เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 โลหิตหมาป่าเดียวดาย

ตอนที่ 18 โลหิตหมาป่าเดียวดาย

ตอนที่ 18 โลหิตหมาป่าเดียวดาย


หลิวอู๋ตงก้าวไปข้างหน้าและพูด “ข้าจะสู้แทนเขาเอง!”

 

ก่อนหน้านี้ความสนใจทั้งของเชิงเซียงได้ไปอยู่ที่หลิงฮัน เพราะงั้นมันจึงเพิ่งสังเกตุเห็นหลิวอู่ตง เมื่อได้เห็นความงามอันเย็นชาแสนน่าหลงใหล มันจึงจ้องตาไม่กะพริบอย่างช่วยไม่ได้

 

เป็นไปได้ด้วยหรือที่จะมีหญิงสาวที่งดงามขนาดนี้อยู่บนโลก?

 

เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้นางบอกว่าจะสู้แทนหลิงฮันงั้นรึ?

 

ความรู้สึกอิจฉาอันแรงกล้าและความโกรธได้ปรากฏขึ้นในใจเชิงเซียง อะไรทำให้เศษขยะอย่างหลิงฮันได้ครอบครองสาวงามแบบนี้กัน? นี่มันช่างไม่ยุติธรรมและน่าหัวเราะสิ้นดี!

 

มันพูดออกไปอย่างรวดเร็ว “แม่หญิง เจ้าคงจะเพิ่งเข้ามาใหม่และถูกหลอกลวงด้วยคำพูดสวยหรูของเจ้าหมอนี่ มันคือขยะจากตระกูลหลิง นี่คือเรื่องที่ทุกคนในสำนักรู้กันเป็นอย่างดี”

 

เกิดประกายแห่งความโกรธขึ้นในดวงตาอันงดงามของหลิวอู๋ตงทันที นางรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากเมื่อนางได้ยินคนเหล่านี้ดูถูกหลิงฮัน

 

คนเหล่านี้มีคุณสมบัติอะไรที่จะมาดูถูกเขาแบบนี้?

 

“ไม่ต้อง เซินจีอันเป็นสตรีข้าจึงไม่ว่าอะไรที่เจ้าจะจัดการให้ข้า แต่ตอนนี้คู่ต่อสู้เป็นบุรุษ และการสู้กันระหว่างบุรุษก็ควรจะตัดสินกันระหว่างบุรุษ” หลิงฮันพูดพร้อมกับส่ายหน้าและนำมือข้างหนึ่งจับไหล่หลิวอู๋ตงไว้

 

พอเห็นฉากนี้เข้า ทุกๆคนในที่นี้แม้กระทั่งสตรีรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังจะคลั่งเพราะความอิจฉา

 

หลิงฮันสัมผัสตัวอย่างสนิทสนมกับเทพธิดาของพวกมัน! สิ่งที่ทำให้พวกมันโกรธมากกว่าก็คือความจริงที่ว่าหลิวอู๋ตงไม่มีท่าทีต่อต้านเลยสักนิด!

 

หลิวอู๋ตงขมวดคิ้วเล็กน้อย เชิงเซียงแตกต่างจากเชิงเฮามากมายนัก อีกฝ่ายอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้า และพลังบ่มเพาะของมันเหนือกว่าหลิงฮันถึงห้าขั้น! นางรู้ว่าหลิงฮันสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้และมีความสามารถที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับพลังบ่มเพาะเพื่อท้าทายกับเหล่าคนที่แข็งแข็งกว่าตัวเองได้ แต่ความต่างระหว่างเขากับศัตรูคราวนี้มันมากเกินไป!

 

ในความคิดของนาง โอกาสที่หลิงฮันจะชนะเกือบจะเป็นศูนย์เลย!

 

“ไม่ต้องกังวล เจ้าควรจะเชื่อถือในตัวข้าให้มากกว่านี้!” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“งั้นก็มาสู้กัน” เชิงเซียงพูดออกมา มันไม่รู้ว่าหลิงฮันใช้วิธีใดในการทำให้หลิวอู๋ตงหลงเสน่ห์ขนาดนั้น แต่มันเชื่อว่าเมื่อมันจัดการหลิงฮันต่อหน้าทุกคนๆ สตรีงามล่มเมืองนางนี้จะต้องเห็นธาตุแท้ของหลิงฮันแน่นอน

 

หลิงฮันพยักหน้าให้หลิวอู๋ตงอีกครั้ง และนางจึงได้ถอยกลับในที่สุด

 

การทำหน้าที่ผู้ติดตามของสาวน้อยคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ

 

หลิงฮันยิ้ม เมื่อเขาหันไปยังเชิงเซียงสีหน้าของเขาได้เปลี่ยนเป็นจริงจังทันที

 

ช่องว่างของทั้งห้าขั้นนั้นใหญ่มาก ถ้าหลิวอู๋ตงยับยั้งพลังของนางให้ไปอยู่ที่หลอมกายาขั้นสี่และสู้กับเชิงเซียง นางคงทำได้แค่กัดฟันยอมรับความพ่ายแพ้

 

เหตุผลที่หลิงฮันกล้ายอมรับการท้าทายนี้เป็นเพราะเขารู้จักทักษะวรยุทธที่เรียกว่า โลหิตหมาป่าเดียวดาย ด้วยบาดแผลที่ได้รับ ผู้ใช้ทักษะจะสามารถระเบิดพลังที่เหนือกว่าพลังบ่มเพาะของตนเองได้ ยิ่งบาดแผลสาหัสเท่าไหร่ พลังที่จะระเบิดออกมาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

 

ในชีวิตที่แล้ว หลิงฮันสามารถใช้สมุนไพรและเม็ดยาจำนวนมากในการรักษาบาดแผลเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาไม่มียาหรือสมุนไพรในการรักษาเลย แต่นั่นก็ไม่มีปัญหา เพราะเขามีทักษะลับที่ทรงพลังยิ่งกว่ามาครอบครองแล้ว

 

คัมภีร์สวรรค์นิรันดร์!

 

“เข้ามา!” กวักนิ้วเรียก หลิงฮันอยู่ในสภาวะสงบนิ่ง เขาได้ละทิ้งเกียรติของจอมยุทธระดับสวรรค์ทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ตัวเขาในปัจจุบันเป็นเพียงจอมยุทธอ่อนด้อยในระดับหลอมกายาขั้นสี่ ทุกอย่างได้กลับมาเริ่มต้นใหม่หมด

 

เป็นธรรมดาที่เชิงเซียงจะไม่ลงมือกับหลิงฮันแบบจริงจัง มันเริ่มเดินวนไปมารอบๆหลิงฮัน และรอยยิ้มอันเย็นเฉียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า มันสามารถจัดการตัวตนอันกระจ้อยร่อยอย่างระดับหลอมกายาขั้นสี่ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย

 

“ท่านพี่ ทุบตีมันเลย!” เชิงเฮาแดไม่ได้ที่จะตะโกนออกไป ในตอนนี้ใบหน้าของมันเจ็บปวดมาก มันทั้งถูกบังคับให้คุกเข่าและคลานเหมือนกับสุนัขต่อหน้าทุกๆคน ทำให้ตัวมันเกิดความอับอายอย่างมาก จึงไม่แปลกที่มันจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อหลิงฮัน

 

ยังมีอีกคนหนึ่งที่แบ่งปันความรู้สึกนี้ไป นั่นคือเซินจีอัน นางเองก็เกลียดหลิงฮันไปถึงกระดูกเหมือนกัน

 

เชิงเซียงหยักหน้าและพูด “พวกเจ้าทุกคนจงดูให้ดี นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ตามที่กล้าต่อต้านตระกูลเชิง!” มุมปากของมันยกขึ้นกลายเป็นรอยยิ้มอันโหดเหี้ยม และหมัดที่ทรงพลังได้พุ่งตรงไปยังหลิงฮัน

 

หลิงฮันส่งเสียงขึ้นจมูกและกำหมัดแน่นก่อนที่ปล่อยหมัดไปยังเชิงเซียงเช่นเดียวกัน

 

อะไรกัน!?

 

เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกๆคนคิดขึ้นมาว่าหลิงฮันบ้าไปแล้ว

 

การปะทะพลังโดยตรงระหว่างหลอมกายาขั้นสี่และขั้นเก้า นี่เป็นการกระทำที่บ้าไปแล้วชัดๆ

 

ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าหลิงฮันฉลาดมากรึไงกัน? ด้วยความสามารถอันน่ากลัวในการหยั่งรู้การโจมตีล่วงหน้า เขาสลายพลังโจมตีของเชิงเฮาได้อย่างง่ายดาย และตบตีมันราวกับเป็นสุนัข

แต่ตอนนี้เมื่อต่อกรกับเชิงเซียงที่แข็งแกร่งกว่ามาก เขากลับใช้วิธีต่อสู้แบบนี้จริงๆงั้นรึ?

 

หลิงฮันคิดว่าตัวเขาจะแพ้ไม่เร็วพอรึไงกัน??

 

ในตอนนี้ ขนาดตัวหลิวอู๋ตงเองก็รู้สึกว่ากำลังจะเสียความเชื่อถือในตัวหลิงฮันไป นั่นเพราะการต่อสู้ด้วยพละกำลังแบบนี้เป็นวิธีที่ธรรมดาที่สุด โดยจะแสดงถึงความแข็งแกร่งของระดับพลังบ่มเพาะและความต่างของพลังออกมา

 

ต้องเป็นเพราะหลิงฮันเต็มไปด้วยความมั่นใจแน่ๆ เขาคงไม่จงใจทำลงไปเพื่อถูกทุบตีอย่างแน่นอน

 

‘มาเลย!’

 

“ปัง!” หมัดทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกัน ถ้าการเคลื่อนไหวช้าลงกว่านี้ร้อยเท่า จะสามารถเห็นได้ชัดว่าภายใต้การสั่นสะเทือนของพลังจากการปะทะ ผิวหนังบนแขนของหลิงฮันได้หลุดออกและร่วงลงไปตั้งแต่ส่วนหมัดไปจนถึงหัวไหล่ หลังจากเกิดเสียง “ปึด ปึด ปึด ปึด” การฉีกขาดของเส้นเลือดแดงทำให้ทั้งแขนของเขาพังย่อยยับในทันที

 

ความห่างของพลังมีมากเกินไปจริงๆ

 

“ตุบ ตุบ ตุบ” หลิงหันถอยไปทั้งหมดเจ็ดก้าวก่อนที่จะได้สมดุลกลับมา

 

“ฮ่าๆๆ ขยะก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ!” เชิงเซียงหัวเราะอย่างเย็นชา ตั้งแต่ตอนที่หลิงฮันเข้าร่วมสำนัก ก็ได้กลายเป็นเป้าหมายในการกลั่นแกล้งของมันและเชิงเฮา หลิงฮันคิดจริงๆเหรอว่าตอนนี้มจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้? ฝันไปเถอะ!

 

หน้าของหลิงฮันกลายเป็นไร้อารมณ์ คัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ได้โคจรอย่างต่อเนื่องภายในร่างกายของเขาและบาดแผลบนแขนได้ถูกรักษาอย่างรวดเร็ว แต่เพราะเลือดสดๆที่ปกคลุมแขนอยู่ การฟื้นฟูบาดแผลอย่างรวดเร็วของเขาจึงไม่สามารถมองเห็นได้ และจากบาดแผลของเขา ทักษะโลหิตหมาป่าเดียวดายเองก็เริ่มโคจรในร่างของเขาเช่นกัน ส่งผลให้พลังของเขาเพิ่มไปยังระดับใหม่

 

หลอมกายาขั้นห้า!

 

หลิงฮันตระโกนเปล่งเสียงและเริ่มพุ่งเข้าไปหาเชิงเซียงอีกครั้ง

 

“ไร้ประโยชน์น่าเจ้าขยะหลิง อย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นเศษขยะไปทั้งชีวิต!” เชิงเซียงหัวเราะดั่งลั่นและหมัดของมันพุ่งไปยังหลิงฮันอีกครั้ง

 

“ปัง!”

 

หลอมกายาขั้นห้ายังไงก็ยังอ่อนแอกว่าขั้นเก้าอยู่ดี หลิงฮันถูกบังคับให้ถอยหลังอีกรอบ เลือดสดๆไหลออกมาและมือขวาที่เพิ่งรักษาหายได้เปลี่ยนเป็นพังย่อยยับอีกครั้ง

 

เชิงเซียงดูจะตกใจเล็กน้อย เพราะมันรู้สึกว่าพลังคู่ต่อสู้ของมันได้เพิ่มขึ้นมาหลายส่วนเมื่อเทียบกับการโจมตีก่อนหน้านี้ ถึงจะยังอ่อนแอกว่าตัวมันมากก็ตาม

 

หลิงฮันโคจรคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์และโลหิตหมาป่าเดียวดายพร้อมกัน ดวงตาของเขาเปล่งประกายเต็มไปด้วยจิตสังหารราวกับนักรบหมาป่า

 

หลอมกายาขั้นหก!

 

เมื่อบาดเจ็บยิ่งขึ้น พลังของหลิงฮันได้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

 

เขาคำรามและพุ่งเข้าหาเชิงเซียงอีกรอบ

 

ความแข็งแกร่งของเชิงเซียงนั้นไม่ธรรมดา แต่ภายใต้การจ้องมองของหลิงฮัน มันรู้สึกผวาเล็กน้อย เชิงเซียงเริ่มโกรธขึ้นมาในทันที เจ้านั่นมันเศษขยะ! ถึงจะแค่เล็กน้อยแต่จะให้มันมารู้สึกหวาดกลัวต่อเศษขยะแบบนี้... ช่างเป็นเรื่องน่าขันสิ้นดี!

 

มันคิดจะจัดการหลิงฮันด้วยกระบวนท่าเดียวและทำให้บาดเจ็บสาหัส หลิงฮันจะได้ไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง

 

“ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!”

 

ทั้งสองคนโจมตีใส่กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าหลิงฮันเป็นฝ่ายเสียเปรียบและทุกๆการปะทะเชิงเซียงได้ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส แต่ทุกๆครั้งเขาก็ได้ทำการกระตุ้นจิตวิญญาณต่อสู้กลับมาอย่างรวดเร็วและตอบโต้ออกไป ความแน่วแน่ของเขาช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก

 

ยิ่งกว่านั้น การโจมตีของหลิงฮันได้กลายเป็นรุนแรงและแข็งแกร่งขึ้น จนเขาสามารถสู้กับเชิงเซียงได้สูสีอย่างช้าๆ

 

หลอมกายาขั้นเจ็ด!

 

เชิงเซียงรับรู้ได้ชัดเจน ถึงความจริงที่ว่าพลังของหลิงฮันเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวจนไปถึงระดับหลอมกายาขั้นเจ็ด แต่ค่อยยังชั่วที่หลังจากพลังของหลิงฮันเพิ่มมาขนาดนั้นแล้วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นไปอีกไม่เช่นนั้นเชิงเซียงคงจะเริ่มรู้สึกกลัวอย่างแท้จริง

 

มันช่วยไม่ได้ เพราะอย่างไรโลหิตหมาป่าเดียวดายเองก็มีขีดจำกัด มันสามารถช่วยให้หลิงฮันเพิ่มพลังได้สามขั้นเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ระดับหลอมกายาขั้นเจ็ดปะทะกับหลอมกายาขั้นเก้า ความห่างของพลังก็ได้ลดลงมาเหลือเพียงแค่สองขั้น!

 

จบบทที่ ตอนที่ 18 โลหิตหมาป่าเดียวดาย

คัดลอกลิงก์แล้ว