- หน้าแรก
- บ้าไปแล้วเหรอ นี่เธอเรียกเสือไซบีเรีย ว่าเจ้าตัวเล็กเนี่ยนะ
- บทที่ 1: เชื่องเป็นลูกแมวเลย? นี่มันเสือไซบีเรียจริงปะเนี่ย?
บทที่ 1: เชื่องเป็นลูกแมวเลย? นี่มันเสือไซบีเรียจริงปะเนี่ย?
บทที่ 1: เชื่องเป็นลูกแมวเลย? นี่มันเสือไซบีเรียจริงปะเนี่ย?
“ผอ.จาง เสือไซบีเรียตัวนี้ราคาแค่สองแสนเองหรือครับ?”
ซูหยวนจ้องมองเสือไซบีเรียร่างยักษ์หลังรั้วเหล็ก น้ำลายแทบสอ
เขาอุตส่าห์ไปสืบราคาจากสวนสัตว์อื่นมาแล้ว ไซส์บิ๊กเบิ้มขนาดนี้ อย่างต่ำก็ปาเข้าไปห้าหกแสน บางตัวแตะหลักล้าน!
แค่สองแสน... ราคานี้... มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ...
“โฮกกก!”
พลันเสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้น!
เจ้าเสือที่เมื่อครู่ยังเดินเอื่อยเฉื่อยอยู่ในกรง บัดนี้กลับพุ่งทะยานขึ้นมาราวกับพายุ! อุ้งเท้าหน้ามหึมาตะปบกรงเหล็กไว้แน่น ก่อนจะใช้ขาหลังถีบส่งร่างยักษ์ให้พุ่งทะยาน!
ในชั่วพริบตา! ร่างของมันก็ไปถึงขอบรั้วแล้ว
แคว่ก!
อุ้งเท้าหน้าของมันตะครุบขอบรั้วไว้ได้อย่างแม่นยำ!
มันใช้สองอุ้งเท้าอันทรงพลังดึงร่างตัวเองขึ้นอย่างคล่องแคล่วไม่ต่างจากคนโหนบาร์ ก่อนที่หัวเสือขนาดมหึมาจะโผล่พ้นออกมา
“โฮกกก!”
มันคำรามลั่นอีกครา
ครั้งนี้เสียงของมันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก! ทำเอาเหล่านักท่องเที่ยวที่มุงดูอยู่ถึงกับช็อกตาตั้ง
“อ๊า!!!”
เสียงกรีดร้องระเบิดขึ้น ทุกคนต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน!
แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ผอ.จางที่ยืนอยู่ข้างกายซูหยวนกลับนิ่งสงบ
“ไม่ต้องตกใจไป มันออกมาไม่ได้หรอก” ผอ.จางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับเห็นภาพนี้จนชาชิน
และก็เป็นจริงดั่งที่เขาว่า
แม้เจ้าเสือจะพยายามปีนป่ายสุดชีวิต แต่มันก็มิอาจขยับขึ้นไปได้อีก
นั่นก็เพราะส่วนบนสุดของรั้วถูกออกแบบให้มีเหล็กโค้งงอเข้าด้านในยาวนับเมตรเพื่อป้องกันการหลบหนี อุ้งเท้าหน้าของมันจึงทำได้เพียงเกาะเกี่ยวอยู่แค่นั้น ส่วนขาหลังก็ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศอย่างไร้ที่ยึดเหนี่ยว
เดี๋ยวเดียวก็คงหมดแรงร่วงลงไปเอง
พอเห็นสภาพของเสือตรงหน้า ซูหยวนก็เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดมันถึงมีราคาแค่สองแสน
“อ๋อ... ที่แท้ก็เพราะมันชอบแหกคอกนี่เอง ถึงได้ขายถูกขนาดนี้ใช่ไหมครับ?” ซูหยวนเอ่ยถาม
ผอ.จางพยักหน้า... แล้วส่ายหน้า
“เรื่องแหกกรงน่ะจิ๊บจ๊อย” ผอ.จางถอนหายใจ “ที่ร้ายกว่านั้นคือเจ้าตัวนี้มันดุยังกับหมาบ้า”
เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อ “พนักงานของเราเกือบโดนมันขย้ำเอา”
“ตอนแรกเราตั้งใจจะฝึกมันเพื่อปล่อยคืนสู่ป่า แต่ดูท่าตอนนี้คงต้องพับโครงการไปก่อน”
“คุณอยากได้มันไปก็ได้นะ... ถ้าคุณทำให้มันเชื่องได้”
พอพูดถึงตรงนี้ ผอ.จางก็หัวเราะออกมา
“แต่ช่างมันเถอะ อย่าไปเสี่ยงเลย ขนาดสุดยอดผู้ฝึกจากสวนสัตว์โมตูกับสวนสัตว์ตี้ตูยังถอดใจ”
“ผอ.ซู ถ้าคุณชอบสัตว์ตระกูลแมวจริงๆ เดี๋ยวผมพาไปดูเสือดาวดีกว่า...”
ยังไม่ทันขาดคำ ผอ.จางก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าซูหยวนหายไปจากข้างกายเสียแล้ว
พอหันไปอีกที... ก็เห็นซูหยวนเดินลิ่วเข้าไปประชิดขอบรั้ว ห่างจากหัวเสือไม่ถึงครึ่งเมตร!
“เฮ้ย! คุณจะทำบ้าอะไร! ไม่กลัวโดนขย้ำรึไง!” ผอ.จางร้องลั่น รีบพรวดพราดเข้าไปหมายจะดึงซูหยวนกลับมา
“อย่าเข้ามา!” ซูหยวนยกมือห้ามเสียงแข็ง
เมื่อเห็น ผอ.จาง ชะงัก ซูหยวนจึงอธิบาย “มาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่ให้ลองได้ยังไงล่ะครับ อีกอย่าง... ตอนนี้มันติดแหง็กอยู่แบบนี้ ขึ้นไม่ได้ลงไม่รอด ถือเป็นโอกาสทองเลยไม่ใช่เหรอ?”
นี่มันเสือไซบีเรียราคาแค่สองแสนเชียวนะ!
หากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขาคงนอนไม่หลับไปสามวันสามคืน!
“ถ้างั้นก็ระวังตัวด้วย! อย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาด! ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็ถอยออกมา เดี๋ยวผมลดราคาตัวอื่นให้พิเศษเลย!” ผอ.จางรีบกำชับ
เขาไม่ได้ห่วงอะไรหรอก แค่กลัวว่าซูหยวนจะมาเป็นอะไรไปในสวนสัตว์ของเขา ถ้าเกิดเรื่องถึงชีวิตขึ้นมา มีหวังสวนสัตว์ได้ปิดกิจการแน่!
“ไม่เป็นไรครับ ผมเอาอยู่!” ซูหยวนตอบกลับโดยไม่หันมามอง
ที่เขากล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้... ก็เพราะเขามีของดีอยู่ในตัว
ซูหยวนมีความสามารถพิเศษที่คนทั้งโลกไม่รู้...
เพียงแค่ตั้งสมาธิ เขาก็สามารถได้ยินความคิดของสัตว์ได้
เหมือนอย่างตอนนี้...
‘โว้ยยย คัน! คันหัวชะมัด! หงุดหงิดโว้ย เกาก็ไม่ถึง! ชิ! มนุษย์หน้าโง่ที่ไหนมาอีกวะเนี่ย! กำลังอารมณ์ขึ้นอยู่พอดี กล้าดีก็เข้ามาสิ เดี๋ยวแม่ตบหัวทิ่มเลย!’
นี่คือเสียงในใจของแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ ที่มีเพียงซูหยวนเท่านั้นที่ได้ยิน
แถมยังเป็นเสียงของเจ๊ใหญ่สุดเฟียซอีกต่างหาก!
ซูหยวนยกยิ้มมุมปาก รู้สึกเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง! เสือไซบีเรียราคาสองแสนไม่พอ ยังพ่วงตำแหน่งเจ๊ใหญ่สุดแซ่บมาด้วย
คันหัวเหรอ... เดี๋ยวป๊ะป๋าเกาให้เอง
ว่าแล้วซูหยวนก็ก้าวฉับๆ ไปยังขอบรั้วด้านในสุด ยืนประจันหน้ากับหัวของแม่เสือสาว
เมื่อเห็นมนุษย์หน้าโง่กล้าดีเข้ามาใกล้ถึงขนาดนี้ แม่เสือจึงยกอุ้งเท้าหนาเตอะขึ้น หมายจะฟาดใส่หน้าซูหยวนให้รู้สำนึก
แต่... มือของซูหยวนไวกว่า! เขายื่นมือไปเกาให้มันตรงจุดที่คันเป๊ะๆ!
‘ซี้ดดด... อ๊า... ตรงนั้นแหละ... ฟินเป็นบ้า... เกาอีก... ขออีกหน่อยสิเจ้ามนุษย์~~’
แม่เสือที่เมื่อครู่ยังดูดุร้ายราวกับปีศาจ พลันสงบลงในบัดดล อุ้งเท้าทั้งสองยังคงเกาะขอบรั้วไว้แน่น แต่กลับปล่อยให้ซูหยวนเกาหัวให้ตามใจชอบ แถมบางครั้งยังเอาหัวมาถูไถกับมือเขาราวกับกำลังออดอ้อน
นี่มันไม่ใช่พญาเสือโคร่งเจ้าป่าแล้ว! แต่มันคือลูกแมวยักษ์ขี้อ้อนชัดๆ!
ภาพตรงหน้าทำเอา ผอ.จาง ยืนตัวแข็งทื่อ
???
อะไรวะนั่น???
แล้วแม่เสือสุดโหดเมื่อกี้หายไปไหน?
เกาหัว? แค่เกาหัวเนี่ยนะ? เสือมันชอบให้คนเกาหัวตั้งแต่เมื่อไหร่?
ผอ.จางที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ถึงกับช็อกจนพูดอะไรไม่ออก
เสือที่ได้ชื่อว่าดุร้ายที่สุด เชื่องลงทันทีที่ซูหยวนยื่นมือไปสัมผัสหัวของมัน
ให้พูดอย่างถูกต้องก็คือ... หลังจากที่ซูหยวนเกาหัวให้มัน
นั่นหมายความว่า...
เสือตัวนี้... แค่ชอบให้คนเกาหัวเหรอ?
ผอ.จางสับสนไปหมด แต่ก็คงได้แต่สรุปเช่นนั้นไปก่อน
“พอได้รึยัง?”
“เกาจนมือจะหงิกอยู่แล้วเนี่ย” ซูหยวนบ่นอุบกับแม่เสือสาวที่บัดนี้เชื่องเสียยิ่งกว่าลูกแมวเสียอีก
เขานั่งยองๆ เกาให้มันมาพักใหญ่ๆแล้ว เมื่อยจนแขนแทบล็อก
“โฮก...”
‘อย่าหยุดนะ~~ เกาอีกสิ~~ เกาคางให้หน่อย คางข้าก็คันมากเลย’
พอเห็นซูหยวนทำท่าจะชักมือกลับ มีหรือที่แม่เสือจะยอม มันรีบเอาหัวถูไถกับมือของเขาเป็นการใหญ่ ไม่ยอมให้เขาหนีไปไหน
ซูหยวนจนปัญญา ได้แต่เปลี่ยนไปเกาคางให้มันต่อ
ซึ่งแตกต่างจากหัว เพราะคางคือจุดยุทธศาสตร์ของสัตว์ตระกูลแมว พอซูหยวนเริ่มลูบไล้ที่ปลายคาง ดวงตาของนางเสือก็พลันหวานเยิ้มขึ้นมาทันที
‘ซี้ด... สบายจัง~ ตรงนี้แหละ~ เจ้ามนุษย์นี่เก่งชะมัด~ รู้ได้ยังไงว่าข้าคันตรงนี้~ ไม่ไหวแล้ว~ จะละลายแล้ว~’
อาจเป็นเพราะซูหยวนเกาได้ถึงใจเกินไป หรืออาจเป็นเพราะมันเกาะอยู่นานจนหมดแรง
อุ้งเท้าทั้งสองข้างของแม่เสือที่เกาะขอบรั้วอยู่... ค่อยๆ ลื่นไถล... จนหลุดในที่สุด!
ฟุ่บ!
ร่างของแม่เสือร่วงหล่นลงไป
และคนที่ร่วงตามลงไปก็คือซูหยวนที่ถูกมันดึงลงไปด้วย!
“ฉิบหายแล้ว!”
ผอ.จางที่เพิ่งจะตั้งสติได้ ถึงกับเบิกตาโพลงอีกครั้ง
เขารีบวิ่งพรวดไปที่ขอบรั้ว ก้มลงมองด้วยใจที่ร้อนรน ก่อนจะตะโกนสุดเสียง:
“ผอ.ซู!”
“ผอ.ซู!”
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
ตะโกนไปแล้วสติก็กลับมา ผอ.จางคิดในใจ ‘บ้าไปแล้ว!’ รั้วนั่นสูงตั้งสี่เมตรกว่านะ! เสือมันตระกูลแมว ตกจากที่สูงกว่านี้ก็ไม่เป็นไร แต่นั่นมันคน! จะไปรอดได้ยังไง!’
เขารีบควักโทรศัพท์มือถือออกมา เตรียมโทรหาคนมาช่วย
“ผอ.จาง! ผมไม่เป็นไร!” เสียงของซูหยวนดังสวนขึ้นมาจากด้านล่าง
ผอ.จาง: ???
หู... ฝาดไปรึเปล่าวะ?
“ผอ.จาง ไม่ต้องห่วง! ผมไม่เป็นไรจริงๆ!” เสียงของซูหยวนดังย้ำมาอีกครั้ง
“เสียงของ ผอ.ซู นี่?” ผอ.จางตื่นตระหนก “เขาไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ!”
ผอ.จางคิดยังไงก็คิดไม่ออก ตกจากที่สูงขนาดนั้นจะไม่เป็นอะไรได้อย่างไร? แต่เสียงนั่นมันชัดเจนแจ่มแจ้ง
เขารีบเก็บโทรศัพท์ แล้วชะโงกหน้าลงไปดูอีกครั้ง
เมื่อมองลงไป... ซูหยวนก็ไม่เป็นอะไรจริงๆ
เจ้าหนุ่มนั่น... กลับไปนอนเหยียดกายสบายใจเฉิบอยู่ในอ้อมกอดของเสือไซบีเรียตัวนั้น... อย่างกับราชา!!!