เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่50: การจู่โจม!

บทที่50: การจู่โจม!

บทที่50: การจู่โจม!


คฤหาสน์ตระกูลเคน

หลี่ซีที่กลับมาจากบ้านของอาร์เซน พอเข้าประตูมาก็ตรงไปยังห้องทดลองใต้ดินทันที

หลังจากล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว หลี่ซีต้องการพื้นที่เงียบสงบเพื่อจัดระเบียบข้อมูลสำคัญที่เพิ่งได้รับมา

เขาจดชื่อบุคคล ตำแหน่ง และความต้องการทั้งหมดลงบนกระดาษ นิ้วชี้ขวาเคาะโต๊ะไม้เบาๆ ในใจครุ่นคิดอย่างเงียบงัน

สิ่งที่อาร์เซนพูดมานั้น ทำให้เขาเข้าใจอะไรหลายอย่างจริงๆ

ดูเหมือนว่าสงครามครั้งนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งเดียวที่แตกต่างคือมันจะปะทุขึ้นเมื่อใด และอะไรคือชนวนเหตุ?

มองดูข้อมูลที่อาร์เซนบอกบนกระดาษ หลี่ซีรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย คนที่เกี่ยวข้องมันมากเกินไปจริงๆ

ดยุครามแห่งชายแดนตะวันออกมีความสามารถเพียงพอที่จะผลักดันเรื่องทั้งหมดนี้อย่างลับๆ ได้จริง แต่ก็ทำได้มากที่สุดแค่ก่อเรื่องที่ชายแดน หากต้องการควบคุมทุกอย่างในเมืองหลวงฉานกวง ลำพังพลังของดยุครามยังไม่เพียงพอ

ส่วนรัฐมนตรีคลังของอาณาจักร ไม่ใช่ว่าหลี่ซีดูถูกเขา ชายชราที่ไม่มีทั้งยศศักดิ์และอิทธิพลใดๆ เป็นเพียงแค่กระบอกเสียงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขาก็เท่านั้น

สำหรับขุนนางในราชสำนักจำนวนมากนั้น ความต้องการของพวกเขามีอิทธิพลอย่างมากก็จริง แต่หลี่ซีรู้ว่าผู้นำของขุนนางในราชสำนักก็คือดยุคฮาร์ด

หากดยุคฮาร์ดต้องการจะจัดการเรื่องนี้ อาร์เซนคงไม่บอกข้อมูลเหล่านี้แก่เขาเป็นแน่

ปวดหัว ปวดหัวจริงๆ!

ในเมื่อไม่ใช่คนเหล่านี้ที่อาร์เซนพูดถึง แล้วจะเป็นใครกัน?

คนผู้นั้นต้องมีความสามารถในการวางแผนลอบสังหารในเทศกาลบูชานักบุญของเมืองหลวง และยังมีอำนาจทรัพย์สินเพียงพอที่จะปั่นป่วนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่อย่างธัญพืชและอาวุธของอาณาจักรได้?

เป็นใครกันแน่?

ยังจะหาข่าวสารจากที่ไหนได้อีกบ้างนะ?

หลี่ซีส่ายหัวอย่างปวดเศียรเวียนเกล้า รู้สึกเหมือนตัวเองพลาดอะไรไปบางอย่าง?

ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว หลี่ซีตบต้นขาตัวเอง

ใช่แล้ว ตัวเองลืมคนคนนี้ไปได้อย่างไร

คามิลล์แห่งสถาบัน!

คนคนนี้เขารู้สึกว่ามีปัญหามาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้มาลองคิดดู น่าจะสามารถได้ข่าวคราวเกี่ยวกับตัวตนของผู้บงการเบื้องหลังจากเขาได้

ทำอย่างไรดี?

ให้เวลฟ์ไปจับตัวคามิลล์คนนี้มาหรือ?

นั่นมันจะเกินไปหน่อย ถ้าหากทำให้คนเบื้องหลังรู้ตัวแล้วจะทำอย่างไร?

ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยเป็นค่อยไป...

ตัวเองยังมีเวลา เหลืออีกสองเดือนกว่าจะถึงเทศกาลบูชานักบุญ

ตัวเองต้องวางแผนให้ดี

ขณะที่หลี่ซีกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้ข้อมูลที่ต้องการจากปากของคามิลล์ เขากลับไม่รู้เลยว่าคามิลล์กำลังถูกบีบคั้นจนใกล้จะมาหาเขาด้วยตัวเองอยู่แล้ว

——

ผ่านไปหลายวัน

หลี่ซีขลุกตัวอยู่ที่บ้านเพื่อค้นคว้าอาคมอีกหลายวัน ไม่ออกไปไหนเลย ราวกับย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่โต้รุ่งเล่นเกมในชาติก่อน

ดังนั้น คนที่บ้าพลังอย่างหลี่ซีจึงเหมาะที่จะเป็นนักเวทมาก

ล้วนเป็นพวกโอตาคุ นั่งนิ่งๆ ได้ โต้รุ่งก็ไม่รู้สึกอะไร

แต่วันนี้หลี่ซีกลับออกจากด่าน อาร์เซนส่งคนมาแจ้งให้หลี่ซีไปที่คฤหาสน์ถนนเก๋อตัวสักหน่อย

หรือว่าเรื่องที่พูดกันครั้งก่อนจะมีข่าวคราวเพิ่มเติม?

เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยสีสันจากการระเบิดของอาคมทดลอง ทำความสะอาดตัวเองเรียบร้อย ก็เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก

ตามปกติ เขาให้เวลฟ์ช่วยตรวจสอบรอบๆ ก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครจับตามองอยู่รอบคฤหาสน์แล้ว ก็โบกมือให้เวลฟ์ไม่ต้องตามมา แล้วแอบย่องออกจากประตูหลังอย่างสบายอารมณ์

หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ถนนเฟย์สทั้งสายก็ถูกทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง ในอากาศยังคงมีกลิ่นอับชื้นอยู่บ้าง

ครั้งหน้าตัวเองจะลองค้นคว้าอาคมหลบฝนดูบ้างดีไหมนะ ครั้งก่อนรีบร้อนไปหาอาร์เซน ถึงจะมีเสื้อกันฝนก็ต้านทานฝนที่หนักขนาดนั้นไม่ไหว ตอนกลับมาตัวเปียกโชกไปทั้งตัว

สองสามวันนี้ได้พัฒนาอาคมใหม่ๆ ขึ้นมาอีกหลายอย่าง หลี่ซีที่ค่อนข้างจะภูมิใจในตัวเองก็มั่นใจเต็มเปี่ยม ถึงขนาดอยากจะไปซ้อมมือกับอาร์เซนอีกครั้ง

หึหึ~

ขณะที่หลี่ซีกำลังเดินไปถึงปากซอย เตรียมจะเลี้ยวไปยังถนนเก๋อตัว

ทันใดนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏขึ้นจากซอยข้างๆ พุ่งเข้ามาอยู่ห่างจากหลี่ซีประมาณห้าเมตร

เห็นเพียงคนผู้นั้นประสานมือทั้งสองข้างก่อน จากนั้นมือขวากระแทกลงบนพื้น วงเวทมนตร์ที่สลับซับซ้อนเปล่งแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้น ล้อมรอบหลี่ซีและชายชุดดำไว้ด้วยกัน

ชายชุดดำดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดฉันก็รอจนนายอยู่คนเดียวจนได้นะ หลี่ซี!

เพื่อไม่ให้ถูกนักรบทองคำคนนั้นพบเห็น ตัวเองอุตส่าห์มาซุ่มอยู่ในซอยห่างจากคฤหาสน์หลายวันแล้ว!

หลี่ซีมองดูรูปแบบที่คุ้นเคยบนพื้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

"บ้าเอ๊ย วงเวทเคลื่อนย้ายระยะสั้นแบบกำหนดทิศทาง?"

ถึงแม้ตัวเองก็ตั้งใจจะเปิดโอกาสให้ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือด้วยท่าไม้ตายเลย

แม้แต่การแจ้งเตือนที่ระบบแสดงขึ้นมาในตอนนี้หลี่ซีก็ไม่ได้ดู ไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่น้อย ถูกเคลื่อนย้ายไปที่ไหนก็ไม่รู้

และก็อย่าคิดจะหนีเลย ขอเพียงวงเวทเริ่มทำงานและล็อกเป้าหมายที่คุณไว้ได้ ต่อให้ตอนนี้หนีออกจากเมืองฉานกวงทันที ก็จะถูกดึงกลับมาให้การเคลื่อนย้ายสำเร็จอยู่ดี

แสงสีเขียววาบขึ้น คทาหยกปรากฏในมือของหลี่ซี คมมีดวายุสายหนึ่งฟันเข้าใส่ร่างของชายชุดดำทันที

จากนั้นก็ไม่สนใจว่าคมมีดวายุจะได้ผลหรือไม่ ลูกไฟสีน้ำเงินสามลูกที่แผ่ไออันตรายออกมาก็รวมตัวกันข้างกายหลี่ซี แล้วพุ่งเข้าใส่ร่างของชายชุดดำ

ต่อจากนั้น คทาหยกในมือก็ถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ดาบยาวที่ส่องประกายเย็นเยียบจับใจก็ปรากฏขึ้นในมือของหลี่ซี

นี่คือดาบยาวที่หลี่ซีให้เวลฟ์เตรียมไว้ให้เป็นพิเศษหลังจากได้รับความสามารถพิเศษ [เชี่ยวชาญสรรพาวุธ] ถึงแม้จะไม่ได้ลงอาคมไว้ แต่ก็คมและแข็งแกร่งเพียงพอสำหรับหลี่ซีในตอนนี้แล้ว

หลี่ซียกดาบยาวขึ้น ฟันเข้าใส่อักขระเวทสีขาวบนพื้นอย่างแรง

เศษหินกระเด็นว่อน เห็นเพียงอักขระเวทขนาดเท่าเซนติเมตรถูกดาบยาวในมือของหลี่ซีฟันจนเกิดรอยบิ่นเล็กๆ

มีหวัง!

ดวงตาของหลี่ซีเป็นประกาย ดูเหมือนว่าวงเวทเคลื่อนย้ายนี้จะเสริมการป้องกันพื้นฐานที่สุดไว้เท่านั้น ตัวเองมีโอกาสที่จะทำลายมันได้ก่อนที่วงเวทจะทำงาน!

ดูท่าแล้วนี่น่าจะเป็นวงเวทเคลื่อนย้ายระดับต่ำ เวลาในการเริ่มทำงานอย่างน้อยก็สิบห้าอึดใจ น่าจะทัน!

ขณะที่พยายามทำลายอักขระเวท การโจมตีด้วยเวทมนตร์ที่ปล่อยออกไปก่อนหน้านี้ก็มาถึงหน้าชายชุดดำแล้ว

คมมีดวายุสายแรกสุด พุ่งชนเข้ากับเวทป้องกันที่ชายชุดดำร่ายไว้ล่วงหน้า แตกสลายไปโดยไม่ทันได้สร้างความเสียหายใดๆ

แต่เดิมหลี่ซีก็ไม่ได้คาดหวังว่าคมมีดวายุเพียงสายเดียวจะสามารถขัดขวางอีกฝ่ายได้ สิ่งสำคัญที่สุดยังคงอยู่ที่คาถาบอลสีน้ำเงินสามลูกที่ตามมา

ลูกไฟสีน้ำเงินลูกแรกพุ่งชนเข้ากับเวทป้องกันของชายชุดดำ ลูกไฟระเบิดออก เปลวไฟสีน้ำเงินลุกลามไปตามขอบของโล่เวท เวทป้องกันชั้นแรกถูกเปลวไฟสีน้ำเงินทำลายลงอย่างรวดเร็ว

เกิดอะไรขึ้น เขาไม่ใช่นักเวทขั้นต้นหรอกหรือ?

เป็นไปได้อย่างไรที่ลูกไฟสีน้ำเงินเพียงลูกเดียว จะสามารถทำลายโล่เวทที่ตนซึ่งเป็นนักเวทขั้นกลางร่ายขึ้นมาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้?

มีปัญหา! ไม่ถูกต้อง!

แต่ชายชุดดำไม่มีเวลามาครุ่นคิดอย่างละเอียดอีกแล้ว

ข้างหน้าตนเองยังเหลือโล่ธาตุอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถต้านทานลูกไฟสีน้ำเงินที่เหลืออีกสองลูกได้อย่างแน่นอน!

น่าเสียดายที่ตนเองยังต้องรักษาวงเวทเคลื่อนย้ายให้ทำงานต่อไป ไม่สามารถปลีกมือมาร่ายเวทมนตร์ได้

ชายชุดดำกัดฟัน มือซ้ายหยิบม้วนคาถาเวทมนตร์สองม้วนออกมาจากแหวนมิติ ทนความเสียดายกลั้นใจป้อนพลังเวทเข้าไปเพื่อเปิดใช้งานเวทมนตร์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้า

"เวทมนตร์วงแหวนที่สี่: โล่ธาตุขั้นสูง!"

"เวทมนตร์วงแหวนที่สี่: สนามพลังป้องกันขั้นสูง!"

อันที่จริง [สนามพลังป้องกันขั้นสูง] มีผลป้องกันการโจมตีด้วยเวทมนตร์ที่แย่มาก แต่ชายชุดดำก็ไม่สนใจอะไรมากขนาดนั้นแล้ว วงเวทเคลื่อนย้ายแบบกำหนดทิศทางที่มีราคาสูงลิ่วขนาดนี้ก็เอาออกมาใช้แล้ว หากยังทำภารกิจไม่สำเร็จอีก ตนเองก็คงไม่มีทางถอยแล้วจริงๆ!

ม้วนคาถาเวทมนตร์วงแหวนที่สี่เพียงม้วนเดียว ไม่ได้มีค่าอะไรเลย

ในสายตาที่ตึงเครียดของชายชุดดำ ลูกไฟสีน้ำเงินลูกที่สองพุ่งชนเข้ากับโล่ธาตุที่เหลืออยู่ เวทมนตร์ระดับต่ำนี้แทบไม่ได้แสดงผลอะไรก็แตกสลายลงอย่างง่ายดาย

ลูกไฟสีน้ำเงินที่ยังคงมีพลังเหลืออยู่พุ่งเข้าใส่โล่ธาตุขั้นสูงที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น

ตูม!

(จบตอน)

p.s.ผู้แปลขอฝากผลงานการแปลนิยายไว้หนึ่งเรื่องครับ แนวมหาเวท เกมแฟนตาซี สนุกไม่เเพ้กันแน่นอนครับ!!🙏

มรดกเกมอสูร

จบบทที่ บทที่50: การจู่โจม!

คัดลอกลิงก์แล้ว