เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 199 เจ้านายของกว่างหยวน

ตอนที่ 199 เจ้านายของกว่างหยวน

ตอนที่ 199 เจ้านายของกว่างหยวน


กว่างหยวนเค้นเสียงออกมาทันทีและพูดว่า "จอมยุทธน้อยระดับรวมธาตุอย่างเจ้ากำลังขอให้ข้าเป็นผู้ติดตามของเจ้า?" เขาเป็นถึงจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณที่น่าเกรงขาม สิ่งที่หลิงฮันขอมันเป็นเรื่องเพ้อฝันอะไรกัน?

เหนือกว่าระดับห้วงจิตวิญญาณคือระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ ซึ่งมันเป็นระดับพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในแปดตระกูลใหญ่และตระกูลจักรพรรดิ!"

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ในแคว้นพิรุณมีเพียงคนไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามกว่างหยวนได้

ประชากรของแคว้นพิรุณมีอยู่ประมาณหนึ่งร้อยล้านคน การที่ได้อยู่ในอันดับหนึ่งในร้อยจากร้อยล้านนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หรือไม่จริง?

"ข้าขอเปลี่ยนข้อเสนอ!" กว่างหยวนกล่าว

"ถ้างั้นเป็นผู้คุ้มกันของข้าเป็นเวลาหนึ่งปี" หลิงฮันกล่าวข้อเสนออื่นออกมา

มันมีความแตกต่างกันอย่างไร?

กว่างหยานเบิกตากว้าง เขาอยากจะทุบตีใครบางคน แต่ในขณะที่เขาคิดว่าหลิงฮันรู้เรื่องทักษะหัวใจดวงตะวัน เขาจึงสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงและพูดว่า "ข้าขอเปลี่ยนอีก"

"พี่ชายกว่าง ท่านเป็นคนที่เรื่องมากยิ่งนัก มันไม่มีใครอยู่รอบๆเลยทั้งซ้ายและขวา...งั้นลืมเรื่องที่คุยกันไปเถอะ ข้าเบื่อที่จะคิดเรื่องพวกนี้แล้ว" หลิงฮันยักไหล่และกำลังจะจูงมือพาฮูหนิวจากไป

"หืม?" หลังจากที่หลิงฮันก้าวเดินออกไปสองก้าว เขาได้หันหลังกลับไปและพูดกับกว่างหยวนว่า "พี่ชายกว่างท่านดึงเสื้อของข้าทำไม?"

"คนอย่างข้าจะดึงเสื้อเจ้าไปทำไม ดวงตาของเจ้ายังดีอยู่หรือเปล่า?" กว่างหยวนพูดโกหกหน้าตาย

หลิงฮันหัวเราะเสียงดังออกมาและพูดว่า "พี่ชายกว่าง หรือว่าถ้าข้าไม่ช่วยเหลือท่าน ท่านจะไม่ปล่อยข้าไป?"

"ถ้าเจ้าอยากไปก็ไปซะ คนอย่างข้าไม่ได้เป็นโจร แล้วข้าจะบังคับให้เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?" กว่างหยวนพูดตรงไปตรงมา แต่มือของเขายังคงจับที่ปลายเสื้อของหลิงฮันอยู่ เขาไม่เต็มใจให้หลิงฮันจากไป

หลิงฮันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและพูดว่า "พี่ชายกว่าง เพียงแค่เป็นผู้คุ้มกันข้าหนึ่งปีแลกกับความหวังของท่านที่อยากจะก้าวเข้าสู่ระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ ท่านคิดว่าท่านเป็นฝ่ายเสียเปรียบข้อตกลงนี้หรือ?"

กว่างหยวนขมวดคิ้ว "เจ้าสามารถให้คำมั่นสัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าข้าจะทะลวงผ่านระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ?" เขาเลือกที่จะเชื่อคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้โดยที่ไม่รู้ตัว ถึงแม้เขาจะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองได้ แต่การที่จะทะลวงผ่านระดับแก่นแท้จิตวิญญาณก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากเย็นอยู่ดี

...มีจอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณเพียงหยิบมือเท่านั้นในแคว้นพิรุณ ตัวตนเหล่านั้นต่างอยู่ในตระกูลจักรพรรดิและแปดตระกูลใหญ่ และยังมีขุมพลังอื่นด้วย อย่างเช่น ตำหนักโอสถสวรรค์ และสำนักหู่หยาง และไม่มีจอมยุทธพเนจรคนใดที่ประสบความสำเร็จ

"สามหยินทลายสวรรค์ ปราณก่อเกิดปิดกั้นความก้าวหน้า" หลิงฮันพูดออกมาอย่างกระทันหัน

สีหน้าของกว่างหยวนเปลี่ยนไปทันทีและเขาได้พูดออกมาว่า "เจ้ารู้เนื้อหาของทักษะได้ยังไงกัน?"

"แปลกเสียจริง หากข้าไม่รู้แล้วข้าจะแก้ปัญหาของท่านได้อย่างไร?" หลิงฮันกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

กว่างหยวนถอนหายใจและพูดออกมาว่า "เจ้าชนะแล้ว!"

"พี่ชายกว่าง อย่าได้รู้สึกผิดหวังเลย แล้วท่านจะเข้าใจภายหลังว่านี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดทั้งชีวิตของท่านแล้ว!" หลิงฮันหัวเราะ

กว่างหยวนส่ายหัวและกล่าวอย่างไร้อำนาจออกมาว่า "เจ้าหนู เจ้าดูไม่เหมือนเจ้านายแม้แต่น้อย ถ้าข้าเป็นผู้คุ้มกันของเจ้าความตายคงไม่อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ บางทีมันอาจทำให้ชีวิตของข้าต้องเข้าไปพัวพันด้วย"

"ไม่ต้องห่วง อย่างมากที่สุดมันก็แค่อันตรายเล็กน้อยไม่มีทางที่จะตายได้!" หลิงฮันตบไหล่ของเขา

"ยังไงซะคนอย่างข้าได้ตัดสินใจที่จะนั่งบนเรือโจรสลัดของเจ้าแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องพวกนี้อีก" กว่างหยวนกล่าว

จากนั้นหลิงฮันได้กล่าวว่า "สามหยินทลายสวรรค์ ปราณก่อเกิดปิดกั้นความก้าวหน้า" ถ้อยคำนี้เป็นปัญหาเมื่อท่านฝึกฝน ข้าเคยเจอกับคนที่เป็นเหมือนท่าน การเข้าใจคำพูดเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปิดผนึกพลังปราณก่อเกิดภายในกระดูกสันหลังข้อที่สาม ถ้าท่านยังฝึกบ่มเพาะพลังด้วยวิธีนี้อีก ไม่เกินสามปีกระดูกสันหลังของท่านจะแตกหักและท่านอาจกลายเป็นคนพิการได้"

กว่างหยวนรู้สึกตกใจ สำหรับจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณแล้ว หากจอมยุทธอย่างพวกเขาไม่มีความก้าวหน้า มันก็ไม่ต่างอะไรจากความตาย ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยบุคลิกที่ดื้อรั้นของเขา ทำให้เขามีความขุ่นเคืองกับผู้คนจำนวนมากและหากเขาพิการ คนจำนวนมากจะต้องมาซ้ำเขาแน่นอนเมื่อเขาล้ม...ส่วนผลลัพธ์ที่เลวที่สุดมันไม่จำเป็นต้องพูด

"ข้าขอถามนายน้อยฮันได้หรือไม่ว่าถ้อยคำนั้นควรตีความว่าอย่างไร?" เขาก้มหัวลงด้วยความนอบน้อมเพื่อขอคำแนะนำจากหลิงฮัน

หลิงฮันยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย แท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องบังเอิญ ในชีวิตที่แล้วของเขา เขาได้พบกับใครบางคนที่ฝึกฝนทักษะหัวใจดวงตะวันและกระดูกสันหลังของคนผู้นั้นได้พังยับเยิน

เขาต้องปรุงเม็ดยาระดับสวรรค์ที่สามารนฟื้นคืนกระดูกได้เสียก่อนแต่เมื่อคิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เขาต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจทักษะหัวใจดวงตะวันเพื่อความปลอดภัยและนั่นจะเป็นวิธีที่เขาสามารถมองเห็นปัญหาของกว่างหยวนได้เพียงแค่มองครั้งเดียว

"ถ้างั้นพวกเรามาคุยเรื่องพวกนี้กัน" หลิงฮันกล่าว

หลังจากผ่านไปหลายนาที กว่างหยวนเผยให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นและเคารพนับถือหลิงฮันมากยิ่งขึ้น ในความคิดของเขา สถานะของหลิงฮันสามารถทะยานขึ้นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เขารู้อยู่แล้วว่าทักษะหัวใจดวงตะวันนั้นเป็นทักษะที่น่าประทับใจ แต่เขากลับได้รับตำราทักษะที่ไม่สมบูรณ์ในสุสานโบราณที่หนึ่ง การเรียนรู้ทักษะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่มันจะต้องมีความทรงจำที่ยอดเยี่ยมเพื่อจดจำมันด้วย

หลิงฮันเหลือบมองไปที่เขาและยิ้มออกมา อย่างน้อยในหนึ่งปี เขาจะต้องไปถึงระดับห้วงจิตวิญญาณได้อย่างแน่นอนและกว่างหยวนจะไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ ดังนั้น หลิงฮันจึงตั้งระยะเวลาหนึ่งปี เพราะหากว่ากว่างหยวนต้องการอยู่ต่อหรือไม่มันก็จะมีสิทธิ์เลือก

กว่างหยวนต้องใช้เวลาเตรียมตัว ดังนั้นเขาจึงสัญญาว่าจะไปหาหลิงฮันที่สำนักหู่หยางในอีกสามวันให้หลัง

"จอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณที่ทรงพลังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้า?" หลิ่วอู๋ตงยังดูไม่เชื่อ

"ก็แค่จอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณ" หลิงฮันถอนหายใจออกมา ในชีวิตที่แล้ว เขาไม่ต้องการให้จอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณมาเป็นคนเฝ้าประตูบ้านของเขา แต่ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไป ดังนั้นเขาจึงต้องยอมรับ

หลิ่วอู๋ตงกวาดสายตาของนาง ถ้าจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณเข้ามาในบ้านตระกูลหลิ่ว ตระกูลหลิ่วจะให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดีและมอบข้อเสนอที่เย้ายวนให้กับเขา

"ข้าจะเป็นผู้คุ้มกันให้หลิงฮันด้วย!" ฮูหนิวกล่าวด้วยความแน่วแน่

หลิงฮันหัวเราะเสียงดังออกมาและพูดว่า "ยอดเยี่ยม ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้าอยู่ภายใต้การปกป้องจากฮูหนิวแล้ว!"

ฮูหนิวฉีกยิ้มกว้างออกมา แสดงให้เห็นว่านางรู้สึกมีความสุขมาก

หลังจากที่ทั้งสามคนได้กลับมาที่สำนัก หลิ่วอู๋ตงจึงกลับไปที่พักของนางทันที และหลิงฮันได้จูงมือฮูหนิวกลับไปที่ลานของเขา จากระยะไกล เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเฝ้าประตูอยู่และเหลือบมองรอบๆด้วยความทุกข์

นางคือหยุนชวงชวง

"หรือว่านายหญิงหยานเชิญข้าไปรับประทานอาหารรึ?" หลิงฮันยิ้มออกมาขณะที่เขาพูด

"ได้โปรดนายน้อยฮัน ช่วยข้าด้วย!" หยุนชวงชวงคุกเข่าลงบนพื้นทันที

จบบทที่ ตอนที่ 199 เจ้านายของกว่างหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว