เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

: วูดผู้โอหัง?

: วูดผู้โอหัง?

: วูดผู้โอหัง?


: วูดผู้โอหัง?

คมดาบสายลมแหวกอากาศพิโรธ พัดพาม่านหมอกสีขาวให้สลายตนลงไป พลางกรีดพื้นดินเป็นร่องลึกยาวนับร้อยเมตรดั่งคมมีดของเทพอสูร

แม้วูดจะไม่สามารถมองเห็นว่า “มือที่มองไม่เห็น” ถูกฟันขาดหรือไม่ แต่เขากลับมั่นใจอย่างแน่ชัด...กระแสลมทั้งหมดที่ถูกมือเหล่านั้นก่อขึ้นได้หายไปสิ้น

หลังจากสะกัดการโจมตีเบื้องหน้าลงได้ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว วูดหันตัวกลับ และฟันใส่พื้นใต้ฝ่าเท้าของ จูเลียส และพรรคพวก

ร่องดินลึกหลายเมตรปรากฏขึ้น และในขณะนั้นเอง...พันธนาการที่เคยรั้งขาของพวกเขาไว้ก็พลันสลายสิ้น

แม้จะถูกมัดมือมัดเท้า แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา จูเลียสและคนอื่นๆ ก็ช่วยแบกรับการโจมตีจากวาฬขาวแทนวูดมาโดยไม่รู้ตัว

โดยเฉพาะในเวลาที่วาฬขาวพุ่งเข้าจู่โจมตรงๆ วิลคิน กับ หนามพิษ พอจะตั้งรับได้บ้าง

แต่เมื่อมันโจมตีจากระยะไกลด้วยหมอกขาวลึกล้ำ ครูช กับ จูเลียส กลับต้องรับแรงปะทะเต็มๆ

หากจูเลียสได้ใช้ “ดาบรุ้ง” เช่นตอนประลองกับวูด เขาอาจตัด “มือที่มองไม่เห็น” ได้

ทว่า เวลาร่ายค่อนข้างยาว และวาฬขาวก็ไม่มีวันปล่อยโอกาสนั้นให้เขา

ดังนั้นแต่แรกแล้ว จูเลียสและครูชจึงทำได้เพียงป้องกันอย่างยากลำบาก

เมื่อพันธนาการสลายลง พวกเขาต่างฟื้นพลังต่อสู้อย่างรวดเร็ว กำลังจะกลับไปโจมตีวาฬขาว หรือช่วยวูดรับมือกับตัณหา

ทว่า วูดกล่าวขึ้นทันที

“ลุงวิลคิน จูเลียส...ไปปกป้องน้องสาวชั้น

ส่วนหนามพิษ ไปเก็บสัมภาระกับลากรถมังกรที่หลุดไปกลับมาให้หมด”

แม้อนาสตาเซียจะทะเยอทะยานและทรนงเพียงใด แต่พลังการต่อสู้ของเธอก็เทียบได้กับคุณหนูบอบบางทั่วไป

แม้มิมิ พี่น้อง และนักฆ่าบางส่วนจะคอยอารักขา แต่วูดก็ยังอดกังวลไม่ได้

“เดี๋ยวสิ! ถ้าทุกคนถอยหมด ชั้นจะรับมือกับวาฬขาวคนเดียวได้ยังไง!?”

ครูชอุทานเมื่อได้ยินคำสั่งของวูดให้แยกย้าย

นั่นหมายความว่าเธอจะต้องสู้กับวาฬขาวเพียงลำพัง!?

ครูช...อัศวินหญิงผู้ผ่านการฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ แม้จะมั่นใจในตนเอง แต่ก็ไม่หลงตนถึงขั้นเปรียบตนกับ ดาบศักดิ์สิทธิ์คนก่อน

และแม้แต่ ดาบศักดิ์สิทธิ์คนก่อน ก็ยังพ่ายให้กับวาฬขาว

เธอจะมีหวังอะไร!?

“ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นจะจัดการทั้งวาฬขาวกับอัครสาวกแห่งบาปเอง

เธอมีปัญญาและคุณธรรมในฐานะผู้นำ...โปรดนำคนอื่นๆ ไปค้นหาผู้รอดชีวิตในม่านหมอกเถอะ”

คำพูดของวูด ทำให้ครูชนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง

พอได้สติกลับมา ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจคือ...ชายคนนี้ช่าง โอหัง เหลือเกิน

ครูชรู้จักวูดในฐานะน้องชายของอนาสตาเซีย อัศวินผู้รับใช้ฝ่ายเอมิเลีย

การพบกันครั้งแรกที่พิธีคัดเลือกราชา ทำให้เธอรู้สึกประทับใจในคำพูดและจิตวิญญาณของเขา

แต่บัดนี้ ภาพลักษณ์นั้นพลันพังทลาย

โอหัง...เกินจะให้อภัย!

เธอเคยได้ยินจาก เฟลิกซ์ ว่าวูดเคยเอาชนะ “อัศวินผู้เลิศล้ำ” และการต่อสู้กับตัณหาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีพลัง

แต่ถึงอย่างไร การประกาศกร้าวว่าจะรับมือทั้งอัครสาวกและวาฬขาวคนเดียว ก็ฟังดู บ้าระห่ำ ในสายตาของครูช

“จูเลียส นายจะยอมทำตามคำสั่งของเขาจริงๆ เหรอ!? แบบนี้มันบ้าชัดๆ!

ตอนนี้ วิลเฮล์ม ยังติดอยู่ในหมอก สู้กับร่างแยกของวาฬขาวอยู่!

สิ่งที่เราควรทำคือรวมพลังสังหารตัวหลักของมัน ไม่ใช่ปล่อยให้ความบ้าระห่ำของอัศวินเอมิเลียครอบงำ!”

ในสายตาครูช วาฬขาว และ ตัณหา คือศัตรูสำคัญ หากโค่นได้เพียงหนึ่ง ฝ่ายตนจะได้เปรียบ

การปล่อยให้วูดทำตามอำเภอใจ เท่ากับทิ้งโอกาสกลับสถานการณ์

“ชั้นเป็นอัศวินของอนาสตาเซีย การปกป้องเธอคือหน้าที่

และคุณหญิงครูช...สิ่งที่คุณกังวล คือว่าวูดอาจไม่มีปัญญาโค่นศัตรูทั้งสอง

ถ้าเช่นนั้น...รอดูสิ่งที่เรียกว่า อสูรในร่างมนุษย์ ด้วยตาคุณเองเถอะ”

จูเลียส เอ่ยตอบอย่างสุภาพ ขณะที่ วิลคิน ไม่แม้แต่จะสนใจคำท้วงติงนั้น

เขาหันหลังให้ครูชทันที

เพราะเขารู้...รู้ถึงศักยภาพอันเหนือมนุษย์ของวูด

เมื่อครั้งแรกพบกันในคารารากิ วูดและอนาสตาเซียเคยถูกล้อมโดยอันธพาลท้องถิ่น

ตอนนั้นวูดอายุแค่สิบปีเท่านั้น แต่เขาล้มพวกนั้นได้ทั้งหมด...เพียงลำพัง

วิลคิน ซึ่งเมาอยู่ พุ่งเข้าไปช่วยแต่โดนเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูจนปะทะกับวูด

ผลลัพธ์ของการต่อสู้นั้น...วิลคินจำได้ไม่เคยลืม

เขาอยู่ในช่วงพีกของชีวิต แต่เด็กชายวัยสิบปีผู้นั้นกลับต่อกรกับเขาอย่างสูสี

หากวูดไม่ได้สู้กับอันธพาลมาก่อน และต้องปกป้องน้องสาวไปด้วย...เขาอาจจะแพ้เสียด้วยซ้ำ

เขาเคยเป็นหนึ่งในอมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของคารารากิ...และยังเกือบพ่ายให้เด็กชายวัยสิบขวบ!

นับแต่นั้น เขาก็ติดตามสองพี่น้อง...เฝ้ามองความเป็นอัจฉริยะของพวกเขา

อนาสตาเซีย ฉลาดหลักแหลม เจนการค้าเหนือยอดพ่อค้าในวัยเยาว์

วูด ผู้มีพรสวรรค์ในเวทและการต่อสู้อย่างหาตัวจับยาก

ก่อนที่ไรน์ฮาร์ดจะปรากฏตัว วิลคิน เคยเชื่อว่าวูดจะเป็น ผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก

และแม้กระทั่งบัดนี้...เขายังเชื่อว่าวูดอาจเทียบเคียง ดาบศักดิ์สิทธิ์ ได้

“คุณหญิงครูช...คุณอาจไม่เชื่อ แต่ชั้นก็มั่นใจว่าวูดสามารถรับมือวาฬขาวและตัณหาได้ทั้งสอง

อยากรู้เหตุผลงั้นเหรอ...ก็เพราะเขาเคยประลองกับ ไรน์ฮาร์ด แล้วจบที่ ‘เสมอ’...แค่นี้พอไหมล่ะ?”

คำพูดของ เฟลิกซ์ ทำเอาครูชอึ้ง

“เขาสู้กับไรน์ฮาร์ดเสมอ? แน่ใจเหรอ?

ไรน์ฮาร์ดจริงจังแค่ไหนตอนนั้น? หรือแค่ซ้อมเฉยๆ?”

ในฐานะขุนนางจากลุกนิก้า ครูชรู้ดีถึงพลังของ ไรน์ฮาร์ด...ไร้เทียมทาน

แม้แต่วิลเฮล์ม ปีศาจดาบ ผู้เป็นอาจารย์ของเธอ ยังกล่าวว่า...ไม่มีใครในโลกนี้ที่โค่นไรน์ฮาร์ดได้

แม้จะร่วมมือกับภรรยา อดีตดาบศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังไม่มีทางชนะ

หากแม้แต่วิลเฮล์มยังยอมรับขนาดนั้น...แล้วเฟลิกซ์กลับบอกว่า วูด เทียบได้!?

“ไรน์ฮาร์ดพูดเองว่าเสมอ ทั้งที่เขาชัก ‘ดาบมังกร เรอิด’ แล้ว แต่ก็ต้องตั้งรับตลอด และเป็นวูดที่ยอมถอยเอง”

ครูชแทบไม่เชื่อหูตนเอง

ในขณะที่เธอยังอึ้งอยู่ เสียงคำแรมเจ็บปวดของวาฬขาวดังมาจากม่านหมอก

พร้อมเสียงโกรธเกรี้ยวจากตัณหา

“ยังไม่ไปอีกงั้นเรอะ? ถ้าจะอยู่เก็บเศษชัยชนะก็เรื่องของแก แต่ชั้นไม่เสียเวลาปกป้องหรอกนะ”

วูดกล่าวขณะหลบอีกหนึ่งการโจมตีของ “มือที่มองไม่เห็น” พลางหันมามองครูชอย่างเย็นชา

แม้จะร่วมมือกันชั่วคราว แต่เขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับครูช และความสัมพันธ์กับเฟลิกซ์ก็แค่ “อัศวินร่วมรุ่น”

หากอีกฝ่ายตกที่นั่งลำบาก...ก็ไม่จำเป็นต้องช่วย

“ขออภัยที่ชั้นมองคุณต่ำไป...จะรีบออกตามหาผู้บาดเจ็บทันที ขอให้ท่านโชคดีในการศึกครั้งนี้”

ครูชกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่มีท่าทีผู้ดีแม้แต่น้อย ก่อนควบม้าออกไป

วูดมองตาม พร้อมถอนหายใจแผ่วเบา

“ศึกเลือกกษัตริย์นี่มันไม่ง่ายจริงๆ...ผู้สมัครแต่ละคนไม่ธรรมดาเลย

แต่ก่อนอื่น...จัดการเจ้าสัตว์พวกนี้ให้หมดก่อนก็แล้วกัน”

ขณะนี้ ตัณหาเริ่มใช้พลังทุกอย่างเท่าที่มีเข้าใส่วูด ไม่เหลือความสงบเช่นก่อนหน้า

นอกจาก “มือที่มองไม่เห็น” เขายังใช้ มลทินจิต และเวทธาตุดินขั้นสูง

แท้จริงแล้ว...ชื่อจริงของตัณหาคือ จูซ...เคยเป็นวิญญาณดินอายุกว่า 400 ปี อาจารย์ของ เบียทริซ

ครั้งหนึ่งเขาเคยหล่อเหลา เป็นพ่อบุญธรรมของเอมิเลีย และเคยหลงรัก ฟอร์ตูน่า มารดาเลี้ยงของนาง

เมื่อหมู่บ้านเอลฟ์ของเอมิเลียถูกโจมตีโดย พันดอร่า กับ เรกูลัส เขาฝืนรับ พลังแห่งบาปตัณหา

แต่ด้วยพลังอันไร้การควบคุม และการบิดเบือนความจริงของพันดอร่า จึงเผลอสังหารฟอร์ตูน่าด้วยมือของตน

เมื่อรู้ตัว จิตใจเขาก็พังทลาย...กลายเป็นปีศาจแห่งความวิปลาสในบัดดล

แม้จะเป็นผู้มีชะตาน่าเวทนา แต่สำหรับวูด...ไม่มีสิ่งใดให้เขาสงสารอีกแล้ว

การปลดปล่อยเพียงหนึ่งเดียว...คือ “ความตาย”

จูซสะบัดแขน...พื้นสั่นไหว พุ่งหอกหินออกหมายสังหารวูด

วูดกระโดดหลบขึ้นสู่กลางอากาศ แต่ก็รับรู้ได้ถึง “มือที่มองไม่เห็น” ชุดใหม่กำลังไล่ตามมา...ด้วย ฮาคิสังเกต ที่เฉียบแหลม

กลางอากาศคือจุดอ่อนของนักดาบ...ไร้พื้นยืน ยากจะหลบหลีก

จูซจึงยิ้มเย้ยอย่างมั่นใจ วูดต้องพ่าย ณ ที่แห่งนี้แน่นอน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น...เหนือความคาดหมายทั้งหมด

วูดตัด “มือที่มองไม่เห็น” ชุดแรกลงอย่างเฉียบคม

และเมื่อชุดที่สองพุ่งเข้าใส่...

เขา “เหยียบอากาศ” และ “หยัดยืนอยู่กลางฟ้า”!

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบตอน

♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥

♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥

จบบทที่ : วูดผู้โอหัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว