- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 1
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 1
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 1
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 1 ลินด์ แห่งไวท์โฮลด์ฟาสต์
ลินด์ที่เคยชินกับความปวดหนึบที่กลางหลังมานานแล้วก้าวออกจากบ้านที่เขาใช้เวลาพักฟื้นตลอดเดือนที่ผ่านมา พร้อมไม้ค้ำที่ช่างแก่ชื่อเบนเพิ่งทำให้เมื่อวาน แม้แผลบาดเจ็บจะยังไม่หายดีนักและน่าจะต้องพักอีกอย่างน้อยสองสัปดาห์ แต่ตอนนี้มันก็ไม่ถึงกับทำให้เขาเดินไม่ได้อีกต่อไป
แต่สิ่งที่เขาต้องรีบจัดการก่อนคือการปรับตัวให้เข้ากับผู้คนและสภาพแวดล้อมของไวท์โฮลด์ฟาสต์โดยเร็วที่สุด เขาต้องระวังไม่ให้ใครสงสัยหรือเผลอเผยตัวตนที่แท้จริงออกไป เพราะข้อมูลจากความทรงจำที่ติดตัวเขามามีน้อยนิด เขารู้แค่เพียงว่าตัวเองชื่อ ‘ลินด์’ และเป็นนักล่า ส่วนที่เหลือเป็นเพียงภาพกระจัดกระจายกับความรู้สึกที่ไร้รูปร่าง ซึ่งไม่มีประโยชน์ในการอธิบายว่าเขาบาดเจ็บสาหัสเพราะอะไร
ในขณะที่เดินผ่านหมู่บ้านไวท์โฮลด์ฟาสต์ เขาก็สังเกตเห็นบ้านเรือนเรียบง่ายเรียงรายอยู่ทั่วไป จึงมั่นใจว่านี่คือชุมชนดั้งเดิมในยุคโบราณ ลักษณะคล้ายยุคตะวันตกเก่า แม้เขาจะพอคาดเดาได้จากเสื้อผ้าของเบนและเฟอร์นิเจอร์ไม้หยาบ ๆ ในบ้าน แต่ก็ยังแอบหวังลึก ๆ ว่าตัวเองอาจจะเดาผิด
“นักล่าหมี?” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหน้าจากชายชาวบ้านที่ยืนตัวแข็งเมื่อเห็นเขา ก่อนจะรีบเบนสายตาแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างกับว่าเขาคือสัตว์นักล่า
แม้จะสงสัยในคำเรียกขานและท่าทีแปลกประหลาดของอีกฝ่าย แต่ลินด์ก็เลือกที่จะไม่เรียกหยุดไว้ เขาเพียงเดินต่อไปเงียบ ๆ สังเกตและจดจำ โดยไม่ทำอะไรที่จะเปิดเผยว่าเขาไม่ใช่ลินด์คนเดิมที่ทุกคนรู้จัก
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเจอผู้คนมากขึ้น บ้างก็เรียกชื่อเขา บ้างก็ทักทายว่า ‘นักล่าหมี’ ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความยำเกรงและนับถือในขณะเดียวกัน ต่างกันแค่ระดับอารมณ์ของแต่ละคน
แม้ไวท์โฮลด์ฟาสต์จะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่การเดินไปยังโรงเหล้าก็เล่นเอาลินด์เหนื่อยไม่น้อยด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เขารู้มาจากช่วงที่พักฟื้นว่าโรงเหล้าแห่งนี้เป็นของเบน และแม้เขาจะยังไม่คุ้นเคยกับหมู่บ้านนัก แต่โรงเหล้าก็หาง่าย เพราะมันเป็นแห่งเดียวในบริเวณนี้
“แผลเจ้ายังไม่หาย จะออกมาเดินทำไม?” เสียงคำรามของเบนดังขึ้นทันทีที่ลินด์มาถึงหน้าประตูโรงเหล้า น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยขณะเจ้าตัวก้าวออกมาจากด้านใน
เบนเป็นชายที่ใครเห็นก็จำได้ง่าย ร่างหนาราวถังไม้ ผมและเคราสีน้ำตาลหนาแน่น ขาซ้ายใช้ขาไม้แทนขาจริง ส่วนมือขวาขาดนิ้วไปสามนิ้ว ซึ่งคงถูกของมีคมตัดขาดไป
ลินด์ยิ้มบาง ๆ “นอนมาทั้งเดือนแล้ว ข้าคิดว่าขยับตัวบ้างจะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น”
เบน ซึ่งดูแลเขาตลอดช่วงพักฟื้น เป็นผู้ที่ลินด์นับถืออย่างลึกซึ้ง คล้ายบิดาผู้ผูกพันกับร่างกายใหม่นี้
เบนไม่พูดอะไรอีก แค่ตบไหล่เบา ๆ แล้วผายมือชวนเขาเข้าไปในโรงเหล้า
“เฮ้ นักล่าหมี!” เสียงตะโกนทักทายดังขึ้นทันทีที่เขาเข้ามา คนในร้านยกแก้วให้พร้อมเสียงหัวเราะ ต่างจากชาวบ้านที่เขาพบก่อนหน้า พวกนี้ดูไม่ได้หวาดกลัวเท่าไหร่ แถมออกจะชื่นชมเสียมากกว่า แม้ในน้ำเสียงจะยังมีเค้าของความยำเกรงบ้างก็ตาม
ลินด์พยักหน้าให้เงียบ ๆ เป็นการตอบรับอย่างไม่ให้ผิดสังเกต ซึ่งดูเหมือนจะพอทำให้ทุกคนพึงพอใจ และยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า ‘ลินด์คนก่อน’ คงเป็นคนเงียบขรึมและไม่พูดมาก
เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะข้างหน้าต่าง ไม่นานเบนก็นำไวน์มาเสิร์ฟให้ก่อนจะผละไปทำงานต่อ
เมื่อจิบเข้าไปลินด์ก็ต้องพยายามกลั้นสีหน้าเพราะรสเปรี้ยวฉุนจนแทบกลืนไม่ลง แต่เขาก็ฝืนกลืนมันโดยไม่แสดงท่าทีใด ๆ
ในขณะเดียวกันแม้บรรยากาศในร้านจะไม่เปลี่ยนไป แต่บทสนทนารอบ ๆ ตัวเขากลับเริ่มเปลี่ยน โดยหัวข้อเริ่มวนเวียนเกี่ยวกับเขามากขึ้น แม้จะพูดกันเบา ๆ อย่างระมัดระวัง
แต่ลินด์ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป ในช่วงเดือนที่ผ่านมาแม้ร่างกายยังไม่แข็งแรงเต็มที่ แต่ประสาทสัมผัสของเขากลับพัฒนาไปมาก ความไวในการได้ยินช่วยให้เขาเริ่มปะติดปะต่อข้อมูลที่ได้ยินอย่างแผ่วเบา จนในที่สุดก็เข้าใจภาพรวมสถานการณ์ที่ตัวเองเผชิญ พร้อมกับความจริงที่คาดไม่ถึงก็เปิดเผยออกมา เขาอยู่ในโลกของ ลำนำแห่งไฟและน้ำแข็ง ผลงานของ จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน
แม้เขาจะไม่เคยอ่านนิยาย แต่เขาก็เคยดูซีรีส์ชื่อดัง มหาศึกชิงบัลลังก์ ซึ่งตอนนั้นเขาก็เคยเข้าไปอ่านกระทู้ วิเคราะห์เนื้อเรื่อง พูดคุยในฟอรัมอย่างสนุกสนาน และความรู้ที่เคยเป็นแค่เรื่องบันเทิงในตอนนั้นกลับกลายเป็นข้อมูลล้ำค่าในตอนนี้
บทสนทนารอบข้างยิ่งช่วยยืนยันเรื่องนี้ โดยเฉพาะเมื่อเขาได้ยินถึง ‘สงครามชิงบัลลังก์’ ซึ่งจบลงไม่นานมานี้ และส่งผลให้โรเบิร์ต บาราเธียน ขึ้นครองราชย์บนบัลลังก์เหล็ก แปลว่าเขากำลังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์ในซีรีส์จะเริ่มต้น?
แต่แทนที่จะรู้สึกโล่งใจมันกลับทำให้เขากังวลยิ่งกว่าเดิม เพราะข้อมูลจากซีรีส์จะช่วยได้เพียงเล็กน้อย แถมสังคมของเวสเทอรอสยังเคร่งครัดเรื่องชนชั้น โดยเฉพาะในดินแดน ‘เดอะรีช’ ที่เขาอยู่ตอนนี้
ที่นี่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสายเลือด วงศ์ตระกูลเก่าแก่มีอำนาจสูงสุด ตระกูลไทเรลล์ผู้ครองแดนใต้ยังถูกมองว่าไม่เก่าแก่พอเมื่อเทียบกับตระกูลอื่น ๆ นับประสาอะไรกับชาวบ้านธรรมดาอย่างเขา
ซึ่งมันมีเพียงสองหนทางให้ผู้ต่ำต้อยอย่างเขาไต่เต้าได้ หนึ่งคือเป็น ‘เมสเตอร์’ โดยการฝึกศึกษาที่ซิทาเดลในเมืองโอลด์ทาวน์ อีกทางคือเป็นยอดนักสู้ที่ชนะในงานประลองฝีมือ และอาจได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินเหมือนกับ ‘เซอร์ดันแคนผู้สูงศักดิ์’ ในตำนาน
นอกจากนี้ลินด์ยังได้รู้อีกว่าหมู่บ้านที่เขาอยู่มีชื่อว่า ‘ไวท์โฮลด์ฟาสต์’ ตั้งอยู่ริมป่าเรดเลค อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลเครน โดยมีเมืองศูนย์กลางคือเรดเลค
ชื่อหมู่บ้านมาจากการใช้ปูนขาวฉาบอาคารทุกหลัง ทำให้ทั้งหมู่บ้านดูซีดขาวไปหมด และที่นี่ก็ไม่ได้เป็นแค่หมู่บ้านล่าสัตว์ทั่วไป แต่เป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้นำทางในงานล่าสัตว์ของเหล่าขุนนางในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ป่าเรดเลคแม้ไม่ใช่ป่าที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็อุดมไปด้วยกวาง หมี และสัตว์ป่านานาชนิด ทุกปีตระกูลเครนจะเชิญขุนนางทั่วแดนใต้ให้มาร่วมล่า เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมานาน
จากจุดนี้เองลินด์จึงเริ่มเข้าใจว่าเขาบาดเจ็บสาหัสเพราะอะไร และเหตุใดทุกคนจึงเรียกเขาว่า ‘นักล่าหมี’
ในช่วงสงครามชิงบัลลังก์ที่เพิ่งจบไปเมื่อปีก่อน ตระกูลไทเรลล์ในฐานะผู้ครองแดนใต้กลับเลือกอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้ชนะ นั่นคือโรเบิร์ต บาราเธียน แม้กษัตริย์พระองค์ใหม่จะไม่ลงโทษพวกเขาโดยตรง แต่ความไม่แน่นอนก็ทำให้ตระกูลไทเรลล์หวาดระแวง และเริ่มสะสมของล้ำค่าจากแดนใต้เพื่อถวายให้กษัตริย์องค์ใหม่ หวังจะสานสัมพันธ์และเรียกคืนความไว้วางใจ
ตระกูลเครนซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่แต่เสื่อมอำนาจปกครองเรดเลคอยู่ในสภาพลำบาก และความสัมพันธ์กับตระกูลฟลอเรนต์ผู้มีอำนาจมากกว่าก็เป็นเพียงกลไกที่ช่วยประคับประคองไม่ให้ตกต่ำไปกว่านี้
ดังนั้นเมื่อเห็นโอกาสเข้าถวายของล้ำค่าต่อตระกูลไทเรลล์ พวกเขาจึงรีบเข้าร่วม ทว่าของสะสมเก่า ๆ ที่เคยมีล้วนถูกขายไปหมด เหลือเพียงมรดกที่มีค่าสูงทางสัญลักษณ์จนไม่สามารถยกให้ใครได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นที่หัวเราะเยาะ ตระกูลเครนจึงหันไปมองหาสิ่งล้ำค่าจากธรรมชาติ และพวกเขาก็มีสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งนั่นก็คือ ‘หมีภูเขา’ แห่งป่าเรดเลค สัตว์ป่าอันหายากและดุร้าย ซึ่งมีขนาดตัวใหญ่เป็นสองเท่าของหมีทั่วไป หนังแน่นหนาราวเกราะ และพละกำลังที่ทำให้แม้แต่อัศวินก็ยังยอมแพ้
ตระกูลเครนประกาศรางวัลจำนวนมหาศาลสำหรับใครก็ตามที่สามารถล่าหมีภูเขาได้ โดยหวังจะนำมันไปมอบให้ตระกูลไทเรลล์ในฐานะของหายาก
บิดาของลินด์ นักล่าผู้มีชื่อเสียงจากไวท์โฮลด์ฟาสต์หลงใหลในรางวัลที่ล่อใจนั้น และได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของเรดเลคให้เข้าไปในป่าเพื่อล่าหมี แต่สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตในป่านั้น ศพของเขาถูกพบในสภาพสยดสยอง เหลือเพียงเศษหัวกับแขนขาที่กระจัดกระจาย
แม้จะเศร้าและสูญเสีย แต่ลินด์คนก่อนซึ่งเป็นลูกชายของนักล่าคนนั้นก็ไม่ยอมยกธงขาวยอมแพ้ เขาสาบานว่าจะล้างแค้นให้บิดา และทำความฝันของบิดาให้สำเร็จ ทำให้ตลอดปีถัดมาเขาทุ่มเทฝึกฝน ล่าหมีในป่าทุกซอกทุกมุม วางกับดักร้ายแรงสารพัด และในที่สุดเมื่อเดือนก่อนเขาก็ออกเดินทางสู่ป่าอีกครั้ง
การล่าครั้งนั้นคือทั้งชัยชนะและความหายนะพร้อมกัน เขาฆ่าหมีภูเขาได้ด้วยตัวคนเดียว ได้รับฉายา ‘นักล่าหมี’ สมกับความกล้าหาญ แต่ก็เกือบต้องสังเวยชีวิต หมีตัวนั้นไม่ใช่ตัวที่ฆ่าบิดาเขา และมันก็ฟาดฟันจนเขาแหลกเหลว กระดูกสันหลังเกือบหัก หนังหลังปริบาน เลือดไหลจนแทบตาย หากไม่ใช่เพราะเบนเพื่อนเก่าและสหายแน่นแฟ้นของบิดาเขาที่ฝ่าป่าเข้าไปช่วยไว้ และดูแลเขาจนรอดชีวิตมาได้ ตอนนี้เขาคงเป็นเพียงศพอีกศพหนึ่ง
ทว่าเรื่องยังไม่จบง่าย ๆ เพราะการเข้าไปล่าสัตว์ในป่าเรดเลคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตระกูลเครนนั้นถือเป็นอาชญากรรม เทียบเท่าการลักลอบล่าสัตว์ในที่ดินของขุนนาง และโทษก็คือประหารชีวิต!
แต่ไม่ว่าจะเพราะเขาบาดเจ็บหนักเกินกว่าจะฆ่า หรือเพราะตระกูลเครนได้ซากหมีภูเขาโดยไม่ต้องเสียเงิน พวกเขาก็เลือกไม่เอาโทษเขา และจ่ายค่าตอบแทนให้แทน
เขาได้รับทองคำห้าเหรียญมังกร แม้จะห่างไกลจากรางวัลห้าร้อยเหรียญที่เคยประกาศไว้แต่แรก ทว่าก็ยังนับว่าเป็นทรัพย์สินจำนวนมหาศาลสำหรับชาวบ้านธรรมดา
อย่างไรก็ตามการมีเงินในสภาพอ่อนแอก็เปรียบเหมือนมีเหยื่อล่อหมาป่า ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มเหล่ตามองเขาด้วยความละโมบ แต่แผนการของพวกเขาก็ถูกเบนสกัดไว้ได้ตั้งแต่ต้น ผู้เฒ่าขาไม้ผู้ไม่เกรงใครปกป้องเขาอย่างเต็มกำลัง และความเกรงใจในเบนก็ทำให้ไม่มีใครกล้าลองดีอีก
นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านมองลินด์ด้วยสายตาปะปนระหว่างความยำเกรงและความกลัวตั้งแต่วันที่เขาออกจากเตียงและกลับมายืนได้อีกครั้ง เพราะมันไม่ใช่เพียงเพราะเขาฆ่าหมีได้อีกต่อไป แต่เพราะเขารอดตายจากมันต่างหาก