- หน้าแรก
- เส้นทางพลิกชะตา ของหลินห่าว
- บทที่ 26 ครอบงำเหมืองใหม่แต่เพียงผู้เดียว
บทที่ 26 ครอบงำเหมืองใหม่แต่เพียงผู้เดียว
บทที่ 26 ครอบงำเหมืองใหม่แต่เพียงผู้เดียว
ที่ตั้งของเหมืองใหม่ แม้จะอยู่ในใจกลางของภูเขาหลายลูก แต่ก็เป็นพื้นที่ชายขอบของเหมืองอักษรติงทั้งหมด มันถูกคั่นด้วยภูเขาห้าหรือหกลูกจากเหมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีใครเคยมา
เฉียนเซียวมอบแส้ทุ่ยเซิงให้หลินห่าว ไม่เพียงแต่เพื่อข่มขู่และลงโทษทุกคนเท่านั้น แต่ก็คงกลัวว่าเขาจะโลภมากเกินไป จนทำให้ลูกน้องไม่พอใจ และลุกขึ้นต่อต้านจนถูกรุมทำร้ายในที่สุด
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลินห่าวได้มันมา เขาก็กำมันไว้ในมือตลอด ทำให้ตอนที่เขาพูดจาดูยิ่งยะโสโอหังมากขึ้น
เมื่อเผชิญหน้ากับคำสั่งของหลินห่าว คน 30 คน ที่ยืนเรียงแถวต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป ไม่มีใครตอบรับเลยสักคน
เพราะตอนนี้หลินห่าวเป็นเพียงคนเห็นแก่ตัวในสายตาของพวกเขา การอยู่ภายใต้เขาว่าอึดอัดแล้ว การถูกดูถูก และสั่งสอนยังต้องรับปากอีก มันช่างเป็นเรื่องที่ทำใจไม่ได้จริง ๆ
หลินห่าวไม่สนใจว่าพวกเขาจะตอบรับหรือไม่ เขามองดูทุกคนอย่างหยิ่งยโสและพูดขึ้น "วันนี้ฟ้ามืดแล้ว ทุกคนไปจัดการตัวเองก่อน พรุ่งนี้ช่วงยามอิ๋น ข้าจะรอทุกคนที่ทางเข้า"
พูดจบ หลินห่าวก็เดินไปที่ทางเข้า
ทุกคนเหลือบมองแผ่นหลังของเขา และหลายคนก็แอบด่าทอ
เหอะ อะไรกันนี่ คนชั่วได้ดีจริง ๆ
เป็นแค่สุนัขข้างกายผู้ดูแล
หมาอาศัยบารมีคน
แม้ว่าคำด่าจะหยาบคายมาก แต่พวกเขาก็แค่ขยับปากโดยไม่มีเสียงออกมา
แน่นอนว่าก็มีบางคนที่เข้าใจเรื่องนี้ดี และไม่ได้สนใจอะไร เพราะถ้าไม่มีหลินห่าว ก็จะมีจางห่าวหรือหวังห่าวที่ทำแบบเดียวกัน แต่คนที่โหดเหี้ยม และโลภเหมือนหลินห่าว น่าจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น
แต่ไม่ว่าจะพูดอะไรอีก พวกเขามาที่นี่ก็ไม่ได้เพื่อหาหินวิญญาณ แต่เพื่ออนาคต และความหวัง
อดทนมาหลายปีแล้ว แค่สามเดือนนี้ก็คงไม่ต่างกัน
คนที่รู้จักก้มหัว และยืดหยัดได้ถึงจะเป็นลูกผู้ชายตัวจริง
ไม่นานนัก ผู้คนก็แยกย้ายกันไป แต่ละคนก็เข้าไปในเรือนหินที่สร้างไว้แต่เนิ่น ๆ ตามใจชอบเหมืองใหม่เหล่านี้ที่จริงแล้วถูกค้นพบมานานแล้ว เพียงแต่ถูกปิดผนึกไว้ที่นี่ รอคอยคนที่เหมาะสมจะมาถึง
ผู้คนแยกย้ายกันไปแล้ว หลินห่าวก็เก็บแส้ยาว แล้วเข้าไปในเหมืองที่มีทางเข้าเปิดอยู่
เดินเข้าไปได้ไม่ไกล ไข่มุกวิญญาณไท่ชูที่อยู่ในอก ก็แผ่ความอบอุ่นที่เห็นได้ชัดออกมา ทางเดินที่เรียบง่ายและแคบซับซ้อนกัน นำไปสู่ส่วนลึกของภูเขา
สถานที่ที่ดีเช่นนี้ หลินห่าวจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน เขาจะขุดเองด้วย แต่สิ่งที่เขาขุดออกมานั้น นอกจากหินหยกเขียวทองอันล้ำค่าแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นของเขาเอง
คุณภาพของหินแร่สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภททั่วไป, ระดับกลาง, ระดับสูง, หินวิญญาณ และหินหยก
ยิ่งคุณภาพสูง หินแร่ก็ยิ่งบริสุทธิ์ หินแร่คุณภาพสูงสุดเปรียบได้กับหยกที่สวยงาม ไร้ที่ติ การกำเนิดของพวกมันจึงทำให้เกิดเหมืองทั้งลูกขึ้นมา
ที่จริงแล้วเหนือหินหยกยังมีอีกหนึ่งระดับคุณภาพ เรียกให้ถูกคือสิ่งนั้นไม่ใช่หินแร่อีกต่อไป แต่เป็นไขกระดูกหิน ซึ่งเป็นแก่นแท้ของสวรรค์ และโลกที่บริสุทธิ์ที่สุด
เพียงแค่เติม 1 หยด ในขณะที่สร้างอาวุธวิญญาณ ก็สามารถทำให้อุปกรณ์เวทมนตร์ กลายเป็นอาวุธวิญญาณได้ และไขกระดูกหินบางชนิด ยังวิวัฒนาการเป็นอาวุธวิญญาณ กำเนิดจากธรรมชาติที่มีค่ามหาศาล ซึ่งหาซื้อไม่ได้แม้จะมีเงิน
แต่มีเพียงสถานที่ๆกาลเวลา และวิถีแห่งสวรรค์ และโลกให้ความเมตตาเท่านั้น จึงจะสามารถปรากฏสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ขึ้นได้
ในบรรดาเหมืองหมื่นแห่ง หากมีสักแห่งที่บรรจุไขกระดูกหิน 1 หยด ก็ถือว่าดีแล้ว
หลินห่าวใช้การตอบสนองของไข่มุกวิญญาณไท่ชูเพื่อตัดสินคุณภาพของหินเขียวทองในสถานที่ๆเขาอยู่
ตอนนี้จุดขุดส่วนใหญ่ในเหมือง ถูกเปิดออกเพียงเล็กน้อย สูงไม่ถึงหนึ่งคน และลึกไม่ถึงครึ่งจ้าง ดังนั้นการสำรวจของหลินห่าวจึงรวดเร็ว
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เขาก็เดินสำรวจจุดขุดหลายร้อยแห่งจนครบ และสุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ตำแหน่งตรงกลาง
การตอบสนองของไข่มุกวิญญาณไท่ชูที่นี่ชัดเจนเป็นพิเศษ
กำแพงหินที่นี่ส่องแสงสีเขียวจาง ๆ หลินห่าวดูอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบว่ามีพื้นที่ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือในแสงสีเขียวนี้ ซึ่งเป็นหินเขียวทองที่เผยออกมา
แต่เมื่อดูจากคุณภาพแล้ว มันเป็นเพียงระดับทั่วไปเท่านั้น
อาจเป็นเพราะมันถูกเปิดเผยออกมาบางส่วน ทำให้ไข่มุกวิญญาณไท่ชู มีการตอบสนองที่ชัดเจนเช่นนี้
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จุดขุดนี้ต้องเป็นของหลินห่าวอย่างแน่นอนหลินห่าวจดจำจุดขุดที่มีการตอบสนองที่รุนแรงทั้งหมดไว้ในใจอย่างเงียบๆ แล้วก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป หยิบจอบออกมาแล้วเริ่มขุด
กำแพงหินที่นี่แข็งมาก การขุดอย่างสุดกำลังของหลินห่าวแต่ละครั้ง ทำได้เพียงแค่ทำให้หินแตกขนาดเท่าไข่นกพิราบหลุดออกมาเท่านั้น
ในชั่วขณะนั้น เสียงเคาะที่คมชัด และรวดเร็วก็กระจายไปทั่วเหมือง เมื่อส่งไปถึงหูของคนข้างนอกเหมือง ก็ย่อมมีเสียงด่าทออย่างลับ ๆ ไม่น้อย
แต่หลินห่าวไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย เมื่อต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ และทำให้เสียชื่อเสียงแล้ว การได้ผลประโยชน์มากแค่ไหนเขาก็ไม่รู้สึกว่ามากเกินไป
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับฝึกปราณชั้นที่ 4 เวลาการนอนหลับของเขาก็ลดลง เหลือเพียง 2 ชั่วยาม ในยามค่ำคืนที่มืดมิด หลินห่าวก็ยังคงเหวี่ยงจอบอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
จนกระทั่ง 2 ชั่วยามผ่านไป และถึงเวลาที่จะต้องเข้าไปในไข่มุกวิญญาณไท่ชู เขาก็หยุดลง
หินเขียวทองที่เผยออกมา ถูกเขาขุดออกมาแล้ว และเขาก็เดินไปข้างหน้าเล็กน้อย จากการตอบสนองของไข่มุกวิญญาณไท่ชู เขาตัดสินได้ว่าหินเขียวทองก้อนต่อไป น่าจะมีคุณภาพดีหรืออยู่ไม่ไกลจากที่นี่
หลินห่าวเก็บจอบแล้วเดินออกไปอย่างผึ่งผาย เขาหาบ้านว่าง ๆ แห่งหนึ่งเข้าไป ปิดประตูแล้วใช้ความคิดเข้าสู่ไข่มุกวิญญาณไท่ชูทันที
ในป่าเขาที่รกร้าง การทำตัวระมัดระวังไปก็เปล่าประโยชน์ สู้กล้าหาญเสียหน่อยดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พลังสติสัมปชัญญะของเขา สามารถออกมาจากไข่มุกวิญญาณไท่ชูได้ เพื่อคอยระวังการเคลื่อนไหวใด ๆในรัศมีหกจ้าง
ตราบใดที่คน 30 คนนี้ ส่งพลังสติสัมปชัญญะมาสำรวจที่นี่ หลินห่าวก็สามารถค้นพบ และออกมาได้ในทันที
นอกจากนี้ ตอนนี้คน 30 คนนี้ ก็ไม่กล้าทำเช่นนั้นด้วย
หลังจากบำเพ็ญเพียรในไข่มุกวิญญาณไท่ชูเสร็จ หลินห่าวก็ล้มตัวลงนอนบนพื้น และหลับตาลงทันที สองชั่วยามต่อมาเขาก็ตื่นขึ้น เวลาน่าจะประมาณช่วงยามโฉ่ว เขาเดินออกจากประตูไป เห็นคน 10 กว่าคนนั่งบนพื้นอยู่หน้าเหมือง กำลังบำเพ็ญเพียรพลางรอไปด้วย ในหมู่พวกนั้นมีหวังจู้ แต่หลินห่าวเพียงแค่กวาดตามอง และไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก เขาก็เดินไปที่มุมหนึ่ง และเริ่มบำเพ็ญเพียรเช่นกัน
ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินห่าวลืมตาขึ้นและพ่นลมหายใจที่ขุ่นออกมา
คน 30 คน ยืนอยู่หน้าเหมืองกันครบแล้ว รอคอยการจัดสรรของเขา
มุมปากของหลินห่าวโค้งขึ้น เขากวาดตามองทุกคนอย่างสบาย ๆ แล้วหยิบแส้ทุ่ยเซิงออกจากถุงเก็บของ ถือไว้ในมือ ก้าวเดินไปมา แล้วไปยืนอยู่ที่ทางเข้าเหมือง
ทุกคนเป็นคนที่ตรงต่อเวลา เช่นนั้นก็ควรจะเป็นคนที่เคารพกฎระเบียบ ข้าก็จะไม่พูดมากแล้ว เข้าไปทีละคน เริ่มขุดจากจุดที่ลึกที่สุด ตอนนี้เอาถุงเก็บของมาให้ข้าพูดจบหลินห่าวก็ปล่อยพลังสติสัมปชัญญะออกมาปกคลุมทุกคนในทันที
หวังจู้เป็นคนแรกที่หยิบจอบออกมาแบกไว้ แล้วเดินไปข้างหน้า เขายื่นถุงเก็บของให้หลินห่าว และต่อหน้าทุกคน หลินห่าวก็ใช้พลังสติสัมปชัญญะค้นตัวเขาอีกครั้ง โดยไม่มีความลังเล จากนั้นจึงปล่อยให้เขาเข้าไป
เมื่อหวังจู้เป็นคนนำหน้า และเห็นท่าทีของหลินห่าวเช่นนี้ คนที่เหลือก็เก็บความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเองไว้ หยิบจอบออกมาแล้วยื่นถุงเก็บของให้หลินห่าว
ไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าจะยื่นถุงเก็บของให้แล้ว พวกเขาก็ยังต้องถูกหลินห่าวใช้พลังสติสัมปชัญญะตรวจค้นอีกครั้ง
เมื่อทุกคนลงไปในเหมืองแล้ว หลินห่าวก็แบกจอบเดินตามเข้าไป
เริ่มขุดจากจุดที่ลึกที่สุด ทุกคนที่ต้องการจะออกไปจะต้องผ่านการตรวจสอบของเขาเสียก่อน
เมื่อไม่มีถุงเก็บของไว้ซ่อนหินแร่แล้ว ไม่มีสิ่งใดจะรอดพ้นจากสายตาของหลินห่าวไปได้
ไม่นานนัก เสียง 'ติ๊งตัง' ก็ดังขึ้นไม่หยุดจากส่วนลึกของเหมือง
แน่นอนว่าหลินห่าวอาจจะตั้งใจทำงานมากกว่า เพราะหินแร่ที่เขาขุดได้เป็นของตัวเองทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาว่างที่จะถือแส้ไปเร่งให้คนเหล่านี้ทำงาน
การกระทำนี้ แม้จะทำให้ทุกคนประหลาดใจ แต่ก็สมเหตุสมผล
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ก็ถือว่าค่อนข้างลงตัว