เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

52 หมอกหนาและเถาวัลย์มายา

52 หมอกหนาและเถาวัลย์มายา

52 หมอกหนาและเถาวัลย์มายา


52 หมอกหนาและเถาวัลย์มายา

“วื้ออออออออออ!”

หลุมขนาดใหญ่ที่มีความกว้างถึง 40 เมตรได้เปิดขึ้นที่หน้าของดาดฟ้าเรือบิน ลมเย็นได้พุ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าและกระจายไปทั่วทั้งลำ ทำให้เหล่านักเรียนที่สวมใส่แค่เสื้อกีฬาและกางเกงขาสั้น รู้สึกเย็นยะเยือก

“ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด...กระโดดลงไปซะ!” เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบสีดำชี้ไปที่หลุมขนาดใหญ่เบื้องหน้า และพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

ทันทีที่เขาเอ่ยคำพูดนี้ออกมา ใบหน้าของนักเรียนหลายคนต่างซีดเผือด

เรือบินเหลียวหยวนฮ่าวนั้น ลอยลำอยู่เหนือระดับน้ำทะเลหลายร้อยเมตร และเกาะมังกรปีศาจก็ตั้งอยู่ใต้ยานลำนี้ หากพวกเขากระโดดลงไปจากจุดนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตกลงไปในทะเล พวกเขาก็มีแต่จะตกลงไปตายเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป เมื่อพวกเขาลงไปถึงเกาะเลย

“เป็นอะไรกันไปหมดล่ะ? ไม่มีใครกล้าพอที่จะกระโดดลงไปเลยเหรอยังไง? อืม แต่ก็ไม่เป็นไร พวกเธอยังสามารถถอนตัวออกจากการแข่งขันได้ มันยังไม่สายเกินไปหรอกนะ และ การแข่งขันท้าทายขีดจำกัดก็ไม่ที่ของพวกคนขี้ขลาดด้วย!” เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบสีดำหัวเราะออกมาอย่างดูถูก

คำพูดนี้ได้ไปกระตุ้นความกล้าของนักเรียนหลายคน เด็กหนุ่มที่มีสิวแดงเต็มหน้า ที่เป็นคนแรกที่พูดออกมาว่า เขาอยากจะเข้าเรียนในสถาบันการทหารแห่งแรกของสหพันธรัฐ ได้โผล่พรวดออกมาจากฝูงชน เขาร้องตะโกนออกมาว่า “ถ้าพวกนายจะกระโดด ก็จงกระโดดซะ! พวกนายจะต้องกลัวอะไรกัน? ถ้าพวกนายกลัวตาย ก็ไม่ต้องมาเป็นผู้ฝึกตนหรอก!”

เขาก้าวไปข้างหน้าและกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง แล้วก็กระโดดลงไปในหลุมที่เปิดกว้างนั้น เด็กหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยสิวร้องตะโกนออกมาเสียงแหลม และมันก็ถูกกลบไปด้วยเสียงของลม

เมื่อมีคนนำแล้ว คนอื่นๆก็เริ่มพากันกระโดดตามลงไป ความจริงแล้ว ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ที่ด้านล่างนั้นได้มีการจัดเตรียมบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาต้องตกลงไปตายไว้อยู่แล้ว พวกเขาเพียงแค่ลืมคิดไปก็เท่านั้น

หลี่เย้าปะปนเข้าไปกับฝูงชน และไปยืนอยู่ตรงปากหลุม เขามองลงไปด้านล่างพร้อมกับลมเย็นที่พัดเข้าหน้าของเขา และเห็นว่านักเรียนกว่าพันคนที่กระโดดลงไปก่อนหน้านี้ ยังลงไปไม่ถึงพื้นเลย

พวกเขาต่างลอยอยู่กลางอากาศคล้ายกับมีแหที่มองไม่เห็นดึงพวกเขาเอาไว้ และทำให้การร่วงหล่นลงไปของพวกเขาช้ามาก

“วงแหวนอักขระลดความเร็วอย่างนั้นเหรอ?”

หลี่เย้าเม้มปาก วงแหวนอักขระลดความเร็ว เป็นวงแหวนอักขระที่จำเป็นสำหรับคนที่บินอยู่บนดาบบิน เผื่อในสถานการณ์ที่พวกเขาถูกศัตรูโจมตี และร่วงลงไปจากดาบบิน ที่พวกเขาต้องทำก็คือเปิดการใช้งานวงแหวนอักขระลดความเร็ว จากนั้น พวกเขาก็จะค่อยๆลอยลงไปที่พื้น และไม่เสียชีวิตจากการตกลงมาจากที่สูง

แต่วงแหวนอักขระลดความเร็วทั่วไปนั้น สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้เพียง 3-5 เมตรเท่านั้น แต่วงแหวนอักขระลดความเร็วนี้กลับมีจุดศูนย์กลางที่กว้างหลายพันเมตร มันเป็นวงแหวนอักขระลดความเร็วที่มีขนาดใหญ่มาก

หลี่เย้าเลิกลังเลและจับปุจิของเขาเอาไว้ เขาพุ่งไปด้านหน้าและกระโดดลงไปที่ความสูงหลายร้อยเมตร!

เกิดเสียงกรีดร้องของสายลมรอบตัวเขา ราวกับมีนกบินอยู่ใต้เท้าของเขา ความรู้สึกนี้ คล้ายกับการเล่นเซิร์ฟอยู่บนดาบบิน มันสุดยอดเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาได้!

แต่หลี่เย้าสนุกไปกับความรู้สึกนี้ได้ไม่ถึง 2 วินาที ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงแสงสีขาวปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ทันทีที่ร่างกายของเขาถูกแสงหุ้มเอาไว้ เขาก็รู้สึกได้ถึงความเร็วที่ลดลงในทันที ราวกับว่า เขากำลังจมลงไปในลูกบอลนุ่น ความเร็วของเขาลดลงจนถึงขีดสุด

หลังจากที่จมอยู่ในลูกบอลนุ่นที่มองไม่เห็นนานหลายวินาที ร่างกายของเขาก็ถูกปลดปล่อยกลับมามีน้ำหนักและความเร็วตามเดิม เสียงลมกรีดร้องที่ข้างหูของเขาอีกครั้ง

และครั้งนี้ ยังผ่านไปไม่ถึง 2 วินาทีด้วยซ้ำ แล้วเขาก็จมลงไปในลูกบอลนุ่นที่มองไม่เห็นลูกที่สอง

เขามองลงไปด้านล่าง ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันนับร้อยที่ขยับแขนขาของตัวเอง ราวกับว่าพวกเขากำลังอยู่ในน้ำ หลี่เย้าใช้ความคิด และในที่สุด เขาก็เข้าใจปริศนาของวงแหวนอักขระลดความเร็ว

วงแหวนอักขระหลายสิบ หรือหลายๆชั้นได้ถูกติดตั้งไว้ในอากาศที่อยู่ระหว่างเรือบินเหลียวหยวนฮ่าวและเกาะมังกรปีศาจ ในทุกชั้นจะสามารถลดการแรงกระแทกได้

ด้วยวิธีนี้ ผู้เข้าแข่งขันก็จะสามารถไปถึงเกาะมังกรปีศาจได้อย่างปลอดภัย โดยการผ่านชั้นวงแหวนอักขระแต่ละชั้นลงไป

การใช้วงแหวนอักขระด้วยวิธีนี้ เป็นความคิดที่ชาญฉลาดอย่างมาก หลี่เย้าถอนหายใจออกมาด้วยความชื่นชม และได้ค้นพบว่า สิ่งที่เขาจำเป็นต้องเรียนรู้นั้นยังมีอยู่อีกมากมาย

และลึกลงไปในจิตใจของเขาก็ได้ปรากฏแสงสว่างออกมา และกลายเป็นเงาร่างความทรงจำของโอเย่หมิง พวกมันมีจำนวนมากและปนเปกันไปหมด

แล้วในที่สุด...

หลังจากผ่านชั้นวงแหวนอักขระลดความเร็วไปกว่าสิบชั้น หลี่เย้าก็โรยตัวลงมาสิบกว่าเมตรเหนือเกาะมังกรปีศาจได้อย่างปลอดภัย ป่าไม้ที่เขียวชอุ่มจนสุดลูกหูลูกตา นักเรียนมากมายค่อยๆร่อนลงมาที่พื้น

เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรดังออกมาจากส่วนลึกของป่า

วินาทีแรกของการต่อสู้ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

หลี่เย้าลืมตาขึ้นมา เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน คล้ายกับช่วงเวลาที่เขารอคอยยานขนส่งขยะในสุสานอาร์ติเฟ็กซ์

ขาทั้งสองข้างของเหยียบลงไปบนกิ่งไม้ เขาใช้แรงดิ่งและยืมความหยืดหยุ่นของกิ่งไม้ แล้วเปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงเข้าไปในป่า และเคลื่อนไหวราวกับเสือดำ เขาเหยียบลงไปที่พื้นอย่างมั่นคง

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก

ในตอนที่เขากำลังร่วงหล่นลงมานั้น เขาก็ได้สังเกตสิ่งที่อยู่ด้านล่างไปด้วย ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเกาะมังกรปีศาจก็คือ ความจริงที่ว่ามันเป็นเกาะทรงเรียวยาว และมีควันสีดำลอยวนอยู่รอบเกาะ เขาไม่ได้รู้สึกถึงความน่ากลัวจากมันเลย

แต่ทันทีที่เขาเหยียบย้ำลงไปบนเกาะ เขาก็พบว่า ความจริงแล้ว ทั่วทั้งเกาะได้ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ยักษ์ ซึ่งปิดกั้นไม่ให้เห็นท้องฟ้าและโลกใบนี้ได้เลย

เขาเงยหน้าขึ้นมองด้านบน ทั้งหมดที่เขามองเห็นมีเพียงหมอกสีเทาที่หมุนวนตามกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่เท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะสามารถมองทะลุออกไปให้เห็นท้องฟ้าและก้อนเมฆได้ ไม่ว่าแสงอาทิตย์จะสาดส่องลงมาแรงแค่ไหน แต่เมื่อมันส่องผ่านเข้าไปในหมอกสีเทา มันก็กลายเป็นแค่เพียงแสงสีเหลืองอ่อนบางเบาเท่านั้น

ไอพิษสีเขียวลอยอยู่เต็มไปหมด หลี่เย้าสามารถมองเห็นรอบด้านได้ในระยะ 3-5 เมตรเท่านั้น ไกลออกไปนั้น เขาเห็นเพียงแค่เส้นขอบที่ซิกแซกไปมาราวกับเขี้ยวของสัตว์อสูร ต้นไม้ยักษ์ที่บิดเกรียว มันแกว่งไกวไปตามแรงลม คล้ายกับภาพของสัตว์อสูรที่กำลังกวัดแกว่งกรงเล็บของพวกมัน

เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขายังสามารถได้ยินเสียงต่อสู้ดังมาจากที่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้ คล้ายกับว่า ไอพิษได้ตัดการได้ยินนั้นไปจนหมด แม้แต่เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรก็ยังเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน วินาทีแรก คล้ายกับว่ามีเสียงคำรามดังมาจากด้านบน วินาทีต่อมา ก็คล้ายกับมีเสียงพึมพำดังอยู่ที่ข้างหูของเขา มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับว่า มีสัตว์อสูรที่น่าหวาดกลัวกำลังหลบซ่อนอยู่ด้านหลังเขา

ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามพันคน กระโดดลงมาที่เกาะมังกรปีศาจ ดูราวกับเม็ดทรายที่ถูกโปรยลงมาจากฟ้า และหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย

มันคล้ายกับว่า หลี่เย้าเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกทิ้งเอาไว้บนโลกใบนี้ และอาศัยอยู่บนเกาะที่เต็มไปด้วยฝูงสัตว์ดุร้าย

หลี่เย้าพิงหลังของเขากับต้นไม้สีดำขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยลูกตุ้ม เขาขยับแขนขาเพื่อเป็นการวอร์ม ด้วยท่าทีที่ดูสงบ แต่ก็ไม่อืดอาด พร้อมกับคอยสังเกตสิ่งรอบตัวเขาไปด้วย

มันไม่มีเส้นทางหรือถนนอยู่บนเกาะแห่งนี้เลย และมีแต่ดินโคลนและเศษซากเน่าเปื่อยอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา หากไม่ระวังให้ดี ก็อาจจะเหยียบโดนเศษโครงกระดูกของสัตว์อสูร และถูกทิ่มจนได้รับบาดเจ็บ ไอพิษสีเขียวถูกปลดปล่อยออกมาจนดูน่ารำคาญ และมันเป็นกลิ่นไปคล้ายกับสุสานอาร์ติเฟ็กซ์

“ฮิสสสส ฮิสสสส จักรพรรดิอสูรไม่มีทางปล่อยแกไป...”

อยู่ๆก็มีเสียงเล็กและฟังดูวิปริตดังออกมาจากด้านหลังของต้นไม้สีดำ

หลี่เย้ารู้สึกตกใจและหวาดกลัว เขาหันหลังกลับไปดู และเห็นว่าลูกตุ้มที่ห้อยอยู่บนต้นไม้กำลังบิดไปมา มันรวมตัวเข้าด้วยกัน และกลายเป็นใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวของสัตว์อสูรตัวหนึ่ง

ใบหน้านั้นพูดออกมาด้วยยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกลียด “คอยดู จักรพรรดิอสูรได้รวบรวมกำลังพลสัตว์อสูรนับล้านๆตัว อยู่ที่มหาสมุทรตงจี่ อีกไม่นาน เขาก็จะเข้าจู่โจมชายฝั่ง ดูดกลืนสหพันธรัฐ ฆ่าล้างผู้ชายทุกคน และกินผู้หญิงและเด็กให้หมด ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ!”

หลี่เย้ายิ่มเยาะ และพูดออกมาด้วยท่าทีสงบว่า “ฉันได้ศึกษาข้อมูลของเกาะมังกรปีศาจมาอย่างละเอียดแล้ว มีข้อมูลที่บอกว่า บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยพืชปีศาจที่เรียกว่า เถาวัลย์มายา มันจะปล่อยไอพิษที่ใช้สร้างภาพลวงตาตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งมันสามารถใช้สะกดจิตมนุษย์ได้ ทำให้คนที่ถูกสะกดจิตเกิดอาการประสาทหลอน แกเป็นแค่ภาพลวงตา แกหลอกฉันไม่ได้หรอก!”

อยู่ๆใบหน้าของสัตว์อสูรแข็งทื่อไปและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลับกลายเป็นต้นไม้ที่เต็มไปด้วยลูกตุ้มและภาพของสัตว์อสูรก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

หลี่เย้าถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในทันทีที่เขาเตรียมที่จะจากไป ต้นไม้สีดำก็เริ่มเกิดการสั่นไหวขึ้น เปลือกไม้บิดตัวและเปิดออกให้เห็นด้านใน ร่างของมนุษย์ที่เน่าเปื่อยไปครึ่งหนึ่งราวกับซากศพ ได้คืบคลานออกมา มันเงยหน้าขึ้นและหัวเราะใส่หลี่เย้า

ร่างของมันได้เน่าเปื่อยไปแล้วครึ่งหนึ่ง เนื้อของมันแหลกเหลวและอวัยวะของมันได้รวมตัวเข้ากับรากของต้นไม้สีดำ ใบหน้าด้านซ้ายของมันถูกปกคลุมด้วยเปลือกไม้และมอส มีเพียงใบหน้าด้านขวาเท่านั้นที่ยังพอมองออกอยู่บ้าง

มันคือ...ใบหน้าของโอเย่หมิง!

“เจ้าคิดว่า การดูดกลืนความทรงจำของข้ามันจะง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ? สักวันหนึ่ง ข้าจะครอบงำร่างกายนี้! เพื่อเกิดใหม่ในยุคสมัยใหม่ปี 40,000!”

โอเย่หมิงหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย กิ่งก้านของต้นไม้ได้กลายเป็นแขนของเขาและพุ่งออกไปจับหลี่เย้า

จบบทที่ 52 หมอกหนาและเถาวัลย์มายา

คัดลอกลิงก์แล้ว