เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 118 ภูเขาน้ำพุโลหิต

ตอนที่ 118 ภูเขาน้ำพุโลหิต

ตอนที่ 118 ภูเขาน้ำพุโลหิต


หลิงฮันหัวเราะและปล่อยมือหลีซื่อฉาง “เจ้าจัดเตรียมของเสร็จรึยัง?”

 

ก่อนหน้านี้เขากับหลีซื่อฉางรับหน้าที่นำเด็กสาวสองคนไปส่งให้หวู่ซงหลิน ในขณะที่หลิวอู๋ตงทำหน้าที่จัดเตรียมของใส่กระเป๋า

 

“ข้าเตรียมเสร็จแล้ว” หลิวอู๋ตงพยักหน้า สายตาที่นางมองไปยังหลีซื่อฉางนั้นแสดงถึงความเป็นศัตรูอย่างชัดเจน นางแอบคิดอยู่ในใจว่านางจะแอบสังหารสตรีนางนี้ทิ้งในป่าดีหรือไม่

 

“งั้นก็ไปกันเลย!” หลิงฮันคาดหวังกับการเดินทางครั้งที่เต็มที่

 

ภายใต้ลำธารใต้พิภพมีอะไรอยู่กันแน่ ทำไมถึงได้มีอาวุธวิญญาณระดับสูงลอยออกมา?

 

พวกเขาเดินทางออกจากเมืองจักรพรรดิและมุ่งหน้าไปยังภูเขาน้ำพุโลหิตที่มีระยะห่างจากที่นี่ประมาณสองพันไมล์ ที่ภูเขาถูกตั้งชื่อเช่นนี้เพราะว่าแม่น้ำและลำธารที่อยู่ในภูเขาจะเป็นสีแดง ราวกับว่าที่มันไม่ใช่น้ำแต่เป็นโลหิต

 

เพราะการเดินทางต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน พวกเขาทั้งสามจึงเช่าม้าเพื่อขี่ไป

 

“ข้าเป็นเด็กกำพร้า และในตอนที่ข้าค้นพบว่าตนเองมีพรสวรรค์ในศาสตร์ปรุงยา ข้าจึงค่อยๆสามารถละทิ้งความยากจนไปได้ แต่การที่ผู้หญิงเกิดมางดงามเกินไปก็ไม่ใช่ว่าจะดีไปซะทุกอย่าง เมื่อข้าเติบโตขึ้น ข้าได้กลายเป็นเป้าหมายราคะของผู้ชายหลายคน”

 

ในระหว่างการเดินทาง หลีซื่อฉางเริ่มเปิดอกพูดคุยเรื่องราวของตัวนาง

 

“ข้าไม่เหมือนกับแม่นางหลิวที่มีตระกูลที่ทรงอำนาจคอยคุ้มครองอยู่ ข้าทำได้เพียงต้องคอยหลบซ่อนและทำตัวไม่ให้โดดเด่น แต่การหลบๆซ่อนๆก็ไม่สามารถทำไปตลอด จนสุดท้ายข้าก็ได้กลายเป็นเป้าหมายของนายน้อยเจ็ดตระกูลเฮอ แต่โชคดีที่ในตอนนั้นข้าได้พบกับอาจารย์และท่านรับข้าเป็นลูกศิษย์ ข้าถึงได้หลบหนีออกมาจากโชคชะตาที่แสนรันทนนั่นได้”

 

ถึงนี่จะเป็นเรื่องราวน่าเศร้า แต่หลิวอู๋ตงก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่นางถูกนำมาเปรียบเทียบ

 

คนที่ได้ฟังก็คงเห็นแล้วว่าหลีซื่อฉางน่าสงสารขนาดไหน... สาวงามที่ต้องพบเจอกับโชคชะตาอันเลวร้าย ไม่ใช่ว่าผู้ชายที่ได้ฟังจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจนางหรอกรึ? และเมื่อเทียบกับตัวของนางเองล่ะ?  ตั้งแต่เกิดนางก็ได้เป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลหลิว โดยที่สามารถเพลิดเพลินไปกับความหรูหราและความมั่งคั่งที่ตระกูลมอบให้!

 

นังผู้หญิงเจ้าเล่ห์!

 

ระหว่างการเดินทาง พวกเขาจะเดินทางกันในตอนเช้าและหยุดพักในตอนกลางคืน การที่มีหญิงสาวทั้งสองร่วมเดินทางมาด้วย ทำให้หลิงฮันไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย ระยะทางสองพันไมล์ไม่ได้ถือว่าไกลอะไรมากนัก พวกเขาสามารถเดินทางได้ประมาณแปดร้อยไมล์ในหนึ่งวัน และภายในสามวันต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงภูเขาน้ำพุโลหิต

 

ภูเขาน้ำพุโลหิตไม่ได้เป็นภูเขาที่ใหญ่มาก โดยรวมๆแล้วมันมีขนาดความกว้างเพียงหนึ่งร้อยไมล์เท่านั้น แต่ความสูงของภูเขานั้นราวกับลูกศรที่กำลังทะลวงผ่านก้อนเมฆขึ้นสู่ท้องฟ้า ถ้าแหงนหน้าขึ้นไปมอง ไม่ว่าคนผู้คนจะมีสายตาที่ดีขนาดไหนก็ไม่สามารถมองเห็นยอดได้

 

บนภูเขามีใบหญ้าสีเขียวขึ้นเต็มไปหมด และต้นไม้ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขานั้นมีความสูงถึงหนึ่งพันเมตร ราวกับว่าต้นไม้เหล่านั้นเป็นยักษ์จากบรรพกาลที่ยืนอยู่บนภูเขาอย่างองอาจ แต่เรื่องที่น่าแปลกก็คือที่นี่มีสัตว์อาศัยอยู่น้อยมาก

 

หลิงฮันและหญิงสาวอีกสองคนรีบเข้าไปยังพื้นที่ที่มีลำธารใต้พิภพตั้งอยู่ การจะหาก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะภูเขาน้ำพุโลหิตมีขนาดไม่ใหญ่ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมากนี้ทำให้ลำธารใต้พิภพปรากฏออกมาและสามารถมองเห็นได้แม้จะอยู่ไกล

 

จากรอยแยกของพื้นดินสามารถมองเห็นลำธารใต้พิภพที่มีความกว้างประมาณหนึ่งร้อยฟุต น้ำในลำธารนั้นใสเป็นอย่างมาก และเมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้ พวกเขารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แทงเข้าไปถึงกระดูก

 

พวกเขาเดินทวนน้ำไปเรื่อยๆ พอผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ตรงหน้าของพวกเขาได้ปรากฏรั้วที่ปิดทางเดินเอาไว้

 

มันเป็นรั้วที่ทำจากไม้ไผ่และดูเหมือนจะยังสร้างไม่เสร็จ รอบๆรั้วมีผู้คนกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการต่อเติมรั้วไม้ไผ่ พวกมันเป็นเพียงชาวบ้านธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกหลิงฮันเดินเข้าไปใกล้ ‘ฟุบ’ ได้มีร่างหนึ่งกระโจนออกมาขวางทางพวกเขาเอาไว้

 

“หยุดอยู่ตรงนั้น พวกเจ้าไม่ได้รับอณุญาติให้เข้ามาที่นี่!” ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา มันดูมีอายุราวๆสี่สิบปี ร่างกายค่อนข้างสูงและกำยำราวกับเป็นหอคอยเหล็กกล้า

 

หลิงฮันมองตรวจสอบชายคนนี้ เขาสามารถบอกได้ทันทีว่าชายคนนี้มีพลังบ่มเพาะอยู่ในระดับก่อเกิดธาตุขั้นเก้า

 

“ท่านลุงเจ็ด!” หลิวอู๋ตงรีบเดินออกมาจากข้างหลังหลิงฮันและทักทายชายวัยกลางคน

 

“อู๋ตง?” ชายวัยกลางคนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก “ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?” ความลับของลำธารใต้พิภพควรจะรู้กันอยู่แค่ตระกูลจักรพรรดิ ผู้อาวุโสของแปดตระกูลใหญ่ และจอมยุทธที่แข็งแกร่งจำนวนน้อยนิดเท่านั้น

 

“พวกเรามาที่นี่ภายใต้คำสั่งของอาจารย์ใหญ่หวู่ โดยการมาเป็นตัวแทนของเขา” หลิงฮันพูด

 

“ว่าไงนะ!?” ชายวัยกลางคนตกตะลึง ในลำธารใต้พิภพมีอาวุธวิญญาณลอยอยู่ และมันต้องเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นพิรุณขึ้นมาแน่นอน และจะต้องมีการโต้เถียงกันระหว่างหลายขุมอำนาจของเมืองจักรพรรดิ แต่ดูสิ่งที่หวู่ซงหลินทำสิ? เขาส่งรุ่นเยาว์ไม่กี่คนมาเป็นตัวแทน นี่มันไม่เป็นการสะเพร่าเกินไปหน่อยรึไง?

 

“นี่คือจดหมายของอาจารย์ข้า” หลีซื่อฉางหยิบจดหมายออกมา หวู่ซงหลินรู้ดีว่าเพียงแค่คำพูดอย่างเดียวคงรับประกันอะไรไม่ได้ ดังนั้นมันจึงได้เตรียมเหรียญตราและจดหมายของมันเอาไว้เพื่อเป็นข้อยืนยัน

 

ชายวัยกลางคนรับจดหมายจากหลีซื่อฉาง แต่ด้วยสถานะของมัน ทำให้มันไม่มีสิทธิในการเปิดอ่านจดหมาย “ตามข้ามา”

 

มันเดินนำทางไปโดยที่มีหลิงฮันแสนสองสาวเดินตามหลัง

 

“นี่คือท่านลุงเจ็ดของข้า ชื่อของเขาคือหลิวปู้เฉิง” หลิวอู๋ตงพูดแนะนำ

 

หลิงฮันพยักหน้า แม้พลังบ่มเพาะระดับก่อเกิดธาตุขั้นเก้าจะไม่ใช่เรื่องที่หลิงฮันจะต้องเก็บมาคิดจริงจัง แต่สำหรับสถานที่เล็กๆอย่างแคว้นพิรุณแล้ว มันเป็นระดับพลังที่น่าประทับใจอย่างมาก ด้วยพลังบ่มเพาะระดับก่อเกิดธาตุขั้นเก้า มันสามารถประกาศตัวออกไปได้ว่ามันเป็นจอมยุทธชั้นแนวหน้าของแคว้นพิรุณ

 

เมื่อพวกเขาเดินไปข้างหน้าซักพัก พวกเขามองเห็นจอมยุทธจำนวนหนึ่งกำลังยืนคุ้มกันอยู่ที่ชายฝั่งของลำธาร ดวงตาของพวกมันจ้องอย่างแน่วแน่ไปที่พื้นผิวลำธาร ราวกับว่าข้างล่างนั้นมีสมบัติวางเอาไว้อยู่ ความสนใจของพวกมันจ้องเขม็งไปที่พื้นผิวของลำธารโดยไม่กล้าละสายตาออกไปแม้แต่น้อย

 

เมื่อพวกหลิงฮันเดินต่อไปอีกสักพัก พวกเขามองเห็นว่าภายในลำธารมีตาข่ายติดตั้งเอาไว้อยู่ และมีผู้คนยืนคุ้มกันอยู่ทั้งสองฝั่ง

 

“มันอยู่ตรงนี้!” ใครบางคนได้ตกใจและตะโกนขึ้นมา ทำให้หลิงฮันกับกลุ่มของเขาต้องหยุดเดินและมองไปทางลำธาร

 

พวกเขามองเห็นขวดหยกกำลังลอยอยู่ตามกระแสน้ำ บนขวดหยกมีร่องรอยเสียหายอยู่หลายจุด และมีตราประทับสลักเอาไว้อยู่ ตราประทับที่สลักเอาไว้ดูซับซ้อนเป็นอย่างมาก ราวกับมันกำลังสื่อให้เห็นถึงวิถีแห่งสวรรค์และปฐพีจากยุคบรรพกาล

 

อาวุธวิญญาณ!

 

ดวงตาของหลิงฮันลุกวาว เขาเคยเป็นจอมยุทธระดับสวรรค์ในชีวิตที่แล้ว และแน่นอนว่าเขาต้องเคยครอบครองอาวุธวิญญาณ เขาเคยแม้กระทั่งสร้างอาวุธวิญญาณของตัวเองขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงสามารถตรวจสอบและประเมินค่าอาวุธวิญญาณได้ดีกว่าใครทุกคนในที่นี้ เมื่อเขากวาดสายตามองขวดหยก เขาสามารถบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่อาวุธวิญญาณธรรมดา

 

อย่างน้อยมันต้องเป็นอาวุธวิญญาณระดับแปด!

 

‘อาวุธวิญญาณเช่นนี้จะสามารถพัฒนาจิตวิญญาณของพวกมันเองได้’ หลิงฮันคิดในใจ

 

ขวดหยกลอยเข้าไปติดในตาข่าย และเมื่อมันสัมผัสโดนตาข่าย ตราประทับของมันได้ส่องสว่างขึ้นมาทันที ‘ฉัวะ’ ตาข่ายถูกทะลวงจนเป็นรู และมันได้ลอยตามกระแสน้ำต่อไป โดยมุ่งหน้าไปทางชายฝั่งของลำธาร

 

ทุกคนจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพวกเขาเห็นจอมยุทธหลายคนที่ยืนคุ้มกันชายฝั่งอยู่ทำการลงมือ พวกมันพยายามจะจับขวดหยกเอาไว้ แต่ในตอนนั้นเอง ตราประทับได้ส่องสว่างมากขึ้นกว่าเดิมและขวดหยกได้ลอยขึ้นไปบนฟ้าราวกับมันเป็นดาวตก มันทะลวงผ่านท้องฟ้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งหายไปจากสายตา

 

อาวุธวิญญาณ... มันหนีไปแล้ว

 

‘เป็นเช่นนั้นเอง’

 

หลิงฮันพยักหน้า ถ้าพวกมันใช้ตาข่าย พวกมันจะไม่ไปกระตุ้นปฏิกิริยาของอาวุธวิญญาณมากนัก แต่เมื่อพวกมันพยายามจะใช้มือคว้าเอาไว้ อาวุธวิญญาณจะตอบสนองและหายไปในทันที

 

มันเป็นอาวุธวิญญาณที่มีจิตวิญญาณอยู่จริงๆ

 

“จนถึงตอนนี้ ยังไม่สามารถดักเก็บอาวุธวิญญาณชิ้นไหนสำเร็จเลยสินะ?” หลิงฮันถามหลิวปู้เฉิง

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 118 ภูเขาน้ำพุโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว