เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1: เฮ้! เจ้า!

ตอนที่ 1: เฮ้! เจ้า!

ตอนที่ 1: เฮ้! เจ้า!


ตอนที่ 1: เฮ้! เจ้า!

ห้องใต้ดินมืดมิดที่อวลไปด้วยกลิ่นอับจนน่าอึดอัด ปริมาณออกซิเจนที่เบาบางกว่าระดับปกติมันคือสถานที่อโคจรที่พ่อแม่ทุกคนเคยเตือนลูกหลานของตนไว้ เป็นที่ที่ไม่ควรย่างกรายเข้าไปหลังตะวันตกดินโดยเด็ดขาด

โชคร้ายที่ คาซึยะ พบว่าตนเองกำลังอยู่ในสถานที่อันเลวร้ายแห่งนี้ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กขึ้นสนิม ถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือไพล่หลัง

ชายผมบลอนด์ในชุดสูทมันวาวแสยะยิ้มเย้ยหยันเขา ก่อนจะยกปืนลูกโม่ในมือขึ้น ปากกระบอกปืนเย็นเยียบจ่อลงบนหน้าผากของเขา ความเย็นยะเยือกแล่นวาบไปทั่วร่างพร้อมกับหยาดเหงื่อที่ไหลรินลงบนแก้ม หยดลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับยู่ยี่

"คาซึยะ โทษปู่หัวรั้นของแกเถอะ ที่ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าชีวิตของแก" ชายที่ดูคล้ายยากูซ่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าความหวาดกลัวของคาซึยะ แต่ในแววตานั้นกลับฉายแววสงสารอยู่จางๆ "บาปจากการตายของแกจะตกอยู่ที่วิญญาณของเขา"

มันโยนความผิดฐานฆ่าคนบริสุทธิ์ไปให้ผู้อื่น

แทนที่จะร้องไห้หรืออ้อนวอนขอความเมตตา คาซึยะ กลับถอนหายใจออกมาอย่างเรียบง่าย เกือบครึ่งวันที่พวกเขาพาเขามาที่นี่ แต่กลับไม่มีใครมาช่วยเลยสักคน ท้องของเขาร้องประท้วงอย่างบ้าคลั่งเพราะความหิว

เขาจะไม่ร้องไห้และเบือนหน้าหนีจากความเป็นจริงนี่คือจุดจบแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะเสแสร้งเป็นอื่น

นับว่าโชคดีที่เขารอดจากวิกฤตการณ์คล้ายๆ กันนี้มาได้ถึงสองครั้ง ครั้งแรกจบลงด้วยแขนขวาหัก ครั้งที่สองมีรูจากกระสุนที่ต้นขาซ้าย เขายังเกือบจะเสียน้องชายไปเพราะการยิงพลาดระหว่างยากูซ่ากับตำรวจ! ทั้งสองครั้ง ตำรวจมาถึงเพื่อเจรจาภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ครั้งนี้เดิมพันมันสูงเกินไป

ระหว่างนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ใช้ชีวิตไปวันๆ กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายระดับ EX ฮีโร่แห่งความยุติธรรมอย่างปู่ของเขาคงต้องเลือกอย่างหลัง

"ปู่บ้าเอ๊ย" คาซึยะ สบถใต้ลมหายใจ "ฆ่าฉันซะเถอะ ยังไงเขาก็ต้องตามล่าพวกแกไม่ช้าก็เร็ว"

ปู่ของเขาตามใจจนเขาเสียคนมาตั้งแต่พ่อแม่เสียชีวิต ชายชราจ้างเชฟส่วนตัวมาทำอาหารให้เขาทุกมื้อ มีแม่บ้านคอยดูแลความต้องการในแต่ละวัน จัดหาที่เรียนในโรงเรียนอันทรงเกียรติ และที่สำคัญที่สุดคือให้บ้านเป็นที่ซุกหัวนอน

เขาทั้งรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งและก็ทั้งเคียดแค้น

ความรักเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล แต่ความเกลียดชังนั้นยิ่งกว่า

ชีวิตของเขากลายเป็นเรื่องตลกร้ายเพราะอาชีพของปู่ เขาอยากจะหนีออกจากเมืองนี้ หรือแม้กระทั่งประเทศบ้าๆ นี่ แต่ญาติเพียงคนเดียวของเขากลับกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์และหวงแหน ปฏิเสธที่จะให้คาซึยะก้าวออกไปจาก 'การคุ้มครอง' ของเขา

เขาเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขปราศจากการคุกคามอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่เขาจะไม่ได้พบความสงบนั้นในชาตินี้

ผู้ก่อการร้ายดูมีท่าทีสั่นสะท้านเมื่อได้ยินชื่อปู่ของคาซึยะ "ไม่หรอก เขาไม่สนแกหรอกน่า มีอะไรจะสั่งเสียก่อนที่เราจะส่งแกไปสู่สุคติไหม?"

"คำสั่งเสียเหรอ?"

คาซึยะยิ้มให้กับชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้าผมบลอนด์ โอกาสที่จะรอดชีวิตออกไปแทบจะเป็นศูนย์... แต่เขาอยากจะอัดหน้าไอ้เวรนี่ชะมัด ถ้าเขาอยู่ต่อไม่ได้ "ศัตรู" ของเขาก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่เช่นกัน นั่นคือมุมมองของเขา

"ไม่... งั้น"

"มีอยู่สองสามอย่าง" คาซึยะ ขัดจังหวะชายผมบลอนด์ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร "ฝากจดหมายถึงปู่แทนฉันด้วย บอกให้เขาโอนมรดกทั้งหมดของฉันให้เพื่อนที่ชื่อ เรียวสุเกะ"

ปกติ เรียวสุเกะ มักจะปฏิเสธความช่วยเหลือจาก คาซึยะ เสมอ แต่ เรียวสุเกะ จะปฏิเสธความปรารถนาสุดท้ายของเพื่อนที่ตายไปแล้วได้หรือ? ไม่มีทางแน่นอน ด้วยเงินจำนวนนั้น เรียวสุเกะ คงจะเป็นอิสระจากงานพาร์ทไทม์และมีชีวิตที่ดีได้

"..."

"แล้วก็อ่านมังงะเรื่อง อาคาเมะ สวยประหาร ให้จบแทนฉันด้วยนะ ฉันยังไม่ได้อ่านสองสามตอนสุดท้ายเลย ได้ยินมาว่ามันค่อนข้างธรรมดาเมื่อเทียบกับตอนอื่นๆ... แต่ฉันก็ยังอยากอ่านให้จบ"

พวกเขาจับตัวเขามาในช่วงที่มังงะสุดบีบคั้นหัวใจเรื่องนั้นกำลังเข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์พอดี

ช่างเป็นจังหวะที่น่าเศร้านัก!

อันธพาลที่ถือปืนลูกโม่ถึงกับพูดไม่ออก แต่ คาซึยะ ไม่ได้โกหก เขาอยากจะอ่านเรื่องราวนั้นให้จบและจมดิ่งอยู่ในความว่างเปล่าหลังจากนั้นสักวันสองวันจริงๆ

"อ้อ เดี๋ยวสิ ฝากจดหมายถึง ยูมิเซ็นเซย์ ด้วย บอกเธอว่าฉันรักเธอจนวันตาย ถ้าเธอต้องการเงิน ก็ไปตบหน้าปู่ฉันได้เลย"

ยูมิ คือคนที่สนิทกับเขามากที่สุดรองจากปู่และเพื่อนโง่ๆ ของเขา หลังจากใช้เวลาเกือบปีในการทำให้เสื่อมเสียเอ๊ย ไล่ตามจีบอาจารย์สาวสุดฮอตของเขา ในที่สุดเธอก็ตกลงคบกับเขา เขาจะไม่มีโอกาสได้เรียนพิเศษยามดึกกับเธออีกต่อไปแล้ว

ชีวิตของเขาก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อาจารย์ควบตำแหน่งแฟนสาวของเขาช่วยสร้างสมดุลให้กับชีวิตประจำวันที่ต้องอยู่กับปู่ที่หวงแหนเกินเหตุและบ้าความยุติธรรม

"อีกเรื่อง... ไอ้พวกเวรเอ๊ยที่มาลักพาตัวฉันตอนนี้ พวกแกวางแผนช้ากว่านี้อีกสักสามเดือนไม่ได้รึไง? ปู่ของฉันอาจจะตายในแผนการอันแยบยลฉันหมายถึงอุบัติเหตุ ไอ้พวกงี่เง่านี่ก็จะได้ลอบสังหารประธานาธิบดีโง่ๆ นั่นไปแล้ว ให้ตายสิ พวกแกนี่ใจร้อนเหมือนเด็กอนุบาลชะมัด"

เขาหายใจเข้าลึกๆ หลังจากระเบิดอารมณ์ออกไป มันรู้สึกเหมือนยกหินออกจากอก

'อา... ไม่มีอะไรจะช่วยคลายเครียดได้ดีไปกว่าการตะโกนอีกแล้ว'

คำพูดของ คาซึยะ ไปสะกิดต่อมประสาทบางอย่างของผู้ลักพาตัวเข้าอย่างจัง ใบหน้าหล่อเหลาของมันแดงก่ำ "ไอ้เด็กเวร..."

ผู้ก่อการร้ายซังจ่อปากกระบอกปืนลึกลงไปบนหน้าผากเขา การจ้องมองความตายตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

ปัญหาเดียวที่เขามีกับความตายคือชีวิตหลังความตายมีอยู่จริงหรือไม่? ถ้าไม่มี เขาจะไปที่ไหนหลังความตาย? เขาจะแค่หยุดอยู่ตรงนั้นเลยเหรอ?

ขณะที่เขาจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด ชายผมบลอนด์ก็เหนี่ยวไก

ปัง!

ภาพสีแดงฉานเต็มทัศนวิสัย ความเจ็บปวดแผดเผาพลันระเบิดขึ้นในหัว ทำให้เขาร้องออกมาด้วยความทรมาน เปลือกตาของเขาปิดลงอย่างช้าๆ ศีรษะของเขาฟุบลง ความรู้สึกแสบร้อนค่อยๆ จางหายไป

ความเงียบเข้าปกคลุมหลังความตายของเขา

...

...

...

'เดี๋ยวนะ... ทำไมฉันยังคิดได้อยู่?'

สติสัมปชัญญะของเขายังคงอยู่ครบถ้วนหลังจากถูกยิง สมองของเขารอดจากกระสุนในระยะนั้นได้งั้นหรือ? ไม่น่าจะเป็นไปได้ เมื่อพิจารณาจากความมืดมิดรอบตัว เขาเหมือนกำลังลอยอยู่ในความว่างเปล่า ปราศจากความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งความเจ็บปวดจากกระสุน

มีบางอย่างผิดปกติเขาสัมผัสได้ถึงกระดูก

[สร้างตัวละคร 'คาซึยะ อิชิฮาระ' สำเร็จ]

หน้าต่างลอยได้ที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นท่ามกลางทะเลแห่งความมืด

'ตัวละคร? นี่มันระบบเหรอ?'

พล็อตเรื่องกลับชาติมาเกิดสุดห่วยที่มอบพลังให้ตัวเอกไปถึงระดับเทพโดยไม่มีเหตุผล เขาไม่ค่อยชอบระบบเท่าไหร่ เพราะมันมักจะบังคับให้โฮสต์ทำภารกิจที่ไม่สมเหตุสมผล อย่าลืมว่าระบบส่วนใหญ่มักเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของบอสใหญ่ หรือไม่ก็ได้รับมาจากตัวละครหลักในเวอร์ชันอื่น

ท่ามกลางความสับสน ความรู้สึกของร่างกายก็กลับคืนมา เขารู้สึกโคลงเคลงขึ้นลง การเคลื่อนไหวที่เกินจริงของม้าที่กำลังวิ่งเป็นสิ่งที่คุ้นเคยเกินไป เขาเคยขี่ม้ามาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้คร่อมมันอีกเลยตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย

เมื่อเขาปรือตากระพริบไล่ความง่วงงุนครั้งสุดท้าย เขาก็เห็นภาพพาโนรามาของยอดเขาหยักแหลม แนวสันเขาขรุขระ และสันเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ดวงดาวหายไปจากท้องฟ้าสีดำสนิท มีเพียงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่กำลังต่อสู้กับความมืดมิดอย่างสิ้นหวัง

'พระจันทร์มันเคยอยู่ใกล้ขนาดนี้ด้วยเหรอ?'

"เฮ้! เจ้าน่ะ ตื่นแล้วรึ"

จบตอน

จากผู้แปล: ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อน้อง อาปาเช่ เป็น ชื่อ อาปาช

เนื่องจาก ผมแปลผิดครับแต่ทำการแก้ไขเรียบร้อย ขออภัยผู้อ่านก่อนหน้านี้ด้วยนะครับ หากผิดพลาดตรงไหน บอกกันได้ที่ใต้คอมเมนต์ได้เลยน้าา

จบบทที่ ตอนที่ 1: เฮ้! เจ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว