เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

51 คมดาบของมนุษยชาติ!

51 คมดาบของมนุษยชาติ!

51 คมดาบของมนุษยชาติ!


51 คมดาบของมนุษยชาติ!

ดวงตาของเซี่ยทิงเสียนเบิกกว้าง และริ้วรอยบนใบหน้าของเขาเริ่มกระตุก เขาวาดวงแหวนอักขระด้วยมือขวา แล้วแสงสีม่วงก็เปล่งแสงครอบคริสตัลโพรเซสเซอร์เอาไว้

เศษเสี้ยวความทรงจำจากการซ่อมก่อนหน้านี้ ถูกดึงออกมาจากตัวอาร์ติเฟ็กซ์ เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ก่อนที่เซี่ยทิงเสียนจะค่อยๆพยักหน้าของเขา

“พอคิดถามที่เธอบอกฉันมาแล้ว ฉันก็ลองแสกนอาร์ติเฟ็กซ์นี้ดูอีกครั้งอย่างละเอียด ฉันก็พบว่า มีอยู่สองสามจุดที่ทำออกมาได้อย่างไม่ค่อยชำนาญมากนัก และจุดเชื่อมบางจุดที่เห็นได้ชัดและไม่ราบเรียบ แต่สำหรับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ มันก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้ว”

“หนูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แล้วเขาก็เป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่การตื่นของรากวิญญาณอาจจะไม่ถึง 70% ด้วยซ้ำ เขาจะเก่งขนาดนั้นจริงๆเหรอคะ?” ซือเจียเสวี่ยอดที่จะถามออกมาไม่ได้

“แน่นอนที่สุดเลยล่ะ เพราะการตื่นของรากวิญญาณยังไม่ถึง 70% ของเขา แต่กลับสามารถประดิษฐ์งานออกมาได้ดีขนาดนี้ มันยิ่งทำให้เขาพิเศษมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง! เพื่อนนักเรียนคนนี้ของเธอมีชื่อว่าอะไรเหรอ? แล้วเขาได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยรึเปล่า?” เซี่ยทิงเสียนถามออกมาด้วยความสนใจ

“เขามีชื่อว่า หลี่เย้า ค่ะ ฉันมีข้อมูลบางอย่างของเขาอยู่ด้วย ปู่เซี่ยลองอ่านดูได้นะคะ”

ซือเจียเสวี่ยดึงวิดีโอออกมาจากคริสตัลโพรเซสเซอร์ของเธอ

“โอ้ เป็นหนุ่มน้อยคนนี้เองหรอกเหรอเนี้ย?”

เซี่ยทิงเสียนต้องตกใจอีกครั้ง และได้เผยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจของเขาไม่หุบ เขาพยักหน้าซ้ำๆ “หนุ่มน้อยคนนี้น่าสนใจจริงๆ ดูเหมือนว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ ฉันคงจะต้องจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดซะแล้ว”

......

เช้าของวันใหม่เวลา 8.30 น. นักเรียนทั้ง 3,000 คน ได้มารวมตัวกันที่ดาดฟ้าท้ายเรือธงเหลียวหยวนฮ่าว

ดาดาฟ้าเนื้อที่กว้าง เต็มไปด้วยเหล่าวัยรุ่นเลือดร้อนถึง 3,000 คน พวกเขาส่งเสียงดังจอแจ ดูคล้ายกับว่าดาดฟ้าเรือกำลังจะพลิกคว่ำ

หลังจากที่ได้เข้าร่วมงานสัมมนาไปเมื่อวาน ในเวลานี้ ทุกคนต่างเข้าใจถึงความแข็งแกร่งและข้อมูลของทั้ง 9 มหาวิทยาลัยชั้นยอด พวกเขาต่างก็ตั้งตาที่จะได้เข้าสู่โลกของผู้ฝึกตนที่เต็มไปด้วยปริศนาไม่รู้จบใบนั้น

“ฆ่าฆ่าฆ่า ฉันจะฆ่าอย่างสุดความสามารถบนเกาะมังกรปีศาจ ฉันจะขึ้นไปอยู่เหนือนักเรียนนับพัน และได้รับความสนใจจากสถาบันการทหารแห่งแรกของสหพันธรัฐ และกลายเป็นนักเรียนทหารที่มีชื่อเสียงให้ได้!” เด็กหนุ่มร่างสูงและใบหน้าที่เต็มไปด้วยสิวได้คำรามออกมา ท่ามกลางฝูงชน

“สิ่งที่ฉันเชี่ยวชาญมากที่สุดก็คือการสังเคราะห์ตัวยา ฉันได้ยินมาว่า บนเกาะมังกรปีศาจมีสมุนไพรและพืชพันธุ์ที่มีสรรพคุณทางยาอยู่กว่า 10,000 ชนิด แล้วฉันก็จะแสดงทักษะของฉันให้เหล่าแมวมองจากวิทยาลัยการแพทย์เทียนตูได้เห็น!” ข้างๆเขา มีเด็กสาวผิวแทนและใบหน้าที่น่ารัก ได้พูดออกมาด้วยความมั่นใจ

“ฉันมีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ตั้งแต่ที่ฉันเติบโตขึ้นมา—ก็คือกลายเป็น แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ และสั่งการกองทัพขนาดใหญ่! ถ้าฉันสามารถเข้าสู่รอบตัดสินได้ คนที่ได้อยู่ทีมเดียวกับฉันก็คงจะโชคดีมาก เพราะฉันสามารถสั่งการทุกคนให้ต่อสู้ร่วมกับฉัน ได้เหมือนกับยุทธวิธีของทางกองทัพของสหพันธรัฐ แล้วศัตรูก็จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!” เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนตัวเล็ก แต่เมื่อเขาพูด มันกลับเต็มไปด้วยพลัง

เหล่าเด็กหนุ่มสาวทั้ง 3,000 คน คือเหล่าผู้มีพรสวรรค์ที่ถูกคัดสรรออกมาจากหลายสิบเมืองอย่างพิถีพิถัน มันไม่สำคัญว่าความแข็งแกร่งของพวกเขามีมากแค่ไหน แค่พวกเขาล้วนมีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม

แมวมองจากทั้ง 9 มหาวิทยาลัยชั้นยอด ตัวแทนของกองทัพ และครูผู้ดูแลของนักเรียนหลายๆคน ได้เดินออกมาจากโถงทางเดินทั้งสองฝั่งของตัวเรือ พวกเขาเดินออกมารวมตัวกันทีละคนๆ และเผยรอยยิ้มออกมา เมื่อได้เห็นความมั่นใจบนใบหน้าของเด็กๆแต่ละคน มันทำให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

“ผ่านไปปีแล้วปีเล่า และก็มาถึงอีกปีหนึ่งแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ พอฉันได้เห็นเด็กๆพวกนี้ มันก็ทำให้ฉันนึกย้อนไปถึงปีนั้น และวันเวลาที่เราได้ร่วมแข่งขันท้าทายขีดจำกัด พวกเราในเวลานั้น...เรายังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น!”

“ใช่แล้วล่ะ เหตุผลเดียวที่สหพันธรัฐสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เรื่อยๆ ภายใต้การโจมตีของสัตว์อสูรมากมาย ก็เพราะคนหนุ่มสาวเหล่านี้!”

“ไม่รู้ว่าในปีนี้จะมีเด็กๆที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์สักกี่คน ที่จะสามารถพุ่งทะยานออกมาจากนักเรียนกลุ่มนี้ และมีคุณสมบัติพอที่จะเดินไปบนเส้นทางของการบ่มเพาะ? ผมคงต้องขอพูดเอาไว้ก่อนเลยนะ ครูจาง ผมได้เลือกผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 2087 เอาไว้แล้ว อย่าได้คิดพยายามที่จะมาแย่งชิงกับผมเด็ดขาด!”

“ฮาฮา หมายเลข 2087 อย่างนั้นเหรอ? หลังจากนี้ ผมคงต้องให้ความสนใจกับเขาเป็นพิเศษแล้วล่ะ ถ้าเขามีพรสวรรค์อยู่จริงๆ มันก็คงต้องขึ้นอยู่กับทรัพยากรของแต่ละฝ่ายแล้วล่ะ ว่าใครจะสามารถเสนอได้สูงที่สุด!”

ในวันที่เร่าร้อนและเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกแบบนี้ หลี่เย้ากลับยืนอย่างสงบอยู่ที่มุมหนึ่งของดาดาฟ้า ปุจิขนสีขาวปุกปุยได้นอนอยู่บนหัวของเขาอย่างเป็นสุข หัวของมันเอียงไปมา ราวกับว่า มันกำลังกรนอยู่

เมื่อคืน หลี่เย้าเอาแต่กระสับกระส่ายและไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ดังนั้น เขาจึงลุกขึ้นมากลางดึกเพื่อศึกษากติกาของการแข่งขัน ดวงตาของหลี่เย้าแดงก่ำ แต่เขาก็ยังคงกระฉับกระเฉิงจากการที่เขาตื่นเต้นมากเกินไป

มันเป็นเพราะว่า เขาได้ค้นพบช่องโหว่ในกติกาของการแข่งขัน บางที มันอาจจะเป็น “โอกาส” ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้เห็นมัน

แต่เขาก็ไม่รู้ว่า กลยุทธ์ที่เขาสร้างขึ้นมาโดยเน้นไปที่เรื่องของ “ช่องโหว่” จะได้ผลหรือไม่

หากมันสำเร็จ เขาก็มีโอกาสถึง 90% ที่จะเข้าไปอยู่ในท๊อป 50 ในรอบตัดสินได้!

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ภายในใจนั้น แสงสว่างตรงหน้าเขาก็มืดลง ร่างสูงใหญ่ได้ปรากฏขึ้น และก้มลงมองมาที่เขา

เขาก็คือ...เฮ่อเหลียนเลี่ย!

“เพื่อนนักเรียนหลี่เย้า เกาะมังกรปีศาจเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่มาก แต่มันก็เล็กมากเช่นกัน ฉันหวังว่านายจะหลุดออกจากการแข่งขันได้โดยเร็วที่สุดนะ เพราะนายคงจะไม่อยากมาเจอกับฉันบนเกาะมังกรปีศาจหรอก” หลังจากที่พูดออกไปแล้ว เฮ่อเหลียนเลี่ยก็หยุดไปและเผยให้เห็นรอยยิ้มมาดร้าย

หลี่เย้ามองไปที่เขาอย่างเฉยเมย หลังจากนั้นสักพัก เขาก็นำหูฟังออกมาจากหูทั้งสองข้างของเขา เกิดเสียงดนตรีจังหวะเร่าร้อนดังออกมาจากหูฟัง

“หืม? เพื่อนนักเรียนเฮ่อเหลียนเลี่ย เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ? ฉันต้องขอโทษด้วย พอดีฉันฟังเพลงอยู่น่ะ เลยไม่ได้ยินที่นายพูด นายพูดอีกครั้งจะได้ไหม?” หลี่เย้าพูดออกมาด้วยท่าทีที่ดูงุนงง

ใบหน้าของเฮ่อเหลียนเลี่ยแดงก่ำ เขาส่งเสียงหึออกมา แล้วเดินจากไปและกลืนเข้าไปในฝูงชน

หลี่เย้าเฝ้ามองตามหลังของเฮ่อเหลียนเลี่ยอยางตั้งใจ และหัวเราะออกมา บนสีหน้าที่มีรอยยิ้มของเขา ปรากฏภาพของ “อีแร้ง” อยู่กลายๆ

“ความจริงแล้ว ฉันรอคอยที่จะได้เผชิญหน้ากับนายบนเกาะมังกรปีศาจมากๆเลยล่ะ เพื่อนนักเรียนเฮ่อเหลียนเลี่ย!”

ในเวลานั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่บนดาดฟ้า

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ผ่านร้อนหนาว และราวกับถูกแกะสลักออกมาด้วยคมดาบ ได้ปรากฏออกมาตรงกลางของหน้าจอโฮโลแกรม ดวงตาทั้งสองข้างที่ฝังลึกอยู่ในเบ้าตานั้นราวกับได้บรรจุจักรวาลทั้งหมดเอาไว้ในนั้น ดวงดามนับแสนได้เปล่งประกายอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น

“เขาคือ เสวี่ยฮ่าวหราน ผู้นำสหพันธรัฐเสวี่ยฮ่าวหราน!” นักเรียนหลายคนได้ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

“นักเรียนทุกคน เราได้มาถึงอีกปีของการแข่งขันท้าทายขีดจำกัดกันแล้ว ในวันนี้ พวกเธอทุกคนคือลูกเหยี่ยวที่ยังไม่ได้สยายปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า พวกเธอทุกคนยังไม่ได้ก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ!”

“แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเธอจะกลายเป็นเสาหลักของชาติ พวกเธอจะปกป้องบ้านเกิดของเรา ปกป้องสหพันธรัฐ และปกป้องความหวัง ความฝัน และเกียรติยศในอารยธรรมมนุษยชาติของเรา!”

“ดังนั้น จงดิ้นรนและต่อสู้! สู้เพื่อตัวเอง และสู้เพื่ออนาคตของสหพันธรัฐ! เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ!”

“จำเอาสิ่งนี้เอาไว้ให้ดี มนุษยชาติคือเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสงครามแห่งดวงดาวไร้ที่สิ้นสุด และผู้ฝึกตน...คือคมดาบของมนุษยชาติ! ดาบเล่มนี้ จะฟาดฟันอสูรและกำจัดปีศาจ ทำลายภูเขาและตัดวิหาร ถอนรากถอนโคนและทำลายเผ่าพันธุ์อื่นให้สิ้น ขยายอาณาเขตและดินแดนของเรา จนกว่าเราจะปกครองทั่วทั้งจักรวาล!”

“ฉันหวังว่า พวกเธอจะกลายมาเป็นผู้ฝึกตนแบบนี้ กลายเป็นคมดาบของสหพันธรัฐ ฉันขอให้พวกเธอทุกคนประสบความสำเร็จ!”

ผู้นำสหพันธรัฐเสวี่ยฮ่าวหราน ยืนตรงอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานของเขา เขาถอยไปหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วทำความเคารพในแบบของทหารต่อนักเรียนทั้ง 3,000 คน

บนดาวเทียนหยวนที่ซึ่งมีสัตว์อสูรดุร้ายวิ่งพล่านไปทั่ว สหพันธรัฐถูกก่อตั้งขึ้นมาจากการสู้รบ ผู้นำสูงสุดก็ยังเป็นทหาร การทำความเคารพแบบทหารเป็นการทำความเคารพที่การปฏิบัติที่น่ายกย่อง และเป็นการแสดงความนับถืออย่างสูงสุด

“ผู้นำสหพันธรัฐเสวี่ยฮ่าวหรานทำความเคารพในแบบทหารต่อพวกเรา นักเรียนมัธยมปลายอย่างนั้นเหรอ?”

“เพื่ออนาคตของสหพันธรัฐ...เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ...เรา...เรามีพลังมากขนาดนั้นจริงๆเหรอ?”

“แน่นอนว่าเรามี! ในเวลานี้ เราอาจจะเป็นแค่เพียงนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ แต่ลองคิดถึงผู้ฝึกตนในระดับเขตแดนวิญญาณ, และพวกสัตว์ประหลาดในระดับรวมวิญญาณพวกนั้นดูสิ...มีใครบ้างที่ไม่ได้เริ่มจากการเรียนในชั้นประถม, มัธยมต้น, และมัธยมปลาย ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตนบ้าง? ใครจะไปสามารถกลายเป็นสัตว์ประหลาดระดับรวมวิญญาณได้ตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่กัน! ถ้าพวกเขาสามารถทำได้ พวกเราก็ต้องทำได้เหมือนกัน!”

“มันจะต้องมีสักวันหนึ่ง ที่ฉันจะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่ยิ่งใหญ่ ที่มีพลังเขย่าโลกและเฉิดฉายไปทั่วทุกหนแห่ง ไล่สังหารสัตว์อสูรและปกป้องสหพันธรัฐ!”

“สังหารอสูรและกำจัดปีศาจ ทำลายภูเขาและตัดผ่านวิหาร ถอนรากถอนโคนและทำลายเผ่าพันธุ์อื่นให้สิ้น ขยายอาณาเขตและดินแดน และปกครองทั้งจักรวาล...มันสุดยอดไปเลย นี่คือเส้นทางที่ฉันจะก้าวไป นี่คือโชคชะตาของเหล่าผู้ฝึกตน! ฉันรอต่อไปไม่ไหวแล้ว!”

ด้วยการทำความเคารพของเสวี่ยอ่าวหรานเพียงเท่านั้น ก็สามารถทำให้บรรยากาศโดยรอบเร่าร้อนขึ้นมาได้ และทำให้เยาวชนทั้ง 3,000 คนเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

ภาพเดียวกันนี้ ได้เกิดขึ้นในสนามสอบของเขตอื่นๆด้วยเช่นกัน เลือดในกายของคนหนุ่มสาวต่างเดือดพล่าน!

เจ้าหน้าที่ในชุดสีดำ พร้อมด้วยกะโหลกศีรษะของสัตว์อสูรที่พาดอยู่บนไหล่ข้างหนึ่งของเขา เขามองดูภาพของความตื่นเต้นจนถึงที่สุดของเหล่าหนุ่มสาว และได้ประกาศออกมาด้วยเสียงอันดังว่า:

“การแข่งขันท้าทายขีดจำกัดประจำปี ครั้งที่ 137 เริ่มขึ้น ณ บัดนี้! ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเตรียมตัว!”

จบบทที่ 51 คมดาบของมนุษยชาติ!

คัดลอกลิงก์แล้ว