เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ศึกษาสัตว์ร้าย

ตอนที่ 10 ศึกษาสัตว์ร้าย

ตอนที่ 10 ศึกษาสัตว์ร้าย


“อัลเบอร์ตั้น! อัลเบอร์ตั้น! เปิดประตูสักทีสิวะ ไอ้หูหนวก!”

ทหารลีเจี้ยนชายหญิง 2 คนเริ่มทำหน้าซีดขณะยืนมองผู้บัญชาการกองพันกระหน่ำทุบประตูเสริมเหล็กไม่หยุด

มันรุนแรงมากเสียจนฝุ่นที่จับอยู่นั้นกระจุยกระจายออกไปทั่ว

ทหารคู่นี้ก็คือ 2 คนแรกที่เห็นมอนสเตอร์ประหลาดนั่นเอง แถมยังเห็นมันได้ชัดเจนที่สุดด้วย ไททัสก็เลยพาทั้งสองไปหาเมดิคัสเพื่อรักษาแผล จากนั้นก็เร่งตรงขึ้นมาที่ป้อมลีเจี้ยนประจำเมืองลีเรียทันที

ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ตรงชั้นใต้ดินของป้อมซึ่งลึกจากพื้นลงไปหลายชั้น

อากาศที่นี่ค่อนข้างชื้นและเต็มไปด้วยฝุ่นละออง

หากว่ากันตามตรงแล้ว ไททัสเพิ่งจะเคาะประตูได้ไม่นานเอง แต่เพราะคนมันใจร้อนนี่นะ ทำไงได้

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้อัลเบอร์ตั้น ก่อนที่ข้าจะเอาหนังสือโง่ๆ พวกนี้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงแทน” ไททัสคำราม

ประตูแทบจะเปิดออกทันทีที่สิ้นเสียงของเขา เผยให้เห็นชายหนุ่มไว้เคราสวมชุดคลุมสีน้ำตาลไม่เรียบร้อยที่อยู่ภายใน

เคราของชายคนนี้ทิ่มลงและดูแหลมคมจนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

“เจ้าไม่กล้าหรอกไททัส ไอ้ลิงไร้การศึกษา!

หนังสือพวกนี้คือประวัติศาสตร์นับพันปีของกองพันลีเจี้ยนเชียวนะ!” เขาตะโกนกลับจนเคราแทบจะชี้ใส่ผู้บัญชาการ

ไททัสเพียงแค่ฮึมฮัมในลำคอ

“ดี ตื่นได้สักทีนะ” เขากล่าวก่อนจะผลักอัลเบอร์ตั้นที่มีร่างกายผอมแห้งออกให้พ้นทางและก้าวเข้าไปในห้อง

“ข้าก็ตื่นอยู่ตลอดแหละ” อัลเบอร์ตั้นแย้งขณะเกาเสื้ออย่างเคยชิน

“นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย?”

ไททัสส่ายหน้าและโบกมือให้ทหารทั้งสองตามเข้ามา

นี่เป็นห้องที่รกมากและมีฝุ่นเกาะอยู่ทั่วทุกแห่ง

กองหนังสือ แผ่นกระดาษ และคัมภีร์มากมายถูกวางอย่างระเกะระกะ

โต๊ะหลายตัวถูกนำมาเรียงกันอยู่กลางห้อง ในขณะที่ผนังเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือสูงจนติดเพดาน

พอเห็นสภาพห้อง ไททัสก็ตะโกนออกไปด้านนอกทันที

“ไปเรียกคนทำความสะอาดมา!”

ส่วนอัลเบอร์ตั้นก็ประท้วงไล่หลัง

“จะเข้ามาวุ่นวายทำไม เดี๋ยวมันก็รกอีกแถมทำให้ข้าเสียสมาธิด้วย... เหมือนกับเจ้านี่แหละ!”

