- หน้าแรก
- วันพีช: ราชาเงาผู้แบกทั้งทีม หรือก็แค่คนทำงานจิปาถะ?
- บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ
บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ
บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ
บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ
พวกเขาพาดแขนพิงกันอย่างเป็นกันเอง เดินหัวเราะเริงร่ามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเล็ก
“มาจัดงานเลี้ยงต้อนรับเหล่านักรบผู้กล้าแห่งท้องทะเลกันเถอะ ทุกคน!!”
อิการัมร้องเสียงดังพลางตบไหล่ลูฟี่ด้วยรอยยิ้ม “วันนี้พวกเราต้องต้อนรับทุกคนให้สมเกียรติ!”
“ว้าาาาา ฮ่าๆๆๆ! พวกคุณสุดยอดไปเลยคุณลุง!” ลูฟี่ตื่นเต้นจนออกนอกหน้า
ไรเนอร์มีเพียงความทรงจำลางเลือนเกี่ยวกับเนื้อเรื่องต้นฉบับ โดยเฉพาะช่วงต้นที่เขาเคยดูเมื่อสมัยยังเด็ก
เขาจำได้รางๆ ว่าสถานที่แห่งนี้คือฉากหน้าขององค์กรลอบสังหารภายใต้การควบคุมของครอกโคไดล์ พวกมันปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เพื่อลวงโจรสลัดหน้าใหม่ในแกรนด์ไลน์แล้วลอบฆ่าเพื่อเงินรางวัล
“แค่พวกกากๆ น่ะนะ” ไรเนอร์คิดพลางทำสีหน้าเรียบเฉย
“ไอ้คุณนายกนี่...น่าจะเป็นญาติของวีวี่...อืม... ลุง? บอดี้การ์ด? ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่านอกจากหมอนั่นกับวีวี่ก็ไม่มีใครน่าสนใจเลยสักคน”
ที่จริงแล้ว ไรเนอร์ไม่ได้สนใจครอกโคไดล์สักเท่าไรนัก เพราะเหล่าอันเดธของเขาไม่สามารถสืบทอดพลังของผลปีศาจได้ และในด้านพละกำลังกายภาพ ครอกโคไดล์ก็ต่ำกว่ายักษ์จากลิตเติ้ลการ์เด้นทั้งสองคนมากนัก
ดอร์รี่ปีศาจน้ำเงิน โบร์กี้ปีศาจแดง
สองผู้นำแห่งกลุ่มโจรสลัดยักษ์นักรบจากเอลบัฟ ณ นิวเวิลด์ พวกเขาเคยล่าปีศาจทะเลขนาดใหญ่ที่มีขนาดยิ่งใหญ่กว่าภูเขาไฟหลายลูกรวมกัน และกินเนื้อที่ครึ่งเกาะลิตเติ้ลการ์เด้น
ภาพแห่งการโจมตีของพวกเขา...หอกแห่งเอลบัฟ: ฮาโคคุ ที่พุ่งทะลวงปลาทองเขมือบเกาะในพริบตา... ไรเนอร์ยังจำได้ไม่ลืม
เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าในครึ่งแรกของแกรนด์ไลน์จะมีใครต้านทานการโจมตีเพียงระลอกเดียวของพวกเขาได้
จะบอกว่าพวกสายโลเกียรับมือได้งั้นเหรอ?
...เอาเถอะ ช่างมัน
“พี่สาวดูนี่สิ! มีผู้ชายผมบลอนด์หล่ออยู่สองคนด้วยล่ะ!”
เสียงใสดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของไรเนอร์
กลุ่มสาวงามทรวดทรงอวบอัดนุ่งน้อยห่มนิด วิ่งกรูกันออกมาจากฝูงชน สายตาและรอยยิ้มเจิดจ้าแต่ละนางพุ่งเป้าไปที่ซันจิกับไรเนอร์
ซันจิรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ไหวเลยสักนิด เขาแทบจะละลายเป็นไอความรัก วิ่งเข้าใส่พวกเธอแทบจะทันที
“น้องชายชื่ออะไรจ๊ะ~?”
สาวๆ หลายคนพุ่งเข้าใกล้ไรเนอร์ มือเรียวสวยแตะต้องตัวเขาทันที บ้างโอบเอว บ้างลูบไล้หน้าอกผ่านเนื้อผ้า
แม้จะมีเสื้อผ้ากั้นไว้ ไรเนอร์ก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มนวลที่ถาโถมเข้ามา
ทดสอบด้วยกับดักน้ำผึ้งแบบนี้งั้นรึ!?
ใครมันจะต้านไหวกัน!?
“ช่างตรงไปตรงมาเสียจริง~” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าไรเนอร์ เขาหัวเราะในใจ ... แกรนด์ไลน์นี่ดีจริงๆ ช่างงดงามนัก!
ไรเนอร์หัวเราะชอบใจ กางแขนออกกว้าง โอบสาวกลิ่นหอมซ้ายขวา คนหนึ่งพาดไหล่ อีกคนโอบเอว บีบทั้งสองข้างพร้อมกัน
“โอ๊ย~ อย่าทำแบบนั้นสิคะ~”
“ท่านแข็งแรงอะไรอย่างนี้! หนูหายใจแทบไม่ออกแล้วนะ!”
เขาไม่ใช่พวกเคร่งศีลธรรมอะไรแบบนั้น กับดักน้ำผึ้งแบบนี้น่ะหรือ? มามากเท่าไรก็รับได้ทั้งนั้น!
“คืนนี้จัดสิบเลย!”
“อ๊าย~ ท่านจะไหวเหรอคะ~”
เสียงหัวเราะสดใสของสาวๆ ดังระงม ไม่มีแม้แต่น้อยที่จะแสดงความหวาดกลัวต่อมือไม้ของไรเนอร์หรือซันจิที่วุ่นวายอยู่
นามิกับโซโรที่เดินตามหลังมาถึงกับส่ายหน้า มองเพื่อนร่วมทางที่ถูกล่อลวงด้วยคำหวานไม่กี่คำอย่างอ่อนใจ
“ให้ตายสิ! พวกนี้ไว้ใจไม่ได้เลยสักคน!” นามิขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ใครมีสมองสักนิดก็รู้ว่ายังไงก็ไม่มีเมืองที่ต้อนรับโจรสลัดหรอก!”
“ก็เอาเถอะ... ไว้ค่อยดูว่ามันจะเป็นยังไง” โซโรพูดเรียบๆ
“นายยังพอพึ่งได้หน่อยนะ โซโร”
“ตราบใดที่มีเหล้า อย่างอื่นก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ”
“หาาาา!? ชั้นพึ่งนายอยู่แท้ๆ แล้วนายพูดงี้เนี่ยนะ!?” นามิคำรามลั่น
แล้วพวกเขาก็เดินตามการต้อนรับอันแสนอบอุ่นของชาวเมืองเข้าสู่ตัวเมืองไป
เวลาผ่านไปจนกระทั่งค่ำคืนมาเยือน
ในเมืองวิสกี้พีค บ้านทุกหลังปิดประตูและดับไฟ เงียบงันไร้ผู้คน จนเกาะกระบองเพชรดูวังเวงเหลือคณา ยกเว้นอาคารหลังหนึ่งที่ยังมีแสงสีเหลืองเรืองรองลอดออกมา
เพราะการมาของพวกเขา สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของความครึกครื้น เสียงหัวเราะและเพลงบรรเลงดังกระหึ่ม
“พ่อครัวล้มไปอีกคนแล้ว!”
“นี่ก็คนที่สามแล้วนะ! หมอนี่กินเข้าไปได้ยังไงนักหนา!?”
ฝูงชนพากันตะลึง จ้องมองลูฟี่ที่ยังกินไม่หยุด และในอีกมุมหนึ่ง เสียงร้องโวยวายอีกกลุ่มก็ดังขึ้น
“พระเจ้า! นักดาบคนนี้เล่นดื่มจนอีกสิบสามคนเมาไปหมดเลย!”
“แล้วยัยสาวสวยข้างๆ ก็ยังดูสดชื่นอยู่เลย! ตอนนี้กำลังแข่งกับคู่แข่งคนที่สิบห้าแล้ว!”
ในห้องจัดเลี้ยงนั้น โซโรกับนามิกำลังแข่งขันดื่มเหล้าอย่างดุเดือด เพื่อเงินรางวัลก้อนโต นามิถึงกับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อโค่นคู่แข่งทีละคน
ไรเนอร์เอนหลังพิงโซฟา มีสาวงามสองข้างตัวคอยป้อนอาหาร บรรยากาศช่างสำราญใจยิ่งนัก
แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริง แต่เหล่าชาวบ้านผู้สวมหน้ากากกลับแอบสบถในใจ
ในห้องมืดบนชั้นสอง หญิงสาวผมฟ้าผูกหางม้าสูง กำลังชะโงกมองชั้นล่างผ่านช่องประตูด้วยความหงุดหงิด
“พวกปีศาจหิวโซพวกนี้โผล่มาจากไหนกัน!? ถ้าปล่อยให้กินดื่มแบบนี้ต่อไป เราได้ขาดทุนย่อยยับแน่!”
ชายผมหยิกสีเหลือง สวมมงกุฎพูดขึ้นว่า “จริงน่ะสิ! แค่นี้ต้องลงทุนขนาดนี้เลยเหรอ มิสเตอร์ 8? ก็แค่พวกโจรสลัดจากอีสต์บลูไม่ใช่รึไง?”
“งานข่าวของนายแย่มาก ดูนี่สิ”
เสียงทุ้มดังขึ้น อิการัม...หรือที่รู้จักกันในชื่อ มิสเตอร์ 8 หยิบโปสเตอร์ค่าหัวออกมาจากเสื้อโค้ท
เขาตบโปสเตอร์ลงบนโต๊ะ แผ่ให้เห็นชัดเจน ใบหน้าของลูฟี่ โซโร และปีศาจมีดเลื่อยปรากฏเด่นชัด
“สามสิบล้าน!? สำหรับไอ้เด็กหน้าโง่นั่นน่ะเหรอ?”
“นักดาบผมเขียวก็สิบหกล้านด้วย!”
“แล้วไอ้สองตัวนี้มันอะไรเนี่ย?” ชายสวมมงกุฎ (มิสเตอร์ 9) อุทาน “ค่าหัวรวมกันยี่สิบห้าล้าน!? แต่ชั้นไม่เห็นพวกมันเลยนี่?”
“น่าจะเฝ้าเรืออยู่ พวกที่ส่งไปแอบดูรายงานว่ามีคนอยู่บนนั้นหลายคน” อิการัมตอบเสียงเรียบ
“ค่าหัวรวมเกินเจ็ดสิบล้าน!”
“ถ้าจะต้องสู้กับกลุ่มโจรสลัดระดับนี้ตรงๆ ล่ะก็ พวกเราคงไม่มีทางชนะหรอก”
แอ๊ด~
จู่ๆ ประตูก็เปิดออก
“ไม่ต้องห่วง ทุกคนหลับกันหมดแล้ว”
หญิงสาวผิวเข้ม ร่างใหญ่กำยำ (มิสมันเดย์) เดินเข้ามาในห้อง กล่าวกับทุกคน
“พวกนี้กินเก่งกันเหลือเกิน อาหารเราเหลือน้อยอยู่แล้ว เกือบโดนกินเกลี้ยงเลย! โชคดีที่ค่าหัวพวกมันสูงพอจะคุ้มค่าเหนื่อย”
“ทุกคนจัดการเรียบร้อยแล้วสินะ? งั้นก็แจ้งให้เริ่มปฏิบัติการได้ ออกไปกันเถอะ” อิการัมพูดพลางจัดปกเสื้อ ก่อนจะพาทุกคนปีนออกไปทางหน้าต่าง
เกาะกระบองเพชรขึ้นชื่อด้วยภูเขาเขียวใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายกระบองเพชรปกคลุมไปทั่ว ด้านบนแต่ละลูกเต็มไปด้วยหลุมศพรูปกากบาท ที่มองจากไกลๆ ดูเหมือนหนามของกระบองเพชรยักษ์
กลับมาที่ห้องจัดเลี้ยงที่ตอนนี้เงียบสงัด ไรเนอร์ที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาลืมตาขึ้น เขาค่อยๆ แยกตัวออกจากกองสาวงามที่นอนสลบไสลไปทั่ว
“เที่ยงคืนแล้วสินะ? ปาร์ตี้มันส์ดีจริงๆ แฮะ” ไรเนอร์บ่นเบาๆ พลางเกาศีรษะสีทองยุ่งเหยิง
แชะ!
เสียงไฟแช็กดังขึ้น ก่อนเสียงซันจิจะตามมา “พูดอีกก็ถูก... ตารางเวลาห่วยสุดๆ”
“นี่”
“ขอบใจ” ไรเนอร์รับบุหรี่ที่ถูกโยนมา แล้วหันไปถามโซโรที่นั่งอยู่ตรงบาร์ “นามิไปไหน?”
“บอกว่าจะไปหาสมบัติของพวกนั้น ออกไปแล้ว” โซโรตอบเรียบๆ เขาตื่นก่อนหน้านี้แล้วและกำลังรินเหล้าใส่แก้วตัวเอง
ไรเนอร์หัวเราะเบาๆ “งั้นคงเสียเที่ยวล่ะนะ อันเดธของชั้นสำรวจหมดแล้ว ที่นี่จนกรอบ”
“ฟี้~~”
เสียงกรนดังลั่นขึ้นทันใด
“นอนสบายขนาดนี้ในรังศัตรู… นี่มันลูฟี่ชัดๆ” อุซปพึมพำ ขณะยันตัวลุกขึ้นจากพื้นและส่ายหน้าเบาๆ
ร่างของทุกคนเกลื่อนกลาดทั่วห้อง ภายใต้แสงไฟสีเหลืองสลัว เหล่าผู้ที่ยังตื่นสูบบุหรี่หรือจิบเหล้าอย่างสงบ ราวกับไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
บนใบหน้าทุกคนฉายแววสงบนิ่ง... ไม่สะทกสะท้านต่อหายนะที่กำลังจะมาเยือน
♧♧♧
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
By. charcoal gray silver gold
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═