เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

77 สการ์เลตเฟรมควีน

77 สการ์เลตเฟรมควีน

77 สการ์เลตเฟรมควีน


77 สการ์เลตเฟรมควีน

เงียบ ความเงียบได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณ!

มีนักเรียนหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่รอบพวกเขาสองคน พวกเขาแต่ละคน ราวกับจมดิ่งลงไปในฝันร้าย พวกเขาไม่สามารถทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลย

ทุกคนตั้งแต่นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งถึงปีที่สาม จากนักเรียนไปถึงผู้ปกครอง ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความสับสน ความสับสนมึนงงปรากฏอยู่บนใบหน้าของทุกคน เกิดเป็นคำถามเดียวกันว่า :

“เธอเห็นไหม? นายล่ะ นายเห็นไหม? ทุกคนเห็นใช่ไหม? ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ตาฟ่าฟาง จนมองเห็นภาพลวงตาใช่ไหม?”

โรงเรียนขนาดใหญ่เงียบสงบอย่างแปลกประหลาด มีเพียงเสียงของเฮ่อเหลียนเลี่ยที่อาเจียนออกมาเป็นเลือด เขาอาเจียนจนสายตาพร่าและอ่อนแรง เขาแทบจะอาเจียนเอาลำไส้ของเขาออกมาด้วยอยู่แล้ว

“ฮือ ฮา ฮือ...”

เมื่อเวลาผ่านไปนาน มีคนบิดต้นขาของตัวเอง แล้วพวกเขาก็มีสติกลับมาอีกครั้ง พวกเขาพูดว่า “โอ้” อยู่สักพัก พวกเขาพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ

“หลี่เย้าที่พิการกลับส่งเฮ่อเหลียนเลี่ยปลิวออกไปได้ด้วยการเตะเพียงแค่ทีเดียว จากนั้น เขาก็ยังทำให้เฮ่อเหลียนเลี่ยอ้วกออกมา ด้วยกำปั้นเดียว?” ในที่สุด ก็มีคนที่สามารถพูดออกมาได้

คำพูดของเขาเป็นเหมือนกับการเปิดประตูกั้นน้ำออก ทั่วทั้งบริเวณที่เงียบเป็นเป่าสาก ก็กลับกลายเป็นอึกกะทึกครึกโครม ทุกคนส่งเสียงดังอื้ออึง ที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“เราเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า? ไม่ใช่ว่าหลี่เย้าได้รับบาดเจ็บหนักและกลายเป็นคนพิการไปแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขามีอัตราการตื่นเหลืออยู่แค่ 7% หรอกเหรอ? ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้? เขาแข็งแกร่งถึงขนาดเฮ่อเหลียนเลี่ยสู้ไม่ได้ได้ยังไงกัน?”

“ลาออกจากโรงเรียนเหรอ? คนเก่งขนาดนี้ลาออกจากโรงเรียนอย่างนั้นเหรอ? โรงเรียนคิดอะไรอยู่กันแน่!”

“ฉันได้เห็นวิดีโอต่อสู้ของเขาที่เกาะมังกรปีศาจ ตอนนั้น เขาไม่ได้ร้ายกาจถึงขนาดนี้ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน? เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเขาเมื่อเดือนที่แล้วซะอีก!”

“เขามีสภาพไม่ต่างจากด้ามไม้กวาดชัดๆ! แต่พอเขาชกกำปั้นนั้นออกไป ทั่วทั้งร่างกายของเขากลับระเบิดพลังออกมาในพริบตาเดียว! ตาของฉันมันพล่ามัวใช่ไหม? ฉันดูผิดไปใช่รึเปล่า?”

“ตาของนายไม่ได้มัวหรอก ฉันก็เห็นมันเหมือนกัน กำปั้นนั้นร้ายกาจสุดๆ มันมีกลิ่นอายของศิลปะการต่อสู้โบราณแฝงอยู่ด้วย แต่มันกลับรุนแรงยิ่งกว่าเทคนิคโบราณที่โรงเรียนของเราสอน ทุกคนดูสิ! ขนาดต้นไม้ที่อยู่ด้านหลัง ก็ยังระเบิดจากการชกของเขา!”

“โว้ว! จริงด้วย! นี่มันบ้าไปแล้ว! นี่ใช่นักเรียนมอปลายคนหนึ่งจริงๆเหรอ?”