ทั้งคู่ชอบกัดกันจนเกือบลืมว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย

“ทหารฝึกหัดเมียริน ทหารฝึกหัดดอนเนแลน นี่คืออัลเบอร์ตั้น ลอร์มาสเตอร์ของกองพันอบิสซี่แห่งลีเรีย

อัลเบอร์ตั้น เรามานี่เพื่อปรึกษาและระบุชนิดของมอนสเตอร์ที่เด็กสองคนนี้เห็น”

(TL: ลอร์มาสเตอร์ (Loremaster) – ผู้รับผิดชอบเรื่องความรู้และข้อมูลต่างๆ)

อัลเบอร์ตั้นชำเลืองมองทั้งสองอย่างสงสัย

“การออกสำรวจถูกสั่งห้ามมาหลายวันแล้วนี่?

พวกเจ้าเป็นทหารยามรักษาการณ์หน้าด่านแต่กลับไม่รู้จักมอนสเตอร์ที่อยู่แถวนั้นเนี่ยนะ?

เราหละหลวมถึงขั้นลืมสอนทหารใหม่แล้วเหรอว่ากิ้งก่าหนามมันหน้าตาเป็นยังไง?

“หากเป็นแบบนั้นจริง คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องหลักสูตรการสอนมันก็เจ้าอยู่ดีนั่นแหละ ลอร์มาสเตอร์อัลเบอร์ตั้น” ไททัสเอ่ยพลางถอนหายใจ

“เราต้องการให้เจ้าหาข้อมูลเกี่ยวกับมอนสเตอร์มดตัวนึง”

ลอร์มาสเตอร์ชะงักทันที

“นี่เจ้ากำลังพูดถึง... ฟอร์มิซิดี้ใช่มั้ย?”

“ถูกต้อง”

สายตาของอัลเบอร์ตั้นมองไล่ไปตามชั้นหนังสือขณะที่สมองเริ่มประมวลผล

เขาเดินไปหยิบบันไดตรงมุมห้อง เลื่อนมันไปยังชั้นหนังสือแห่งนึง และเริ่มปีนขึ้นไปอย่างระมัดระวัง

เมื่อขึ้นถึงชั้นที่เจ็ด เขาก็ดึงหนังสือออกมาก่อนจะค่อยๆ ปีนลงด้วยความยากลำบาก

ตุบ!

หนังสือเล่มยักษ์ถูกจับโยนลงบนโต๊ะและทำให้ฝุ่นฟุ้งไปหมด

ทหารฝึกหัดทั้งสองเห็นชื่อ ‘ฟอร์มิซิดี้’ สีทองที่ถูกสลักตรงหน้าปกได้อย่างชัดเจน

---------------

สนับสนุนผลงานอย่างถูกต้องได้ที่ MyNovel และ Thai-Novel

---------------

ขณะที่อัลเบอร์ตั้นกำลังง่วนอยู่นั้น เมียรินก็หันมาถามผู้บัญชาการของเธอด้วยความลังเล

“ท่านผู้การ ข้าทราบดีนะคะว่าเรามักจะไม่ได้เห็นมอนสเตอร์มดในพื้นที่แถบนั้น แต่มันก็แต่มดตัวเดียว ทำไมพวกท่านถึง...?”

ดอนเนแลนเองก็หันมาฟังเช่นกัน

ไททัสกระแอมเล็กน้อย

“มดตัวเดียวคือมอนสเตอร์ที่อ่อนแอ แต่ตามปกติแล้วเจ้าคงไม่มีทางได้สู้กับมันแบบตัวต่อตัวหรอก

พวกมันจะมากันหลายร้อยหลายพันตัว หรืออาจจะเป็นแสนตัวเลยก็ได้

มดคือมอนสเตอร์ที่ทำงานเข้าขากันได้ดีกว่ามอนสเตอร์ชนิดไหนๆ

พวกมันไร้ซึ่งความกลัว ไม่รู้สึกเจ็บปวด และหิวโซแทบตลอดเวลา

โคโลนี่มดสามารถกวาดพื้นที่ในดันเจี้ยนได้เป็นแถบๆ จำนวนของพวกมันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากเข้ามาทำรังในช่วงชั้นที่หนึ่งหรือสอง มีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะขึ้นมาบนพื้นผิวเพื่อหาอาหารเพิ่ม

การที่โคโลนี่มดขยายอาณาเขตขึ้นมาข้างบนนั้นถือเป็นมหันตภัยร้างแรง

เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้วถึง 2 ครั้งในอดีต แต่ละครั้งจบลงด้วยการที่อาณาจักรถูกทำลายไปพร้อมกับพวกมัน”

“ในกรณีเหล่านั้น...” ลอร์มาสเตอร์เริ่มหันไปพูดกับทหารทั้งสอง

“ผู้คนตอบสนองได้ช้ามากขณะที่พวกมดนั้นเป็นนักขุดตัวฉกาจ

พวกมันไม่ได้ออกมาจากทางเข้าดันเจี้ยน โอ้ว ไม่เลย... มันดันโผล่ขึ้นมาจากบ้านเรือน ชั้นใต้ดิน และคุกใต้ปราสาท

ตอนนี้พวกมันอาจกำลังขุดขึ้นมาทักทายเราอยู่ก็เป็นได้นะ”

อัลเบอร์ตั้นหัวเราะแห้งๆ เมื่อเห็นทั้งคู่จ้องมองที่ผนังด้วยความหวาดระแวง

“เอาล่ะ ลองอธิบายลักษณะของมันให้ข้าฟังหน่อย”

พลทหารทั้งสองเล่าสิ่งที่ตัวเองเห็นทันที จากนั้นอัลเบอร์ตั้นจึงเริ่มพลิกหน้าหนังสือขณะพึมพำไปเรื่อย

ทั้งสองยังเห็นอีกว่าหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยข้อมูลและภาพตัวอย่างแบบละเอียดของมอนสเตอร์จำพวกมด

“เมื่อกี้พวกเจ้าบอกว่าตาของมันใหญ่สินะ? แปลกมาก

อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าไม่ใช่สายพันธุ์ดอรีลัส” อัลเบอร์ตั้นพึมพำ

ดอนเนแลนหันไปหาผู้บัญชาการด้วยสีหน้าใฝ่รู้

“...มดดอรีลัสน่ะสายตาเกือบบอดสนิท” ไททัสเริ่มอธิบาย

“แต่ราชินีดอรีลัสสามารถวางไข่ได้ล้านฟองต่อเดือน จำนวนของพวกมันอาจเพิ่มสูงถึง 50 ล้านตัว

พวกมันยังเป็นมอนสเตอร์เร่ร่อนที่ย้ายถิ่นฐานบ่อยๆ และแน่นอนว่าทุกที่ที่ผ่านไม่มีอะไรเหลือรอด

ลองนึกภาพพวกมันปะทุออกจากพื้นหรือผนังเพื่อรุมทึ้งพวกเจ้าสิ

เยอะแบบนั้นจะตาบอดหรือไม่บอดมันก็ค่าเท่ากัน จริงไหม?”

“พ่นกรดเพื่อล่อตะขาบกรงเล็บออกมาสินะ?” อัลเบอร์ตั้นพูดตัด

เขาขมวดคิ้วพร้อมกับใช้นิ้วเคาะหน้าหนังสือไปมา

“นี่มัน... ไม่ธรรมดาเลย”

“เจออะไรเข้าแล้วเหรอ ลอร์มาสเตอร์?” ไททัสถาม

“จากลักษณะสีและการพ่นกรดที่เป็นเอกลักษณ์ เราพอจะมั่นใจได้ว่ามอนสเตอร์ตัวนี้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ฟอร์มิก้า

ดูจากขนาดที่บอก มันน่าจะเป็นตัวอ่อนมดงาน แต่มีจุดที่แปลกประหลาดอยู่ด้วย

เจ้าตัวนี้มันกลายพันธุ์ตาของตัวเองซึ่งเป็นเรื่องที่มอนสเตอร์มดไม่ทำกัน

การหลบหนีและล่อมอนสเตอร์ตัวอื่นออกมาสู้แทนก็เป็นอีกอย่างที่แสดงถึงสติปัญญา”

ไททัสพยักหน้า

“ข้าเองก็เห็นด้วย ตัวอ่อนมดงานทั่วไปจะมีค่าความหลักแหลมอยู่ที่ 3-4 แต้มเท่านั้น แล้วเจ้าได้รู้อะไรอีก?”

“เราอาจจะโชคดีมากเลยก็ได้นะ ท่านผู้การ”

“โชคดียังไง?”

“ท่านก็บอกเองนี่ว่าปกติเราไม่มีทางเห็นมดแค่ตัวเดียวหรอก

เรายังรู้ด้วยว่ามดส่วนใหญ่จะไม่มาทำรังอยู่บนช่วงชั้นที่หนึ่ง ดังนั้นเจ้าตัวอ่อนนี่จะโผล่มาจากไหนได้อีกล่ะ?

ข้าขอเดาว่ารังของพวกมันคงโดนบุกปล้น เป็นรังที่ยังใหม่และอ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานไหว

ผลก็คือมีไข่และตัวอ่อนบางส่วนถูกนำออกมายังช่วงชั้นที่หนึ่ง และเจ้าตัวอ่อนนี่ก็ฟักออกมาพอดี”

“งั้นเราก็ได้รับสัญญาณเตือนก่อนที่มันจะสายเกินไปสินะ” ไททัสเปรย

“ถูกต้อง มีความเป็นไปได้ว่าตัวราชินีอาจถือกำเนิดและมีอายุไม่ถึง 2 เดือน แต่สิ่งที่ข้าสงสัยมากกว่าก็คือทำไม ‘ตัวอ่อนมดงาน’ ซึ่งถือเป็นมอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในดันเจี้ยนถึงอยู่รอดมาได้นานขนาดนี้?

จากข้อมูลที่พวกเจ้าบอก เราพอคาดคะเนได้ว่ามันต้องกลายพันธุ์ดวงตามาแล้วอย่างน้อยหนึ่งหรืออาจจะสองครั้ง

มันไปเอาไบโอแมสมาจากไหนกัน? และทำไมถึงแสดงระดับสติปัญญาที่สูงกว่าปกติ?

นั่นล่ะท่านผู้การ คือปริศนาที่ใหญ่ที่สุด”

“ข้าเห็นด้วย” ไททัสตอบ

“แต่การที่เราสามารถโจมตีโคโลนี่ได้ถือเป็นเรื่องที่ข้ากังวลมากกว่าเรื่องตัวอ่อนตัวเดียว

เราต้องจัดกำลังพลสำรวจเพื่อกำจัดพวกมันให้เร็วที่สุด

คลื่นถาโถมใกล้เข้ามาแล้วด้วย... นับเป็นจังหวะที่ไม่ดีเลย”

อัลเบอร์ตั้นสะดุ้งหน่อยๆ

“ดูเหมือนเราจะรับมือฝ่ายเดียวไม่ไหวนะ ท่านผู้การ”

“ก็จริง” ไททัสเห็นด้วย

“กองทหารลีเจี้ยนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ดันเจี้ยนเดี๋ยวนี้เลย ในขณะที่เจ้ากับข้าต้องไปเข้าเฝ้าเสด็จอาของเจ้า”

“เห้อ~”

อัลเบอร์ตั้นถอนหายใจแบบเซ็งๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่เหล่าคนทำความสะอาดพุ่งเข้ามาและเริ่มเก็บกวาดทุกอย่างในห้อง

“เห้ออออออ~”

---------------

อัพเดทข่าวสารล่าสุดและติดตามแฟนเพจนักแปลได้ที่: EP:IC Translation

จบบทที่ ตอนที่ 10 ศึกษาสัตว์ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว