เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

76 ท้วงทำนองของค้อน

76 ท้วงทำนองของค้อน

76 ท้วงทำนองของค้อน


76 ท้วงทำนองของค้อน

หลี่เย้าอย่างอารมณ์ดีอยู่ใต้ร่มไม้ พร้อมกับใส่มือทั้งสองข้างเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง

เขาไม่มีความรู้สึกไม่เต็มใจที่จะออกไปจากโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองเลยแม้แต่น้อย มันเป็นโรงเรียนเอกชน และพวกเขาก็คิดถึงแต่เรื่องของเงินทอง เงินจำนวนมากที่เขาจ่ายเป็นค่าเล่าเรียน กลับทำให้เขาได้เข้าเรียนในชั้นเรียนที่แย่ที่สุดเท่านั้น ซึ่งก็คือ คลาสสามัญ นอกจากเดือนที่แล้วที่เขาได้อยู่ภายใต้การดูแลของครูซุนเปียว ก็ไม่มีครูคนไหนสนใจใยดีเขาเลย และเขาก็ถูกเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี เมื่อเขากลับมาจากการเป็นตัวแทนของโรงเรียนเพื่อเข้าแข่งขัน

ถึงแม้ว่า เฮ่อเหลียนเลี่ยจะมีส่วนในเรื่องนี้ด้วย แต่ทางโรงเรียนก็ไม่มีความตั้งใจที่จะสู้เพื่อหลี่เย้าเลยแม้แต่น้อย

การออกไปจากโรงเรียนนี้ มันจะเป็นการสูญเสียอะไรไปอย่างนั้นเหรอ?

“ในตอนนี้ ฉันก็จะมีความสุขไปกับการเป็นคลาส 1 ของทหารทุพลภาพของสหพันธรัฐ ฉันจะได้รับสิทธิพิเศษจากยิมฝึกหลายๆที่ กรณีเลวร้ายที่สุด ในเดือนสุดท้ายนี้ฉันก็จะหาโรงยิมระดับสูงและฝึกฝนด้วยตัวเอง จากนั้น ฉันก็จะสมัครสอบด้วยตัวเอง ฉันไม่เชื่อหรอกว่า ฉันจะสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเชินห่ายไม่ได้!”

หลี่เย้าตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขาพ่นลมหายใจออกมาและกางแขนออกกว้าง เขารับรู้ถึงท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และก้อนเมฆบนนั้น ความรู้สึกที่ลึกล้ำได้แหวกผ่านออกมาจากหน้าอกของเขา

“ฟั*คยู! โรงเรียนซื่อเซียว!”

เงาร่างหนึ่งโผล่มาอยู่เหนือศีรษะของเขา เฮ่อเหลียนเลี่ยปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาอีกครั้งหนึ่ง

หลี่เย้าตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็หัวเราะออกมาจากใจอย่างรวดเร็ว

เขาหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย ไม่ต่างไปจากทีเร็กซ์ที่หิวโซได้เจอเข้ากับหมาป่าที่หิวกระหายเลย ถึงแม้ว่า มันจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ผอมไปสักหน่อย แต่มันก็พอจะให้เขาเคี้ยวเล่นได้บ้าง!

“นี่ก็เหมือนกับคำพูดที่ว่า ประตูสวรรค์ไม่เดิน แต่กลับเดินไปหาประตูนรกแทน เฮ่อเหลียนเลี่ย นายถามหาความตายเองนะ อย่าโทษฉันเลย!” หลี่เย้าหัวเราะเสียงเย็น

“ฉันได้ยินมาว่า นายโกรธจัดอยู่ที่ห้องแนะแนว และลาออกจากโรงเรียนสินะ...เพื่อนนักเรียนหลี่เย้า!” เฮ่อเหลียนเลี่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เขาจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้นักเรียนที่อยู่รอบๆได้ยินด้วย

“อะไรนะ? หลี่เย้าลาออกจากโรงเรียนเหรอ?”

“มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เขาก็เป็นแค่ขยะที่มีอัตราการตื่นเหลืออยู่แค่ 7% เท่านั้น เขาจะทำอะไรได้ ถ้าเขาไม่ลาออกจากโรงเรียน? ใช่ว่าเขาจะสอบเข้าเรียนในเก้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้สักหน่อย จริงไหม?”

“น่าสงสารจริงๆ ฉันจำได้ว่า เดือนก่อนตอนที่เขาอยู่บนเกาะมังกรปีศาจ เขาสุดยอดมากเลยด้วย!”

“มันไม่เกี่ยวว่านายจะสุดยอดแค่ไหน เพราะถ้านายไปหาเรื่องเฮ่อเหลียนเลี่ยเข้า นายก็ไม่มีทางมีผลลัพธ์ที่ดีได้หรอก!”

นักเรียนหลายคนรู้เรื่องการประจันหน้ากันระหว่างเฮ่อเหลียนเลี่ยและหลี่เย้า พวกเขาจึงถอยออกไปทีละคน และคอยสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล ทุกคนต่างเดาะลิ้นและไม่มีใครมองหลี่เย้าในแง่ดีเลย

“เฮ่อเหลียนเลี่ย มันเป็นความคิดของแกสินะ ที่ทำให้ฉันต้องพักการเรียนไปหนึ่งปีน่ะ?” หลี่เย้าหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

...ถ้าหากคนที่อยู่ภายในสุสานอาร์ติเฟ็กซ์อย่างเจ้าอ้วยเหลิงและกลุ่มหมาป่า ได้มาเห็นรอยยิ้มแบบนี้ของหลี่เย้า พวกเขาคงจะรีบวิ่งหนีออกไปโดยเร็วอย่างแน่นอน

ไม่มีใครยินดีที่จะเป็นเป้าหมายที่ได้รับรอยยิ้มแบบนี้ของอีแร้ง

แต่ทุกคนที่อยู่ในโรงเรียนนี้ ดูเหมือนจะไม่รู้ถึงความหมายของมัน

เฮ่อเหลียนเลี่ยหัวเราะออกมาอย่างประสงค์ร้าย ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง พร้อมกับกัดฟันพูดออกมาว่า “ถูกแล้ว มันเป็นฉันเอง ที่ใช้อำนาจของตระกูลบังคับให้แกต้องพักการเรียน แล้วแกจะทำอะไรได้? บอกตามตรงนะ ถึงแม้ว่าแกจะไม่ลาออกด้วยตัวเอง ฉันก็จะคิดหาทางที่จะทำให้แกไม่สามารถเดินผ่านเข้ามาในประตูโรงเรียนได้อีก ฉันแค่อยากจะฆ่าแกให้ตาย แล้วแกจะทำอะไรได้?”

“แล้วพ่อของฉันก็ติดสินบนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและโรงเรียนดีดีในเมืองฝูเกอไว้หมดแล้ว ไม่มีโรงเรียนไหนที่จะรับแกเอาไว้ แกมันก็เป็นแค่ไอ้เศษขยะ!”

“ส่วนไอ้แก่ซุนที่คอยสนับสนุนแก...ฉันก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ พอมันได้ข่าวว่ารากวิญญาณของแกฉีกขาด อาการบาดเจ็บภายในที่เรื้อรังของมันก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง และทำให้หัวใจของมันฉีกขาด มันนอนอยู่ที่โรงพยาบาลได้สองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ มันก็ก็ลาออกและกลับไปใช้ชีวิตเกษียณที่บ้านของมันนู้น!”

ยิ่งเฮ่อเหลียนเลี่ยพูดออกมามากเท่าไหร่ เสียงของเขาก็ดังมากยิ่งขึ้น เขาทำตัวหยิ่งยโสอยู่เหนือหลี่เย้า และใช้นิ้วมือจิ้มไปที่หน้าอกของหลี่เย้า เขาหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ

“เป็นอะไรไปล่ะ? แกไม่ทำตัวเก่งเหมือนตอนที่อยู่บนเกาะมังกรปีศาจแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าแกพึ่งพาแต่พลังของตัวเอง แล้วก้าวข้ามคนมากมายเพื่อขึ้นไปข้างบนหรอกเหรอ? ตอนนั้น แกมีอำนาจ แกทรงพลัง และหยิ่งยโสมากแค่ไหน! แล้วดูแกตอนนี้สิ! เหลืออัตราการตื่นอยู่แค่ 7% ทั้งผิวหนังและกระดูกของแกมันหดเล็กลงไปหมด แค่นิ้วนิ้วเดียวของฉัน ก็ทำให้แกลงไปนอนกองกับพื้นได้แล้ว!”

“การแสดงนี้มีเพื่ออะไรงั้นเหรอ? ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ขยะก็ต้องเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้จะมีลมพัดช่วยให้แกได้ขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ไม่นาน แกก็ต้องตกลงมาอยู่ดี ตบแกให้กลับลงมาอยู่ในที่ที่แกควรจะอยู่ กลายมาเป็นเศษขยะอีกครั้งหนึ่ง!”

หลี่เย้าแคะหู ได้พูดออกมาอย่างเบื่อหน่ยด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “ในชีวิตของฉัน มีสิ่งที่ฉันเกลียดอยู่ทั้งหมด 324 ข้อ ข้อที่ 138 ฉันเกลียดเมื่อมีคนเรียกฉันว่าขยะ ข้อที่ 275 ฉันเกลียดเมื่อมีคนเอานิ้วจิ้มตัวฉัน...นายหยุดทำมันได้ไหม?”

“ฉันอยากจะเอานิ้วจิ้มตัวแกแบบนี้ แล้วแกจะทำไม?”

ความตื่นเต้นห่อหุ่มใบหน้าของเฮ่อเหลียนเลี่ย ความหล่อเหลาและสง่างามไม่เหลือให้ได้เห็น “เดือนนี้ ฉันบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่ง จนอัตราการตื่นของฉันมาถึง 78%!”

“มันมีเพื่อให้ฉันสามารถสอบเข้าเรียนในเก้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ ฉันจะคว้าคะแนนสูงสุดของเมืองฝูเกอในการสอบครั้งนี้ และก้าวเข้าสู่โลกแห่งการฝึกตน ฉันจะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่เหนือคนอื่นๆ! และแก...ก็จะเป็นได้แค่ขยะไปตลอดกาล! ขยะ! ขยะ! แกปฏิเสธที่จะยอมรับมันเหรอ? ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ยินดีให้แกมาหาฉันเพื่อแก้แค้นได้เสมอ ฉันจะรออย่างใจเย็นสัก 10 ปี 20ปี 30ปี! ไอ้ขยะ!”

“ไม่จำเป็นหรอก ฉันไม่ใช่พวกที่ชอบเก็บความแค้นเอาไว้” หลี่เย้าพูดออกมาโดยไม่คิดอะไร “ฉันเป็นพวกที่ชอบลงมือแก้แค้นทันทีที่มีความเกลียดชัง”

มือของหลี่เย้าพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คำพูดสุดท้ายจะออกจากปากของเขา เขาคว้าจับนิ้วมือของเฮ่อเหลียนเลี่ยที่จิ้มหน้าอกของเขาอยู่

ก่อนที่เฮ่อเหลียนเลี่ยจะทันได้ตอบโต้ เขาก็รู้สึกได้ว่า นิ้วมือของเขากำลังแช่อยู่ในลาวา มันเผาไหม้ในอุณหภูมิสูง ทำให้เขาเผลอดึงมันกลับคืนมา แต่เขากลับไม่สามารถทำได้

หลี่เย้าออกแรงบิด จนเกิดเสียงปริแตกดังขึ้น กระดูกนิ้วของเฮ่อเหลียนเลี่ยถูกบิดจนแตก กระดูกนิ้วถูกบิดจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกว่า 70-80 ชิ้น นิ้วมือของเขากลายเป็นไส้เดือนนุ่มๆไปแล้ว!

ใบหน้าที่มีสีเลือดของเฮ่อเหลียนเลี่ยได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีซีดเผือด ความหวาดกลัวและความตกตะลึงพาดผ่านสีหน้าของเขา ก่อนที่เขาจะทันได้แสดงสีหน้าออกมาอย่างเต็มที่ มันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีหน้าของความเจ็บปวดแทน หลี่เย้าได้เตะเข้าใส่ท้องน้อยของเฮ่อเหลียนเลี่ย

ทั้งหมดที่เฮ่อเหลียนเลี่ยรู้สึกได้ ก็คือ ความรู้สึกที่เหมือนกับมีรถไฟฟ้าคริสตัลความเร็วสูงพุ่งชนเข้าใส่ท้องน้อยของเขา เขาถูกเตะอย่างรุนแรงจนฉี่แทบเล็ด ร่างทั้งร่างของเขาปลิวไปไกลหลายสิบเมตรและกระแทกเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง ต้นไม้สั่นไหวอย่างรุนแรง จนทำให้ใบไม้และกิ่งไม้ร่วงกราว

ก่อนที่เขาสามารถกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง เขาก็ต้องกรีดร้องออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง เสียงกรีดร้องทั้งสองที่ซ้อนทับกัน กลายเป็นเสียงที่แปลกประหลาดคล้ายกับไก่ที่ถูกตอน

“อ้า!!!!!!!!!...”

“ค้อนฝ่ามือพัวพัน เทคนิคที่ 47 ค้อนแทงใจ!”

ขาทั้งสองข้างของหลี่เย้าอ้ากว้างราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุด เขาก้าวผ่านระยะ 5 เมตรด้วยหนึ่งก้าว และมาถึงจุดที่เฮ่อเหลียนเลี่ยอยู่ด้วยการสองก้าว นิ้วเท้าทั้งสองของเขาเป็นเหมือนกับตะขอเหล็ก 10 อัน ที่ฉีกทึ้งรองเท้าสำหรับบ่มเพาะที่หนาหนักและทิ่มแทงลงไปบนผืนดิน ที่ข้อเท้าของเขามีเส้นเลือดและเส้นใยกล้ามเนื้อกำลังเต้นตุบๆอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของเขาพุ่งตัวไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง จากเท้าถึงน่อง จากน่องถึงต้นขา จากนั้นก็เป็นหน้าท้อง มัดกล้าม...กล้ามเนื้อทุกมัดสั่นกระเพื่อมราวกับกระแสน้ำหลาก สุดท้าย ไปบรรจบอยู่ที่แขนขวาของเขา หนึ่งกำปั้นที่ส่งออกไป เกิดการระเบิดขึ้นถึงเจ็ดครั้ง “ปังปังปังปังปังปังปัง!” แรงระเบิดกระแทกเข้าใส่ร่างกายของเฮ่อเหลียนเลี่ยทีละชั้นๆ

“แกร๊ก!”

เปลือกไม้ของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเฮ่อเหลียนเลี่ยได้ระเบิดออก เกิดเป็นรอยกำปั้นฝังลึกอยู่ภายในเนื้อไม้!

เสียงกรีดร้องได้หายไป มันคล้ายกับว่า เฮ่อเหลียนเลี่ยได้ถูกฝังตรึงเอาไว้กับต้นไม้ สีหน้าของเขาไร้ชีวิตชีวา ก่อนที่เขาจะกระอักเลือดออกมา “อั๊ก!”

เขาไม่สามารถทนต่อไปได้อีก เขาใช้มือกอดท้องเอาไว้และคุกเข่าลงตรงหน้าของหลี่เย้าอย่างช้าๆ จากนั้น เขาก็วางมือลงไปบนพื้นและเริ่มอาดเจียนออกมา

ผิวหนังบริเวณแขนของหลี่เย้าเกิดการปริแตก มีเลือดสดๆไหลรินออกมา

หากมีผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามาตรวจดูกระดูกของเขา พวกเขาก็จะพบว่ามีเศษกระดูกที่แตกละเอียดอยู่ทั่วทั้งแขนของเขา

เขาถึงยังไง เขาก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขายังอ่อนล้าและไม่สามารถทนรับแรงกระแทกจากท่าค้อนแทงใจได้ กำปั้นนี้ได้ส่งผลเสียอย่างรุนแรงกับร่างกายของเขา ความเจ็บปวดได้แผ่ขยายไปทั่วทุกเส้นใยประสาทในร่างกาย

สิ่งที่เขาต่างไปจากเฮ่อเหลียนเลี่ยก็คือ...เขาสามารถทนมันได้

หลี่เย้าจับใบหูของเฮ่อเหลียนเลี่ยและใช้แรงดึงมันขึ้นมา ครึ่งหนึ่งของใบหูของเฮ่อเหลียนเลี่ยเกิดการฉีกขาด ความเจ็บปวดนั้นมากจนเฮ่อเหลียนเลี่ยร้องไม่ออก ขาทั้งสองข้างของเขาเป๋ไปมา รอยปัสสาวะที่เป้ากางเกงขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

หลี่เย้าเข้าก้มหน้าเข้าใกล้กับใบหูของเฮ่อเหลียนเลี่ย และพูดเน้นย้ำทีละคำว่า “ทีเดียวก็ทนไม่ได้แล้ว แกมัน...ไอ้ขยะ!”

จบบทที่ 76 ท้วงทำนองของค้อน

คัดลอกลิงก์แล้ว