- หน้าแรก
- การล้างแค้นของวีรบุรุษผู้ถูกหักหลัง
- บทที่ 05 - แต่งงานแล้ว?
บทที่ 05 - แต่งงานแล้ว?
บทที่ 05 - แต่งงานแล้ว?
༺༻
แอชเชอร์รู้ตัวว่าเขากำลังคิดไปไกลเกินกว่าเหตุ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
เขาไม่สนใจว่าร่างปัจจุบันนี้เคยเป็นของใคร หรือเจ้าของร่างคนก่อนตายไปได้อย่างไร สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงการก้าวไปข้างหน้าและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดินแดนปีศาจที่เขาอยู่ เขเคยมาเยือนดินแดนปีศาจผ่านประตูมิติที่ปรากฏบนโลก แต่ไม่เคยอยู่นานพอที่จะสำรวจมัน เพราะประตูมิติจะปิดลงอย่างรวดเร็วเสมอเมื่อเควสเสร็จสิ้น
ผู้ที่เผลอถูกทิ้งไว้เบื้องหลังไม่เคยได้กลับมา และแอชเชอร์ก็ไม่ต้องเดาเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา
แต่ตอนนี้ในเมื่อเขาเป็นปีศาจแล้ว เขาจึงไม่กังวลเรื่องการกลมกลืน แต่ความไม่รู้เกี่ยวกับชีวิตในดินแดนปีศาจอาจทำให้เขาเดือดร้อนได้
กระนั้น ในขณะที่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่รู้สึกผิดหวัง เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่เขาเคยเมินไปก่อนหน้านี้
[ MP - 0 / 0 ]
'นี่มันหมายความว่าอะไรวะ? ข้าไม่มีมานา? เป็นไปได้ยังไง?' แอชเชอร์สิ้นหวังอย่างยิ่งและตระหนักว่าเขาสัมผัสมานาในร่างกายไม่ได้เลย ถ้างั้นนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาถึงคราวซวยแล้วหรือ ทั้งที่ได้รับโอกาสครั้งที่สอง? หากไม่มีมานา เขาจะฝันถึงการแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร? หากไม่มีมานา คนเราก็ไม่สามารถพัฒนาร่างกายไปสู่ระดับต่อไปได้
"อยู่นั่นไง!"
ความคิดของแอชเชอร์ถูกขัดจังหวะเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยหลายเสียงดังมาจากด้านหลัง เขารีบหันไปพร้อมกับสีหน้าที่ระแวดระวัง แต่กลับเห็นชายปีศาจหลายตนผิวสีเขียว จมูกแหลม และฟันคม เขารู้จักพวกมันในนามก็อบลิน แม้ว่าพวกนี้จะดูไม่เหมือนพวกที่สติปัญญาต่ำก็ตาม โดยปกติแล้วก็อบลินจะถูกจัดว่าเป็นปีศาจระดับต่ำ แต่ในหมู่พวกมันก็ยังมีส่วนน้อยที่แข็งแกร่งและฉลาด
พวกมันสวมชุดเกราะและมีอาวุธติดตัวด้วย ราวกับเป็นสัญชาตญาณ แอชเชอร์เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับพวกมัน เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาประสบมาเกือบทั้งชีวิต
ตลอดชีวิตของเขา เขาได้สังหารปีศาจมานับไม่ถ้วน และสัญชาตญาณในการฆ่าพวกมันก็ได้ฝังลึกอยู่ในกระดูกของเขาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจหรือโกรธแค้นก็อบลินเหล่านี้เลย นี่เป็นสิ่งที่เขาตระหนักว่าได้สูญเสียไปหลังจากเกิดใหม่เป็นปีศาจ
ในฐานะฮันเตอร์ในชาติก่อน เขาเกลียดชังปีศาจเพราะเมื่อใดก็ตามที่พวกมันมาถึงโลกผ่านประตูมิติ พวกมันจะฆ่า, ทำลาย, ปล้นสะดม และก่อกรรมทำเข็ญทุกรูปแบบเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
เขาได้สูญเสียคนรักมากมายไปกับพวกมัน ซึ่งในทางกลับกันก็เป็นแรงผลักดันให้เขากลายเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ตอนนี้ ความเกลียดชังที่เคยเป็นแรงผลักดันในชาติก่อนของเขากลับหายไปอย่างน่าประหลาด เขาสงสัยว่าเป็นเพราะเขากลายเป็นสิ่งที่เขาเคยเกลียดชังหรือไม่
เขาตัดสินใจที่จะเล่นอย่างปลอดภัยและกำลังจะถามอะไรบางอย่างเมื่อหนึ่งในนั้นพูดขึ้น "เฮ้อ เราตื่นตูมไปเอง"
"ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว ไม่มีทางที่ไอ้ทึ่มนี่จะไปได้ไกลขนาดนั้นด้วยตัวเองได้หรอก ราชบุตรเขยสมองพิการนี่นะ"
"ชิ เจ้าตาบอดหรือไง? ดูเลือดกับศพที่เกลื่อนกลาดนี่สิ ต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่แน่ๆ แต่ทำไมราชบุตรเขยของเราถึงดูสบายดีไม่มีรอยขีดข่วนเลยล่ะ? คนรับใช้ของเขาก็ตายหมดแล้ว เป็นฝีมือของพวกฮันเตอร์หรือเปล่า? ข้าได้ยินมาว่ามีประตูมิติเปิดอยู่แถวๆ นี้"
'เอ๋? ไอ้พวกนี้มันพล่ามเรื่องไร้สาระอะไรกัน?' แอชเชอร์งุนงงกับสิ่งที่ได้ยิน ตอนแรกเขาคิดว่าพวกมันอาจจะจำคนผิด แต่แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล พวกนี้รู้ดีว่ากำลังพูดกับใคร
"เกิดอะไรขึ้น?" ในที่สุดแอชเชอร์ก็ถามออกไป เพราะเขาต้องการควบคุมสถานการณ์ที่แปลกประหลาดนี้
ชายทั้งห้าคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่าพวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ปฏิกิริยาของพวกเขาทำให้แอชเชอร์ยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีกเมื่อชายคนหนึ่งพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ "ราชบุตรเขยพูดได้?"
"อะไรวะ...งั้นข้าก็ไม่ได้จินตนาการไปเองสินะ?"
"เราต้องไปทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบ!"
'เอ๋? ราชบุตรเขย?' แอชเชอร์ไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังพึมพำ และการที่พวกเขาเรียกเขาว่า 'ราชบุตรเขย' ก็หมายความว่าเขาเป็นสามีของราชินีปีศาจ! ลูกสาวของจอมมารได้ขึ้นครองบัลลังก์เร็วขนาดนี้เลยหรือ?
คนเลเวล 1 ที่ไม่มีมานาอย่างเขาจะมีสถานะเช่นนี้ได้อย่างไร? ร่างกายนี้เคยเป็นของคนแบบไหนกันแน่?
และการที่พวกเขาประหลาดใจหลังจากที่เขาพูด ทำให้เขาสงสัยว่าเจ้าของร่างคนก่อนไม่เคยพูดเลยหรือ? เขาเป็นใบ้หรืออะไร? ไม่สิ...พวกเขาบอกว่าเขาพิการทางสมอง? หมายความว่าเขาปัญญาอ่อนมาก่อนงั้นหรือ?
"ได้โปรดเถิดพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เสด็จไปกับพวกกระหม่อมเถิด พวกกระหม่อมจะนำพระองค์ไปยังที่ปลอดภัย" ชายเหล่านั้นรีบกล่าว แอชเชอร์จึงตามพวกเขาไปเพราะดูเหมือนพวกเขาไม่ได้ล้อเล่น การเล่นตามน้ำไปก่อนและเรียนรู้สถานการณ์เพิ่มเติมคงจะดีกว่า
ระหว่างทาง แอชเชอร์ถามทหารยามที่เดินอยู่ข้างๆ "บอกข้ามาสิว่าเจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับข้าบ้าง"
ชายทั้งห้าคนสบตากันด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนว่าพวกเขายังไม่คุ้นเคยกับการได้ยินเขาพูดหรือทำตัวแบบนี้
"เอ่อ ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ทราบว่าพระองค์ทรงจำเรื่องราวในชีวิตของพระองค์ได้ทั้งหมดหรือไม่ และกระหม่อมก็ไม่ทราบว่าข่าวลือเป็นจริงหรือไม่ แต่จากข่าวลือ กล่าวกันว่าพระองค์ทรงประสูติมาโดยไม่มีความสามารถในการคิดหรือกระทำ และแม้จะทรงเจริญพระชันษาขึ้น สิ่งต่างๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง" ทหารยามกล่าวขณะที่เพื่อนทหารยามของเขาสังเกตสีหน้าของราชบุตรเขย
'งั้นเจ้าของร่างคนก่อนก็เกิดมาพิการทางสมองจริงๆ สินะ? แค่ไม่มีมานาก็ยังไม่พออีกเหรอ' แอชเชอร์ครุ่นคิดและได้แต่จินตนาการว่าชีวิตเช่นนั้นคงจะเลวร้ายน่าดู เขานึกถึงภาพนิมิตหรือความทรงจำแปลกๆ ที่เห็นหลังจากที่เขาตายไป ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นของร่างกายนี้ แต่ความทรงจำเหล่านี้ยังคงคลุมเครือและพร่ามัว
เขายังสังเกตเห็นว่าแม้แต่ทหารยามเหล่านี้ก็ยังมองเขาด้วยความสงสารจากท่าทีและคำพูดของพวกเขา
ก่อนที่เขาจะพูดกับพวกเขา พวกเขายังพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองรอบๆ ตัวเขา แต่ตอนนี้เมื่อพวกเขาตระหนักว่าเขาไม่ได้พิการทางสมองอีกต่อไป พวกเขาก็ระมัดระวังคำพูดมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเพียงเพราะสถานะของเขาที่เขายังคงไม่เชื่อ การสังหารจอมมารยังคงรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน และวันนี้เขาก็ได้แต่งงานกับราชินีปีศาจแล้ว นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?
"แล้วจอมมารล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?" แอชเชอร์ถามเพราะรู้สึกว่าทั้งหมดนี้มันแปลกๆ
เหล่าทหารยามมีสีหน้าประหลาดใจอีกครั้งขณะที่คนที่เดินอยู่ข้างๆ แอชเชอร์ตอบด้วยสีหน้าที่งุนงง "ฝ่าบาท...จอมมารของพวกเรา...น่าเสียดายที่สิ้นพระชนม์ไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ใช่ ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้พวกฮันเตอร์เวรนั่น! พวกมันฆ่าราชาของเราและยังคงใช้ชีวิตกระจอกๆ ของพวกมันต่อไป" ทหารยามอีกคนกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจและดูเหมือนจะเป็นข้ารับใช้ผู้ภักดีของอดีตจอมมาร
"ช่างไม่ยุติธรรมเลย หากเพียงแต่เรามีความแข็งแกร่งพอที่จะฆ่าพวกฮันเตอร์ที่ทรงพลังเหล่านั้นได้ เราคงจะรับเควสแบบนั้นและทำลายบ้านที่น่าเกลียดของพวกมันไปแล้ว น่าเสียดายที่เราอ่อนแอเกินไปที่จะทำอะไรได้" ทหารยามอีกคนคร่ำครวญ
'หนึ่งปีเต็มผ่านไปแล้วหลังจากข้าตาย? อะไรวะเนี่ย...' แอชเชอร์ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรหลังจากตระหนักถึงความจริงนี้ เพราะความทรงจำที่เขาถูกทุกคนที่รู้จักทรยศยังคงสดใหม่อยู่ในใจ
"แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น? ใครขึ้นครองบัลลังก์?" แอชเชอร์ถามด้วยสายตาที่แคบลง ในใจของเขามีการคาดเดาอยู่สองอย่างว่าใครคือผู้สืบทอด
༺༻