หลี่เย้าค่อยๆพ่นลมหายใจออกมา ทั้งหมดที่เขารู้สึกได้ในเวลานี้ก็คือจิตใจที่กระจ่างชัดและอากาศที่สดชื่น ความขุ่นเคืองที่อัดแน่นอยู่ภายในจิตใจของเขาได้หายไปจนหมด ทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่รู้สึกอยากยุ่งกับคนคนนี้อีกต่อไป ดังนั้น เขาจึงก้าวขาข้ามร่างกายของเฮ่อเหลียนเลี่ยไป เหมือนกับกำลังก้าวข้ามสุนัขที่ตายไปแล้วตัวหนึ่ง และมุ่งหน้าไปยังประตูโรงเรียน

ครูบางส่วนได้แต่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ ร่างกายของพวกเขาแข็งทื่อ และไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปห้ามหลี่เย้าดีหรือไม่

ในเวลานั้นเอง ที่มีเสียงร้องแหลมเสียดแทงหูดังอยู่เหนือศีรษะของหลี่เย้า ซึ่งเป็นสียงที่คล้ายกับการมาถึงของสัตว์ร้าย

หลี่เย้าหรี่ตาลงและเงยหน้าขึ้นมอง เขามองเห็นเปลวไฟจากทิศตะวันออกเฉียงใต้และพุ่งตรงมาที่นี่ด้วยความเร็วสูง มันตัดแบ่งท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน มองดูคล้ายกับดาบเปลวไฟที่คมกริบ มันบินมาอยู่เหนือท้องฟ้าของโรงเรียนภายในพริบตาเดียว และบินวนเป็นวงกลม เกิดเป็นพายุเปลวไฟลูกหนึ่ง

มันเป็นยานบินที่โอหังที่สุด!

เสียงร้องของมันคล้ายกับสัตว์ร้าย ซึ่งดึงดูดความสนใจของนักเรียนคนอื่นๆ มีบางส่วนเงยหน้าขึ้นมองและพบว่า พวกเขาไม่สามารถละสายตาไปจากมันได้ นักเรียนหลายคนที่มีความรู้ในเรื่องนี้ ได้ร้องตะโกนออกมาอย่างประหลาดใจว่า:

“นั่นมันยานรบสการ์เลตเฟรมนี่! มันคือยานรบชื่อเสียงพอๆกับยานรบมิสติกเบิร์ด ยานรบสการ์เลตเฟรม!”

“ว้าว!   มันคือยานรบสการ์เลตเฟรมจริงๆด้วย! แค่ฟังเสียงก็บอกได้แล้ว! มันเป็นโมเดลระดับสูงสุด อักขระที่ฝังลงไปเป็นพิเศษ ทำให้มันมีความเร็วกว่าเสียงถึงสองเท่า! มันคือสุดยอดยานบินระดับท๊อป!”

“มันสวยเกินไปแล้ว! มันเหมือนอย่างที่พวกเขาโชว์ในโฆษณาเลย จุดเด่นก็คือประกายไฟของมัน! มันถูกออกแบบมาให้มีความแตกต่างไปจากยานรบมิสติกเบิร์ด แต่มันกลับมีความองอาจไม่ต่างกันเลย! มันดูมีอำนาจแบบสุดๆไปเลย!”

“ว้าว! นายจะหายานบินแบบนี่ในราคาที่ต่ำกว่า 30 ล้านเหรียญไม่ได้หรอกใช่ไหม?”

“30 ล้านเหรียญเหรอ? นั่นเป็นแค่ราคาของโมเดลพื้นฐานเท่านั้น! นี่เป็นโมเดลรุ่นท๊อปที่ใส่อักขระแรงดันลงไปด้วย และมีราคาอย่างน้อยก็ 80 ล้าน!”

“นอกจากดาบปีศาจเผิงห่ายแล้ว ยังจะมีใครที่สามารถขับยานบินที่สุดยอดแบบนี้ได้อีกกัน? แล้วมาที่โรงเรียนของเราด้วยใช่ไหม?”

ยานรบสการ์เลตเฟรมบินวนอยู่บนอากาศภายใต้การจ้องมองของทุกคนอีกหนึ่งรอบ ในที่สุด ยานลำนี้ก็หาเป้าหมายของมันเจอ มันหักโค้งบนอากาศและพุ่งลงมายังหลี่เย้า

“วูซซซซ!”

หลี่เย้าหลับตาลงโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งหมดที่เขารู้สึกได้ ก็คือมีดาวตกบนท้องฟ้ากำลังพุ่งตรงมาที่เขา!

ยานรบสการ์เลตเฟรมบินร่อนลงจอดห่างออกไปจากหลี่เย้าประมาณ 3-4 เมตร มันดูราวกับเปลวไฟที่รุนแรงบินฉวัดเฉวียนไปมา

ยานบินลำนี้มีการออกแบบต่างไปจากยานรบมิสติกเบิร์ดโดยสิ้นเชิง ยานรบมิสติกเบิร์ดนั้นมีความลึกลับ, เรียบง่าย, และลึกล้ำปกคลุมอยู่ ในทางตรงกันข้าม ยานรบเปลวเพลิงลำนี้พูดได้ว่า ทั้งโอหัง, วางอำนาจ, และเป็นอิสระ มันราวกับว่า ยานลำนี้สร้างขึ้นมาจากลาวาและใช้โครงกระดูกของนกฟินิกส์ เพียงสบตา มันก็สามารถเผาไหม้จิตใจของคนได้ มันทำให้จิตใจคนลุกไหม้ ปลุกจิตวิญญาณของพวกเขาขึ้นมา!”

“ชี่.....”

ประตูนักบินของยานรบสการ์เลตเฟรมเปิดออก หญิงสาวที่สวมใส่เสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น ที่ทำให้คุณสามารถจินตนาการได้ถึง ภาพของหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้ง ที่มีกระดิ่งแปดอันมัดอยู่ที่ข้อเท้า พร้อมกับขายาวๆของเธอ ได้ออกมาจากยานบิน

“ซูดดดดด!”

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าไป

นี่ไม่ใช้ผู้หญิงสวยตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่เธอกลับสามารถดึงดูดสายตาของผู้คนได้ดีที่สุด เธอเป็นเหมือนกับดวงตะวันขนาดย่อมที่ส่องประกายตลอดเวลา เธอเป็นความงามที่ไร้ที่เปรียบ ไม่ว่าจะมีใครสวยกว่าสักแค่ไหน ก็ไม่อาจจะรั้งสายตาของผู้คนไปจากเธอได้

“เธอยังสาวอยู่เลย! ฉันว่า อย่างมากเธอก็น่าจะอายุยี่สิบกว่าเท่านั้น แล้วเธอก็ยังขับยานบินหรุที่มีราคาเกือบ 100 ล้านอีกด้วย!”

“บรรยากาศรอบตัวเธอแข็งแกร่งมาก! ฉันไม่สามารถหายใจภายใต้แรงกดดันของเธอได้! เธอต้องเป็นผู้ฝึกตนแน่เลยใช่ไหม?”

“เธอจะต้องเป็นผู้ฝึกตนแน่ๆ แล้วก็เป็นคนที่สุดยอดมากคนหนึ่งด้วย ถึงแม้ว่าระดับของเธอจะเทียบไม่ได้กับดาบปีศาจเผิงห่าย แต่เธอก็ต้องอยู่ในระดับพอๆกับครูใหญ่จ้าวแน่ๆ แล้วพลังของเธอก็ดูแข็งแกร่งมากด้วย”

“ดวงตาของเธอคมกริบมาก พวกมันดูคมราวกับใบมีด คมมีดที่แผดเผา น่ากลัวจริงๆ! เธอน่ากลัวเกินไปแล้ว!”

คนที่เฝ้าสังเกตการณ์รอบๆต่างพูดจากันอย่างมีชีวิตชีวา ไม่มีใครในหมู่พวกเขาที่กล้าเผชิญหน้ากับดวงตะวันดวงนี้ พวกเขาก้มศีรษะลงต่ำและกระซิบกระซาบกัน

ในเวลานี้ ทุกคนเอาเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างหลี่เย้าและเฮ่อเหลียนเลี่ยทิ้งไว้ข้างหลัง

ทุกคนต่างพากันพูดคุยเสียงเบา พวกเขาต่างก็สามารถบอกเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ของหญิงสาวคนนี้ ได้ด้วยการมองเพียงแค่ครั้งเดียว เธอมาหาใครในโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองกัน?

แม้แต่หลี่เย้าก็ยืนนิ่งอึ้ง มันต้องใช้เวลาอยู่นาน กว่าที่เขาจะพูดออกมาได้ “ติง...ติง...”

“พี่หลิง หรือ ติงหลิงตางหลาง แล้วแต่นายเลย!” ติงหลิงตางวาดมือ แล้วตบลงไปบนไหล่ของหลี่เย้า เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงวางอำนาจว่า “มาเถอะ พี่สาวคนนี้จะเลี้ยงข้าวนายเอง!”

“พี่มานี่เพราะผมอย่างนั้นเหรอ?”

หลี่เย้ากระพริบตาปริบๆ ด้วยท่าทีที่ยังคงช็อคไม่หาย ไม่ใช่ว่า ผู้หญิงคนนี้ควรจะกลับไปที่ต้าฮวงตั้งนานแล้วหรอกเหรอ?

“ไร้สาระ! ฉันอยู่ที่เมืองฝูเกอมาเดือนหนึ่งแล้ว และกำลังรอให้นายฟิ้นขึ้นมายังไงล่ะ! เมื่อห้าวันก่อน ฉันได้ข่าวมาว่า มีฉลามบินสีครามที่หายากมากโผล่มาที่มหาสมุทรทางทิศตะวันออก ถุงลมของมันเป็นสมบัติล้ำค่า หลังจากที่เอามาสกัดแล้ว มันจะมีสรรพคุณที่ดีเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในอาการโคม่ามากเลยล่ะ ฉันก็เลยไปที่มหาสมุทรทางทิศตะวันออก ฉันต้องใช้เวลาถึงสามวัน แล้วในที่สุด ฉันก็จับฉลามบินสีครามมาได้ ฉันคิดไม่ถึงว่า นายจะฟื้นขึ้นมาและแอบออกไปจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันไล่ถามหานายไปทั่ว ก่อนที่จะรู้ว่า นายมาที่โรงเรียน...ดูเหมือนว่านายจะฟื้นตัวได้ดีทีเดียวนะ ถึงได้ซัดคนจนฉี่ราดแบบนั้นได้น่ะ!”

ติงหลิงตางเลือบตามองดูเฮ่อเหลียนเลี่ยอย่างสบายอารมณ์ และพูดออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ก็เรื่อยๆแหละ ที่สำคัญก็คือว่าผมยังไม่ได้กินอะไรเลย ถ้าผมอิ่มเมื่อไหร่ ลูกเตะของผมก็คงจะทำลายกระเพาะปัสสาวะของเขาไปแล้ว เขาคงไม่มีทางได้ฉี่ราดแบบนี้หรอก”

หลี่เย้ากลับมานิ่งสงบและพูดออกมา พร้อมกับทำท่ายักไหล่

ติงหลิงตางส่งเสียงหัวเราะออกมาดัง “พัฟฟฟฟ” เธอบีบไหล่ของหลี่เย้าสองสามครั้ง พร้อมกับพูดออกมาว่า “นายผอมลงไปมากจริงๆ! นายมีแค่หนังกับกระดูกเท่านั้น! มาเถอะ ไปกินกัน ฉันใช้เวลาหานายตั้งนาน ถึงนายจะไม่หิว แต่ฉันหิว!”

เธอลากหลี่เย้าเข้าไปนั่งภายในยานบินโดยไม่ให้โอกาสเขาได้พูดอะไรอีก

ยานรบสการ์เลตเฟรม เป็นยานประเภทความเร็ว ดังนั้น ที่นั่งภายในตัวยานจึงถูกออกแบบมาให้คล้ายกับอานม้า อย่างมากที่สุด ก็สามารถนั่งได้แค่สองคน คือด้านหน้าและหลัง หลี่เย้าจึงต้องนั่งด้านหลังของติงหลิงตาง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเรียกความกล้า และกอดเข้าที่เอวที่แน่นเปรี๊ยะและแข็งแกร่งของเธอเอาไว้แน่น

“จับแน่นๆล่ะ! เราจะไปกันแล้ว!”

เมื่อติงหลิงตางผิวปาก ประตูที่นั่งคนขับก็ปิดลง การตกแต่งภายในตัวยานนั้นเต็มไปด้วยสีสันสว่างเจิดจ้า ราวกับมีภาพของงูเพลิงร่ายรำอยู่ตามกำแพง ไม่นาน แรงพุ่งสูงขึ้น ทำให้หลี่เย้าต้องตัวติดกับติงหลิงตาง

ผมสั้นของเธอแข็งราวกับเข็ม พวกมันทิ่มไปที่ใบหน้าของหลี่เย้า จนรู้สึกชาหนึบ

“วูซซซซซ!”

ยานรบสการ์เลตเฟรมลอยตัวขึ้นเหนือพื้นดิน และลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า มันกลืนเข้าไปในแสงอาทิตย์ที่สาดส่องออกมาอย่างพอดิบพอดี!

ทุกคนที่อยู่ภายในโรงเรียน ต่างพากันอ้าปากกว้างที่สุดเท่าที่พวกเขาจะอ้าได้ ลำคอของพวกเขายื่นยาวจนสุด และสายตาของพวกเขาก็ตกไปที่ยานรบสการ์เลตเฟรม พวกเขาตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งยานรบสการ์เลตเฟรมหายลับไปแล้ว มันใช้เวลาอยู่นาน ก่อนที่พวกเขาจะหดศีรษะกลับคืนที่เดิม

มันน่าตกใจมาก! ภายในจิตใจของพวกเขาทุกคน เกิดอาการตกละตึงราวกับฟ้าถล่มดินทลาย!

มันเป็นเรื่องที่เกินขอบเขตที่พวกเขาจะคิดถึง! ผู้ฝึกตนหญิงคนนี้ ที่ขับยานบินที่มีมูลค่าเกือบ 100 ล้าน แท้จริงแล้ว เธอมาที่นี่ก็เพื่อตามหาเศษขยะอย่างหลี่เย้า ทั้งสองยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกด้วย!

ไม่ใช่ว่า หลี่เย้าเป็นเด็กจนๆที่อยู่ในสลัมหรอกเหรอ? ไม่ใช่ว่า เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสหรอกเหรอ? ไม่ใช่ว่า รากวิญญาณของเขาถูกทำลายและกลายเป็นคนพิการไปแล้วหรอกเหรอ? ทำไมเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้? นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! นี่มันโชคดีชัดๆ!

หลี่เย้า...เขาเป็นแค่เศษขยะจริงๆเหรอ?

ผู้คนที่เฝ้ามองต่างรู้สึกสับสนบางที ไม่นานก็มีคนที่นึกขึ้นได้ว่า เฮ่อเหลียนเลี่ยยังคงนอนอยู่ที่พื้นและอาเจียนออกมาอยู่

สายตาสมเพชที่เคยจ้องมองหลี่เย้า ในเวลานี้มันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่าและถูกโยนไปที่เฮ่อเหลียนเลี่ยแทน

และ ครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สอง จ้าวชูเต๋อและเทพหน้าดำก็กำลังยืนเหม่อมองออกไปที่นอกหน้าต่าง อยู่ภายในห้องทำงานของครูใหญ่ พวกเขามองดูยานรบสการ์เลตเฟรมอย่างไร้คำพูด พวกเขาแสดงสีหน้าตกตะลึงอยู่เป็นเวลานาน

จ้าวชูเต๋อมีเหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากเป็นระยะเวลา 30 วินาทีเต็ม ขาทั้งสองข้างของเขาเริ่มสั่นเบาๆ

“เฮ่อเหลียนปา เฮ่อเหลียนเลี่ย คราวนี้ พวกแกสองคนพ่อลูก ได้นำพาหายนะและภัยพิบัติมาให้ฉันแล้ว!”

จ้าวชูเต๋อพูดกับตัวเองด้วยเสียงอันเบาราวกับเสียงยุง และใบหน้าที่มีสีสันก็กลับกลายเป็นซีดเผือด เขาพูดผ่านไรฟันออกมาว่า “ไปสืบมา ไปสืบมาเร็วเข้า! ผู้ฝึกตนคนไหนที่เป็นเจ้าของยานรบสการ์เลตเฟรม? ทำไมหลี่เย้า เด็กที่ยากจนแบบเขาถึงได้มีความสัมพันธ์กับผู้ฝึกตนคนนี้ได้? มีอำนาจแบบไหนที่อยู่เบื้องหลังของเด็กคนนี้? ไปสืบมาเดี๋ยวนี้! เดี๋ยวนี้เลย!”

“ครับ! ครูใหญ่! ผะ-ผะ*-ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย!” เทพหน้าดำพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก เขาวิ่งโซเซสะดุดหกล้มออกไปจากห้องทำงานของครูใหญ่

จบบทที่ 77 สการ์เลตเฟรมควีน

คัดลอกลิงก์แล้ว