เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 สังหารทิ้งให้หมด

ตอนที่ 45 สังหารทิ้งให้หมด

ตอนที่ 45 สังหารทิ้งให้หมด


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 45 สังหารทิ้งให้หมด

 

“พี่ชายหม่า เจ้าขอให้ข้าช่วยวางยาพิษ ข้าก็ทำงานนั่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนการช่วยจัดการเจ้าเด็กนั่น... ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของเรา” อู่เชิงพูดอย่างเฉื่อยชา

 

หม่าหลางรู้ดีว่าอู่เชิงเป็นชายที่โลภมาก ถึงแม้จะไม่เต็มใจแต่มันก็ทำได้เพียงพูดออกไป “เจ้าเด็กนี่ต้องได้รับสมบัติวิเศษบางอย่างมาแน่นอนถึงได้ก้าวหน้าจากหลอมกายาขั้นสองมายังระดับรวมธาตุได้ไวขนาดนี้ แถมมันยังสามารถสร้างปราณดาบได้ถึงสองเล่มอีกด้วย เจ้าลองคิดถึงมูลค่าของสมบัตินั่นดูสิ? มาร่วมมือกันบังคับให้มันเปิดเผยสมบัติออกมาแล้วเราจะนำมาแบ่งกันอย่างเท่าเทียม!”

 

อู่เชิงรู้เพียงแค่ว่าหลิงฮันเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่ง แต่มันไม่เคยนึกเลยว่าในอดีตหลิงฮันจะเคยอ่อนแอมาก่อน ด้วยความแตกต่างอันใหญ่หลวงระหว่างหลิงฮันในตอนนี้กับในอดีต มันสามารถอธิบายได้อย่างเดียวว่าหลิงฮันจะต้องได้รับสมบัติวิเศษบางอย่างมาแน่นอน

 

ขนาดขยะยังเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ถ้าหากเป็นตัวมันที่ได้สมบัตินี้มาล่ะ?

 

ลมหายใจของมันเริ่มรุนแรงขึ้น และดวงตาของมันปรากฏจิตสังหารขึ้นมา จิตสังหารของมันเพ่งเล็งไปทางหม่าหลางเช่นกัน เมื่อมันได้สมบัตินั่นมาจากหลิงฮัน มันจะต้องสังหารหม่าหลางทิ้งเพื่อให้เรื่องนี้ไม่รั่วไหลออกไป

 

“ก็ได้ ข้าจะช่วยเจ้า!” เมื่อมันพูดเสร็จ มันได้นำมีดคู่ออกมาจากห่อผ้าที่สะพายไว้ข้างหลัง บนใบมีดมีประกายสีเขียวส่องแสงออกมา มีดทั้งสองได้ถูกเคลือบยาพิษที่รุนแรงเอาไว้

 

“อู๋ตง จัดการมัน!” หลิงฮันพูดอย่างไม่ใส่ใจ

 

“เข้าใจแล้ว!” หลิวอู๋ตงพูดตอบหลิงฮัน ร่างของนางลอยออกไปข้างหน้า ทำให้นางราวกับเป็นเทพธิดาที่ร่อนลงมาจากสวรรค์

 

เร็วมาก!

 

ภายในชั่วพริบตา นางได้มาปรากฏตัวข้างหลังอู่เชิง มือขวาของนางจับไปที่มือของอู่ชางและบังคับมือของมันให้นำมีดไปจ่อที่คอตัวเอง

 

“ฉัวะ!”

 

เลือดกระจายออกมา และอู่เชิงเดินถอยหลังอย่างไร้เรี่ยวแรง มันใช้มือหนึ่งจับที่บาดแผลบนคอส่วนอีกมือล้วงไปหยิบยาถอนพิษในแขนเสื้ออย่างลนลาน สีหน้าของมันกลายเป็นดำมืด และเมื่อมันหยิบขวดหยกออกมาได้ ตาของมันก็ไร้สัญญาณแห่งชีวิตไปเสียแล้ว

 

“ตุบ” มันล้มลงโดยที่ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะต้องมาตายที่นี่จริงๆ ยิ่งกว่านั้น ผู้หญิงที่งดงามราวนางฟ้าเช่นนี้กลับมีพลังที่แม้แต่มันก็ไม่สามารถจะได้ใช้ทักษะอะไรออกไปก่อนที่จะตาย

 

หม่าหลางเองก็ตะลึงเช่นกัน มันไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลิวอู๋ตงจะแข็งแกร่งถึงขนาดสังหารอู่เชิงได้ภายในพริบตาเดียว... สังหารจอมยุทธระดับรวมธาตุขั้นสี่ได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว

 

อัจฉริยะขนาดนี้ทำไมถึงยอมลดตัวมาอยู่ข้างกายหลิงฮัน?

 

“เวลาแบบนี้เจ้ายังกล้าจะลอกแลกมองไปทางอื่นอีก เจ้ากลัวว่าความตายจะมาหาช้าไปหรืออย่างไร?” หลิงฮันยิ้มอย่างเย็นชา และกวัดแกว่งดาบเพื่อสังหารหม่าหลาง

 

หม่าหลางยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันอย่างลนลาน และถูกคลื่นกระแทกทำให้ถอยหลังไปเจ็ดถึงแปดก้าว บนร่างของมันได้มีบาดแผลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด

 

“ให้ข้าส่งเจ้าไปปรโลกเอง!” หลิงฮันแกว่งดาบอีกครั้ง ดาบได้พุ่งออกไปราวกับสายรุ้งที่พุ่งผ่านดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดภาพอันน่าอัศจรรย์ขึ้นมา

 

นี่คือท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเพลงดาบอสนีบาตฟาดฟัน ‘ประกายแสงฟาดฟัน!’

 

หม่าหลางกัดฟันยกกระบี่ขึ้นป้องกัน แต่กระบี่ได้พลาดเป้าและมี ‘ฉัวะ’ ดังขึ้น มันรู้สึกได้เพียงความเจ็บปวดที่หน้าอก หัวใจของมันถูกแทงด้วยดาบยาว และคลื่นกระแทกจากการโจมตีทำให้หัวใจมันระเบิดออกทันที

 

จอมยุทธในระดับรวมธาตุมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง ถึงแม้หัวใจมันจะระเบิดไปแล้ว มันก็ยังไม่ตายในทันที มันจ้องไปยังหลิงฮัน ปากของมันเปิดและปิดสองสามครั้งราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ไม่สามารถส่งเสียงได้

 

“หลังจากสู้กันไปสักพักแล้ว ข้าจะมองการเคลื่อนไหวของเจ้าไม่ออกได้อย่างไร?” หลิงฮันรู้ว่าหม่าหลางอยากจะพูดอะไร จึงตอบออกไปอย่างสงบนิ่ง

 

‘เจ้าสัตว์ประหลาดบัดซบ เพียงแค่สู้กันในช่วงสั้นๆเจ้าก็มองการเคลื่อนไหวของข้าออก?’

 

หม่าหลางสาปแช่งอยู่ในใจ และหายใจได้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ตาจะปิดลงอย่างไม่เต็มใจ

 

หลิงฮันดึงดาบกลับมาและมองไปรอบๆ หลิงตงซิงได้จัดการกลุ่มของหม่าหลางส่วนใหญ่ไปแล้ว และบางคนที่โชคดีรอดมาได้ หลิวอู๋ตงก็จะตามไปจัดการคนที่รอดออกมาทันที

 

ในขณะเดียวกัน หลิงจงควั่นและหลานของมันได้ตายลงด้วยฤทธิ์ของยาพิษ ตาของพวกมันเปิดออกและเต็มไปด้วยความโกรธ ไม่รู้ว่าใครกันที่พวกมันโกรธที่สุด หม่าหลางกับอู่เชิง หรือว่าหลิงตงซิงกับบุตรของมัน?

 

“เจ้าคนทรยศสองคนนี้ พวกมันตายง่ายดายเกินไป!” หลิงฮันเค้นเสียงในลำคอ เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะสังหารพวกมันทั้งสองด้วยตัวเอง

 

“ช่างเถอะ อย่างไรพวกมันก็เป็นสมาชิกของตระกูลหลิง การตายด้วยมือคนอื่นก็นับว่าดีแล้ว” หลิงตงซิงถอนหายใจออกมา อย่างไรมันก็เป็นผู้นำตระกูล มีเรื่องอีกมากมายที่มันจะต้องคิดต่อจากนี้

 

เพราะอย่างไรก็ตาม การสังหารคนอื่นเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่การจะจัดการผลที่ตามมาล่ะ... หลิงตงซิงปวดหัวมากกับเรื่องนี้

 

“ฮันเอ๋อร์ เจ้ากับอู๋ตงต้องออกจากตระกูลไปเดี๋ยวนี้ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!” หลิงตงซิงตัดสินใจแล้วว่ามันจะอยู่และตายไปพร้อมกับตระกูลหลิง แต่บุตรของมันเป็นความหวังของตระกูล อย่างน้อยมันก็อยากจะแน่ใจว่าหลิงฮันจะต้องปลอดภัย

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ลงมืออย่างไร้แผนการ เราสามารถให้เฉินเฟิงเลี่ยจัดการปัญหานี้ได้”

 

 

“มีคนเสียชีวิตไปจำนวนมาก แถมยังมีคนที่เป็นถึงศิษย์ของผู้อาวุโสเจ็ดด้วย เฉินเฟิงเลี่ยจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้รึ?” หลิงตงซิงขมวดคิ้วและถาม

 

“เพื่อชีวิตตัวมันแล้ว มันจะต้องทำอย่างสุดความสามารถแน่นอน” หลิงฮันหัวเราะ

“ยิ่งกว่านั้น อู๋ตงเองก็เป็นถึงเจ้าหญิงของตระกูลหลิว หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ของเมืองจักพรรดิ ถ้าสถานการณ์เริ่มเลวร้าย เราสามารถเปิดเผยสถานะของนางออกไปได้”

 

ถึงอย่างนั้นหลิงตงซิงก็ยังส่ายหน้า ตัวมันเองคิดว่าบุตรของมันคือชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่ตระกูลหลิวจะคิดเช่นนั้น? ซึ่งผลลัพธ์อันน่าเศร้าของมันกับภรรยาของมันที่เป็นหลานของอาวุโสสามแห่งนิกายจันทราเหมันต์ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว...

 

อย่างไรพวกมันก็เป็นพ่อลูกกันอย่างแท้จริง ขนาดหญิงสาวที่พวกมันได้รู้จักก็ยังมีสถานะสูงส่งเช่นเดียวกัน

 

มันอดที่จะเป็นกังวลไม่ได้ ในฐานะของบิดาแล้ว มันไม่อยากให้หลิงฮันเดินตามรอยเท้าของมันแม้แค่น้อย

 

“ใช่รึเปล่า อู๋ตง?” หลิงฮันไม่เคยเป็นพ่อคน เขาจึงไม่เข้าใจถึงความคิดของหลิงตงซิงในตอนนี้ เขาเห็นว่าหลิงตงซิงยังดูเป็นกังวล และเข้าใจไปว่าบิดาของเขายังกังวลเรื่องนิกายหมาป่าหินผาอยู่ จึงได้ถามหลิวอู๋ตงเพื่อความมั่นใจ

 

“อืม!” หลิวอู๋ตงพยักหน้า สีหน้าของนางจริงจังเป็นอย่างมาก

 

เมื่อหลิงตงซิงเห็นแบบนี้ ในฐานะคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหลิวอู๋ตงได้เริ่มมีความรู้สึกต่อบุตรของมันแล้ว?

 

มันหวังว่าทั้งสองจะไม่กลายเป็นคู่รักที่โชคร้ายอีกคู่หนึ่งเช่นเดียวกับมัน! ไม่สิ... เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน บุตรของมันยอดเยี่ยมกว่าตัวมันเองนับร้อยเท่าพันเท่า และในอนาคตเขาจะต้องก้าวทะยานเหนือกว่าเหล่าจอมยุทธในแคว้นพิรุณทั้งหมด แล้วเขาจะไม่คู่ควรที่จะแต่งงานกับบุตรสาวของหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ได้อย่างไร?

 

หลิงฮันเขียนจดหมายในทันที และให้คนส่งไปให้เฉินเฟิงเลี่ยที่นิกายหมาป่าหินผาอย่างเร็วที่สุด ถ้าเฉินเฟิงเลี่ยไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ เขาคงต้องใช้วิธีอื่นในการแก้ปัญหา ซึ่งนั่นคือจูเฮอซิน  จูเฮอซินเป็นนักปรุงยาระดับดำขั้นต่ำ ถึงแม้สำหรับหลิงฮันแล้วจะไม่ได้สูงส่งอะไร แต่ในแคว้นพิรุณแห่งนี้ จูเฮอซินมีสถานะที่สูงพอสมควร อย่างน้อยมันก็เป็นตัวตนที่นิกายหมาป่าหินผาไม่กล้าจะล่วงเกินอย่างแน่นอน

 

...หลิวอู๋ตงเป็นผู้ติดตามของเขา การจะใช้เบื้องหลังของนางมาแก้ปัญหานับว่าเป็นเรื่องน่าอายอย่างมาก

 

เฉินเฟิงเลี่ยได้รับจดหมายในวันที่สาม เมื่อมันอ่านเนื้อหาในจดหมายจบ มันเกือบจะหัวใจวายตาย มันคิดไม่ตกว่าทำไมนายน้อยคนนี้ถึงได้เป็นตัวปัญหาขนาดนี้? เขาเพิ่งจะสังหารเชิงเซียวหยวนไป แล้วตอนนี้ยังสังหารหม่าหลางและกลุ่มของมันอีก

 

เชิงเซียวหยวนนั้นไม่มีปัญหา เพราะเป็นศิษย์ของมันเอง ตราบใดที่มันไม่คิดจะเอาเรื่องก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หม่าหลางเป็นศิษย์ของเฒ่าเจ็ด และยังเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในหมู่ศิษย์ของเฒ่าเจ็ดด้วย แล้วจะให้มันแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?

 

แต่มันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำ เพราะชีวิตของมันอยู่ในมือหลิงฮัน

 

หลิงฮันไม่รู้ว่าเฉินเฟิงเลี่ยจัดการกับปัญหานี้อย่างไร เขารู้เพียงแค่ว่าสองวันต่อมา ได้มีจดหมายตอบกลับมาว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกต่อไป

 

ในเมื่อปัญหาถูกแก้ไขแล้ว หลิงฮันจึงตัดสินใจเดินทางไปยังหุบเขาเจ็ดวายุ ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนจะสิ้นปี อย่างน้อยเขาจำเป็นต้องบรรลุไปให้ถึงระดับรวมธาตุขั้นสี่เพื่อที่จะได้มีโอกาสแย่งชิงอันดับหนึ่งในการประลองต้าหยวน

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 45 สังหารทิ้งให้หมด

คัดลอกลิงก์แล้ว