เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 99 ทุบตีเหมือนกับครั้งก่อนๆ

ตอนที่ 99 ทุบตีเหมือนกับครั้งก่อนๆ

ตอนที่ 99 ทุบตีเหมือนกับครั้งก่อนๆ


ฉีฮวงเย่และคนอื่นๆโกรธเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยเหอเลอ

 

มาบอกให้หลิงฮันคุกเข่าและเลียรองเท้าคนอื่น นี่คือความอัปยศแบบไหนกัน? ถ้าเว่ยเหอเลออยู่ในระดับก่อเกิดธาตุ หรือเป็นนักปรุงยาระดับดำ มันก็อาจจะมีคุณสมบัติที่จะสั่งคำสั่งไร้เหตุผลแบบนี้ แต่มันยังเป็นเพียงนักปรุงยาระดับเหลืองขั้นต่ำเท่านั้น พลังบ่มเพาะเองก็อยู่ที่ระดับรวมธาตุขั้นหนึ่ง มันเอาความมั่นใจมาจากไหนกันถึงได้พูดจาใหญ่โตขนาดนั้น?

 

คนที่เกิดในเมืองจักรพรรดิช่างทำตัวเหมือนกับว่าพวกมันอยู่เหนือกว่าคนอื่นๆจริงๆ

 

“เจ้าทำเกินไป!” จิงหวู่จื้อตะโกนออกมาทันที “เว่ยเหอเลอ เจ้าเป็นเพียงนักปรุงยาระดับเหลืองขั้นต่ำเท่านั้น เจ้าไม่คิดรึไงว่าเจ้าอวดดีเกินไป?”

 

“เจ้ากล้าต่อต้านข้า?” เว่ยเหอเลอยิ้มอย่างเย็นชา มันดูมีท่าทางมั่นใจอย่างมาก

 

จริงอยู่ที่ตอนนี้มันยังเป็นเพียงนักปรุงยาระดับเหลืองขั้นต่ำ แต่อนาคตของมันนั้นไร้ที่สิ้นสุด ไม่เช่นนั้นแล้ว ทำไมเฟิงหลัวจะต้องพยายามที่จะเป็นสหายกับมันด้วย? แน่นอนว่าที่มันยอมเป็นสหายกับเฟิงหลัวเป็นเพราะพี่ชายของมัน เฟิงหยาง ถ้าไม่ใช่เพราะเฟิงหยาง มันจะนำเรื่องของจอมยุทธระดับรวมธาตุคนหนึ่งมาคิดมากทำไม?

 

มันมีความสามารถในศาสตร์ปรุงยาที่โดดเด่น ในขณะที่เฟิงหยางอาจจะกลายเป็นผู้นำแห่งศาสตร์วรยุทธ เพราะอย่างในโนโลกนี้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็จะได้เป็นราชา ไม่ว่ามันจะพัฒนาทักษะปรุงยาของมันไปได้สูงขนาดไหน มันก็ยังต้องได้รับความช่วยเหลือจากจอมยุทธที่แข็งแกร่ง

 

จิงหวู่จื้อรู้สึกเหมือนโดนกระตุ้นจนอยากจะเข้าไปชกหน้าใครบางคน เว่ยเหอเลอมีพลีงเพียงระดับรวมธาตุขั้นหนึ่ง และจากที่ดูแล้ว มันสามารถมาถึงระดับนี้ได้เป็นเพราะการช่วยเหลือของเม็ดยา จิงหวู่จื้อสามารถจัดการมันได้อย่างง่ายดายโดยใช้เพียงมือเดียว ยิ่งกว่านั้น สถานะเพียงแค่นักปรุงยาระดับเหลืองขั้นต่ำไม่ได้ทำให้มันกังวลอะไรมากนัก เพราะพวกมันจะไม่มีทางมาขอให้เว่ยเหอเลอหลอมยาให้อย่างแน่นอน

 

ปัยหาก็คือเว่ยเหอเลอมีโอกาสสูงมากที่จะได้เป็นศิษย์ของหวู่ซงหลิน และหวู่ซงหลินคือนักปรุงยาระดับดำขั้นสูง! ก่อนหน้านี้ พวกมันสร้างความประทับใจต่อหลิงฮันโดยการยอมแพ้การประลองในเมืองต้าหยวนเป็นเพราะเบื้องหลังของมันมีนักปรุงยาระดับดำขั้นต่ำอยู่ถึงสามคน อย่างไรก็ตาม หวู่ซงหลินนั้นเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่าทั้งสามคนมากนัก ดังนั้นพวกมันถึงได้รู้สึกกดดันอย่างมาก

 

สีหน้าของจิงหวู่จื้อเปลี่ยนเป็นมืดมนและเย็นชา แต่มันก็ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรออกไป

 

“แล้วเจ้ามีสิทธิอะไรมาทำตัวอวดดีแบบนั้น!” ไป๋ลี่เถิงหยุนนั้นอยู่ในช่วงวัยรุ่น มันจึงถูกกระตุ้นอารมณ์ได้ง่ายๆ มันรู้ว่าตัวมันเป็นพลเมืองของเมืองต้าหยวน ดังนั้นถึงแม้เว่ยเหอเลอคนนี้จะกลายเป็นนักปรุงยาระดับดำได้สักวันหนึ่ง มันก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อมัน เพราะงั้นมันเลยไม่กลัวที่จะล่วงเกินเว่ยเหอเลอ

 

เว่ยเหอเลอรู้สึกไม่พอใจและพูดออกมา “เจ้ากำลังท้าทายข้างั้นรึ?”

 

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม? เจ้ากล้ามาสู้กับข้ารึเปล่า?” ไป๋ลี่เถิงหยุนพูดออกมา

 

“นายน้อยเว่ย!” ในตอนนั้นเอง รุ่นเยาสามคนได้เดินเข้ามา คนที่มาใหม่ทั้งสามคนล้วนแต่มีออร่าที่ทรงพลังปล่อยออกมารอบกาย พวกมันทุกคนอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้า

 

“เป็นพวกเจ้านี่เอง” เว่ยเหอเลอชำเลืองมองไปที่ทั้งสามคน จากนั้นมันได้ยิ้มบางๆอย่างขอไปที

 

“นายน้อยเว่ย ท่านกำลังมีเรื่องลำบาก?” หนึ่งในพวกมันพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม คนที่พูดขึ้นมาเป็นชายหนุ่มสวมผ้าคลุมสีเขียว รูปร่างค่อนข้างสูง

 

เว่ยเหอเลอเผยรอยยิ้มดูถูกและชี้ไปยังไป๋ลี่เถิงหยุน “เจ้าหมอนี่พูดว่าอยากจะท้าทายข้า”

 

“ฮ่าๆๆ เจ้าพวกโง่เง่าเหล่านี้มาจากที่ไหนกัน ถึงได้กล้ามาท้าทายนายน้อยเว่ย?” ชายหนุ่มชุดเขียวหัวเราะดังขึ้นมา มันกวักนิ้วไปทางไป๋ลี่เถิงหยุนและพูด “เข้ามาสิ ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เอง”

 

จะไม่ให้ไป๋ลี่เถิงหยุนตอบโต้คำพูดยุแหย่แบบแบบนั้นได้อย่างไร? มันกำลังจะยอมตกลง แต่ฉีฮวงเย่ได้คว้าตัวมันไปไว้ข้างหลัวเสียก่อน “เหวินฮ่ายซิง นี่เจ้ากลายเป็นใครไร้เหตุผลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? หัวกะทิร้อยอันดับแรกกลับคิดจะมารังแกคนที่เพิ่งจะเข้าร่วมกับสำนัก!”

 

“โอ้ ราชันรัติกาลนี่เอง!” ชายหนุ่มชุดเขียวทำท่าเหมือนกับเพิ่งจะสังเหตุเห็นฉีฮวงเย่ มันประสานมือทักทายไปยังที่ฉีฮวงเย่และพูด “ไม่แปลกใจที่เจ้ากล้าล่วงเกินนายน้อยเว่ย องค์ชายสี่แห่งเมืองต้าหยวนช่างยิ่งใหญ่เสียจริง”

 

คำพูดของมันเหมือนจะยกย่องฉีฮวงเย่ แต่ในความจริงมันจงใจที่จะพูดเยาะเย้ยอีกฝ่าย

 

สีหน้าของเว่นเหอเลอเปลี่ยนเป็นมืดมนและพูด “เจ้าเป็นเชื้อราชวงศ์นี่เอง เจ้าถึงได้อวดดีนัก!” มันได้แสดงพรสวรรค์ในศาสตร์แห่งการปรุงยาออกมาออกมาตั้งแต่ตอนเด็ก ทุกๆคนในวัยเดียวกันต่างก็พยายามจะสร้างความพึงพอใจให้มันเพื่อที่จะได้เป็นสหายกับคนที่จะกลายเป็นสุดยอดนักปรุงยาในอนาคตอย่างมัน คำพูดของเหวินฮ่ายซิงได้ไปกระตุ้นทำให้มันรู้สึกไม่พอใจท่าทางของฉีฮวงเย่อย่างมาก

 

“หลิงฮัน เจ้าจะคุกเข่าลงหรือไม่?” เฟิงหลัวพูดแทรกขึ้นมา คนที่มันเกลียดมากที่สุดคือหลิงฮัน ส่วนฉีฮวงเย่นั้นเป็นองค์ชายสี่ของเมืองต้าหยวน และมีโอกาสสูงมากที่จะได้สืบทอดบัลลังก์ของราชาต้าหยวน ดังนั้นเฟิงหลัวจึงไม่ต้องการที่จะล่วงเกินฉีฮวงเย่

 

“โอ้ น้องชายของศิษย์พี่เฟิงหยางนี่เอง” เมื่อเหวินฮ่ายซิงและพรรคพวกของมันรู้ถึงตัวตนของเฟิงหลัว พวกมันได้ยิ้มขึ้นมาทันที ถึงแม้พวกมันจะดูถูกเฟิงหลัว แต่พวกมันก็ไม่กล้าแสดงออกมาในที่สาธารณะ เพราะเฟิงหยางนั้นแข็งแกร่งเกินไป และจากข่าวลือ เขามีความสามารถที่จะท้าประลองและกลายเป็นศิษย์หลัก

 

หนึ่งในพวกมันมองไปยังหลิงฮันและพูด “เจ้าหนู ข้าเชิงหยู่หยวนจะขอพูดครั้งเดียว ถ้าเจ้าไม่ทำให้ศิษย์น้องเฟิงหลัวพึงพอใจ เจ้าจะถูกหามขึ้นเปลกลับไปยังสำนัก”

 

“ข้า เม่อจงกวงก็ขอพูดแบบนั้นเช่นกัน!” ชายหนุ่มคนที่สามพูดขึ้นมา

 

เฟิงหลัวภูมิใจเป็นอย่างมาก และหัวเราะดังขึ้นมา “หลิงฮัน เจ้าจะยังกล้ามาไร้เหตุผลกับข้าอีกไหม? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้กล้าไม่แยแสต่อข้า? เจ้าสร้างความอัปยศให้ข้าหลายต่อหลายครั้ง เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร? เพียงแค่หนึ่งนิ้วของข้าก็มีค่ามากกว่าชีวิตเจ้าพันเท่าแล้ว”

 

เว่ยเหอเลอและคนอื่นๆยิ้มอย่างเย็นชา พวกมันไม่ได้คิดอะไรจริงจังกับแค่ศิษย์ใหม่อยู่แล้ว คนที่พวกมันจะไม่ไปล่วงเกินเด็ดขาดเลยคือทายาทโดยตรงของแปดตระกูลใหญ่เท่านั้น

 

ด้านนอกประตูทางเข้า ทหารยามสี่คนของตำหนักสมบัติวิญญาณมองดูอย่างไม่สนใจ ตราบใดที่ไม่มีใครสร้างปัญหาข้างในตำหนัก ต่อให้ท้องฟ้าจะถล่ม พวกมันก็จะไม่เข้าไปยุ่ง

 

“คุกเข่า!” เฟิงหลัวคำราม

 

“คุกเข่าพี่สาวเจ้าสิ!” หลิงฮันยื่นมือออกไปทางเฟิงหลัว

 

“กล้าดีอย่างไร!” เหวินฮ่ายซิง เม่อจงกวง และเชิงหยู่หยวนตอบโต้ได้ทันเวลา พวกมันทุกคนอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้า แถมยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย พวกมันทุกคนไม่มีใครด้อยไปกว่าฉีฮวงเย่ การจู่โจมพร้อมกันของพวกมันทั้งสามคนนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

“ไสหัวไปซะ!” หลิงฮันใช้ทักษะย่างก้าวเมฆาสลาย ทำให้ผ่านการป้องกันของทั้งสามคนไปได้

 

เหวินฮ่ายซิงและคนอื่นๆตกตะลึง พวกมันสังเกตเห็นว่าหลิงฮันอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นห้าเท่านั้นจึงไม่ได้เอาจริงด้วย ใครจะไปคิดว่าหลิงฮันจะรวดเร็วและเคลื่อนไหวได้ซับซ้อนขนาดนี้?

 

พวกมันไม่ได้เอาจริง เลยทำให้หลิงฮันผ่านการล้อมของพวกมันไปได้อย่างง่ายดาย

 

หลิงฮันปรากฏตัวขึ้นที่หน้าเฟิงหลัว และยื่นมือออกไปคว้าตัวอีกฝ่าย

 

“เจ้ากล้ารึ!” เว่ยเหอเลอเบี่ยงตัวไปข้างหน้าเฟิงหลัว มันรู้ตัวดีว่ามันคือนักปรุงยาระดับเหลืองขั้นต่ำ และมีโอกาสจะเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่ฝ่ายปรุงยาในอนาคต ดังนั้นไม่ว่าหลิงฮันจะมีความกล้าขนาดไหน เขาก็ต้องไม่กล้าจับแม้แต่เส้นผมของมันแน่นอน

 

“เพี๊ยะ!”

 

อย่างไรก็ตาม ขณะที่มันกำลังคิดแบบนั้นอยู่ มันได้ถูกหลิงฮันตบอย่างรุนแรงจนกระเด็นออกไป

 

บัดซบ หมอนี่กล้าตบมันงั้นรึ?

 

หลิงฮันตบไปอีกครั้ง ทำให้เฟิงหลัวล่วงลงไปที่พื้น ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา เท้าของหลิงฮันเหยียบลงไปที่หน้าของเฟิงหลัว

 

“บัดซบ เจ้ากล้าเหยียบข้า? เจ้ามันเบื่อที่จะมีชีวิตแล้ว พี่ชายของข้าจะต้องสังหารเจ้าแน่นอน!” เฟิงหลัวคร่ำครวญอย่างหวาดกลัวในขณะที่พูดขู่หลิงฮัน

 

นายน้อยที่ถูกตามใจมาอย่างมันกล้าแค่พูดข่มขู่เท่านั้น ที่นี่คือเมืองจักรพรรดิ การสังหารผู้อื่นถือว่าเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง

 

เว่ยเหอเลอที่อยู่ข้างๆเต็มไปด้วยความโกรธ มันถูกคนอื่นตบ? ช่างอวดดีและน่ารังเกียจยิ่งนัก! มันจะไม่มีทางปล่อยเจ้าคนงี่เง่านี่เอาไว้แน่!

 

“หืม ศิษย์น้องเว่ย?” ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มและหญิงสาวได้เดินเข้ามา เมื่อสตรีนางนั้นเห็นใบหน้าของเว่ยเหอเลอ นางแสดงสีหน้าที่ตกใจออกมา

 

“ศิษย์พี่หลี!” เว่ยเหอเลอรีบลุกขึ้นมา ท่าทีของมันเต็มไปด้วยความคำรพ

 

สตรีนางนี้คือ หลีซื่อฉาง

 

ต่อหน้าคนอื่น เว่ยเหอเลอจะแสดงท่าทีที่หยิ่งยโส แต่ต่อหน้าหลีซื่อฉาง มันทำได้เพียงเก็บความอวดดีของมันเอาไว้ เพราะพรสวรรค์ในการปรุงยาของหลีซื่อฉางนั้นเหนือกว่าของมัน

 

หวู่ซงหลินชื่นชมในพรสวรรค์ของมัน แต่หลีซื่อฉางต่างหากที่เป็นศิษย์รักที่แท้จริงของหวู่ซงหลิน ถึงแม้มันจะกลายเป็นศิษย์ของหวู่ซงหลิน มันก็ยังต้องปฏิบัติต่อหลีซื่อฉางด้วยความเคารพ

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 99 ทุบตีเหมือนกับครั้งก่อนๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว