เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 167 เอาเรื่อง

ตอนที่ 167 เอาเรื่อง

ตอนที่ 167 เอาเรื่อง


“เจ้ามาจากตระกูลใด? เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาสั่งให้ปรมาจารย์หยวนชู่หลอมเม็ดยาให้! ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าเจ้ามาจากตระกูลจักรพรรดิหรือแปดตระกูลใหญ่!”

พวกเขามาจากตระกูลอู๋ หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ และเพราะว่าแปดตระกูลใหญ่กับตระกูลจักรพรดิมีความใกล้ชิดกัน พวกเขาจึงรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนจากขุมอำนาจทั้งเก้า และในเมื่อพวกมันไม่ใช่ จะมีตระกูลใดอีกที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลอู๋?

ในความคิดของพวกเขา คนเหล่านี้จะต้องมาจากชนชั้นล่างและใช้เส้นสายบางอย่างในการผ่านเข้าศาลาบุปผางามมาแน่นอน เพราะงั้นคนเหล่านี้ถึงได้คิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าใครและถึงขนาดกล้าทำตัวอวดดีต่อหน้าปรมาจารย์หยวนชู่

“พวกเรา... พวกเรา” ป้าหนึ่งตัวสั่นจนพูดติดอ่าง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อนางเห็นเครื่องหมายตระกูลของผู้ชายสามคนตรงหน้า... ตระกูลอู๋!

หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่!

ถึงแม้นางจะแต่งงานเข้าตระกูลอื่น แต่นั่นก็เป็นเพียงตระกูลชั้นกลางเท่านั้น แถมสามีของนางยังเป็นเพียงตัวตนอันต่ำต้อยและมีอำนาจไม่มากในตระกูล ถ้าเขารู้ว่านางล่วงเกินตระกูลอู๋ล่ะก็ การตัดหัวของนางคงจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการขอโทษตระกูลอู๋

แปดตระกูลใหญ่มีอำนาจในการตัดสินความเป็นตาย และเป็นรองเพียงตระกูลจักรพรรดิ!

“อะไร? รีบพูดออกมาสิ! ใครกันที่ทำให้เจ้ามีความกล้าถึงขนาดตะโกนออกคำสั่งกับปรมาจารย์หยวนชู่?” ชายตระกูลอู๋สามคนขู่เข็ญและยิ้มอย่างเลือดเย็นไปยังพวกมัน

บิดาของเจียงเฟยหยานเกือบจะเป็นลมเพราะความตกใจและความหวาดกลัว เขาเพียงได้ยินพี่สาวของเขาสองคนบอกว่าพวกนางไปขอให้ปรมาจารย์หยวนชู่หลอมเม็ดให้แต่ถูกปฏิเสธเท่านั้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกนางจะโง่ถึงขนาดกล้าไปทำท่าทางอวดดีใส่ปรมาจารย์หยวนชู่

ถ้านักปรุงยาระดับดำขั้นกลางโมโห และตระกูลอู๋เป็นคนออกมาลงโทษผู้ที่ไปล่วงเกินปรมาจารย์หยวนชู่ ตระกูลเจียงจะต้องจบสิ้นและไม่มีใครสามารถพูดโต้แย้งอะไรได้แน่นอน

ก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วไม่ใช่รึ? ใครใช้ให้พวกนางไปล่วงเกินนักปรุงยาตั้งแต่แรกล่ะ?

นักปรุงยาเป็นกลุ่มคนที่โดดเด่น พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ไม่ว่าใครก็อยากสร้างคำพึงพอใจและกระชับมิตรด้วย แล้วดูสิ่งที่พวกเจ้าทำสิ? เจ้ากล้าไปทำตัวอวดดีต่อหน้านักปรุงยา พวกเขาจะไปสังหารใครถ้าไม่ใช่พวกเจ้า?

“เฒ่าหก เฒ่าแปด ไปตบหน้าพวกมัน ปากของนังผู้หญิงโสโครกสองคนนั้นมันเน่าเหม็นเกินไป เมื่อสักครู่มีปรมาจารย์หยวนชู่อยู่ด้วย พวกเราจึงตบได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นตอนนี้ไปตบพวกมันซะ!” ชายวัยกลางคนชุดเขียวพูด

“ได้เลย!” ชายอีกสองคนเดินไปข้างหน้าเพื่อคว้าตัวป้าหนึ่งและป้าสอง

ชายทั้งสองมีพลังบ่มเพาะระดับรวมธาตุขั้นเก้าและมีความสามารถอันแข็งแกร่ง ถึงป้าหนึ่งกับป้าสองอยากจะหนี แต่พวกนางจะหนีได้อย่างไร? ยังไงพวกนางก็คงถูกจับตัวได้ในทันที

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ หญิงสาวปากร้ายถูกตบอย่างต่อเนื่องด้วยฝ่ามืออันรวดเร็ว ใบหน้าของพวกนางกลายเป็นปูดบวม พวกนางถึงขนาดสำลักเศษฟันหลายซี่ออกมา นี่เป็นเพราะชายสองทั้งคนยั้งมือเอาไว้ ไม่เช่นนั้นหากพวกเขาใช้พลังเต็มที่ หญิงสาวระดับหลอมกายาสองคนจะทำอะไรได้?

จางฮวาเหลียนและถงหยวนไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว พวกมันทำได้เพียงขดตัวกอดกันซ่อนตัวอยู่ตรงมุมสวน

“ข้าคือลูกสะใภ้ของตระกูลตวนมู่ อย่าสังหารข้าเลย!” ป้าหนึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนของนางตอนนี้เต็มไปด้วยโลหิตและน้ำตา จนเกิดเป็นภาพที่น่าเกลียดจนไม่อาจบรรยายได้

“ตระกูลตวนมู่?” ชายชุดเขียวเค้นเสียงดูถูก “เมื่อใดกันที่ตระกูลตวนมู่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น? ข้าอยากจะฟังคำอธิบายจากตวนมู่เซี๋ยงจริงๆ”

ตวนมู่เซี๋ยงคือผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลตวนมู่ แต่ดูจากน้ำเสียงที่ชายชุดเขียวใช้เรียกตวนมู่เซี๋ยง เขาคงไม่คิดว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญอันใดเป็นแน่ ในใจของป้าหนึ่งเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง สถานการณ์วิกฤตในตอนนี้ทำให้สมองของนางทำงานอย่างรวดเร็วและรีบพูดออกไป “หวู่จื้อ! หวู่จื้อ! ช่วยข้าด้วย!”

“ใช่แล้วหวู่จื้อ ในเมื่อเจ้าสามารถจองสวนข้างศาลาได้ สถานะของเจ้าจะต้องไม่ตำกว่าอีกฝ่ายแน่นอน รีบใช้สถานะของเจ้าขู่ให้พวกมันกลัวเร็ว!” ป้าสองเองก็รีบพูดขึ้นมาราวกับนางเพิ่งตื่นจากฝัน

“ฮ่าๆๆ!” ชายชุดเขียวหัวเราะอย่างเย็นชา มีคนอยากจะใช้สถานะมาขู่ข้างั้นรึ? งั้นข้าก็อยากรู้จริงๆว่าคนคนนั้นจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน

จิงหวู่จื้อรู้สึกถึงเหงื่ออันเย็นเฉียบที่ปกคลุมทั่วร่างกาย เขาเป็นเพียงนายน้อยสามของตระกูลจิงจากเมืองต้าหยวน ในที่นั่นชื่อของเขาอาจจะทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนล้มตายได้ แต่ในเมืองจักรพรรดินี่น่ะรึ... มันไร้ความหมาย!

“เจ้าชื่อหวู่จื้ออะไรนะ?” ชายชุดเขียวยิ้มอย่างดุร้าย “ข้ายืนอยู่ตรงนี้ บอกชื่อของเจ้ามา และให้ข้าดูเสียหน่อยว่าข้าจะกลัวจนตายไหม?”

“ท่านต้องล้อเล่นแน่ๆ นี่เป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้น!” จิงหวู่จื้อพูดและประสานมือคารวะอย่างสุภาพ “ผู้อาวุโสสองคนนี้ของข้าดื่มเยอะเกินไป ทำให้พวกนางบ้าบิ่นถึงขนาดไปล่วงเกินปรมาจารย์หยวนชู่ ข้าอยากจะขอให้พวกท่านและปรมาจารย์หยวนชู่ยกโทษให้ด้วย”

“เหอะๆ เจ้ารู้รึไม่ว่าผู้หญิงโสโครกสองคนนั้นเรียกปรมาจารย์หยวนชู่ว่าอย่างไร?” มุมปากของชายชุดเขียวปรากฏร่องรอยดูถูกเล็กน้อย “สุนัขเฒ่า! เจ้าได้ยินรึไม่ พวกมันกล้าเรียกปรมาจารย์หยวนชู่ว่าสุนัขเฒ่า! ข้ามีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีและนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นคนกล้าดูถูกปรมาจารย์หยวนชู่ว่าสุนัขเฒ่า!”

จิงหวู่จื้อและสมาชิกตระกูลเจียงอีกสามคนมีสีหน้าซีดเผือด พวกเขาเกือบจะกระโจนออกไปบีบคอหญิงสาวปากร้ายทั้งสองให้ตาย!

ถ้าพวกเจ้าอยากจะตาย งั้นก็ตายไปแค่พวกเจ้าสิ! ทำไมจะต้องกลับมาลากคนอื่นไปตายกับเจ้าด้วย?

ป้าหนึ่งและป้าสองเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ หนึ่งในเหตุผลที่พวกนางกล้าทำตัวอวดดีเช่นนั้นเป็นเพราะจู่ๆพวกนางก็สามารถเข้ามานั่งภายใจสวนด้านข้างของศาลาบุปผางามได้ ซึ่งทำพวกนางรู้สึกราวกับสถานะของพวกนางสูงขึ้นเทียมฟ้า แต่เหตุผลหลักเลยก็เป็นเพราะพวกนางเมาจริงๆ

ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าพวกนางจะโง่ขนาดไหน พวกนางคงไม่กล้าบุกไปขอเม็ดยาจากปรมาจารย์หยวนชู่เช่นนั้นหรอก ยิ่งกว่านั้นพวกนางยังด่าอีกฝ่ายว่าสุนัขเฒ่าหลังจากถูกปฏิเสธอีก

แต่ตอนนี้ ทุกอย่างล้วนสายไปแล้ว!

“ไม่มีอะไรจะพูดแล้วสินะ?” ชายชุดเขียวพาดมือไว้ที่หลัง ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณและเค้นเสียงขึ้นมา “พวกบ้านนอกนี่ช่างอวดดีเสียจริง ขนาดข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วยังมีคนกล้านั่งอยู่กับที่อีก!”

ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นหลิงฮัน

หลิงฮันไม่มองชายชุดเขียวแม้แต่น้อย เขาเพ่งความสนใจทุกอย่างไปกับการแย่งอาหารกับฮูหนิว แน่นอนว่าเขาเพียงแค่กำลังหยอกล้อเล่นกับเด็กสาว ต่อให้เขาแย่งอาหารมาได้เขาก็ไม่กินอยู่ดี เพราะเขาอิ่มแล้ว

“ช่างโอหังนัก เห็นว่าบิดาเจ้าอยู่ตรงนี้แต่ยังกล้านั่งเฉยอีกรึ?” ชายชุดเขียวจ้องอย่างดุร้ายและปลดปล่อยแรงกดดันออกมา

ดวงตาของหลิงฮันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและสะบัดมือออกไป กระดูกในมือของเขาถูกเขวี้ยงใส่ชายชุดเขียวทันที

ชายชุดเขียวเอื้อมมือออกไปเพื่อคว้ากระดูก แต่ในขณะที่มือของเขากำลังจะสัมผัสกับมัน กระดูกที่หลิงฮันเขวี้ยงออกไปก็เปลี่ยนทิศทางเลี้ยวผ่านมือเขาอย่างปาฏิหาริย์ และกระแทกโดนหน้า

อย่างแรก เขาประมาทคู่ต่อสู้ และข้อสอง หลิงฮันโยนกระดูกออกไปด้วยวิธีแปลกประหลาดทำให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

“เจ้ากำลังแส่หาความตาย!” ชายชุดเขียวคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เขากระโดดเข้าใส่หลิงฮันและง้างหมัดเพื่อเตรียมทุบตีหลิงฮัน

เท้าของหลิงฮันกระแทกกับพื้นและพุ่งถอยหลัง เขาสามารถใช้ทักษะย่างก้าวเมฆาสลายได้อย่างง่ายดาย

จอมยุทธอ่อนแอระดับรวมธาตุกลับสามารถเยือกเย็นได้ในขณะที่ถูกจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุจู่โจม?

ชายชุดเขียวไม่สามารถชกโดนหลิงฮัน และในขณะที่มันไม่สามารถโค่นหลิงฮันลงได้หลังจากชกไปหลายหมัด สีหน้าของมันได้เปลี่ยนเป็นจริงจังและหยุดโจมตี “เจ้าหนู เจ้าเป็นใครกัน?”

“ตบหน้าตัวเองสิบครั้งแล้วข้าจะพูดกับเจ้า” หลิงฮันพูดอย่างใจเย็น ชายคนนี้กล้าพูดว่ามันคือบิดาของเขาต่อหน้าหลิงฮัน เขาจะปล่อยมันไปโดยไม่ทุบตีได้อย่างไร?

“ช่างโอหัง!” ชายชุดเขียวคำรามต่ำและเริ่มโจมตีหลิงฮันอีกครั้ง

ฟุบ! ฮูหนิวไต่เก้าอี้ลงมาอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าหาชายชุดเขียวด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว

“หืม!” ชายชุดเขียวไม่ได้สนใจฮูหนิวตั้งแต่แรก แต่เมื่อเด็กสาวลงมือ เขาตกตะลึงอย่างมากที่เด็กสาวอายุเพียงห้าหรือหกปีจะมีพลังอยู่ที่ระดับรวมธาตุ!

ใครจะไปอยากเชื่อ?

แต่ด้วยความโกรธอันมหาศาล เขาจึงตัดสินใจทำบางสิ่งอย่างลับๆ ในเมื่อเขาไม่สามารถทำอะไรหลิงฮันได้ งั้นเขาก็จะทำร้ายเด็กสาวคนนี้แทน! รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของชายชุดเขียวและเขาได้ปล่อยหมัดเข้าใส่ฮูหนิวอย่างโหดเหี้ยม

“ช่างกล้านัก!” หลิงฮันคำรามด้วยความโกรธ ชายคนนี้กล้าแม้กระทั่งคิดจะทำให้เด็กสาวเช่นนี้บาดเจ็บสาหัส มันช่างไร้ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง! หลิงฮันรีบกระโดดไปข้างหน้าเพื่อป้องกันหมัดที่พุ่งเข้าใส่ฮูหนิว

จบบทที่ ตอนที่ 167 เอาเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว