- หน้าแรก
- วันพีซ: ฮีโร่แห่งความยุติธรรม
- บทที่ 14: หมู่บ้านชิโมสึกิ
บทที่ 14: หมู่บ้านชิโมสึกิ
บทที่ 14: หมู่บ้านชิโมสึกิ
บทที่ 14: หมู่บ้านชิโมสึกิ
ทะเลอีสต์บลู…
เรือรบหัวสุนัขขนาดมหึลากำลังลอยลำอย่างเชื่องช้าบนผืนน้ำอันเงียบสงบ
นกนางนวลโฉบผ่านท้องฟ้าเป็นระยะ อากาศเย็นสบายชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด
...แน่นอน หากไม่นับรอยฟกช้ำทั่วหัว และสายตาประหลาดจากเหล่าทหารเรือรอบข้าง อารมณ์ของแอตลาสคงจะดีกว่านี้มาก
"เกาะต่อไปที่พวกเราจะจอดคือที่ไหน?"
แอตลาสคว้าตัวทหารเรือที่เดินผ่านมาคนหนึ่งแล้วเอ่ยถาม
ตั้งแต่จากโลคทาวน์มานาน เขาก็ยังคงคิดถึงผู้คนที่นั่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะร้อยโทไรต์กับสโมคเกอร์
ความรู้สึกที่เขามีต่อร้อยโทไรต์นั้นซับซ้อนนัก
ในอีกด้านหนึ่ง ไรต์คือคนแรกที่เขาพบในโลกนี้
คอยช่วยเหลือเขาในช่วงแรกของการเป็นทหารเรือ ไม่ว่าจะเปิดเผยหรือแอบช่วย
สำหรับแอตลาส ไรต์คือทั้งพี่ชาย และพ่อในเวลาเดียวกัน...เขารู้สึกขอบคุณจากใจจริง
"หือ? อีกไม่นานก็จะถึงหมู่บ้านชิโมสึกิแล้วครับ!"
แม้ทหารที่ถูกดึงจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบด้วยน้ำเสียงซื่อสัตย์
ด้วยความพากเพียรและพรสวรรค์ของแอตลาส ทำให้เขาเป็นที่เคารพนับถือในหมู่ทหาร แม้จะดูตลกเล็กน้อยในตอนนี้ก็ตาม
"หมู่บ้านชิโมสึกิ... หมู่บ้านชิโมสึกิ?"
แอตลาสขมวดคิ้วรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้อย่างบอกไม่ถูก
ทันใดนั้น เขาก็จำได้ว่า... หมู่บ้านนี้เองที่โซโรเคยฝึกวิชาดาบในวัยเยาว์!
เขาขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังลังเลกับเรื่องสำคัญ
ไม่นานนัก ความลังเลในแววตาของเขาก็คลายลง
แอตลาสย่างเท้าตรงไปยังห้องอาหารที่การ์ปกำลังจัดการอาหารกองโตตรงหน้า
"พลเรือโทการ์ป ผมอยากลงจากเรือที่หมู่บ้านชิโมสึกิครับ"
แอตลาสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"หือ? ทำไมล่ะ? อื้ม...อืม... ไม่กลับโลคทาวน์แล้วเหรอ?"
การ์ปพูดพลางเคี้ยวเนื้อในปากตุ้ยๆ
"ผมได้ยินมาว่าในหมู่บ้านชิโมสึกิมีสำนักดาบชื่อดัง และอาจารย์เจ้าสำนัก...คุณโคชิโร่...เป็นนักดาบที่ร้ายกาจมาก
ผมอยากไปศึกษาดาบกับเขาอยู่สักพัก ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าดาบของผมถึงทางตันแล้ว"
แอตลาสอธิบายอย่างละเอียด
"ผมขอร้องให้คุณการ์ปช่วยแจ้งพันเอกแรนเดิลด้วยว่า
ผมจะกลับโลคทาวน์ช้าที่สุดภายใน 1 ปีครับ ได้โปรดด้วย!"
พูดจบ แอตลาสก็ลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะลงต่ำแสดงความเคารพ
คำนับนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการฝากข่าวเท่านั้น แต่ยังเป็นการขอบคุณการ์ป
ที่มอบทั้งโอกาสและการฝึกฝนให้เขาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
"รับทราบแล้วน่า… เด็กบ้าเอ๊ย..."
การ์ปบ่นงึมงำอย่างรำคาญ แต่ในแววตาไม่มีแม้แต่น้อยของความไม่พอใจ
ตรงกันข้าม เขาดูพึงพอใจอย่างยิ่ง
ตลอดชีวิตของการ์ป เขาฝึกฝนทหารเรือมาไม่น้อย
ผู้ที่โด่งดังที่สุดก็คงหนีไม่พ้น พลเรือโทแห่งยุคปัจจุบัน...คุซัน
หลังจากฝึกกับแอตลาสมาตลอด
การ์ปมั่นใจว่า พรสวรรค์ของเด็กคนนี้... ไม่ด้อยกว่าคุซันแม้แต่น้อย
และความรู้สึกยึดมั่นในความยุติธรรมของเขาก็ไม่น้อยหน้าทหารเรือคนใด
เขาจะต้องเป็นเสาหลักของกองทัพในอนาคตแน่นอน
เมื่อได้รับอนุญาตจากการ์ป
แอตลาสก็กลับไปยังห้องนอน เก็บข้าวของจำเป็นและเสื้อผ้า
พร้อมทั้งขอยืมเงินเล็กน้อยจากโบการ์ดไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม เขาเลือกที่จะไม่ใส่เครื่องแบบทหารเรือ
เพราะจากความทรงจำในชาติก่อน...โคชิโร่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพปฏิวัติ
ไม่ใช่ว่าเขากลัวจะถูกโจมตี
แต่อย่างน้อย เขาเชื่อว่าโคชิโร่เป็นคนใจกว้างพอ ไม่คิดลงมือกับเขาแน่
อีกทั้งพวกกองทัพปฏิวัติก็แตกต่างจากพวกโจรสลัด
ไม่ได้เข่นฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างไร้เหตุผล
เขาแค่ไม่อยากให้โคชิโร่รู้ตัวตั้งแต่ต้นว่าเขาเป็นทหารเรือ
จะได้ไม่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปใกล้
...
เมื่อขึ้นฝั่ง
แอตลาสก็ถามชาวบ้านถึงตำแหน่งสำนักดาบของโคชิโร่
จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
สำนักดาบของโคชิโร่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านชิโมสึกิ
ชาวบ้านส่วนใหญ่ในที่นี่ ต่างก็เคยเรียนดาบจากสำนักนี้ไม่มากก็น้อย
พวกเขาเริ่มฝึกฝนกันตั้งแต่วัยเด็ก
แม้ค่าธรรมเนียมจะไม่สูงมาก แต่ด้วยความที่เจ้าสำนักคนก่อนคือโคซาบุโร่ บิดาของโคชิโร่
ทำให้สำนักนี้มีชื่อเสียงดี
ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้ การมีพลังไว้ป้องกันตัวย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
ไม่นานนัก แอตลาสก็มาถึงหน้าสำนักดาบในตำนาน
จากสายตาแรกพบ ตัวสำนักมีเพียงรั้วเตี้ยๆ รายล้อม
ภายในมีเรือนเล็กสองสามหลัง ซึ่งคงเป็นที่อยู่ของครอบครัวโคชิโร่
สิ่งที่ทำให้แอตลาสแปลกใจก็คือ...
ภายในสำนักกลับเงียบสงัด ไม่มีแม้แต่เสียงฝึกดาบ
เงียบจนเขาเกือบคิดว่าตัวเองมาผิดที่
แต่ก่อนจะยกมือเคาะประตู เสียงทารกร้องจ้า ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบทันที
แอตลาสเข้าใจในทันใด
บังเอิญเหลือเกิน...
เขาพึมพำในใจ
ดูท่าตอนนี้... คงเป็นช่วงที่ "คุอินะ" เพิ่งลืมตาดูโลก
ถึงว่าสำนักถึงได้เงียบเชียบเช่นนี้
แต่ถึงกระนั้น แอตลาสก็ยังยกมือเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
แม้เสียงจะเบา
แต่ด้วยสัมผัสอันเฉียบคม...หรือเรียกให้ตรงคือ ฮาคิสังเกต...ของโคชิโร่
อีกฝ่ายต้องรู้แน่แล้วว่าเขามาถึง
ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก
สิ่งที่ปรากฏคือใบหน้าที่ยิ้มละไมจนแอตลาสถึงกับนิ่งงัน
เขาเคยคิดว่าโคชิโร่จะต้อนรับเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
เพราะตามความทรงจำในชาติที่แล้ว โคชิโร่ดูจะไม่พอใจที่ได้ลูกสาว
อยากมีลูกชายไว้สืบทอดสำนักมากกว่า
แต่มาถึงตอนนี้ แอตลาสกลับมั่นใจว่า ข่าวลือนั้น... ผิด!
โคชิโร่ไม่ใช่คนที่ให้ค่ากับเพศชายมากกว่าหญิง
เขาแค่ต้องการให้คุอินะมีชีวิตเรียบง่าย จึงพูดจาทำให้เธอท้อใจ
แต่ไม่คิดเลยว่า เด็กน้อยคนนั้นจะดื้อรั้นยิ่งกว่าที่เขาคาดไว้
"สวัสดีครับ อาจารย์โคชิโร่ ผมได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน
วันนี้จึงมาขอฝากตัวเรียนดาบ!"
แอตลาสกล่าวตรงประเด็นทันที
"เข้ามาข้างในก่อนเถอะ"
โคชิโร่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
แต่เชิญเขาเข้ามาภายในด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเข้าไปภายใน
แอตลาสกวาดสายตาโดยรอบ
ด้านหน้าเป็นลานเล็กๆ สำหรับฝึกของเหล่าศิษย์
เมื่อเดินถึงห้องโถงใหญ่
ทั้งคู่ก็นั่งลงบนเบาะตรงข้ามกัน
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้จ้องหน้ากันเต็มๆ
โคชิโร่เป็นชายวัยกลางคนหน้าตาอ่อนโยน มีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา
ไม่รู้ว่าเพราะลูกสาวเพิ่งเกิด หรือเพราะเป็นนิสัยส่วนตัวอยู่แล้ว
เขาสวมแว่นตาขอบบาง
ดวงตาหยีจนมองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่...
"วันนี้ลูกสาวชั้นเพิ่งลืมตาดูโลก
ภรรยาชั้นไม่สะดวกออกมาต้อนรับ ต้องขออภัยด้วย"
โคชิโร่กล่าวอย่างสุภาพ
ถ้อยคำของเขาเต็มไปด้วยความนอบน้อม
ฟังดูคล้ายภาษาทางการของแคว้นวาโนะไม่น้อย
"เรื่องที่นายมา ชั้นทราบแล้ว
หากนายไม่ถือว่าบ้านของชั้นเรียบง่ายเกินไป
เราก็แลกเปลี่ยนวิชาดาบกันได้"
เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
แอตลาสเข้าใจทันที
โคชิโร่ไม่ต้องการรับเขาเป็นศิษย์โดยตรง
แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธหน้าทหารเรือ
จึงตกลงให้เรียนรู้ร่วมกันในฐานะ "ผู้แลกเปลี่ยนวิชา"
ในที่สุดก็เข้าใจ
ว่าต่อให้ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับผู้แข็งแกร่ง ก็ไร้ประโยชน์
เขาคาดว่าโคชิโร่คงสัมผัสได้ตั้งแต่เรือรบหัวสุนักจอดฝั่งแล้ว
ด้วยฮาคิสังเกตระดับนั้น ย่อมรู้ว่าเขาเป็นใครแน่นอน
"ตกลงครับ งั้นรบกวนอาจารย์โคชิโร่ด้วยครับ!"
เมื่อทุกอย่างเป็นเช่นนี้
แอตลาสก็ไม่มีอะไรจะต่อรองอีก
อย่างน้อย... เขาก็ยังได้อะไรกลับมาไม่น้อย
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน