เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 การมาถึงของเชิงเซียง

ตอนที่ 17 การมาถึงของเชิงเซียง

ตอนที่ 17 การมาถึงของเชิงเซียง


“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ?” หลิวอู๋ตงพูดอย่างเย็นชา

“ในปีนี้ข้าอายุสิบเจ็ดปีเหมือนกับเจ้า แต่ข้าอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้าเรียบร้อยแล้ว แล้วเจ้าล่ะ?”

 

“อึก!”

 

คำพูดเหล่านั้นทำให้ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 

ระดับรวมธาตุขั้นเก้า... เรื่องบ้าบออันใดกัน?

 

มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหมอกเมฆาเท่านั้นที่จะมีพลังบ่มเพาะระดับนี้!

 

เซินจีอันนับว่าเป็นอัจฉริยะ เหล่าคนที่บรรลุหลอมกายาขั้นเก้าตอนอายุสิบเจ็ดปีถือว่าเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดาในประวัติศาสตร์ของเมืองหมอกเมฆา โดยเฉลี่ยแล้วจะมีเพียงอัจฉริยะแบบนี้เพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้นในทุกๆร้อยปี และแต่ละคนจะแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันน่ามหัศจรรย์ในช่วงที่พวกเขามีชีวิตอยู่ พวกเขาจะมีชื่อเสียงและทิ้งเรื่องราวไว้ในประวัติศาสตร์ของแคว้นพิรุณ

 

แต่เมื่อเทียบกับหลิวอู๋ตงแล้ว เซินจีอันไม่นับว่าเป็นอันใดเลย!

 

อายุสิบเจ็ดปีแต่บรรลุถึงระดับรวมธาตุขั้นเก้า... ต่อให้เป็นในดินแดนอันกว้างใหญ่อย่างแคว้นพิรุณ จะมีอัจฉริยะแบบนี้โผล่มาสักกี่คนในรอบร้อยปีกันเชียว?

 

หลิวอู๋ตงไม่ยับยั้งพลังของนางอีกต่อไป และปลดปล่อยกลิ่นอายอันสูงส่งของจอมยุทธระดับรวมธาตุขั้นเก้าออกมา ทุกคนในบริเวณรอบๆสามรถสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของนางทันที

 

เซินจีอันได้รับผลกระทบจากการที่อยู่ใกล้หลิวอู๋ตงมากที่สุด ภายใต้กลิ่นอายที่แข็งแกร่งนี้ทำให้นางก้มหัวลงในทันที นางไม่มีคุณสมบัติแม้เพียงมองไปยังหลิวอู๋ตงตรงๆ สำหรับคนที่หยิ่งทะนงอย่างเซินจีอันแล้วนี่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ นางพยายามดิ้นรนเพื่อเงยหน้ามองไปยังศัตรูของนาง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สิ้นหวังและสับสน

 

ทำไมจู่ๆถึงได้มีคนที่อายุเท่ากับนาง แต่กลับงดงามและอัจฉริยะยิ่งกว่านางถึงขนาดที่นางต้องยอมรับในความด้อยกว่าอย่างไร้ทางเลือกปรากฎตัวขึ้นมากัน? ยิ่งกว่านั้น ทำไมคนแบบนั้นถึงต้องมาตบนางโดยไร้เหตุผลด้วย?

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงไปดูถูกเขา!” หลิวอู๋ตงพูดขึ้นมา หันหน้าชี้ไปยังหลิงฮัน และหันกลับไปมองที่เซินจีอันอีกครั้ง “เจ้าไม่มีคุณสมบัตินั้น!”

 

อะไรกัน นางมาที่นี่เพื่อปกป้องหลิงฮัน?

 

ไม่ว่าจะเป็นเซินจีอันหรือคนอื่นๆ พวกมันทุกคนอยู่ในสภาพที่ไม่อยากจะเชื่อโดยสิ้นเชิง

 

หญิงสาวที่สง่างามและมีท่าทางอันสูงศักดิ์คนนี้ อีกทั้งยังมีความงามหาผู้ใดเปรียบและพรสวรรค์อันน่าตกตะลึงเป็นคนรู้จักของขยะหลิงฮันจริงๆรึ?  แค่เป็นคนรู้จักกันก็น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว แต่นางยังปกป้องหลิงฮันอีก! จะให้ทุกๆคนยอมรับได้อย่างไร?

 

โดยเฉพาะผู้ชายในที่นี้ พวกมันทุกคนรู้สึกเหมือนกับพวกมันกำลังจะตายด้วยความอิจฉา!

 

เซินจีอันกัดฟันแน่น แววตามีประกายไฟออกมา ตอนนี้นางได้เปลี่ยนความโกรธทั้งหมดมาลงที่หลิงฮันแทน

 

นั่นเพราะหลิวอู๋ตงแข็งแกร่งเกินไป และนางไม่กล้าแม้แต่จะมีความคิดที่จะแก้แค้นหลิวอู๋ตงแม้แต่น้อย

 

แต่หลินฮันนั้นเป็นอีกเรื่องนึง ด้วยระดับพลังบ่มเพาะหลอมกายาขั้นสี่ของเขา ในสายตาของนาง เขาจะต้องพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว

 

ยิ่งกว่านั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะหลิงฮัน เขาจงใจเล่นตลกกับนาง ทำให้นางต้องพูดจาเยาะเย้ยใส่เขา ซึ่งมันทำให้นางถูกหลิวอู๋ตงตบต่อหน้าคนอื่นจนตัวนางต้องอับอายขายขี้หน้า

 

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงถ้านางไม่ดูถูกหลิงฮันตั้งแต่แรก เขาก็คงจะไปจากที่นี่นานแล้ว และหลังจากนั้นก็คงจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

 

แต่ด้วยนิสัยที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของนาง จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะคิดว่าเป็นเพราะการกระทำของตัวนางเอง? เป็นเรื่องปรกติที่นางจะโยนความผิดทุกอย่างไปไว้บ่นไหล่คนอื่น

 

นางชี้ไปยังหลิงฮันและพูดด้วยอารมณ์รุนแรง “หมายความว่าไงที่ข้าไม่มีคุณสมบัติ? ไม่ใช่ว่าหมอนี่เป็นเพียงขยะรึไง?”

 

ขยะ?

 

เจ้าเคยเห็นขยะที่สามารถทะลวงสองขั้นได้ในคือเดียวรึไง? และขยะแบบไหนกันที่ทำให้นักปรุงยาขั้นดำขอร้องที่จะเป็นผู้ติดตามอยู่ข้างกาย?

 

หลิวอู๋ตงไม่คิดว่าบอกเรื่องนี้ต่อเซินจีอัน นางจึงพูดไปเพียงแค่ “เจ้าช่างเป็นผู้หญิงตาต่ำจริงๆที่ไม่สามารถมองเห็นว่าใต้ฝุ่นมีทองคำซ่อนอยู่ ภายใต้ความมืดมีไข่มุกซ่อนเอาไว้ เจ้าได้พลาดโอกาสของเจ้าไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะบอกเจ้าให้รู้ถึงความรุ่งโรจน์ของเขา”

 

พอพูดออกไป ทำให้หลิวอู๋ตงรู้สึกเคืองเล็กน้อย หลิงฮันดันมาหลงใหลในตัวผู้หญิงแบบนี้!

 

แน่นอนว่านางไม่ยอมรับเด็ดขาดว่านางอิจฉา

 

“ฮ่าๆๆๆ!” เซินจีอันหัวเราะดังลั่นก่อนที่จะขี้ไปยังหลิงฮัน

“เขาเป็นทอง? เขาเป็นไข่มุก? เจ้ากำลังพูดเรื่องตลกอันใดกัน! หมอนั่นไม่ใช่อะไรนอกจากเศษขยะ เป็นขยะในหมู่ขยะ!”

 

“ภายในไม่เกินสามเดือน เขาจะเป็นบุคคลที่พวกเจ้าทุกคนทำได้เพียงแหงนหน้ามอง!” หลิวอู๋ตงพูดอย่างมั่นใจ นางไม่รู้ว่าทำไมหลิงฮันถึงทำตัวต่ำต้อยในอดีต แต่ตอนนี้เขากำลังจะฉายแสงประกายแห่งความรุ่งโรจน์ของเขาออกมาอย่างแน่นอน เป็นแสงประกายที่สว่างจนดวงอาทิตย์ยังต้องหม่นหมองเมื่อมาเทียบเคียง

 

พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ทุกคนก็ยิ้มเยาะเย้ยออกมา ถึงแม้หลิงฮันจะโค่นเชิงเฮาลงได้จริงๆ แต่ระดับพลังบ่มเพราะจริงๆของเขาก็ยังเป็นเพียงหลอมกายาขั้นสี่หรือขั้นห้าเท่านั้น อย่างมากที่สุดต่อให้พลังบ่มเพาะระดับนี้ไม่นับว่าเป็นขยะ มันก็ยังห่างไกลกับการเรียกว่าอัจฉริยะอยู่ดี... ไม่ต้องกล่าวถึงการที่จะกลายเป็นบุคคลที่ทุกคนต้องแหงนหน้ามองเลย

 

“ฮึ่ม!” ดวงตาอันเรียวยาวของหลิวอู๋ตงเปิดกว้าง กลิ่นอายของจอมยุทธระดับรวมธาตุขั้นเก้าสั่นไหวเล็กน้อย และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยทั้งหมดก็ได้หยุดลง

 

“หลิงฮัน เจ้ากล้าดีอย่างไร!” ในตอนนั้นเอง เสียงคำรามแห่งความโกรธก็ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างทั้งสองที่พุ่งเข้ามายังลานฝึกต่อสู้อย่างรวดเร็ว

 

ร่างหนึ่งคือเชิงเฮาไม่ใช่ใครอื่น ส่วนอีกร่างหนึ่งดูเหมือนจะแก่กว่ามันเพียงนิดหน่อย โดยมีลักษณะของพวกมันมีความคล้ายคลึงกันเล็กน้อย

 

นี่คือพี่ชายของเชิงเฮา เชิงเซียง ในตอนนี้อายุสิบเก้าปีอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้า

 

ทั้งเชิงเซียงและเซินจีอันอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้า คนหนึ่งอายุสิบเจ็ด ส่วนอีกคนอายุสิบเก้า พรสวรรค์ติดตัวระหว่างพวกเขาไม่สามารถนำมาเทียบกันได้ แน่นอนว่าอายุสิบเก้าที่บรรลุได้ถึงหลอมกายาขั้นเก้าสำหรับเมืองหมอกเมฆาแล้วก็ยังคงนับว่าเป็นอัจฉริยะอยู่ เพียงแต่ไม่ได้พิเศษเท่าเซินจีอันก็เท่านั้นเอง

 

“ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ” การก้าวเดินของเชิงเซียงเกิดเสียงดังสนั่น เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่าตัวมันในตอนนี้กำลังอยู่ในสภาวะโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก มันหยุดอยู่ห่างจากด้านหน้าหลิงฮันประมาณสามเมตร ชี้นิ้วไปที่เขาและพูด “เจ้าใช้วิธีการสกปรกอันใดกัน?”

 

หลิงฮันยิ้มอย่างไร้อารมณ์ “ที่ข้าชนะเป็นเพราะข้าใช้วิธีสกปรกงั้นรึ?”

 

“แน่นอน ไม่อย่างนั้นขยะอย่างเจ้าจะชนะน้องชายข้าได้อย่างไร?” เชิงเซียงพูดออกมาดังลั่น พวกมันไม่เหมือนกับหลิงฮันที่มีชื่อเสียงอันต่ำต้อยอย่างเศษขยะ ถ้าวันนี้ปัญหาไม่ถูกจัดการให้เรียบร้อย ชื่อเสียงของตระกูลเชิงจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

 

ดังนั้น ไม่ว่าเรื่องที่หลิงฮันใช้วิธีการสกปรกจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม มันก็ต้องยืนกรานให้ได้ว่ามันทำแบบนั้น

 

พอได้ยินคำว่า “ขยะ” สีหน้าของทุกก็เปลี่ยนเป็นไป

 

เซินจีอันเองก็เพิ่งพูดอะไรที่คล้ายๆแบบนี้ออกไป และผลก็คือนางถูกหลิวอู๋ตงตบซ้ำไปซ้ำมา จอมยุทธหัวกะทิในระดับรวมธาตุขั้นเก้ายังอยู่ที่นี่ แต่เจ้าก็ยังกล้าสาปแช่งหลิงฮันอย่างเปิดเผยอยู่อีก? ไม่ใช่ว่านี่คือการหาปัญหาใส่ตัวรึไง?

 

ด้วยประสบการณ์ของหลิงฮัน เป็นธรรมดาที่เขาจะสามารถบอกความคิดของเชิงเซียงได้เพียงแค่การชำเลืองมอง อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่คิดจะเปิดเผยมันออกไป แต่กลับพูดกลับไปอย่างช้าๆ “โอ้ แล้วข้าจะต้องพิสูจน์ยังไงล่ะว่าข้าไม่ได้ใช้วิธีการสกปรกอะไรพวกนั้นอย่างที่เจ้ากล่าว?”

 

“ฮึ เจ้าใช้วิธีการสกปรกใชการรังแกน้องชายของข้า ในฐานะพี่ชายแล้วจะให้ข้าทำเป็นไม่เห็นอะไรงั้นรึ? ในเมื่อเจ้ากล้าขนาดนั้น งั้นข้าขอท้าให้เจ้ามาสู้กับข้า!” เชิงเซียงเตรียมพร้อมมาอย่างดี

 

‘ไร้ยางอาย!’ ทุกคนคิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

เจ้าอยู่ในหลอมกายาขั้นเก้าแล้ว แต่หลิงฮันยังอยู่เพียงหลอมกายาขั้นสี่ ด้วยความต่างทั้งห้าขั้น หลิงฮันจะไปเทียบเจ้าได้อย่างไร?

 

แต่อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่หลิงฮันถูดจัดการอย่างโหดเหี้ยม มันจะทำให้ความอับอายที่เกิดจากกระทำของเมื่อครู่ของเชิงเฮาลดลง แถมยังเป็นการช่วยแก้แค้นให้เชิงเฮาอีกด้วย นี่นับว่าเป็นการลงมือที่ฉลาดมาก เรียกได้ว่าตีนกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว

 

รอยยิ้มของหลิงฮันหายไปและส่ายหัว “เจ้าอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้า แต่ข้าอยู่เพียงหลอมกายาขั้นสี่เท่านั้น นี่มันไม่ยุติธรรมอย่างมากเลยไม่ใช่รึไงกัน?”

 

“ข้าไม่ว่าหากเจ้าจะหาคนมาสู้แทน!” เชิงเซียงหัวเราะลั่น ตัวมันรู้ดีว่าฉายาของหลิงฮันคือขยะ ด้วยชื่อเสียงแบบนี้ทั้งสำนักใครจะไปอยากเป็นสหายด้วย? เพราะงั้นเขาจะไปหาใครที่ไหนมาช่วยได้กัน?

 

ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้เขาสามารถหาคนมาช่วยได้แล้วมันจะยังไงล่ะ? เชิงเซียงอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้า และเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนัก เขาจำเป็นต้องไปกลัวอะไรกัน?

 

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลิงฮันมีคนคนหนึ่งอยู่ข้างกาย ยิ่งกว่านั้นคนคนนั้นยังเป็นจอมยุทธสุดแกร่งที่อยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้า โดยเพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถสังหารคนที่อยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้าได้ภายในพริบตา!

 

ไม่ใช่ว่านี่เป็นเพียงการแส่หาความตายรึไง?

 

จบบทที่ ตอนที่ 17 การมาถึงของเชิงเซียง

คัดลอกลิงก์แล้ว