เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102 ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ

ตอนที่ 102 ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ

ตอนที่ 102 ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ


นอกจากการใช้เม็ดยาโอสถแล้ว เวลาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณทีละน้อยๆ

 

แต่ตอนนี้หลิงฮันกลับพูดว่าเขาต้องการจะขายทักษะที่สามารถช่วยเร่งการฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณให้กับนาง แล้วจะไม่ให้นางตกตะลึงจนเก็บอาการไม่อยู่ได้อย่างไร?

 

“บัดซบ เจ้าทำอะไรกับหลีซื่อฉาง?” เหอจุนเฉิงตะโกนขึ้นมา ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธราวกับฟ้าผ่า เมื่อมันเห็นสีหน้าตกตะลึงของหลีซื่อฉาง มันได้คิดไปเองนางถูกเอาเปรียบโดยหลิงฮัน

 

มันหลงรักหลีซื่อฉาง และเมื่อมันเห็นท่าทางอันสนิทสนมระหว่างหลิงฮันกับหลีซื่อฉางก่อนหน้านี้ มันรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ตอนนี้มันจึงไม่สามารถยับยั้งความขุ่นเคืองใจของมันได้อีกต่อไป

 

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า จะไปนั่งที่ไหนก็ไป” หลิงฮันพูดอย่างเมินเฉย

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!” เหอจุนเฉิงหงุดหงิดเพราะการมีตัวตนของหลิงฮันมานานแล้ว มันลุกขึ้นในทันทีและเตรียมตัวจะใช้กระบวนท่าออกไป

 

“ศิษย์พี่เหอ ท่านกำลังทำอะไร?” หลีซื่อฉางยื่นมือออกมาขวางมันทันที ใบหน้าอันงดงามของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะโกรธ เพราะหากมีทักษะบ่มเพาะที่สามารถช่วยให้ฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็วอยู่จริงๆล่ะก็ มูลค่าของมันจะสูงเกินกว่าจะวัดได้ และมันจะเป็นทักษะที่นักปรุงยาทุกคนจะต้องโหยหากันอย่างบ้าคลั่ง

 

“เจ้าปกป้องมันงั้นรึ?” สีหน้าของเหอจุนเฉิงเปลี่ยนไป มันสงสัยความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างหลิงฮันกับหลีซื่อฉางมาตั้งแต่แรกแล้ว และตอนนี้หลีซื่อฉางยังปกป้องหลิงฮันอีก ซึ่งทำให้ความสงสัยของมันมีมากขึ้นไปอีก

 

“ท่านต่างหากเป็นฝ่ายทำตัวไร้เหตุผลก่อน!” หลีซื่อฉางพูดอย่างไม่พอใจ

 

“ข้าเนี่ยนะไร้เหตุผล?” เหอจุนเฉิงเกือบจะกระโดดออกไป มันคิดอยู่ในใจว่า ‘พวกเจ้านั่นแหละที่มาพลอดรักกันในที่สาธารณะ แต่ดันมากล่าวโทษว่าข้าไร้เหตุผล?’

 

“เงียบไปซะ เจ้าโง่!” เมื่อหลิงฮันเห็นว่าการประมูลหญ้าสองดาราได้เริ่มไปแล้ว เขารีบโบกมือไปยังหลีซื่อฉางและพูด “นำหญ้าสองดารามาให้ข้าซะ และทักษะบ่มเพาะนั่นจะเป็นของเจ้า”

 

เขามีเงินอยู่เพียงหนึ่งแสนเหรียญกว่าๆ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการซื้อหญ้าสองดาราสามต้นนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงเท่าได้เพียงตั้งความหวังไว้ที่หลีซื่อฉางผู้ร่ำรวย

 

ถ้าไม่ใช่หญ้าสองดารา เขาคงไม่คิดที่จะขายทักษะบ่มเพาะที่ช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณแน่นอน เพราะต่อให้เป็นทักษะระดับต่ำที่สามารถช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณได้ ในเขตพื้นที่ของแคว้นพิรุณหรือแคว้นที่ใกล้เคียง มันก็นับว่าเป็นสมบัติที่ไม่สามารถหาค่าได้

 

หลีซื่อฉางรีบหันหน้ามาทางเขาและถาม “เจ้าไม่ได้กำลังหลอกลวงข้าใช่ไหม?”

 

“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” หลิงฮันตอบ

 

หลีซื่อฉางกำลังครุ่นคิดว่า ทั้งๆที่ชายคนนี้มีอายุน้อยกว่านาง แต่ความสามารถของเขากลับได้รับการยอมรับจากนักปรุงยาระดับดำขั้นสูงพร้อมกันถึงสองคน เพราะงั้นคำพูดของเขาคงไม่ได้เป็นการพูดโอ้อวดอย่างแน่นอน

 

นางพยักหน้าและเริ่มประมูลในทันที

 

ในฐานะนักปรุงยา ถึงแม้จะเป็นเพียงระดับเหลืองขั้นกลาง แต่ความมั่งคั่งของนางนั้นน่าตกตะลึงมาก นางเพิ่มราคาประมูลจนสูงถึงหลักล้านเหรียญอย่างไม่แยแส และดูเหมือนว่าราคาแค่นี้ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ลำบากอะไรไรสำหรับนาง

 

หลิงฮันพยักหน้าในใจ ดูเหมือนอัตราการหลอมเม็ดยาสำเร็จของสตรีนางนี้จะสูงพอสมควร เพราะงั้นนางถึงสามารถเก็บสะสมเงินทองจนมั่งคั่งได้ขนาดนี้

 

...ด้วยอัตราสำเร็จของการหลอม แม้จะเป็นนักปรุงยาระดับสูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหาเงินได้เยอะเสมอไป อย่างเช่น หากสมุนไพรมีมูลค่าหนึ่งล้านเหรียญ และจากสมุนไพรนี้จะสามารถหลอมเม็ดยาได้สามสิบเม็ด ซึ่งเม็ดยาทั้งสามสิบเม็ดนี้จะมีมูลค่าถึงเก้าล้านเหรียญ ด้วยอัตราความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ นักปรุงยาจะได้รับกำไรเป็นเงินแปดล้านเหรียญ ซึ่งนับว่าเป็นแปดเท่าของต้นทุน

 

แต่ถ้าอัตราความสำเร็จมีเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ เม็ดยาที่หลอมเสร็จแล้วจะขายได้แค่เก้าแสนเหรียญ ไม่เพียงแค่นักปรุงยาจะไม่ได้กำไร แต่ยังขาดทุนถึงหนึ่งแสนเหรียญ

 

ยิ่งเม็ดยามีระดับสูง อัตราความสำเร็จก็ยิ่งต่ำ เพราะงั้นอย่าคิดว่านักปรุงยาเป็นอาชีพที่หาเงินได้ง่าย เพราะจะสามารถมีกำไรได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวของนักปุรงยาเอง เงินที่หามาได้ของนักปรุงยาแต่ละคนก็จะต่างกันไป

 

อย่างเช่น สามเพลิงชี้นำที่หลิงฮันคิดค้นขึ้นมาในชีวิตที่แล้วสามารถช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการหลอมเม็ดยาได้ ซึ่งทำให้เกิดการปฏิวัติของศาสตร์แห่งการปรุงยา และมันยังเป็นสิ่งที่ทำให้หลิงฮันได้รับฉายาว่าจักรพรรดิแห่งการปรุงยาอีกด้วย

 

หลีซื่อฉางที่เป็นเพียงนักปรุงยาระดับเหลืองขั้นกลาง ถ้าอัตราหลอมสำเร็จของนางอยู่ในระดับสูง นางจะสามารถหากำไรได้อย่างมากมาย แน่นอนว่ายิ่งเม็ดยามีระดับสูงเท่าไหร่ ด้วยอัตราการหลอมเม็ดยาสำเร็จที่สูงก็จะสามารถหากำไรได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ในชีวิตที่แล้ว เมื่อหลิงฮันหลอมเม็ดยาระดับปฐพีขึ้นมา ไม่ว่าจะมีใครให้ราคาขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้อได้แม้แต่เม็ดเดียว ใครที่ต้องการจำเป็นต้องใช้สมบัติธรรมชาติ ทักษะบ่มเพาะหรือทักษะยุทธระดับสูงมาแลก

 

ในขณะที่เขากำลังคิดรำพึงถึงเรื่องเก่าๆ หลีซื่อฉางก็ชนะประมูลหญ้าสองดาราทั้งสามต้นมาเรียบร้อยแล้ว โดยนางจ่ายไปทั้งหมดหนึ่งล้านสองแสนกว่าเหรียญ เพราะว่าไม่มีนักปรุงยาอยู่ที่นี่มากนักจึงไม่ค่อยมีคู่แข่งในการประมูล แต่ถึงแม้จะมี พวกมันก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับหลีซื่อฉาง

 

หลิงฮันยิ้มกว้าง ถ้าเป็นในชีวิตที่แล้ว สมุนไพรที่มีค่าเช่นนี้ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินทองเพียงหนึ่งล้านกว่าเหรียญ แต่ตอนนี้เขาสามารถครอบครองมันแล้ว

 

ไม่นานนักก็มีพนักงานจากตำหนักสมบัติวิญญาณนำหญ้าสองดาราสามต้นมาให้พวกเขา

 

“เมื่อเจ้ามอบทักษะบ่มเพาะที่ว่าให้ข้า ข้าจะให้หญ้าสองดาราแก่เจ้า” หลีซื่อฉางพูด

 

มุมปากของหลิงฮันกระตุกและพูด “เจ้าคิดว่าข้าจะผิดคำพูดกับเด็กสาวเช่นเจ้างั้นรึ?”

 

“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นผู้อาวุโส เจ้านั่นแหละที่เด็กกว่าข้าอีก!” หลีซื่อฉางพูดออกมา นางกลัวว่าหลิงฮันจะไร้ยางอายและใช้ประโยชน์จากอายุที่น้อยของเขามาหลอกนาง เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นเงินที่นางได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงอันยากลำบาก

 

“เอางั้นก็ได้ งั้นก็รีบกลับสำนักกันเดี๋ยวนี้เลย” หลิงฮันไม่สามารถรอคอยที่จะหลอมเม็ดยาสองดาราได้ ยิ่งเขาหลอมเม็ดยาได้เร็วเท่าไหร่ พลังวิญญาณของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเร็วเท่านั้น และเขาจะสามารถบ่มเพาะได้นานขึ้นในทุกๆวัน

 

“ได้เลย!” หลีซื่อฉางพยักหน้า นางเองก็ต้องการจะได้รับทักษะบ่มเพาะที่ว่าให้เร็วที่สุดเช่นกัน

 

หลิงฮันอุ้มฮูหนิวขึ้นมา และกลุ่มของพวกเขาก็ออกจากตำหนัก

 

ฉีฮวงเย่และคนอื่นๆหัวเราะคิดคักอยู่ในใจอย่างมีเลศนัย มีเพียงเหอจุนเฉิงเท่านั้นที่มีสีหน้ามืดมน ความคิดที่อยากจะสังหารหลิงฮันของมันได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

 

หลีซื่อฉางไม่ใช่เพียงไข่มุกแฝดอันงดงามของเมืองจักรพรรดิ นางยังเป็นคนที่มีความสามารถในการปรุงยาที่สูงมากอีกด้วย อนาคตของนางนั้นไร้ขีดจำกัด ถ้ามันได้แต่งงานกับผู้หญิงเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวมันหรือตระกูลของมันก็จะได้รับผลประโยชน์อันมหาศาล

 

นี่คือผู้หญิงของมัน และมันจะสังหารใครก็ตามที่จะมาคุกคามตำแหน่งผู้ที่จะได้เป็นเจ้าของนางของมัน!

 

หลิงฮันและหลีซื่อฉางกลับสำนักอย่างรวดเร็ว เพื่อพวกเขามาถึงลานที่พักของหลิงฮัน หลิงฮันบอกให้ฮูหนิวไปหาอะไรเล่นคนเดียวก่อน ส่วนเขาก็ได้เริ่มจะส่งมอบทักษะให้กับหลีซื่อฉาง ชื่อของทักษะนี้คือ ‘ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ’

 

นี่ไม่ใช่ทักษะที่หลิงฮันคิดขึ้นเอง แต่มันเป็นทักษะทั่วไปที่ช่วยในฟื้นฟูพลังวิญญาณจากชีวิตที่แล้วของเขา ทักษะนี้จะมีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูพลังวิญญาณของจอมยุทธที่ระดับต่ำกว่าก่อเกิดธาตุ แต่หลังจากทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุขึ้นไป ประสิทธิภาพของทักษะจะเริ่มลดลง

 

เนื่องจากมันเป็นทักษะทั่วไป หลิงฮันจึงไม่ได้กังวลหรือไม่เต็มใจและสอนทักษะนี้ให้กับหลีซื่อฉางโดยตรง ไม่เช่นนั้น นางจะต้องคุกเข่ากราบสามครั้ง โค้งคำนับเก้าทีต่อหน้าเขา และกลายเป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการของเขา เขาถึงจะสอนศาสตร์แห่งการปรุงยาของจริงให้กับนาง

 

แต่สำหรับหลีซื่อฉาง ทักษะบ่มเพาะทักษะนี้คือทักษะที่ล้ำค่าเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ ทั่วทั้งร่างของนางสั่นไหวเพราะอาการตื่นเต้นที่มีมากเกินไป

 

“ข้า...ข้าสามารถสอนทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณให้กับอาจารย์ของข้าได้หรือไม่?” นางถามด้วยความกังวลใจอย่างมาก

 

“ก็ได้ แต่ข้าจะขายมันในราคาสิบล้านเหรียญ!” หลิงฮันพยักกน้าอย่างไม่ลังเล

 

“ตอนที่เจ้าขายให้ข้า ราคาของมันยังแค่เพียงหนึ่งล้านสองแสนเหรียญเท่านั้น!” แม้นางจะรู้ดีว่าหวู่ซงหลินสามารถใช้จ่ายเงินจำนวนนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่ในฐานะลูกศิษย์ นางจะต้องรักษาผลประโยชน์ของอาจารย์ของนาง

 

“นั่นเพราะว่าเจ้าเป็นสตรีที่งดงาม ข้าจึงให้ราคาที่เป็นมิตร แต่อาจารย์ของเจ้า... ไม่เจริญหูเจริญตาแม้แต่น้อย ข้าจึงต้องขายให้ในราคาปกติ” หลิงฮันหัวเราะขึ้นมา

 

หลีซื่อฉางกรอกตามองไปยังหลิงฮัน แต่เพราะคำพูดของหลิงฮันเป็นการชื่นชมนางอย่างอ้อมๆ ทำให้นางรู้สึกมีความสุขอย่างมาก

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 102 ทักษะเสริมจิตก่อเกิดวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว