การโจมตีคือการป้องกัน

ตอนที่ 20 การโจมตีคือการป้องกัน

ตอนที่ 20 การโจมตีคือการป้องกัน


ความเงียบคือสิ่งที่ผู้บัญชาการไททัสพบเห็นได้ยากยิ่งในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

นี่คือแผนงานสำรวจแบบเร่งด่วนมาก เพราะนอกจากจะต้องฉีกตารางงานปกติทิ้งไปแล้ว ทางกองทัพยังต้องจัดการธุระอีกหลายอย่างก่อนออกเดินทาง

การที่องค์ราชินีมอบหน่วยองครักษ์มาเสริมให้นั้นนับเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจแต่ก็ช่วยพวกเขาไว้ได้มากเลย

ตอนแรกกองพันลีเจี้ยนเกือบจะต้องดึงทหารเกณฑ์ทั่วไปมาอุดช่องว่างอยู่แล้ว

คนพวกนี้มีความกล้าสมกับเป็นทหาร... แต่ก็ยังขาดการฝึกระเบียบวินัย วิชาต่อสู้และยุทโธปกรณ์ซึ่งต่างจากทหารยามลีเจี้ยนราวฟ้ากับเหว

ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วยองครักษ์ การเตรียมการและประสานงานจากกลุ่มต่างๆ ในเมืองก็เร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ว่าง่ายๆ ก็คือไม่มีใครอยากไปขัดแข้งขัดขาหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อราชินีเท่าไหร่

ไททัสถูมือไปกับโต๊ะทำงานอันแสนคุ้นเคย

สโตนวู้ดคือไม้ที่น่าอัศจรรย์ เพราะมันเติบโตเฉพาะในดันเจี้ยนเท่านั้น ส่วนตัวเนื้อก็แข็งราวกับหิน- ไม่สิ อาจจะแข็งกว่าหินด้วยซ้ำ

เขาชอบเนื้อไม้สีดำและเป็นประกายของมันมาก... มากจนถึงขั้นที่ต้องลากกลับมาด้วยและเปลี่ยนมันให้เป็นโต๊ะทำงาน

มือของเขาเลื่อนลงไปใต้โต๊ะ ใกล้กับลิ้นชักที่ติดอยู่ด้านล่าง

ไททัสใช้มือกดลงไปเบาๆ รอสักพักก็มีเสียง ‘คลิ้ก!’ จากนั้นส่วนที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นผิวของโต๊ะ

ไททัสใช้มือจับและยกมันขึ้นมาอีก เผยให้เห็นช่องลับที่อยู่ด้านล่าง

ภายในนั้นมีหลอดแก้วใส่ของเหลวปริศนาอยู่ 6 หลอด แต่ละหลอดล้วนถูกปิดผนึกด้วยฝาจุกสีเงินประดับอักษรรูน

จากทั้งหมด 6 หลอด มีของเหลวเหลืออยู่เพียง 4 หลอดเท่านั้น

แต่แค่หลอดเดียวก็ทำให้ทั้งห้องสว่างไสวไปด้วยแสงสีฟ้าได้ไม่ยาก

ไททัสถอนหายใจก่อนจะม้วนแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยสักที่ดูซับซ้อนอยู่ข้างใต้

ที่ใจกลางของรอยสักยังมีรอยวงกลมแปลกๆ ที่เต้นตึกตักราวกับว่ามันมีชีวิตเป็นของตัวเองอยู่ด้วย

ไททัสนำหลอดแก้วออกมาหนึ่งอัน ก่อนจะวางมันลงทั้งฝาไปกับรอยสัก

จู่ๆ รอยวงกลมก็เริ่มหมุนติ้วและเปล่งแสงสีฟ้าออกมา

ขณะที่มันหมุนเร็วขึ้น ของเหลวภายในหลอดก็ค่อยๆ ลดลง

ไม่นานทุกอย่างในหลอดก็หายไปจนหมด ไม่เหลือให้เห็นสักหยด

ไททัสคลายความตึงเครียดลงพร้อมกับเก็บหลอดแก้วและดึงแขนเสื้อกลับที่เดิม จากนั้นเขาก็เก็บทุกอย่างกลับเข้าที่ เปลี่ยนผ้าปูโต๊ะผืนใหม่ และลงไปนั่งกองอยู่บนเก้าอี้

ผู้บัญชาการทำหน้าบิดเบี้ยวและหวังว่าตัวเองคงไม่ต้องใช้มันไปอีกพักใหญ่ๆ

แต่ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง... การฉีดมันเข้าไปทำให้เขารู้สึกสบายเหลือเกิน

ราวกับว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนเพิ่งคลายออกหลังจากที่เกร็งมาหลายวันแบบไม่รู้ตัว

‘จะรู้สึกยังไงก็ช่างเถอะ ถึงเวลาที่ลีเจี้ยนที่แท้จริงจะได้กลับไปในที่ที่ตัวเองควรอยู่แล้ว’

ไททัสลุกขึ้นอย่างฉับไวและเดินเข้าไปหาขวานศึกที่มุมห้อง

เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการหยิบโลหะชิ้นโตและเหวี่ยงมันขึ้นบ่า

‘วันนี้คงต้องเอาเจ้านี่ไปลับหน่อยละ’

เกือบถึงเวลาแล้วที่ชายคนนี้จะได้ลงสนามอีกครั้ง...

-----------------------------------------------------------------------------------------------

“เมียริน นี่เจ้าพอรู้ไหมว่าทำไมพวกนั้นถึงมากับเราด้วย?” ดอนเนแลนเอ่ยถาม

เมียรินหันมาส่ายหน้าแทนคำตอบ

นางเองก็รู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเหล่าทหารลีเจี้ยนรุ่นพี่ถึงต้องคุมตัวนักโทษร่างกายทรุดโทรมและล้วนแต่มีโทษประหารมากับพวกเขาด้วย

ตอนนี้ทั้งสองเป็นทหารฝึกหัดเลเวล 30 ด้วยกันทั้งคู่

เมียรินมีอาชีพเรนเจอร์ (พราน) ส่วนดอนเนแลนนั้นเป็นจอมเวทอัคคี

เมื่อทหารฝึกหัดมีเลเวลครบ 30 พวกเขาก็จะสามารถเลื่อนขั้นเป็นทหารลีเจี้ยนแบบเต็มตัวได้ แต่ทว่าพิธีเลื่อนขั้นนั้นจะถูกจัดขึ้นที่ดันเจี้ยนชั้นล่าง

เมียรินรู้สึกตื่นเต้นหน่อยๆ ที่จะได้เลื่อนขั้นกับเขาสักที จะบอกว่าประหม่าเลยก็คงได้

ในหมู่ทหารฝึกหัดนั้นไม่มีใครรู้เลยว่ามันเป็นพิธีแบบไหน หรือแม้แต่เหตุผลว่าทำไมต้องจัดมันในดันเจี้ยน ส่วนทหารรุ่นพี่เองก็ปิดปากเงียบทุกคน

---------------

สนับสนุนผลงานอย่างถูกต้องได้ที่ MyNovel และ Thai-Novel

---------------

แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางตระหนักว่าสามัญชนนั้นแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกองพันลีเจี้ยนเลย

กองพันลีเจี้ยนคือกองกำลังปกครองตนเองที่ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ 3,000 ปีก่อน ตั้งแต่ตอนที่อารยธรรมต่างๆ เกือบสูญสิ้นจากการที่ดันเจี้ยนเปิดออกเป็นครั้งแรก

กองพันลีเจี้ยนคือชื่อที่ทุกคนรู้จัก แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการรู้จักเพียงผิวเผินเท่านั้น...

เมียรินตั้งปณิธานแน่วแน่แล้ว อีกไม่ช้าความลับนั่นก็จะกลายเป็นความลับของนางเช่นกัน และนางจะเก็บรักษามันไว้อย่างดี

ตอนนี้ทั้งสองกำลังประจำอยู่ในที่ๆ เหล่าทหารฝึกหัดตั้งชื่อให้เล่นๆ ว่า ‘ถ้ำเด็กใหม่’

มอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่แถบนี้ส่วนใหญ่เป็นพวก ‘อ่อนแอ’

มันเลยเหมาะที่จะใช้ฝึกพวกเด็กใหม่ได้เป็นอย่างดี

แม้จะมีการแจ้งล่วงหน้าและกำชับหลายครั้งแล้วว่ามอนสเตอร์ที่อยู่ในดันเจี้ยนนั้นต่างจากพวกที่อยู่ด้านนอกโดยสิ้นเชิง สุดท้ายเหล่าทหารรับจ้างมือใหม่หลายคนก็ชอบลืมเรื่องนี้และได้รับบาดเจ็บกันไปตามระเบียบ

มอนสเตอร์เลเวล 1 ในนี้สามารถบดขยี้มอนสเตอร์เลเวล 10 ข้างบนได้อย่างสบาย...

สมควรแล้วที่ทางลีเจี้ยนมักจะดูถูกว่าไอ้พวกนี้มัน ‘ปัญญาอ่อน’

ทุกคนมัวแต่อยากเลเวลอัพ อยากเก็บคริสตัลของมอนสเตอร์ รวมไปถึงไอเท็มดรอปต่างๆ เพื่อทำกำไร แต่จะมีใครรู้บ้างว่าทางลีเจี้ยนต้องส่งทีมกู้ภัยลงมาช่วยวันนึงไม่รู้กี่รอบ

การจัดเตรียมเรื่องการสำรวจนั้นก้าวหน้าไปมาก เสบียงมากมายถูกลำเลียงเข้ามาในนี้ ผ่านทางช่องลับของกำแพง

ดอนเนแลนเคยเล่าให้นางฟังว่าเหล่าจอมเวทพสุธาเป็นคนสร้าง ‘ลิฟต์หิน’ นี้ขึ้น

ที่ปลายทางของลิฟท์นั้นจะเป็นสถานที่ลับๆ ในดันเจี้ยนซึ่งถูกอำพรางไว้อย่างดี

นั่นทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องขนทุกอย่างลงไปตั้งแต่แรกเริ่ม บอกได้เลยว่ามันสะดวกจริงๆ

“พวกเจ้าเตรียมตัวพร้อมกันหรือยัง ทหารฝึกหัด?” จู่ๆ เสียงเอ่ยถามก็ดังขึ้น

พอจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของทรีบิวน์ออรีเลีย ดอนเนแลนกับเมียรินก็ยืดตัวตรงทันที

“เราตรวจสอบชุดเกราะกับยุทโธปกรณ์และทำความสะอาดพวกมันมาแล้วครับ ทรีบิวน์!” ดอนเนแลนรีบรายงาน

ทรีบิวน์ผู้มากประสบการณ์ได้แต่หัวเราะเบาๆ

“ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้นสักหน่อย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทหารลีเจี้ยนทุกคนพึงกระทำอยู่แล้ว” สายตาของออรีเลียดูเย็นลง

ทหารใต้บังคับบัญชาของออรีเลียทุกคนรู้ซึ้งมาแล้วว่าการปล่อยปะละเลยอุปกรณ์นั้นจะมีผลอย่างไร...

“ข้าหมายถึงตรงนี้ต่างหาก” นางชี้ไปที่ขมับของตัวเอง

“ดันเจี้ยนน่ะเป็นสถานที่อันตราย แม้แต่ข้าหรือผู้การเองก็คิดแบบนั้น

ที่อยู่มาได้นานขนาดนี้ก็เพราะว่าเราไม่เคยดูถูกมัน

อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้เลื่อนขั้นกันแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การจดจำไปตลอด แต่ห้ามเสียสมาธิเพราะเรื่องนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”

“ทราบแล้วขอรับ/ค่ะ ทรีบิวน์” ทั้งสองทำความเคารพอีกรอบ

“ทรีบิวน์... พอทราบไหมคะว่าเราจะได้ลงไปเมื่อไหร่?” เมียรินเอ่ยถาม

ออรีเลียส่ายหน้า “แทบอดใจรอไม่ไหวแล้วสินะ? แต่ข้าไม่โทษเจ้าหรอก เพราะครั้งนึงข้าเองก็เคยเป็นแบบนี้

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี่แหละ จากนั้นเราก็จะไปกวาดล้างพื้นที่ชั้นบน ต่อด้วยการสร้างค่ายที่ผืนป่ากว้าง...”

---------------

ติดตามแฟนเพจนักแปล: EP:IC Translation

จบบทที่ ตอนที่ 20 การโจมตีคือการป้องกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว