เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 ปะทะหม่าหลาง

ตอนที่ 44 ปะทะหม่าหลาง

ตอนที่ 44 ปะทะหม่าหลาง


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 44 ปะทะหม่าหลาง

 

“ขอ...ยาถอนพิษ!” หลิงจงควั่นครางโหยหวน ผงสลายปราณไม่ใช่แค่สลายปราณก่อเกิด แต่ยังมีพิษร้ายแรงที่คอยกัดกร่อนอวัยวะภายในอีกด้วย ซึ่งทำให้มันต้องร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน

 

ไม่รู้ว่าหลิงจงควั่นพูดคำเมื่อกี้กับหลิงฮันหรือหม่าหลาง หรือบางทีอาจจะทั้งคู่เลยก็ได้

 

แต่หลิงมู่เหยินไม่สามารถพูดได้อีกแล้ว ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเหงื่อ ความทรมานที่มันกำลังได้รับอยู่เกินกว่าจะบรรยายออกมาได้

 

หม่ากลางและอู่เชิงไม่ได้สนใจทั้งสองคนนั่นแม้แต่น้อย พวกมันกำลังไปที่หลิงฮันด้วยความตกตะลึง เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเม็ดยาของเจ้าเด็กนี่สามารถรักษาพิษของพวกมันได้ แต่คำถามก็คือ โลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญถึงขนาดที่เจ้าเด็กนี่จะมียาถอนพิษของผงสลายปราณเตรียมไว้ด้วยเหรอ?

 

หรือว่าเม็ดยานั่นจะมีคุณสมบัติในการรักษาพิษได้หลายชนิด?

 

หลิงฮันหันไปหาหม่าหลางและพูด “ท่านพ่อ ท่านไปจัดการจ้าวแห่งพิษอะไรที่ว่านั่น ส่วนข้าจะรับมือกับหมอนี่เอง”

 

“เจ้าแน่ใจรึ?” หลิงตงซิงเป็นกังวลเล็กน้อย เพราะอย่างไรหม่าหลางก็อยู่ในระดับรวมธาตุขั้นหก และแข็งแกร่งกว่าบุตรของมันที่เพิ่งทะลวงผ่านมายังระดับรวมธาตุมากนัก

 

“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นกังวล” หลิงฮันยิ้มอย่างมั่นใจ

 

“ฮึ่ม กองกำลังของข้าเข้ามาได้” หม่าหลางตะโกนออกไป ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว มันเหลือเพียงต้องใช้กำลังบังคับหลิงฮันเท่านั้นแล้ว

 

“ฟุบๆๆ” คนสวมชุดดำสิบคนบุกเข้ามาจากภายนอกห้องโถง พวกมันทุกคนปลดปล่อยจิตสังหารอันแข็งแกร่งออกมา

 

“นอกจากเจ้าเด็กนั่นกับผู้หญิงคนนั้น กำจัดคนอื่นทิ้งให้หมด!” หม่าหลางพูดเสียงดัง มันรู้ดีว่าหลิงตงซิงอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นที่เก้า และมีพลังต่อสู้อันน่าเกรงขาม อย่างไรก็ตามมันได้เปรียบในเรื่องของจำนวนคน เพราะงั้นจึงยังมีโอกาสที่จะชนะอยู่

 

“รับทราบ!” คนชุดดำทั้งหมดตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง พวกมันหยิบอาวุธออกมาและมุ่งเป้าไปที่หลิงตงซิง

 

หลิงตงซิงไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย ด้วยพลังของมัน จะถูกจัดการโดยจอมยุทธที่มีพลังระดับรวมธาตุขั้นต่ำเหล่านี้ ที่มีดีแค่เพียงจำนวนคนได้อย่างไร? มันคำรามออกมาและพุ่งเข้าไปยังกลุ่มคนชุดดำ

 

หม่าหลางเดินวนรอบๆหลิงฮันและพูด “ข้ายอมรับเลยว่าเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆที่มียาที่สามารถรักษาพิษที่หลอมโดยจ้าวแห้งพิษได้ ข้าคิดว่าเจ้าจะต้องได้รับสมบัติโบราณบางอย่างมาแน่ๆ ไม่เช่นนั้นพลังบ่มเพาะของเจ้าคงไม่ก้าวหน้าเร็วขนาดนี้”

 

“อย่างไรก็ตาม สมบัตินั่นต้องเป็นของข้า!” มันมองไปที่หลิงฮันด้วยความละโมบ

 

แต่หลิงฮันทำเพียงยิ้มตอบและพูด “”สิ่งเดียวที่เจ้าจะได้รับไปคือความตาย!

 

“บัดซบ!” หม่าหลางสาปแช่งและพุ่งเข้าใส่หลิงฮัน มันต้องการจะเผด็จศึกหลิงฮันเพื่อให้หลิงตงซิงยอมแพ้

 

หลิงฮันไร้ความเกรงกลัวและชักดาบออกมาจากฝัก เขาโยนฝักดาบทิ้งพร้อมกับฟันดาบเพื่อปลดปล่อยปราณดาบออกไป

 

“อะไรกัน? ปราณดาบ!” หม่าหลางตกตะลึง มันถอยกลับในทันทีและขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าขยะเช่นเจ้าจะสามารถสร้างปราณดาบขึ้นมาได้! ข้ายิ่งคาดหวังมากขึ้นไปอีกว่าสมบัติที่เจ้าได้รับมาจะต้องมีมูลค่าที่ไม่อาจวัดได้!”

 

“งั้นข้าคงต้องแสดงพลังที่แท้จริงออกไปบ้าง” มันชักกระบี่งอ ออกมาจากเอว กวัดแกว่งสองสามครั้งและปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมาเช่นกัน มันทำสีหน้าที่ยิ่งยโสและพูด “เจ้าไม่ใช่เพียงคนเดียวที่สามารถสร้างปราณขึ้นมาได้!”

 

เป็นเรื่องไม่แปลกที่เหล่าคนที่สามารถสร้างปราณขึ้นมาได้จะภูมิใจในตนเอง

 

หลิงฮันส่ายหน้า “เจ้าคิดจะพูดเรื่องไร้สาระไปอีกนานแค้ไหน?”

 

“ฮึ่ม แล้วเจ้าจะเสียใจที่พูดแบบนั้น!” หม่าหลางพุ่งเข้าไปและสะบัดกระบี่ในมือเพื่อสร้างปราณกระบี่ ด้วยพลังระดับรวมธาตุขั้นหกและปราณกระบี่ของมัน พลังที่ปลดปล่อยต้องน่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

หลิวอู๋ตงกำหมัดและแสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

นางรู้ดีว่าหลิงฮันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่หม่าหลางไม่ใช่ฮังฉาน มันมีพลังสูงกว่าหลิงฮันถึงห้าขั้น ในความคิดของนางความแตกต่างขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถชดเชยได้ด้วยกระบวนท่าหรือประสบการณ์ใดๆ

 

แต่หลิงฮันมีความมั่นใจมากจนนางไม่สามารถไปห้ามได้ นางทำได้เพียงมองดูอย่างเป็นกังวลและอยากจะเข้าไปสู้แทนหลิงฮัน

 

หลิงฮันเปล่งเสียง‘ฮึ’ออกมา ดาบยาวของเขาฟันออกไปอีกครั้งและปลดปล่อยปราณดาบออกไปสองเล่ม

 

“ปราณดาบสองเล่ม!” ดวงตาของหม่าหลางแทบจะถลนออกมา เจ้าเด็กนี่มีความเข้าใจในวิถีดาบน่ากลัวขนาดไหนกัน? แต่ไม่นานมันก็รู้สึกดูถูกขึ้นมาในใจ ปราณดาบสองเล่มแล้วยังไงล่ะ? มันมีพลังระดับรวมธาตุขั้นหก ไม่ใช่สิ่งที่ปราณดาบสองเล่มจะมากำราบได้

 

มันไม่ดึงกระบี่กลับไปป้องกัน และฟันใส่หลิงฮันอย่างไร้ความปรานี

 

“ตูม!”

 

กระบี่และดาบปะทะกันจนเกิดประกายแสงที่รุนแรง ปราณดาบและปราณกระบี่เองก็ปะทะกันจนสลายไปทั้งคู่ แต่ยังคงมีปราณดาบเล่มหนึ่งที่ไม่สลายไปและพุ่งเข้าใส่หม่าหลาง

 

“ฉัวะ...” เลือดกระจายออกมาจากหน้าอกของหม่าหลาง มันเดินโซเซถอยหลังกลับไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

 

“เจ้าเพิ่งจะทะลวงผ่านมายังระดับรวมธาตุ เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีพลังน่ากลัวขนาดนี้?” มันตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อตอนที่ดาบและกระบี่ปะทะกัน มันสามารถประเมินได้ว่าพลังของหลิงฮันอยู่ที่ประมาณระดับรวมธาตุขั้นห้า

 

สามารถก้าวจากระดับหลอมกายาขั้นสองไปยังรวมธาตุขั้นห้าได้ภายในเวลาสองเดือน?

 

หม่าหลางไม่สามารถยอมรับได้แม้แต่น้อย

 

“เพราะข้าเป็นอัจฉริยะยังไงล่ะ!” หลิงฮันกวัดแกว่งดาบและเริ่มโจมตีต่อ

 

หม่าหลางกัดฟันอย่างโกรธแค้น คำว่าอัจฉริยะเป็นคำที่มักจะใช้พูดกับตนเอง พอมันเห็นคนอื่นใช้พูดเยาะเย้ยมันแล้ว มันจึงไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก แต่คู่ต่อสู้ตรงหน้าของมันมีอายุเพียงสิบหกปี กลับสามารถทะลวงผ่านระดับรวมธาตุได้รวมถึงยังสร้างปราณดาบได้ถึงสองเล่ม! หลิงฮันเหมาะสมแล้วกับคำว่าอัจฉริยะ

 

“บัดซบ!” มันไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าขยะอย่างหลิงฮันอยู่ดีๆจะโดดเด่นขึ้นมาได้ มันต้องเป็นเพราะสมบัติลับที่หลิงฮันได้รับมาแน่นอนถึงได้ทำให้ขยะกลายเป็นอัจฉริยะ

 

ด้วยเหตุนี้หม่าหลางจึงยิ่งอยากได้สมบัติที่ว่ามากขึ้นไปอีก

 

 

“มันเป็นของข้า! ของข้า!” ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดง ความอิจฉาทำให้มันกลายเป็นบ้า

 

“ฟุบ” มันพุ่งเข้าไปและฟันกระบี่ไปพร้อมๆกัน กระบี่ของมันส่องประกายสีแดงสดออกมา

 

“โลหิตล่าสังหาร!” มันตะโกนออกมา นี่คือหนึ่งในสุดยอดทักษะลับของนิกายหมาป่าหินผาที่ไม่มีทางสอนให้กับผู้อื่นเด็ดขาด ทักษะนี้เป็นทักษะระดับเหลืองขั้นสูง!

 

ถ้ามันไม่ใช่ศิษย์รักของอาวุโสเจ็ด มันก็คงไม่มีทางได้รับการสอนทักษะนี้ในขณะที่มันยังอยู่เพียงระดับรวมธาตุเด็ดขาด นี่คือทักษะลับที่สามารถใช้ได้เพียงแค่อาวุโสของนิกาย ทักษะระดับเหลืองขั้นสูงเป็นทักษะที่ดีที่สุดที่พวกมันมี และจากข่าวลือ มีเพียงผู้นำนิกายเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการฝึกฝนทักษะยุทธระดับดำที่มีอยู่ในนิกายเพียงทักษะเดียว

 

กงเล็บหมาป่าหินผา ทักษะยุทธระดับดำขั้นต่ำ มันเป็นที่มาของชื่อนิกายของพวกมัน

 

ประกายแสงที่ส่องออกมาจากกระบี่เยือกเย็นเป็นอย่างมาก ทั้งปราณกระบี่และกระบี่ของจริงได้เปลี่ยนเป็นสีโลหิตและแทงไปยังหลิงฮันจากทั้งสองทิศทาง

 

หลิงฮันตวัดดาบและใช้เพลงดาบอสนีบาตฟาดฟัน ปราณดาบทั้งสองได้พุ่งออกไป พลังของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าทักษะของหม่าหลางแม้แต่น้อย เพียงแค่การจัดการหม่าหลาง หลิงฮันไม่จำเป็นต้องใช้พลังทั้งหมดหรือใช้ปราณดาบทั้งสี่เล่ม

 

“ปังๆๆๆ” กระบี่และดาบปะทะกับอย่างต่อเนื่อง พลังและปราณดาบของหลิงฮันเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ทุกๆครั้งที่แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากัน หม่าหลางจะต้องถูกปราณดาบเข้าโจมตี ทำให้เกิดบาดแผลขึ้นบนร่างกายอยู่เรื่อยๆ

 

หม่าหลางทั้งตกใจและตื่นกลัว ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไป หลิงฮันจะต้องทำให้มันพ่ายแพ้ไปอย่างช้าๆแน่นอน

 

“อู่เชิง ช่วยข้าด้วย!” มันตะโกนดังออกไป

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 44 ปะทะหม่าหลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว