เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 80

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 80

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 80


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 80 หอคอยสูงแห่งโอลด์ทาวน์

ตลอดหลายวันต่อมาวิลลาสใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับลินด์ แม้แต่ในการประชุมวางแผนการเดินทางไปก็อดส์เกรซเขาก็เรียกลินด์เข้าร่วมด้วยเสมอ โดยมีเหล่าขุนนางหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งเดอะรีชร่วมโต๊ะ

แม้วิลลาสจะเปิดโอกาสให้ลินด์มีส่วนร่วมในที่ประชุม แต่ลินด์ก็เข้าใจดีว่าข้อเสนอแนะของตนไม่มีทางได้รับความสนใจจากเหล่าทายาทของตระกูลใหญ่เหล่านี้ เพราะการเดินทางไปดอร์นครั้งนี้แทบทุกตระกูลพันธมิตรของตระกูลไทเรลล์ ต่างก็ส่งบุตรชายคนโตหรือบุตรคนรองร่วมขบวนด้วย ไม่เพียงเพื่อสานสัมพันธ์กับทายาทแห่งไฮการ์เดน แต่ยังถือเป็นโอกาสฝึกฝนและทดสอบเหล่าทายาทรุ่นเยาว์เหล่านี้อีกด้วย

ในขณะที่ลินด์เข้าร่วมประชุมแต่ละครั้งด้วยชุดเกราะครบมือ สวมหมวกเหล็กเต็มยศ และยืนเงียบเฉยราวกับรูปปั้น โดยจะเอ่ยปากเฉพาะเมื่อวิลลาสถามโดยตรงเท่านั้น

ทางไฮการ์เดนเองก็ให้ความสำคัญกับการเดินทางครั้งนี้ยิ่งกว่าขบวนไปยังคิงส์แลนดิ้งเมื่อหกเดือนก่อนซึ่งนำโดยการ์แลนเสียอีก สำหรับทริปนี้พวกเขาเตรียมทหารราบกว่า 2,000 นาย พร้อมอัศวินรับจ้างอีก 300 คน รวมถึงอัศวินจากตระกูลต่าง ๆ ที่ติดตามมาคุ้มครองบุตรชายและทายาท ทำให้ยอดรวมของอัศวินมีมากกว่า 500 นาย และเมื่อนับรวมเหล่าผู้ติดตามและเด็กรับใช้ของอัศวินแต่ละคน ตัวเลขก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว และนั่นยังไม่นับกองพลสนับสนุน เบี้ยเลี้ยง คนครัว พ่อค้า และคนงานอีกนับพัน ซึ่งทำให้ขบวนเดินทางดูไม่ต่างจากกองทัพย่อม ๆ ที่เตรียมออกศึกมากกว่าคณะนักประลอง

วิลลาสเคยทักท้วงผู้เป็นบิดาลอร์ดเมซว่าขบวนเดินทางใหญ่เกินจำเป็น และแค่มีอัศวินไม่กี่นายก็น่าจะพอ แต่คำค้านของเขาก็ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แม้แต่ราชินีหนามผู้มักขัดแย้งกับลอร์ดเมซก็ยังเห็นชอบกับการเตรียมการในครั้งนี้

วันถัดมา บทบาทของลินด์ก็ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามที่หลายคนคาดไว้ เขาได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองคุ้มกันของวิลลาส มีอัศวินใต้อำนาจสั่งการ 20 นาย ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่อัศวินรับจ้างทั่วไป แต่เป็นอัศวินส่วนตัวของตระกูลไทเรลล์ที่ถูกฝึกมาแต่เยาว์วัย ดังนั้นความภักดีไม่ต้องพูดถึง และแม้จะระบุเพียง 20 คน แต่เมื่อรวมเหล่าเด็กรับใช้และผู้ติดตามของแต่ละนายกำลังพลที่ลินด์ควบคุมจริง ๆ ก็มีมากกว่าหนึ่งร้อยคน ทำให้เขาเคยคิดว่าจะต้องพิสูจน์ฝีมือก่อนจึงจะได้รับความเชื่อฟัง แต่กลายเป็นว่าไม่จำเป็นเลย อัศวินเหล่านี้ยอมรับคำสั่งเขาอย่างไร้ข้อกังขา แม้แต่ทหารในทัมเบิลตันก็ยังไม่วางใจเขาเช่นนี้

จนกระทั่งเมื่อได้รับข่าวจากอีกาขาวแห่งคองเคลฟของซิทาเดลว่าจะไม่มีพายุใหญ่พัดผ่านทะเลซัมเมอร์ในช่วงสองเดือนข้างหน้า ขบวนจึงออกเดินทางจากไฮการ์เดนไปตามโรสโรดมุ่งหน้าสู่โอลด์ทาวน์

ซึ่งเส้นทางไปก็อดส์เกรซเคยเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างดุเดือดเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ เพราะวิลลาสเองก็อยากเดินทางผ่านเส้นทางของเจ้าชายเพื่อผ่านแซนด์สโตน เฮลโฮลต์ แล้วมุ่งขึ้นเหนือไปยังไอรอนวูดและทอร์ ก่อนวกลงใต้สู่ก็อดส์เกรซ เพราะเส้นทางนี้จะเปิดโอกาสให้เยี่ยมเยือนดินแดนของลอร์ดดอร์นผู้ทรงอำนาจหลายคนเพื่อสร้างสัมพันธภาพและวางรากฐานสันติภาพ ทว่าเส้นทางนั้นกลับถูกคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากดินแดนที่ต้องผ่านเต็มไปด้วยศัตรูเก่าของเดอะรีช และบางตระกูลก็มีความแค้นฝังรากลึก ทำให้หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา การหลบหนีก็จะยากลำบากยิ่ง สุดท้ายขบวนจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยกว่า เดินทางลงใต้ผ่านโรสโรดสู่เมืองโอลด์ทาวน์ จากนั้นข้ามทะเลซัมเมอร์โดยเรือไปยังซันสเปียร์ แล้วล่องแม่น้ำกรีนบลัดขึ้นสู่ก็อดส์เกรซ

การเดินทางถึงโอลด์ทาวน์ใช้เวลา 19 วัน โดยไม่มีเหตุการณ์ใดให้ต้องกังวล ด้วยกองทัพนับพันจึงไม่มีโจรกล้าปรากฏตัวให้เห็น แม้แต่ลินด์เองก็รู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้น่าเบื่อเกินไป แต่นั่นไม่ใช่ความรู้สึกของอัศวินคนอื่น ๆ สำหรับพวกเขานี่คือโอกาสหายากที่จะได้ประลองฝีมือกัน ทำให้ทุกเย็นหลังตั้งค่ายพักแรมพวกเขาจะจัดการประลองย่อย ๆ กันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับทายาททั้งหลายต่างพากันส่งเสียงเชียร์อัศวินของตน จนบรรยากาศครึกครื้นไม่ต่างจากงานเลี้ยงฉลอง

แน่นอนว่าลินด์เคยเตือนวิลลาสให้ควบคุมวินัยของเหล่าอัศวินบ้าง แต่วิลลาสกลับไม่ใส่ใจนัก และบอกเพียงว่า ‘ทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม’ และปล่อยให้ทุกคนผ่อนคลายก่อนถึงดอร์น ทำให้ลินด์ที่เห็นว่าในเมื่อตนได้เสนอความเห็นไปแล้ว การจะฟังหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของอีกฝ่าย เขาจึงเลือกที่จะไม่กดดันอีก หลังจากนั้นลินด์ก็ไม่ได้เสนอความเห็นใดอีก เขาเพียงสั่งงานสั้น ๆ กับเหล่าอัศวินที่อยู่ใต้บัญชา และยืนเงียบข้างวิลลาสดุจเงา หากไม่เห็นว่าเขายื่นมือไปลูบหัวกลอรี่เป็นครั้งคราว บางคนคงคิดว่าเขาเป็นหุ่นไม้ไปแล้ว

นอกจากนี้เมื่อกองทัพรวมตัวกันครั้งใหญ่กลอรี่ก็กลายเป็นจุดสนใจทันที แถมชื่อเสียงของมันดังยิ่งกว่าของลินด์เสียอีก อัศวินหลายคนรู้จักชื่อของลินด์ก็เพราะกลอรี่ แม้ชื่อเสียงของลินด์ในฐานะ ‘นักดาบอันดับหนึ่งแห่งเจ็ดราชอาณาจักร’ จะถูกมองว่าเกินจริง แต่มันก็ไม่มีใครกล้าท้าทายเขา โดยเฉพาะหลังจากเห็นกลอรี่ฉีกหุ่นไม้ที่ใส่เกราะแหลกเป็นชิ้น ๆ ในการฝึกซ้อม

ในขณะเดียวกันวิลลาสเองก็สังเกตเห็นว่าลินด์ไม่ได้พยายามจะกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มอัศวินและขุนนางคนอื่น ๆ เลย แม้พวกเขาจะพยายามเชื่อมความสัมพันธ์กัน แต่ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ได้ให้ความสำคัญนัก เขาจึงปล่อยเลยตามเลยในที่สุด

จนกระทั่งเมื่อเดินทางถึงโอลด์ทาวน์ วิลลาสก็วางแผนพักค้างคืนสองวัน วันแรกเพื่อจัดหายานพาหนะทางทะเลสำหรับขนคนทั้งกอง วันต่อมาเป็นการเยี่ยมเยียนตระกูลไฮทาวเวอร์ ขุนนางในเมือง และเหล่าอาร์คเมสเตอร์แห่งซิทาเดล รวมถึงการไปสวดมนต์ที่มหาวิหารสตาร์รี่เซ็ปต์

ตระกูลไฮทาวเวอร์ ซึ่งเป็นฝ่ายมารดาของวิลลาสก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเช่นกัน หนึ่งวันก่อนขบวนถึงเมืองเบเลอร์ ไฮทาวเวอร์ ลุงของวิลลาสและทายาทแห่งไฮทาวเวอร์ ได้ควบม้าออกมาต้อนรับล่วงหน้า และจัดค่ายพักใหญ่ให้อัศวินและผู้ติดตามนับพันตั้งแคมป์นอกเมือง

เมื่อขบวนเดินทางมาถึงโอลด์ทาวน์ วิลลาสและเหล่าอัศวินชั้นสูงก็เตรียมตัวเข้าร่วมงานเลี้ยงค่ำอย่างเป็นทางการในหอคอยสูง แม้สถานะของลินด์จะไม่สูงพอจะเข้าร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้ตามปกติ แต่ด้วยบทบาทหัวหน้าหน่วยอารักขาของวิลลาส เขาจึงได้สิทธิเข้าร่วม ทว่าอัศวินอีกยี่สิบคนใต้อำนาจของเขากลับต้องรออยู่ภายนอก

หอคอยสูง หนึ่งในสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่สุดในเวสเทอรอส คือสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองโอลด์ทาวน์ เปลวเพลิงบนยอดซึ่งลุกโชนตลอดเวลาสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล แม้แต่ลินด์ที่เคยชินกับตึกสูงก็ยังอดตื่นตะลึงไม่ได้ เขาไม่แน่ใจว่าหอคอยสูงมีความสูงเท่าไร แต่จากการประเมินคร่าว ๆ ก็น่าจะมีประมาณสองถึงสามร้อยเมตร ซึ่งหากเป็นโลกที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ความสูงนี้อาจไม่พิเศษนัก ทว่าในโลกแห่งน้ำแข็งและไฟ มันถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ราวกับปาฏิหาริย์ไม่มีผิด

แม้กำแพงน้ำแข็งทางเหนือจะสูงพอ ๆ กัน แต่นั่นก็เพราะมันมีความหนาแน่นและสภาพแวดล้อมที่หนาวจัดช่วยให้มันมั่นคงแข็งแกร่ง ส่วนหอคอยสูงนั้นสร้างด้วยหินจำนวนมหาศาล ปราศจากโครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีตใด ๆ ที่ช่วยเสริมแรง ฐานของมันตั้งอยู่บนแนวปะการังชายฝั่งที่เรียกว่า ‘เกาะแบทเทิล’ ซึ่งตามหลักการแล้วไม่น่ารองรับน้ำหนักของมันได้ แต่หอคอยกลับยังคงตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง ยิ่งไปกว่านั้นหอคอยนี้ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นริมทะเล ซึ่งเกลือในลมทะเลสามารถกัดกร่อนอาคารได้ง่าย ทว่าหอคอยสูงกลับยังดูใหม่อยู่เสมอ เหมือนกาลเวลาไม่อาจแตะต้องมันได้

ดังนั้นคำอธิบายเดียวที่ฟังขึ้นเกี่ยวกับหอคอยสูงนี้ก็คือ เวทมนตร์! และลินด์ก็มั่นใจว่าตระกูลไฮทาวเวอร์รู้เรื่องนี้ดี เพราะตระกูลนี้หมกมุ่นกับศาสตร์เวทมาแต่โบราณ ขณะที่เพื่อนบ้านของพวกเขาอย่างซิทาเดลกลับต่อต้านเวทมนตร์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันก็ค่อนข้างน่าขำเล็กน้อยตรงที่ซิทาเดลยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากไฮทาวเวอร์อยู่เสมอ และมีข่าวลือว่าหนังสือต้องห้ามเกี่ยวกับเวทมนตร์ในหอคอยสูงมีมากกว่าหอสมุดของซิทาเดลถึงสิบเท่า

และเมื่อเข้าสู่หอคอยพร้อมกับวิลลาส ลินด์ก็รู้ทันทีว่าข่าวลือเหล่านั้นเป็นความจริง เพราะสำหรับเขาหอคอยสูงไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่มันเปล่งพลังเวทมนตร์ออกมาทั้งหลัง ลวดลายบนผนังที่ดูคล้ายอักษรมังกรแผ่พลังงานลึกลับตลอดเวลา แถมเขายังรู้สึกถึง ‘จิตวิญญาณมังกร’ ที่ถูกผนึกไว้ในหอคอย วิญญาณที่เต็มไปด้วยโทสะ ถูกบีบอัด และผสานรวมอยู่ในโครงสร้าง ทำให้ลินด์จำเรื่องเล่าได้ว่าเกาะแบทเทิลเคยเป็นรังของมังกรหลายตัว ก่อนที่บรรพบุรุษตระกูลไฮทาวเวอร์จะสังหารพวกมัน ยึดเกาะ และสร้างหอคอยนี้ แน่นอนว่าเรื่องนั้นเคยถูกมองว่าเป็นนิทานโอ้อวด แต่ลินด์เชื่อว่ามันคือความจริง และวิญญาณมังกรที่เขารู้สึกได้ก็คือหลักฐานชั้นดี

แม้แต่กลอรี่ก็สัมผัสได้ถึงพลังนี้ และอยากดูดกลืนพลังมังกรในหอคอยใจจะขาด แต่ก็ไม่อาจต้านแรงผนึกได้ ทำให้มันกระสับกระส่ายจนลินด์รู้สึกถึงความตึงเครียดของมันชัดเจน ดังนั้นเมื่อเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงในป้อมปราการแบล็คสโตน ลินด์จึงปล่อยให้กลอรี่อยู่ด้านนอก เพราะการนำสัตว์ร่างยักษ์เช่นนั้นเข้าไปร่วมงานถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง แถมขุนนางโอลด์ทาวน์ที่มาร่วมงานต่างก็ให้ความสนใจกลอรี่มากพออยู่แล้ว

แน่นอนว่าลินด์ไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงนานนัก เขาเริ่มรู้สึกถึงความกระวนกระวายของกลอรี่นอกหอคอยที่เกิดจากอิทธิพลของพลังเวท และที่แย่กว่านั้นคือมีขุนนางบางคนเริ่มแหย่กลอรี่เล่นอย่างไม่รู้ดีรู้ร้าย ซึ่งเสี่ยงมาก และหากปล่อยไว้มันอาจระเบิดอารมณ์จนเกิดโศกนาฏกรรมได้ทุกเมื่อ

ทันทีที่ลินด์ออกจากห้องจัดเลี้ยง เขาก็เดินมาเจอเหตุการณ์พอดี และรีบตรงเข้าปลอบกลอรี่

“ข้ายินดีจ่ายหนึ่งพันเหรียญทองมังกรให้เจ้า แลกกับเจ้าตัวนี้” ขุนนางโอลด์ทาวน์คนหนึ่งเสนอขณะลินด์เดินเข้ามา

ลินด์หันไปควักเหรียญเงินหนึ่งเหรียญออกจากกระเป๋า แล้ววางใส่มือชายคนนั้น “ข้าจะให้เจ้าเหรียญเงินนี่ แลกกับตัวเจ้าแทน”

ขุนนางผู้นั้นชะงักงัน ก่อนจะรู้ตัวในทันทีว่าโดนหยาม ลินด์กำลังบอกอย่างชัดเจนว่ามูลค่าของเขาไม่ต่างจากเหรียญเงินเพียงเหรียญเดียว ทำให้ใบหน้าของชายผู้นั้นพลันหม่นคล้ำด้วยความโกรธ ขณะที่ขุนนางคนอื่น ๆ รอบข้างพากันหัวเราะเย้ยหยันอย่างขบขัน

ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะ สีหน้าของขุนนางผู้นั้นบิดเบี้ยวด้วยแรงแค้น และอ้าปากเตรียมจะโต้กลับด้วยคำขู่ ทว่าลินด์กลับพูดแทรกขึ้นก่อนว่า “เจ้าควรจะหุบปากไว้จะดีกว่า ถ้าข้าได้ยินคำขู่ ข้าจะรู้สึกหวาดกลัวมาก . . . และเมื่อข้ารู้สึกหวาดกลัว ข้าก็จะต้องกำจัดภัยนั้นให้สิ้นซาก แล้วเจ้าคิดว่า . . . ข้าควรจัดการด้วยวิธีมันถึงจะสิ้นซาก?”

แม้คำพูดของเขาจะเอ่ยอย่างนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันเยียบเย็น ก่อนที่ดวงตาของเขาจะหันจากขุนนางผู้นั้นไปยังคนดูโดยรอบ พร้อมจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมา กลายเป็นเงาร้ายอันคงอยู่จากกาลเวลาในฐานะหน่วยรักษาสันติภาพ และอัศวินผู้ถูกเนรเทศ

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะพลันเงียบกริบ พร้อมกับความเงียบอันน่าหวาดหวั่นปกคลุมทั่วลานจนทุกลมหายใจขาดห้วง ขุนนางทั้งหลายจ้องมองลินด์ด้วยแววตาตื่นตระหนก เพราะในสายตาของพวกเขาตอนนี้ ชุดเกราะของอัศวินผู้ถูกเนรเทศราวกับถูกห่อหุ้มด้วยหมอกดำอันอาฆาต แววตาแดงก่ำจ้องผ่านช่องหมวกเหล็กแผ่บรรยากาศน่าสะพรึง ราวกับมีสิ่งปีศาจบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน พร้อมจะพุ่งเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ

เมื่อแน่ใจว่าทุกคนได้รับบทเรียนแล้ว ลินด์จึงคลายจิตสังหาร และไม่รอให้ใครตั้งสติหมุนตัวจากไปพร้อมกลอรี่มุ่งหน้าสู่สวนใกล้เคียงทันที และกว่าขุนนางทั้งหลายจะได้สติกลับคืน ลินด์ก็ลับสายตาไปแล้ว

ทันใดนั้นหลายคนก็รู้สึกว่าขาตนไร้แรงต้องพิงคนข้าง ๆ หรือสิ่งใกล้ตัวเพื่อประคองร่างให้ยืนได้ กลิ่นแอมโมเนียจาง ๆ ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เพราะไม่ใช่แค่คนเดียวที่ปล่อยปัสสาวะออกมาเพราะความกลัว ก่อนที่ไม่นานความอับอายจะเข้ามาแทนที่ความเย่อหยิ่งเดิม และทุกคนก็รีบแยกย้ายกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อกลบเกลื่อนความขายหน้า ทำให้ความแค้นที่เคยมีกับลินด์พลันจางหาย เหลือไว้เพียงความกระวนกระวายใจที่จะรักษาเกียรติไว้ให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ไม่พ้นสายตาของผู้สังเกตการณ์ เพียงแต่ว่าคนทั่วไปไม่เข้าใจถึงความลึกซึ้งของอำนาจจิตสังหารที่ลินด์ปลดปล่อยออกมา จึงมองว่าเป็นแค่การปะทะเล็กน้อยระหว่างหัวหน้ากองคุ้มกันของวิลลาสกับขุนนางแห่งโอลด์ทาวน์กลุ่มหนึ่ง ไม่นานข่าวเรื่องนี้ไปถึงหูของวิลลาสและ ลอร์ดเลย์ตัน ไฮทาวเวอร์ เจ้าแห่งหอคอยสูง ซึ่งยังอยู่ในงานเลี้ยง ทว่าปฏิกิริยาของทั้งสองกลับเหนือความคาดหมาย เพราะพวกเขาไม่ได้สนใจมันเลย ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่คู่ควรแก่การใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 80

คัดลอกลิงก์แล้ว