เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 166 ปัญหา

ตอนที่ 166 ปัญหา

ตอนที่ 166 ปัญหา


ใครก็ตามที่สามารถนั่งรับประทานอาหารในลานด้านข้างของศาลาบุปผางามได้นั้นจะได้รับการพิจาราณาว่าเป็นคนที่มีสถานะสูงส่งเป็นอย่างมาก ทฤษฎีนี้มันแปลกตรงไหน?

พวกโง่ทั้งสองคน... ใครคือปรมาจารย์หยวนชู่? ถ้าพวกนางกล้าที่จะผลีผลามเข้าไปหาเขา ใครจะไปรู้ว่าเขาจะโกรธเพราะความไร้มารยาทของพวกนางหรือไม่? แม้ว่าพวกนางจะถูกฆ่าตายตรงนั้น พวกนางก็จะตายไปอย่างไร้ค่า

แต่น่าเสียดายที่ป้าทั้งสองได้เสียสติของตัวเองไปแล้ว

"ท่านแม่ พวกเราสามารถทะลวงผ่านระดับรวมธาตุได้จริงหรือ?" จางฮวาเหลียนถามด้วยความตื่นเต้น

"แน่นอน เขาเป็นถึงนักปรุงยาระดับดำขั้นกลาง การทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุยังเป็นเรื่องที่ง่ายมากด้วยความช่วยเหลือของเขา แล้วนับประสาอะไรกับระดับรวมธาตุ! ป้าหนึ่งโบกมือของนางราวกับว่าหยวนชู่เป็นคนรับใช้ของนางที่นางสามารถสั่งให้เขาปรุงยาตามคำสั่งของนางได้

"ดีเลย พวกเรารีบไปกันเถอะ!" จางฮวาเหลียนและถงหยวนลุกขึ้นยืนอย่างรีบร้อน พวกมันทั้งสองคนไม่มีพรสวรรค์ในด้านวรยุทธ์เลย และติดอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นที่ 9 มานานแล้วโดยไม่มีวี่แววว่าจะทะลวงผ่าน ในเมืองจักรพรรดิ ระดับบ่มเพาะพลังเช่นนั้นถือว่าเป็นขยะ

คู่แม่ลูกสองคู่รีบมุ่งหน้าไปหาหยวนชู่อย่างรวดเร็ว พ่อแม่ของเจียงเฟยกำลังจะหยุดพวกเขา แต่แล้วหลิงฮันได้ส่งสัญญาณให้จิงหวู่จื้อด้วยสายตาของเขาเพื่อบอกให้เขาหยุดพ่อแม่ของเจียงเฟยหยางไม่ให้ทำอะไร

"ปล่อยให้พวกมันได้รับบทเรียนสักเล็กน้อย!" หลิงฮันกล่าวอย่างสงบ

"พี่ใหญ่หลิง คนที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่คือปรมาจารย์หยวนชู่เชียวนะ ถ้าเขาโกรธขึ้นมาล่ะก็..." จิงหวู่จื้อไม่ใช่คนโง่ ถ้านักปรุงยาระดับดำขั้นกลางต้องการจะจัดการกับตระกูลเล็กๆที่มีเบื้องหลังเพียงจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุ อีกฝ่ายใช้แค่เพียงความคิดเท่านั้น

จิงหวู่จื้อไม่ได้สนใจสองแม่ลูกสองคู่นั้นว่าจะถูกฆ่าตายด้วยความโง่เขลาของตัวเองหรือไม่ แต่เขากังวลว่าพวกมันจะลากตระกูลเจียงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

"ไม่จำเป็น" หลิงฮันยิ้มจางๆ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงทำอะไรบ้างเพื่อแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม คนผู้นั้นคือหยวนชู่ที่เป็นสมุนของหลิงฮัน

พ่อแม่ของเจี่ยงเฟยหยางไม่ใช่คนโง่ เมื่อพวกเขาได้ยินบทสนทนาระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคน พวกเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าหลิงฮันเป็นคนที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้ามาในศาลาบุปผางามได้

"หากน้องหลิงพูดเช่นนั้น ข้าก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง" เมื่อจิงหวู่จื้อเห็นเจียงเฟยหยางและพ่อแม่ของนางรู้ความจริงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะปิดบังความจริงอีกต่อไปและกล่าวออกมาว่า "ทั้งหมดต้องขอบคุณน้องหลิงที่ทำให้ข้าสามารถจองลานด้านข้างของศาลาบุปผางามในครั้งนี้ได้"

พ่อแม่ของเจียงเฟยหยานยิ้มออกมา อย่างแรกพวกเขาไม่ได้เป็นคนโง่เขลาเหมือนป้าทั้งสองคนนั้น และอย่างที่สองพวกเขาฉลาดกว่าป้าทั้งสองคนมาก แม้มันจะไม่ใช่เพราะจิงหวู่จื้อสักทีเดียว แต่พวกเขาก็สามารถมาที่นี่ได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิงหวู่จื้อมีสหายอย่างหลิงฮัน

ในอนาคต ตราบใดที่จิงหวู่จื้อได้แต่งงานกับเจียงเฟยหยาน คนอื่นยังต้องใบหน้าตระกูลเจียงเล็กน้อย แม้จะเป็นเพราะหลิงฮันก็ตาม

มันเป็นสิ่งที่น่าพอใจอย่างยิ่งที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนฉลาดและอากาศรอบโต๊ะจัดเลี้ยงก็เริ่มสดใสขึ้น แม้ว่าฮูหนิวจะทุบโต๊ะร้องขอดื่มไวน์ ซึ่งทำให้ทุกคนหัวเราะกับการแสดงตลกของนาง

ฮูหนิวเป็นเด็กสาวที่น่ารักน่าชังมากจนเจียงเฟยหยานจ้องมองนางไม่หยุด

"หากคุณหนูเจียงชอบเด็กขนาดนั้น ทำไมท่านไม่รีบแต่งงานกับพี่ชายจิงเสียล่ะและท่านจะได้มีลูกเป็นของตัวเอง? แน่นอนข้าจะต้องเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้พวกท่านในเวลานั้น!" หลิงฮันกล่าวหยอก

สีหน้าของเจียงเฟยหยางแดงก่ำทันทีและก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ในขณะเดียวกัน จิงหวู่จื้อนั้นกล้าหาญกว่านาง เขากล่าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเสียงดังว่า "น้องหลิง ของขวัญชิ้นใหญ่ที่เจ้าพูดถึงมันชิ้นใหญ่มากเลยใช่ไหม? ข้าจะจดจำคำพูดของเจ้า และเจ้าไม่อาจกลืนคำพูดนั้นได้!"

"หนิวต้องการของขวัญชิ้นใหญ่ด้วย!" ฮูหนิวพูดออกมาพร้อมกับชูมือของนางขึ้นมา

"เจ้ากินไปเถอะ!" หลิงฮันยัดขาไก่ในมือนางและเด็กน้อยเริ่มเคี้ยวมันอย่างมีความสุข

"ตึก ตึก ตึก!" ในขณะนั้นประตูของลานด้านข้างถูกเปิดออก เจียงฮวาเหลียนและถงหยวนพวกมันทั้งสองคนกำลังเดินผยุงตัวแม่ของพวกมันขณะที่เดินเข้ามา สภาพของพวกมันทั้งสี่คนดูน่าสังเวชมากราวกับว่าถูกทุบตีมา มันมีรอยฟกช้ําดำเขียวไปทั่วร่าง

เมื่อพิจารณาอย่างรอบครอบแล้ว พ่อของเจียงเฟยหยานยังคงเป็นน้องชายของผู้หญิงทั้งสองคนนั้น เขาจึงรีบลุกขึ้นยืนและถามออกไปว่า "เกิดอะไรขึ้น?"

"ท่านลุง!" จางฮวาเหลียนและถงเหลียนพวกมันทั้งสองคนสั่นเทาด้วยความกลัวขณะที่กล่าวออกมาว่า "พวกข้าไปขอให้ปรมาจารย์หยวนชู่ปรุงเม็ดยาให้พวกข้า แต่เขากลับไม่ยอมรับคำขอร้องของพวกเรา ท่านแม่และป้ารองเลยพูดอะไรบางอย่างออกมาเลยทำให้ปรมาจารย์หยวนชู่โกรธ แล้วเขาได้ตบตีพวกข้าและกล่าวว่าจะมาที่นี่ทีหลังเพื่อดูว่าตระกูลใดถึงกล้าทำตัวหยิ่งยโสขนาดนี้!"

"ท่านลุง ข้ายังเด็ก! ข้ายังไม่อยากตาย! ท่านต้องช่วยข้า!"

"หวู่จื้อ ข้าเป็นพี่ใหญ่ของเจ้า เจ้าคงไม่ยืนเฉยและเฝ้าดูข้าตายหรอกใช่ไหม? เจ้าต้องมีวิธีที่จะช่วยให้พวกเรารอดถูกไหม?" ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งขอร้องให้พ่อของเจียงเฟยหยานช่วยพวกมัน ขณะที่ลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่งกล่าวขอร้องให้จิงหวู่จื้อช่วยเหลือพวกมัน

พ่อของเจียงเฟยหยานขมวดคิ้วทันที และดูไม่ค่อยพอใจ พี่สาวทั้งสองคนของเขาพยายามทำให้เขาเสียหน้าภายในตระกูลและปล่อยให้ลูกชายทั้งสองคนของพวกนางแทรกแซงเรื่องของตระกูลเจียง มันเห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการที่จะฉกฉวยทรัพย์สินของตระกูลเจียง

เขาสามารถทนต่อเรื่องพวกนี้ทั้งหมดได้ในตอนแรก เพราะเขาไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับอำนาจและสิ่งของ ยิ่งไปกว่านั้น เขามีลูกสาวเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น และความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือขอให้ลูกสาวของเขาแต่งงานกับผู้ชายที่ดี จากนั้น เขาก็จะสามารถละทิ้งความกังวลทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังได้และสามารถเดินทางไปทั่วโลกพร้อมกับภรรยาสุดที่รักของเขาได้...

แต่พวกนางทั้งสองคนเป็นคนที่โง่เขลาอย่างแท้จริงและไปทำให้นักปรุงยาระดับดำโกรธ...หรือว่าพวกนางกำลังพยายามที่จะลากตระกูลเจียงตกต่ำไปกับพวกมันด้วย?

ปัญหาที่พวกมันก่อขึ้นมันหนักหนาเกินไป มันไม่มีทางที่เขาจะอนุญาตให้ตระกูลเจียงตกต่ำลงเพราะความโง่เขลาของพวกมันและตกตายไปพร้อมกับพวกมัน ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกไปว่า "พวกเจ้าเป็นคนก่อปัญหาเอง พวกเจ้าน่าจะคิดออกเองว่าทำเช่นไรถึงปรมาจารย์หยวนชู่จะยกโทษให้!"

"เจียงโป๋ซิน เจ้าเป็นคนที่โหดเหี้ยมยิ่งนัก!" ป้าหนึ่งกล่าว "เด็กพวกนี้เป็นหลานชายของเจ้า แต่เจ้ากลับนิ่งเฉยและดูพวกเขาตาย?"

พ่อของเจียงเฟยหยานส่ายหัว พี่สาวทั้งสองคนของเขายังไม่ตระหนักถึงความผิดของตัวเอง พวกนางเป็นคนที่ไร้เหตุผลจริงๆ จากนั้น เขาได้ถามออกไปอย่างเดือดดาลว่า "แท้จริงแล้วพวกเจ้าพูดอะไรกับปรมาจารย์หยวนชู่กันแน่ถึงทำให้เขาจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง?"

"เอ่อ..." ป้าหนึ่งและสามคนที่เหลือดูลังเลขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

พ่อของเจียงเฟยหยางรู้จักพวกมันทั้งสี่คนดี แล้วเขาจะเดาไม่ออกได้อย่างไร? พวกมันทั้งสี่คนต้องการลากทุกคนที่อยู่ที่นี่ประสบปัญหาเดียวกับพวกมัน พวกมันต้องพูดจาโผงผางและอ้างชื่อคนใหญ่คนโตเพื่อหนีออกจากสถานการณ์ในตอนนั้นเป็นแน่

นั่นเป็นเพราะคนที่สามารถจองลานด้านข้างของศาลาบุปผางามได้นั้นจะต้องเป็นคนที่มีสถานะทางสังคมที่สูงส่งมาก แน่นอนว่าคนอย่างปรมาจารย์หยวนชู่ไม่ได้โง่เขลาเหมือนกับพวกมันทั้งสี่คน และจะมาที่นี่ด้วยตัวเองเพื่อดูเจ้าภาพของงาน

แต่พวกเขากลับต้องมารับเคราะห์ด้วย และทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเพราะพวกโง่ทั้งสี่คนกระทำ

พ่อของเจียงเฟยหยานแทบจะกระอักเป็นเลือดออกมาเพราะความโกรธสุดขีดของเขา คู่แม่ลูกสองคู่นี้มันโง่เหมือนหมูจริงๆ และยังลากคนอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกมันด้วย ทำให้เขารู้สึกโกรธจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่และอยากจะฉีกพวกมันทั้งสี่คนเป็นชิ้นๆ

จากด้านนอก เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากนั้น เสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น และมีเสียงของผู้ชายกล่าวออกมาว่า "พวกเรามาที่นี่ในนามของปรมาจารย์หยวนชู่เพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้าภาพของลานด้านข้างนี้"

พึ่บ จิงหวู่จื้อและคนอื่นๆต่างลุกขึ้นยืน พวกเขาทุกคนดูวิตกกังวลมาก

แม้ว่าหลิงฮันจะบอกพวกเขาแล้วว่าทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร แต่เขานั้นยังเด็กเกินไป ใครจะมั่นใจในคำพูดของเขากัน? เมื่อเขาขบคิดถึงเรื่องนั้น แม้ว่าหลิงฮันจะเป็นคนที่น่ากลัวและมีผู้หนุนหลังเขาอยู่เบื้องหลัง แต่คนที่อยู่เบื้องหลังเขาจะเอาชนะความโกรธของนักปรุงยาระดับดำขั้นกลางได้อย่างไร?

ภายในแคว้นพิรุณมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนั้นได้ อย่างเช่น จักกพรรดิพิรุณและผู้นำตระกูลใหญ่ทั้งแปด

"เร็วเข้า พวกเจ้ารีบไปให้การต้อนรับปรมาจารย์หยวนชู่เดี๋ยวนี้!" พ่อของเจียงเฟยหยางกล่าวอย่างเร่งรีบ เขาไม่เชื่อว่าผู้หนุนหลังของหลิงฮันจะมีอำนาจมากกว่านักปรุงยาระดับดำขั้นกลาง นั่นเป็นเพราะหลิงฮันไม่ได้เป็นสมาชิกของตระกูลจักรพรรดิแห่งแคว้นพิรุณ หรือแม้แต่หนึ่งในสมาชิกรุ่นเยาว์ของตระกูลใหญ่ทั้งแปดตระกูล

พวกเขาทุกคนเดินเข้ามาใกล้ประตู มันทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันของการมาถึงนักปรุงยาระดับดำขั้นกลางมันหนักหน่วงเกินไป

ขณะเดียวกัน หลิงฮันยังคงนั่งอยู่ที่ของตัวเองพร้อมกับฮูหนิวที่ยังคงเพลิดเพลินไปกับอาหารของตัวเอง

จบบทที่ ตอนที่ 166 ปัญหา

คัดลอกลิงก์แล้ว