เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 119 ตกอาวุธวิญญาณ

ตอนที่ 119 ตกอาวุธวิญญาณ

ตอนที่ 119 ตกอาวุธวิญญาณ


หลิวปู้เฉิงชำเลืองมองไปยังหลิงฮัน ใบหน้าของมันปรากฏความไม่พอใจขึ้นมา

 

เป็นแค่รุ่นเยาว์แต่กล้ามาตั้งคำถามกับมัน? เขาไม่เคารพตัวมันที่เป็นผู้อาวุโสเลยรึไง? แต่เพราะเห็นแก่หลานสาวของมัน มันจึงไม่ได้ระเบิดความโกรธออกไปทันที แต่ตอบกลับไปด้วยสีหน้ามืดมน “มีอยู่สองสามอันที่สามารถดักเก็บได้สำเร็จ แต่พวกมันล้วนแต่เป็นสมบัติที่ได้รับความเสียหายหนัก จิตวิญญาณของพวกมันจึงเสื่อมสภาพลงไปแล้ว”

 

“ขอข้าดูหน่อยได้รึไม่?” หลิงฮันถาม

 

หลิวปู้เฉิงทนไม่ไหวอีกต่อไป เจ้ารู้รึเปล่าว่าอาวุธวิญญาณเหล่านั้นมีค่าขนาดไหน? ต่อให้พวกมันได้รับความเสียหายอย่างหนักมาแล้วก็ตาม พวกมันก็ยังเป็นสมบัติที่ล้ำค่าอยู่ดี ตราประทับที่สลักอยู่ในอาวุธเหล่านั้นล้วนแต่มีคุณค่าสำหรับการค้นคว้าอย่างมาก เพราะว่าสิ่งที่อยู่ภายในตราประทับคือเจตจำนงของจอมยุทธที่ทรงพลังในอดีต บางทีอาจจะมีจอมยุทธระดับตัวอ่อนวิญญาณมากมายมาคอยช่วยเหลือในการค้นคว้าก็ได้ ซึ่งนั่นจะเป็นการยกระดับจอมยุทธของแคว้นพิรุณให้สูงขึ้นไปอีกขั้น

 

แล้วใครจะยอมให้รุ่นเยาว์อย่างเจ้าเข้าไปดูสมบัติที่ไม่สามารถวัดค่าได้เช่นนั้น? ใช่แล้ว แม้แต่ตัวมันก็ยังไม่มีสิทธิที่จะได้ดูเลย!

 

“อย่าฝันกลางวันไปหน่อยเลย!” มันพูดตำหนิขึ้นมา เพราะเห็นแก่หลานสาวของมัน มันจึงไม่ได้ใช้คำหยาบคาย แต่ทำเพียงพูดตักเตือนเล็กน้อย

 

“ท่านลุงเจ็ด!” หลิวอู๋ตงรู้สึกกระวนกระวายว่าหลิงฮันจะโมโห แต่เมื่อนางไม่เห็นร่องรอยความไม่พอใจบนใบหน้าของหลิงฮัน นางจึงถอนหายใจและพูดออกไป “แค่ขอดูหน่อยจะเป็นอะไรกัน? มันคงไม่เสียหายเพียงเพราะจ้องมองหรอก!”

 

หลิวปู้เฉิงเกือบจะกระอักเลือด นี่ยังคงเป็นหลานสาวที่มีพรสวรรค์อันสูงส่งและฉลาดล้ำเลิศของมันอยู่อีกรึไม่? ทำไมรู้สึกเหมือนจะมีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับหัวของนาง นางถึงได้พูดคำพูดแบบนั้นออกมา?

 

ที่ว่า‘คงไม่เสียหายเพียงเพราะจ้องมอง’มันหมายความว่าอย่างไร? จักรพรรดิเองก็ไม่เสียหายเพียงเพราะถูกจ้องมองเหมือนกัน แต่เขาเป็นคนที่พวกเจ้าสามารถมองได้ง่ายๆรึเปล่าล่ะ?

 

“ข้าไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ พวกเราต้องไปพูดกับคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้แทน!” มันไม่ได้พูดโกหก มันเป็นเพียงจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุขั้นเก้า แม้ในตระกูลมันจะมีอำนาจเหนือกว่าสมาชิกทั่วไป แต่มันก็ยังไม่ใช่ผู้อาวุโสหลักของตระกูล และยิ่งสถานที่ที่ไม่ได้มีเพียงตระกูลหลิวเช่นนี้ สถานะของมันจึงไม่ได้สูงส่งอะไร

 

“แล้วทำไมเจ้าไม่พูดให้เร็วกว่านี้? เจ้าจะทำวางท่าทำไมในเมื่อเจ้าไม่สามารถตัดสินใจได้” หลิงฮันส่ายหัว

 

บัดซบ!

 

หลิวปู้เฉิงเกือบจะกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มคนนี้ช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ มันเพียงพูดตำหนิไปนิดเดียว แต่เด็กหนุ่มกลับตอบโต้มาด้วยคำพูดที่รุนแรงเช่นนี้ ตอนนี้มันอยากจะระเบิดความโกรธออกไปใจจะขาด แต่เมื่อมันนึกถึงเรื่องที่หลิงฮันมาที่นี่กับหลิวอู๋ตง แถมยังถือครองเหรียญตราที่เป็นของหวู่ซงหลิน ถ้ามันลงมือกับหลิงฮัน นั่นหมายความว่ามันไม่ยอมไว้หน้าหวู่ซงหลิน

 

ถ้ามันเผลอลงมือไปและทางตระกูลรู้เรื่องเข้า มันจะต้องถูกสั่งให้ไปคุกเข่าร้องขอความเมตตาต่อหน้าหวู่ซงหลินและรอให้อีกฝ่ายตัดสินว่าจะทำยังไงกับมันดีอย่างแน่นอน

 

มันเค้นเสียง‘ฮึ’หนึ่งทีและไม่ได้พูดอะไรอีก พร้อมกับเดินนำทางพวกเขาไปข้างหน้า

 

หลิงฮันยิ้มขึ้นมา เขาไม่มีทางลดตัวลงไปทะเลาะกับหลิวปู้เฉิงแน่นอน เมื่อสักครู่เขาเพียงแค่อยากหยอกล้ออีกฝ่ายเล่นเท่านั้น ใครใช้หลิวปู้เฉิงตาบอดแล้วมาพูดตำหนิเขากันล่ะ?

 

ทั้งสี่คนไม่ได้พูดอะไรกันต่อ พวกเขาเดินไปเรื่อยๆจนในไม่ช้าก็มองเห็นเต็นท์ที่พัก

 

“หืม หลิวเจ็ด ทำไมเจ้าถึงพารุ่นเยาว์มาที่นี่ล่ะ?” เมื่อชายวัยกลางคนมองเห็นพวกเขา บนใบหน้าของมันได้ปรากฏสีหน้าแปลกประหลาดใจ นี่คือสถานที่ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง มันใช่ที่ที่เจ้าจะพารุ่นเยาว์มาเดินเล่นรึอย่างไร?

 

“พวกเขามีเหรียญตราและจดหมายของปรมาจารย์หวู่ รวมถึงยังเป็นตัวแทนของปรมาจารย์หวู่อีกด้วย!” หลิวปู้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

 

“ว่าไงนะ?!” ชายวัยกลางคนตกตะลึง อีกฝ่ายคือหวู่ซงหลินเชียวนะ! ตัวตนที่มีสถานะต่ำกว่าจักรพรรดิพิรุณเพียงผู้เดียว และยังเป็นคนที่สามารถยืนได้อย่างทัดเทียมกับผู้นำตระกูลของแปดตระกูลใหญ่

 

“อย่างไรก็ตาม ข้าจะพาพวกเขาไปหาคนที่รับหน้าที่ดูแลลำธารใต้พิภพก่อน!” เมื่อหลิวปู้เฉิงเห็นสีหน้าที่ตกตะลึงของชายวันกลางคน ในใจของมันได้เกิดความรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา เมื่อสักครู่มันก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน และตอนนี้ได้มีคนมาร่วมแบ่งปันความตะลึงของมันไป มันจึงรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก

 

มันพาหลิงฮันกับสองสาวไปยังเต็นท์ที่พักที่ใหญ่ที่สุด เต็นท์ที่พักอันนี้คือสถานที่ที่ตัวแทนจากหลายขุมอำนาจใช้เป็นที่ประชุมพูดคุยกัน และตอนนี้ในเต็นท์ที่พักได้มีผู้อาวุโสระดับสูงสามคนคอยควบคุมดูแลอยู่

 

“ว่าไงนะ พวกเขามาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของปรมาจารย์หวู่?” ผู้อาวุโสระดับสูงทั้งสามคนอุทานขึ้นมาด้วยความตะลึง นี่คือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธวิญญาณระดับสูง แต่หวู่ซงหลินกลับส่งรุ่นเยาว์สามคนมาเป็นตัวแทน แถมสองในสามยังอยู่ในระดับรวมธาตุอีกด้วย เรื่องนี้ทำให้พวกมันไม่อยากจะเชื่อเป็นอย่างมาก

 

“ใช่แล้ว นี่คือเหรียญตราและจดหมายของอาจารย์ข้า” หลีซื่อฉางพูด

 

ผู้อาวุโสระดับสูงสามคนตรวจสอบสิ่งของทั้งสองชิ้น มันเป็นเหรียญตราและจดหมายของหวู่ซงหลินจริงๆ แน่นอนว่าถึงแม้นี่จะเป็นของจริง แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ พวกมันจึงต้องส่งข้อความไปยังเมืองจักรพรรดิเพื่อยืนยันกับหวู่ซงหลินอีกที

 

“เอาล่ะ เช่นนั้นพวกเจ้าก็พักที่นี่ก่อน พวกเจ้าสามารถเข้าร่วมการตกอาวุธวิญญาณได้” หนึ่งในผู้อาวุโสระดับสูงพูดขึ้นมา

 

ตกอาวุธวิญญาณ... ทำไมมันฟังดูแปลกๆจัง?

 

เพราะว่าเต็นท์ที่พักมีจำนวนจำกัด หลิงฮันจึงอาศัยอยู่ในเต็นท์ของเขาเอง ส่วนหลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางนั้นอาศัยอยู่ด้วยกัน

 

หลิงฮันมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนหวู่ซงหลิน เขาจึงมีสิทธิที่จะรู้ข้อมูลเพิ่มขึ้น ในที่นี้มีขุมอำนาจรวมกันทั้งหมดสิบขุมอำนาจ นอกจากตระกูลจักรพรรดิแล้ว ยังมีแปดตระกูลใหญ่และสำนักฮูหยางเข้าร่วมด้วย

 

สำหรับสำนักฮูหยาง มีเพียงอาจารย์ใหญ่ทั้งสองคนเท่านั้นที่มีสิทธิรับรู้เรื่องนี้ ส่วนอาจารย์หรือศิษย์คนอื่นไม่รู้แม้แต่น้อยว่ามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

 

ส่วนตำหนักโอสถสวรรค์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะอย่างไรพวกมันก็ไม่ใช่ขุมอำนาจที่เกิดขึ้นจากภายในแคว้นพิรุณ แต่เป็นขุมอำนาจที่แพร่กระจายออกไปหลายแคว้นจนนับไม่ถ้วน ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูตำหนักโอสถสวรรค์... ภายในเวลาไม่นาน แคว้นนับไม่ถ้วนจะต้องส่งจอมยุทธระดับหัวกะทิของแคว้นตนเองมาเพื่อแย่งชิงอาวุธวิญญาณไปแน่นอน

 

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ก็คือต้นกำเนิดของลำธารใต้พิภพอยู่ที่ใด และทำไมลำธารใต้พิภพแห่งนี้ถึงได้มีอาวุธวิญญาณมากมายลอยออกมา?

 

หรือว่า... มันจะเป็นแหล่งขุมทรัพย์ของอาวุธวิญญาณ? หรือบางทีมันอาจจะเป็นโบราณสถานที่ถูกทิ้งไว้โดยนิกายโบราณ?

 

ถ้าเป็นอย่างหลัง นอกจากอาวุธวิญญาณแล้ว ที่นั่นควรจะมีทักษะบ่มเพาะ เม็ดยา หรือโอสถศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วยเป็นแน่

 

เพราะฉะนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่จึงต้องเก็บความลับระดับสูงสุด

 

ทำไมพวกมันถึงไม่ว่ายทวนกระแสน้ำและมุ่งหน้าไปยังต้นกำเนิดของลำธารใต้พิภพน่ะรึ? เหตุผลก็ง่ายๆ... เพราะพวกมันทำไม่ได้ไงล่ะ!

 

เมื่อพวกมันว่ายลงไปในลำธารใต้พิภพ พวกมันจะพบเจอกับกำแพงที่มองไม่เห็นที่คอยขัดขวางไม่ให้พวกมันเดินหน้าต่อ นี่เป็นสิ่งที่ค้นพบโดยจอมยุทธระดับระดับห้วงจิตวิญญาณหลายคน เพราะอาจจะมีภัยอันตรายที่มองไม่เห็นอยู่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะยอมให้จอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุหรือต่ำกว่าเข้าไปเสี่ยงอันตราย

 

ในแคว้นพิรุณ ระดับก่อเกิดธาตุถือว่าเป็นระดับพลังทั่วไป ในขณะที่ระดับห้วงจิตวิญญาณถือว่าเป็นระดับหัวกะทิ และมีจอมยุทธส่วนน้อยมากจริงๆที่สามารถทะลวงผ่านไปยังระดับแก่นแท้จิตวิญญาณได้ จอมยุทธเช่นนั้นมีอยู่เพียงในตระกูลจักรพรรดิ แปดตระกูลใหญ่และสำนักฮูหยาง ส่วนตำหนักโอสถสวรรค์นั้นเป็นขุมอำนาจจากภายนอกจึงไม่นับ

 

จอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณล้วนแต่กำลังเก็บตัวบ่มเพาะพลัง พวกมันพยายามทะลวงผ่านไปยังระดับบุปผาผลิบานเพื่อก้าวข้ามอายุขัยที่มีกำจัดและกลายเป็นจอมยุทธระดับหัวกะทิในหมู่หัวกะทิ ดังนั้นต่อให้มีการค้นพบอาวุธวิญญาณขึ้นที่นี่ จอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณเหล่านั้นก็ไม่ถูกดึงดูดแม้แต่น้อย

 

นอกจากจะมีข้อพิสูจน์ว่าที่นี่มีทักษะบ่มเพาะระดับสูง โอสถศักดิ์สิทธิ์ หรืออะไรประเภทนี้ หากเป็นเช่นนั้น จอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณจะต้องไม่สามารถสงบสติอารมณ์เอาไว้ได้แน่นอน

 

เมื่อหลิงฮันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขากับหญิงสาวทั้งสองได้เดินไปยังชายฝั่งลำธาร ตอนนี้พวกเขาสามารถใช้ตะข่ายเพื่อตกอาวุธวิญญาณได้ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มือเปล่าจับตรงๆ หากใครจะตกอาวุธวิญญาณ พวกเขาต้องไปยังจุดที่ไกลที่สุดของกระแสน้ำเสียก่อน

 

เพราะหากอาวุธวิญญาณสัมผัสได้ถึงตัวตนของมนุษย์ พวกมันจะถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติและบินขึ้นไปบนฟ้าในทันที

 

สถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างน่าตลก จอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุและระดับหัวกะที่สูงกว่านั้น ต่างก็ทำตัวราวกับพวกมันเป็นคนจับปลา พวกมันหว่านตะข่ายลงไปในลำธารและรอให้อาวุธวิญญาณลอยเข้ามาติด จากนั้นก็พยายามดึงอาวุธวิญญาณเหล่านั้นขึ้นมา

 

“มีอาวุธวิญญาณโผล่ขึ้นมาอีกอันแล้ว!” จู่ๆก็มีใครบางคนตะโกนขึ้นมา ในทิศทางจุดเริ่มต้นของลำธาร มีกระบี่เล่มหนึ่งลอยตามกระแสน้ำมาทางพวกเขา

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 119 ตกอาวุธวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว