เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 101 หญ้าสองดารา

ตอนที่ 101 หญ้าสองดารา

ตอนที่ 101 หญ้าสองดารา


สายตาของฮูหนิวจ้องเขม็งไปทางเฟิงหลัว นางสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังต่อหลิงฮันจากคนคนนี้ ทำให้นางเกิดจิตสังหารขึ้นมา นางจ้องไปยังคอของเฟิงหลัว โดยคิดจะกัดไปที่คอของมันและจัดการกับมนุษย์คนนี้ให้จบไปรวดเดียว

 

หลิงฮันยื่นมือไปอุ้มฮูหนิวและพูด “มันสกปรกเกินไป!”

 

ฮูหนิวยังคงไม่ยินยอมและหดตัวอยู่ในห้อมแขนของหลิงฮัน สายตาของนางเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

 

“กร๊อบ” หลิงฮันกระทืบเท้า และเกิดเสียงกรีดร้องของเฟิงหลัวดังขึ้นมา ทั่วทั้งปากของมันเต็มไปด้วยเลือด มันกระอักเลือดออกมาพร้อมกับฟันสิบกว่าซี่ ดูเหมือนว่าฟันทั่วทั้งปากของมันจะถูกบดขยี้ด้วยแรงกระทืบของหลิงฮันซะแล้ว

 

ความทรมานนี้ทำให้เฟิงหลัวน้ำตาไหลแลพร้องฟูมฟาย มันเป็นความเจ็บปวดที่ฝังลงไปในจิตจนจนลึกลงไปถึงกระดูก แต่เพราะในที่สุดหลิงฮันก็ยกเท้าขึ้น มันจึงสามารถพยุ่งตัวลุกขึ้นนั่งได้ สายตาของมันกวาดมองไปรอบๆ มันรู้สึกว่าผู้คนโดยรอบกำลังมองมาที่มันด้วยความรังเกียจ

 

พวกคนรอบข้างมองดูหลิงฮันบดขยี้ฟันทั่วทั้งปากของมันโดยไม่คิดจะเข้ามาช่วยแม้แต่น้อย บัดซบ! พวกมันสมควรตายจริงๆ!

 

อย่างไรก็ตาม มันรู้ตัวดีว่าตัวมันในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถที่จะจัดการกับผู้คนที่นี่ได้ มันจึงทำได้เพียงกวาดตามองไปยังทุกคนที่อยู่ที่นี่ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าคนที่มันเกลียดชังที่สุดก็คือหลิงฮัน มันจะไม่ให้เรื่องนี้จบลงแบบนี้แน่นอน

 

เว่ยเหอเลอเองก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ มันรีบเดินตามเฟิงหลัวไป

 

ฉีฮวงเย่และคนอื่นๆขมวดคิ้ว การกระทำของหลิงฮันเมื่อครู่เปรียบเสมือนการสร้างความอาฆาตระหว่างตัวเขากับพี่น้องตระกูลเฟิง มันไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ

 

แต่ตราบใดที่หลิงฮันยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองจักรพรรดิ ไม่ว่าเฟิงจะอวดดีแค่ไหน มันก็ไม่กล้าลงมือกับหลิงฮันอยู่ดี

 

หลิงฮันไม่กลัวแม้แต่น้อย ในชีวิตที่แล้วเขาเคยเป็นถึงจอมยุทธระดับสวรรค์ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะต้องมาเริ่มต้นใหม่ แต่เขาจะต้องไปเกรงกลัวมดปลวกสองตัวนั่นรึ? ยังไงสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องสังหารทั้งสองคนนั่นอยู่ดี

 

“ฮ่าๆ การประมูลกำลังกระเริ่มแล้ว เข้าไปข้างในกันเถอะ!” ฉีฮวงเย่พูดพร้อมกับหัวเราะขึ้นมา ครั้งนี้ต้องขอบคุณหลิงฮัน พวกมันถึงสามารถเยาะเย้ยเหวินฮ่ายซิงกับพรรคพวกของมันได้ ดังนั้นมันจึงรู้สึกดีเป็นอย่างมาก

 

“งั้นเข้าไปด้วยกันเถอะ!” หลีซื่อฉางพูดชักชวน

 

‘หืม?’

 

เหอจุนเฉิง ฉีฮวงเย่และคนอื่นๆแสดงสีน่าไม่อยากจะเชื่อออกมา นี่คือหลีซื่อฉางจริงๆรึ?

 

ไข่มุกแฝดของเมืองจักรพรรดิ ทั้งสองคนล้วนแต่น่าหลงใหลและงดงามเป็นอย่างมาก! นั่นคือตัวตนของหลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางในเมืองจักรพรรดิ หลีซื่อฉางไม่เหมือนกับหลิวอู๋ตง หลิวอู๋ตงนั้นจะงดงามดั่งรูปปั้นน้ำแข็ง นางมักจะหลีกเลี่ยงผู้คนที่อยู่รอบข้าง และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด

 

ในขณะเดียวกัน หลีซื่อฉางเป็นคนที่อ่อนโยน แต่จิตใจลึกๆของนางนั้นเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง แม้นางจะสุภาพและอ่อนโยนต่อทุกคน แต่นางก็ปลดปล่อยออร่าบางอย่างที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ออกมา

 

แต่ตอนนี้นางกลับชวนหลิงฮันด้วยความตั้งใจของนางเอง นี่เป็นภาพที่ฉีฮวงเย่ไม่เคยนึกเลยว่าจะเกิดขึ้น พวกมันกำลังสงสัยว่าพวกมันได้ยินผิดไปรึเปล่า หรือว่าตาของพวกมันพร่ามัวจนมองคนอื่นผิดเป็นหลีซื่อฉาง

 

สีหน้าของเหอจุนเฉิงเปลี่ยนเป็นมืดมน มันรู้สึกไม่ชอบหน้าหลิงฮันมาตั้งแต่แรกแล้ว และตอนนี้ดูเหมือนว่าสตรีที่มันหลงไหลจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับหลิงฮัน ทำให้ความอิจฉาในใจของมันทะยานสูงขึ้น

 

“เอางั้นก็ได้!” หลิงฮันตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมาก

 

พวกเขาทุกคนเดินเข้าไปยังตำหนักสมบัติวิญญาณ ในเมืองจักรพรรดินี้ สถานะของฉีฮวงเย่เทียบไม่ได้กับหลีซื่อฉาง เพราะหลีซื่อฉางสามารถมีห้องส่วนตัวในตำหนักสมบัติวิญญาณได้ ซึ่งนางกำลังพาทุกคนไป

 

ในห้องนั้นสามารถเข้าไปอยู่ได้สิบคน ซึ่งไม่ได้อึดอัดไปสำหรับพวกเขา

 

เหอจุนเฉิงตะล่อมถามเกี่ยวกับสถานะของหลิงฮัน อย่างเช่นเขามาจากขุมอำนาจอันใด? แต่เมื่อมันรู้ว่าหลิงฮันมาจากเมืองหมอกเมฆา เมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเมืองต้าหยวน มันรู้สึกตะลึงเป็นอย่างมาก

 

เป็นไปได้อย่างไร!

 

ตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างหวู่ซงหลินจะต้องการชวนหลิงฮันไปร่วมดื่มชา? มันไม่สามารถเข้าใจได้เลย!

 

ในขณะเดียวกัน ฉีฮวงเย่และอื่นๆพอจะรู้อยู่บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อตอนเมืองต้าหยวน หลิงฮันยังมีนักปรุงยาระดับดำถึงสามคนคอยช่วยเหลือ ถึงแม้สถานะของหวู่ซงหลินจะสูงกว่าจูเฮอซินและคนอื่นๆ แต่พวกมันก็พอจะยอมรับเรื่องนี้ได้อยู่

 

ทางด้านหลิงฮันนั้นไม่ได้คิดเรื่องอะไรเหมือนกับคนอื่นๆ สิ่งที่เขาจดจ่ออยู่ก็คือในการประมูลครั้งนี้จะมีอะไรดีๆให้ได้เห็นบ้าง

 

หลังจากผ่านมาหมื่นปี กลับกลายเป็นว่าสูตรเม็ดยาได้สูญหายไปตามการเวลา อย่างเช่น สมบัติอย่างหญ้าแสงจันทราได้ถูกลดค่าลงไปใช้หลอมเม็ดยาก่อเกิดธาตุ ดังนั้นอาจจะมีสมุนไพรล้ำค่าบางอย่างถูกนำไปใช้อย่างเสียของเหมือนกันก็ได้

 

เพียงไม่นานการประมูลก็เริ่มต้นขึ้น เพราะการประมูลในวันนี้เป็นเพียงการประมูลเล็กๆที่จะจัดขึ้นทุกเดือน แม้จะมีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่พวกมันส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีเงินมากมายนัก ดังนั้นมูลค่าของสิ่งของที่จะนำมาประมูลจึงต่ำลงไป

 

ขณะที่การประมูลดำเนินไป หลิงฮันตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะเม็ดยาระดับต่ำบางอย่างที่เขาเห็นกลับขายได้ในราคาที่สูงเกินจริง

 

คนเหล่านี้ร่ำรวย แต่ก็โง่งมจริงๆ!

 

เขาแอบคิดอยู่ในใจว่าอาจจะถึงเวลาที่เขาต้องหลอมเม็ดยาขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงแม้จะมีตั๋วเงินจำนวนแสนกว่าๆอยู่กระเป๋าของเขา แต่ดูจากการที่ผู้คนเหล่านี้ใช้เงินราวกับโยนเล่น เพียงแค่ตั๋วเงินหนึ่งแสนกว่าอาจจะไม่สามารถซื้ออะไรได้มากนัก

 

“ข้าไม่รู้ว่ามีนักปรุงยาอยู่ที่นี่ในวันนี้กี่คน แต่สิ่งที่จะนำออกมาต่อจากนี้คือสมุนไพรที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง!” ผู้บรรยายการประมูลพูดออกมาด้วยความแน่วแน่ มันสะบัดมือหนึ่งครั้งและได้มีสตรีงดงามเดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับถือถาดเอาไว้ในมือ ในถาดนั้นมีสมุนไพรอยู่สามต้น และถ้าสังเกตดูอย่างใกล้ชิด จะเห็นว่าสมุนไพรเหล่านั้นกำลังส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาว

 

“หญ้าสองดารา!” มีคนคนหนึ่งอุทานขึ้นมา

 

“หญ้าสองดาราถูกนำมาประมูลจริงๆด้วย ถึงแม้สำหรับจอมยุทธ หญ้าสองดาราจะไม่มีค่ามากเท่าไหร่ แต่สำหรับนักปรุงยาแล้วมันคือสมบัติอันล้ำค่า”

 

ผู้บรรยายกระแอมเบาๆและพูด “ใช่แล้ว นี่คือหญ้าสองดาราที่สามารถใช้หลอมเป็นเม็ดยาฟื้นจิต ข้าเชื่อว่าทุกท่านรู้ถึงประโยชน์ของเม็ดยาฟื้นจิตดี มันสามารถช่วยชำระล้างสภาวะจิตใจของผู้ใช้ได้ สำรหับจอมยุทธมันคงไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับนักปรุงยาแล้ว คุณค่าของมันเกินกว่าจะวัดได้”

 

สำหรับจอมยุทธแล้ว เมื่อจิตใจของพวกเขาเหนื่อยล้า พวกเขาจะไม่สามารถโคจรปราณก่อเกิดเพื่อบ่มเพาะพลังได้ ดังนั้นเม็ดยาฟื้นจิตจึงช่วยเพียงแค่ให้พวกเขาบ่มเพาะพลังต่อไปได้อีกนิดหน่อย แต่ใครจะไปมีเม็ดยาฟื้นจิตให้ใช้ได้อย่างสิ้นเปลืองแบบนั้น? ถึงแม้พวกเขาจะมีสิบเม็ด พวกเขาก็จะบ่มเพาะได้นานขึ้นเพียงสิบวัน

 

แต่สำหรับนักปรุงยาแล้ว มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

การควบคุมเปลวเพลิงเป็นสิ่งที่ต้องใช้พลิงจิตใจเยอะมาก และเม็ดยาบางอย่างจำเป็นต้องใช้เวลาในการหลอมนานมาก ถ้าพลิงจิตใจของนักปรุงยาหมดไปกลางคันและไม่มีพลังวิญญาณเหลือมากพอมันจะเกิดอะไรขึ้น? ในเวลาแบบนั้นเอง เม็ดยาฟื้นจิตจึงมีประโยชน์ มันสามารถเติมเต็มพลังจิตใจและพลังวิญญาณของนักปรุงยา และพวกเขาจะสามารถหลอมเม็ดยาที่เกือบจะไม่สำเร็จให้สำเร็จได้

 

ดังนั้นดวงตาของหลีซื่อฉางจึงเป็นประกาย นักปรุงยาคนใดจะกล้าพูดว่าพลังจิตใจของพวกเขามีมากพอจนสามารถหลอมเม็ดยาทุกประเภทได้?

 

ดวงตาของหลิงฮันส่องประกายเช่นกัน ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขาถูกกระตุ้นจนสั่นไหว

 

นั่นคือหญ้าสองดารา มันสามารถใช้ในการหลอมเม็ดสองดาราได้

 

และผลลัพธ์ของเม็ดยาสองดาราคืออะไร? มันสามารถช่วยเสริมพลังจิตใจให้กับผู้ใช้ได้!

 

เม็ดยาอันหนึ่งช่วยเติมเต็มพลังจิตใจ ส่วนอีกอันหนึ่งสามารถใช้เสริมพลังจิตใจ พวกมันจะเหมือนกันได้อย่างไร?

 

ถ้าเป็นเพียงการเติมเต็ม มันจะได้ผลเพียงระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการเสริมแกร่ง ผลลัพธ์นั้นจะอยู่อย่างถาวร ยิ่งกว่านั้น แม้แต่จอมยุทธก็ยังต้องแย่งชิงกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้ได้เม็ดสองดารามาครอง

 

หลิงฮันส่ายหัวอยู่ในใจ ในยุคนี้ศาสตร์แห่งการปรุงยาได้ตกต่ำลงไปมากจริงๆ ก่อนหน้านี้หญ้าแสงจันทราก็ถูกนำมาใช้หลอมเม็ดยาก่อเกิดธาตุ และตอนนี้หญ้าสองดาราก็ถูกนำมาใช้หลอมเม็ดยาฟื้นจิต หลิงฮันพูดกับหลีซื่อฉาง “สาวน้อย ข้าต้องการหญ้าสองดารานั่น”

 

หลีซื่อฉางรู้ว่าหลิงฮันเองก็เป็นนักปรุงยา ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่เขาจะอยากได้หญ้าสองดารา แต่นางเองก็อยากได้มันเหมือนกัน นางเผยสีหน้าที่ยากลำบากออกมาอย่างช่วยไม่ได้ นางสามารถปฏิเสธเขาได้ แต่คนคนนี้คือคนที่แม้แต่อาจารย์ของนางยังต้องเคารพ และถ้านางยอมรับ นั่นก็หมายความว่านางจะต้องสูญเสียสมุนไพรที่มีค่าเช่นนี้ไป

 

เมื่อเห็นสีหน้าของหลีซื่อฉาง หลิงฮันเอนตัวไปทางนางและพูดด้วยเสียงเบา “ข้าสามารถขายทักษะบ่มเพาะที่ช่วยเร่งความเร็วในการฟื้นฟูพลังจิตใจให้เจ้าได้”

 

“ว่าไงนะ?” หลีซื่อฉางลืมตัวและตะโกนขึ้นมาในทันที

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 101 หญ้าสองดารา

คัดลอกลิงก์แล้ว