- หน้าแรก
- โจโฉอลเวงกับระบบป่วนประวัติศาสตร์สุดฮาเร็ม
- บทที่ 52 - ปะทะกับเล่าเย่วเอ๋อร์
บทที่ 52 - ปะทะกับเล่าเย่วเอ๋อร์
บทที่ 52 - ปะทะกับเล่าเย่วเอ๋อร์
༺༻
"อะไรนะ! แล้วยังไม่รีบไปหาอีก!"
"พวกเราพลิกจวนเจ้าเมืองหาแล้วขอรับ แต่ก็ยังไม่พบคุณหนู!"
"ถ้างั้นก็ออกไปหาข้างนอก! ถ้าหาไม่เจอพวกแกเตรียมหัวมาให้ข้าได้เลย!"
ตอนนี้เล่ากี๋ตกใจกลัวจนตัวสั่น ภาพในหัวของโจโฉที่จับเขาไปประหารชีวิตด้วยการเฉือนเนื้อทีละชิ้นๆ ผุดขึ้นมาไม่หยุด
โจโฉที่อยู่บนบัลลังก์ได้ยินเรื่องนี้แล้วรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
"ดูเหมือนว่าสาวงามอันดับหนึ่งแห่งกังแฮไม่อยากจะพบกับข้าเสียแล้ว"
โจโฉยังคงสั่งให้กาเซี่ยงและคนอื่นๆ ทำงานต่อ
ส่วนเล่ากี๋ที่อยู่หน้าประตู ก็ร้อนใจจนเดินวนไปวนมา
"เจอหรือยัง? เจอหรือยัง?"
"ข้างนอกก็ไม่มีใครพบคุณหนูเลยขอรับ แล้ว...คุณหนูหายไปไหนกัน?"
"ท่านภรรยาไปดูหรือยัง?"
"ไปแล้วขอรับ! ท่านภรรยาก็กำลังร้อนใจและช่วยตามหาคุณหนูอยู่!"
"ไอ้ลูกไม่รักดี อยากจะฆ่าพ่อให้ตายเลยรึไง!"
เล่ากี๋กัดฟันด้วยความโกรธ
ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เขานึกถึงจูกัดเหลียงขึ้นมาได้
ตอนนี้คนที่ช่วยเขาได้มีเพียงจูกัดเหลียงเท่านั้น
ในตอนที่เกิดข้อพิพาทเรื่องบุตรชายคนรองและคนโตในเกงจิ๋ว เล่ากี๋ถูกชัวมอวางแผนใส่ร้าย จูกัดเหลียงก็เคยให้คำแนะนำเขามาก่อน
หลังจากรออยู่นาน จูกัดเหลียงก็เดินออกจากห้องโถง เล่ากี๋จึงรีบเดินเข้าไปหาทันที
"ท่านขงเบ้ง! โปรดช่วยเล่ากี๋ด้วยเถิด! เห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีตด้วย!"
จูกัดเหลียงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด
แม้ว่าโจโฉจะไม่ลงโทษเล่ากี๋เพราะเล่าเย่วเอ๋อร์ แต่การกระทำของเล่ากี๋ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง เขาตื่นตระหนกก็เป็นเรื่องปกติ
จูกัดเหลียงตบไหล่เล่ากี๋ "โธ่ เล่ากี๋ เจ้ากล้าดียังไงไปหลอกท่านอัครฯ เช่นนี้"
"ตอนนี้ทางเดียวที่ท่านอัครฯ จะอภัยให้เจ้าคือ เจ้าต้องหาลูกสาวของเจ้ากลับมาให้ได้"
"นอกจากนี้ เจ้าต้องออกคำสั่งให้ทหาร 20,000 นายในเมืองกังแฮวางอาวุธแล้วเข้ามาคารวะท่านอัครฯ และติดป้ายประกาศให้ประชาชนทั้งเมืองรู้ว่าเจ้าได้สวามิภักดิ์ต่อท่านอัครฯ แล้ว!"
เล่ากี๋ถึงกับใจหาย
แม้ว่าเขาจะยอมสวามิภักดิ์แล้ว แต่กองทัพก็ยังเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ เขาจะให้คนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร
จูกัดเหลียงเห็นเล่ากี๋ลังเล จึงกระซิบเตือนสติเขาเบาๆ
"เล่ากี๋ เล่าปี่เคยมีบุญคุณกับเจ้า การที่เจ้าไม่อยากจะส่งมอบกองทัพก็เป็นเรื่องปกติ แต่ชีวิตคนเราสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดไม่ใช่หรือ?"
"เจ้าหลอกลวงท่านอัครฯ ไปแล้วครั้งหนึ่ง และทำให้เขาโกรธอีกด้วย"
"การมอบทหาร 20,000 นายให้กับท่านอัครฯ ถือเป็นการไถ่บาปเพียงอย่างเดียวของเจ้า ไม่เพียงแต่จะทำให้เจ้าได้รับความไว้วางใจจากท่านอัครฯ และรักษาชีวิตคนในครอบครัวได้ แต่ทหาร 20,000 นายนี้ก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย"
เล่ากี๋ครุ่นคิดอยู่นาน เขามองไปที่โจโฉในห้องโถงที่กำลังสั่งการกองทัพ แล้วถอนหายใจออกมา
เขาแก่แล้ว เดิมทีคิดว่าโจโฉก็คงจะแก่ไม่ต่างจากเขา แต่ตอนนี้กลับรู้ว่าโจโฉยังอยู่ในช่วงวัยหนุ่มฉกรรจ์
"ท่านขงเบ้ง โปรดตามข้ามา"
เล่ากี๋จึงนำจูกัดเหลียงไปรับตราประทับแม่ทัพ
ในห้องโถง
โจโฉสั่งงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกเดินไปตามถนนพร้อมกับเคาทูที่คอยคุ้มกันอย่างใกล้ชิด
"ข้าอยากจะดูสภาพที่แท้จริงของเมืองกังแฮ"
โจโฉบอกกับเคาทู แต่สายตากลับสอดส่องหาโรงละครหรือซ่องแถวนั้น เผื่อว่าจะได้เจอหญิงงามเหมือนอย่างโบ้เลี่ยนซือ
โจโฉเดินนำหน้า เคาทูตามหลัง พวกเขาเดินหาไปตามถนน แต่ก็กลับมาด้วยความผิดหวัง
ในตอนนั้นเอง
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาชนโจโฉเต็มๆ
เด็กหนุ่มลุกขึ้นดูเหมือนจะเห็นป้ายห้อยที่เอวของโจโฉ เขามีท่าทีประหม่า จากนั้นก็รีบหันหลังเดินจากไป
"ไอ้เด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ชนคนแล้วยังจะหนีอีก!"
เคาทูเห็นดังนั้นก็โกรธจัด เขาจึงนำทหารองครักษ์ไล่ตามไป
[ให้ตายสิ! ดันมาเจอคนของโจโฉเข้าจนได้!]
[ไอ้พวกบ้า! ไปช่วยโจโฉไอ้ตาเฒ่าหัวล้านนั่นยึดครองแผ่นดิน ทำไมพ่อของฉันถึงได้โง่ขนาดนี้ที่ยอมให้ฉันไปปรนนิบัติโจโฉด้วย!]
ผู้หญิง?
โจโฉเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่าย
เมื่อฟังคำพูดเหล่านั้น เขาก็เข้าใจทันทีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือลูกสาวของเล่ากี๋ เล่าเย่วเอ๋อร์นั่นเอง!
ในเวลาเดียวกัน
เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวของโจโฉ!
[ติ๊ง! ภารกิจระบบ: ได้รับความบริสุทธิ์ของเล่าเย่วเอ๋อร์! รางวัล: อาวุธสงครามข้ามเวลา - ปืนใหญ่หงอี้!]
อ้า!
ปืนใหญ่หงอี้!
นี่มันอาวุธทำลายล้างเลยนี่หว่า!
โจโฉตาเป็นประกาย เมื่อเห็นว่าเคาทูกำลังจะตบเล่าเย่วเอ๋อร์ให้ตาย จึงตะโกนขึ้นว่า
"แม่ทัพเคาทู! ท่านอัครฯ มีคำสั่ง ห้ามทำร้ายคนในเมืองนี้! ถอยไป!"
เคาทูยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แล้วหันไปมองโจโฉ
"เมื่อก่อนท่านเรียกข้าว่าจ้งคัง แต่ตอนนี้ทำไมเรียกข้าว่าแม่ทัพเคาทู?"
เคาทูรู้สึกเจ็บปวดในใจเล็กน้อย ท่านอัครฯ ไม่สนิทกับเขาแล้วหรือไงนะ!
เล่าเย่วเอ๋อร์หลุดจากการจับกุมแล้ววิ่งหนีไป แต่ก็ยังหันกลับมามองโจโฉแล้วคิดในใจว่า
[คนนี้ก็เป็นคนดีอยู่หรอก หน้าตาดีด้วย]
เล่าเย่วเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ จากนั้นก็รีบหนีไป
"ท่านอัครฯ คนนี้..."
"เจ้าพาองครักษ์กลับไปก่อน ข้าจะไปดูไอ้เด็ก 'คนนั้น' สักหน่อย"
เคาทูคำนับ "ท่านอัครฯ ไม่ได้ขอรับ! เมืองกังแฮเพิ่งจะยึดครองได้ไม่นานยังไม่ปลอดภัยดีนัก"
"ถ้าท่านอัครฯ อยู่คนเดียว อาจมีอันตราย..."
โจโฉโบกมือ "เจ้าคิดมากไปแล้ว กลับไปดูว่าจูกัดเหลียงไปเอาของจากเจ้าเล่าคนเก่ามาได้หรือยัง แล้วก็ไปดูด้วยว่าเมียของเจ้าเล่าคนเก่าหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง"
"ขอรับ!"
ข้ามีวิชาฝึกยุทธกับวิชาพลังจิต ใครจะมาทำร้ายข้าได้?
เคาทูนำทุกคนถอยไป
โจโฉก็รีบตามร่องรอยของเล่าเย่วเอ๋อร์ไปเพื่อจะดูว่านางทำอะไรอยู่
เขาเห็นเล่าเย่วเอ๋อร์วิ่งไปที่ซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีผู้หญิงอีกสามคนในชุดเรียบง่ายกำลังรอเธออยู่ แต่ละคนต่างก็ถือของพะรุงพะรัง
โจโฉมองผู้หญิงเหล่านี้ เห็นว่าผิวของพวกเธอนุ่มนวลละเอียดอ่อน ไม่เหมือนผู้หญิงชาวบ้านทั่วไป น่าจะเป็นลูกสาวเศรษฐีในเมืองนี้
เมื่อเห็นว่าพวกเธออยู่กับเล่าเย่วเอ๋อร์ ก็คิดว่าคงจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
"เย่วเอ๋อร์ ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?"
"โจโฉเข้าเมืองกังแฮมาแล้ว ดูท่าเมืองนี้จะพ่ายแพ้แล้วจริงๆ พวกเราต้องรีบหนีไป ไม่อย่างนั้นเย่วเอ๋อร์ต้องตกเป็นทาสกามารมณ์ของโจโฉแน่"
"งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ! หนีกันเถอะ!"
"ไป!"
ทั้งสี่คนกำลังจะวิ่งหนีออกจากซอยไป
"โอ๊ะ!"
โจโฉแกล้งกระแอมแล้วปรากฏตัวขึ้น พร้อมรอยยิ้ม "พวกเจ้าหนีไปไม่ได้หรอก ให้ข้าช่วยไหม?"
༺༻