เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ

บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ

บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ


บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ

พวกเขาพาดแขนพิงกันอย่างเป็นกันเอง เดินหัวเราะเริงร่ามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเล็ก

“มาจัดงานเลี้ยงต้อนรับเหล่านักรบผู้กล้าแห่งท้องทะเลกันเถอะ ทุกคน!!”

อิการัมร้องเสียงดังพลางตบไหล่ลูฟี่ด้วยรอยยิ้ม “วันนี้พวกเราต้องต้อนรับทุกคนให้สมเกียรติ!”

“ว้าาาาา ฮ่าๆๆๆ! พวกคุณสุดยอดไปเลยคุณลุง!” ลูฟี่ตื่นเต้นจนออกนอกหน้า

ไรเนอร์มีเพียงความทรงจำลางเลือนเกี่ยวกับเนื้อเรื่องต้นฉบับ โดยเฉพาะช่วงต้นที่เขาเคยดูเมื่อสมัยยังเด็ก

เขาจำได้รางๆ ว่าสถานที่แห่งนี้คือฉากหน้าขององค์กรลอบสังหารภายใต้การควบคุมของครอกโคไดล์ พวกมันปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เพื่อลวงโจรสลัดหน้าใหม่ในแกรนด์ไลน์แล้วลอบฆ่าเพื่อเงินรางวัล

“แค่พวกกากๆ น่ะนะ” ไรเนอร์คิดพลางทำสีหน้าเรียบเฉย

“ไอ้คุณนายกนี่...น่าจะเป็นญาติของวีวี่...อืม... ลุง? บอดี้การ์ด? ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่านอกจากหมอนั่นกับวีวี่ก็ไม่มีใครน่าสนใจเลยสักคน”

ที่จริงแล้ว ไรเนอร์ไม่ได้สนใจครอกโคไดล์สักเท่าไรนัก เพราะเหล่าอันเดธของเขาไม่สามารถสืบทอดพลังของผลปีศาจได้ และในด้านพละกำลังกายภาพ ครอกโคไดล์ก็ต่ำกว่ายักษ์จากลิตเติ้ลการ์เด้นทั้งสองคนมากนัก

ดอร์รี่ปีศาจน้ำเงิน โบร์กี้ปีศาจแดง

สองผู้นำแห่งกลุ่มโจรสลัดยักษ์นักรบจากเอลบัฟ ณ นิวเวิลด์ พวกเขาเคยล่าปีศาจทะเลขนาดใหญ่ที่มีขนาดยิ่งใหญ่กว่าภูเขาไฟหลายลูกรวมกัน และกินเนื้อที่ครึ่งเกาะลิตเติ้ลการ์เด้น

ภาพแห่งการโจมตีของพวกเขา...หอกแห่งเอลบัฟ: ฮาโคคุ ที่พุ่งทะลวงปลาทองเขมือบเกาะในพริบตา... ไรเนอร์ยังจำได้ไม่ลืม

เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าในครึ่งแรกของแกรนด์ไลน์จะมีใครต้านทานการโจมตีเพียงระลอกเดียวของพวกเขาได้

จะบอกว่าพวกสายโลเกียรับมือได้งั้นเหรอ?

...เอาเถอะ ช่างมัน

“พี่สาวดูนี่สิ! มีผู้ชายผมบลอนด์หล่ออยู่สองคนด้วยล่ะ!”

เสียงใสดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของไรเนอร์

กลุ่มสาวงามทรวดทรงอวบอัดนุ่งน้อยห่มนิด วิ่งกรูกันออกมาจากฝูงชน สายตาและรอยยิ้มเจิดจ้าแต่ละนางพุ่งเป้าไปที่ซันจิกับไรเนอร์

ซันจิรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ไหวเลยสักนิด เขาแทบจะละลายเป็นไอความรัก วิ่งเข้าใส่พวกเธอแทบจะทันที

“น้องชายชื่ออะไรจ๊ะ~?”

สาวๆ หลายคนพุ่งเข้าใกล้ไรเนอร์ มือเรียวสวยแตะต้องตัวเขาทันที บ้างโอบเอว บ้างลูบไล้หน้าอกผ่านเนื้อผ้า

แม้จะมีเสื้อผ้ากั้นไว้ ไรเนอร์ก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มนวลที่ถาโถมเข้ามา

ทดสอบด้วยกับดักน้ำผึ้งแบบนี้งั้นรึ!?

ใครมันจะต้านไหวกัน!?

“ช่างตรงไปตรงมาเสียจริง~” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าไรเนอร์ เขาหัวเราะในใจ ... แกรนด์ไลน์นี่ดีจริงๆ ช่างงดงามนัก!

ไรเนอร์หัวเราะชอบใจ กางแขนออกกว้าง โอบสาวกลิ่นหอมซ้ายขวา คนหนึ่งพาดไหล่ อีกคนโอบเอว บีบทั้งสองข้างพร้อมกัน

“โอ๊ย~ อย่าทำแบบนั้นสิคะ~”

“ท่านแข็งแรงอะไรอย่างนี้! หนูหายใจแทบไม่ออกแล้วนะ!”

เขาไม่ใช่พวกเคร่งศีลธรรมอะไรแบบนั้น กับดักน้ำผึ้งแบบนี้น่ะหรือ? มามากเท่าไรก็รับได้ทั้งนั้น!

“คืนนี้จัดสิบเลย!”

“อ๊าย~ ท่านจะไหวเหรอคะ~”

เสียงหัวเราะสดใสของสาวๆ ดังระงม ไม่มีแม้แต่น้อยที่จะแสดงความหวาดกลัวต่อมือไม้ของไรเนอร์หรือซันจิที่วุ่นวายอยู่

นามิกับโซโรที่เดินตามหลังมาถึงกับส่ายหน้า มองเพื่อนร่วมทางที่ถูกล่อลวงด้วยคำหวานไม่กี่คำอย่างอ่อนใจ

“ให้ตายสิ! พวกนี้ไว้ใจไม่ได้เลยสักคน!” นามิขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ใครมีสมองสักนิดก็รู้ว่ายังไงก็ไม่มีเมืองที่ต้อนรับโจรสลัดหรอก!”

“ก็เอาเถอะ... ไว้ค่อยดูว่ามันจะเป็นยังไง” โซโรพูดเรียบๆ

“นายยังพอพึ่งได้หน่อยนะ โซโร”

“ตราบใดที่มีเหล้า อย่างอื่นก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ”

“หาาาา!? ชั้นพึ่งนายอยู่แท้ๆ แล้วนายพูดงี้เนี่ยนะ!?” นามิคำรามลั่น

แล้วพวกเขาก็เดินตามการต้อนรับอันแสนอบอุ่นของชาวเมืองเข้าสู่ตัวเมืองไป

เวลาผ่านไปจนกระทั่งค่ำคืนมาเยือน

ในเมืองวิสกี้พีค บ้านทุกหลังปิดประตูและดับไฟ เงียบงันไร้ผู้คน จนเกาะกระบองเพชรดูวังเวงเหลือคณา ยกเว้นอาคารหลังหนึ่งที่ยังมีแสงสีเหลืองเรืองรองลอดออกมา

เพราะการมาของพวกเขา สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของความครึกครื้น เสียงหัวเราะและเพลงบรรเลงดังกระหึ่ม

“พ่อครัวล้มไปอีกคนแล้ว!”

“นี่ก็คนที่สามแล้วนะ! หมอนี่กินเข้าไปได้ยังไงนักหนา!?”

ฝูงชนพากันตะลึง จ้องมองลูฟี่ที่ยังกินไม่หยุด และในอีกมุมหนึ่ง เสียงร้องโวยวายอีกกลุ่มก็ดังขึ้น

“พระเจ้า! นักดาบคนนี้เล่นดื่มจนอีกสิบสามคนเมาไปหมดเลย!”

“แล้วยัยสาวสวยข้างๆ ก็ยังดูสดชื่นอยู่เลย! ตอนนี้กำลังแข่งกับคู่แข่งคนที่สิบห้าแล้ว!”

ในห้องจัดเลี้ยงนั้น โซโรกับนามิกำลังแข่งขันดื่มเหล้าอย่างดุเดือด เพื่อเงินรางวัลก้อนโต นามิถึงกับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อโค่นคู่แข่งทีละคน

ไรเนอร์เอนหลังพิงโซฟา มีสาวงามสองข้างตัวคอยป้อนอาหาร บรรยากาศช่างสำราญใจยิ่งนัก

แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริง แต่เหล่าชาวบ้านผู้สวมหน้ากากกลับแอบสบถในใจ

ในห้องมืดบนชั้นสอง หญิงสาวผมฟ้าผูกหางม้าสูง กำลังชะโงกมองชั้นล่างผ่านช่องประตูด้วยความหงุดหงิด

“พวกปีศาจหิวโซพวกนี้โผล่มาจากไหนกัน!? ถ้าปล่อยให้กินดื่มแบบนี้ต่อไป เราได้ขาดทุนย่อยยับแน่!”

ชายผมหยิกสีเหลือง สวมมงกุฎพูดขึ้นว่า “จริงน่ะสิ! แค่นี้ต้องลงทุนขนาดนี้เลยเหรอ มิสเตอร์ 8? ก็แค่พวกโจรสลัดจากอีสต์บลูไม่ใช่รึไง?”

“งานข่าวของนายแย่มาก ดูนี่สิ”

เสียงทุ้มดังขึ้น อิการัม...หรือที่รู้จักกันในชื่อ มิสเตอร์ 8 หยิบโปสเตอร์ค่าหัวออกมาจากเสื้อโค้ท

เขาตบโปสเตอร์ลงบนโต๊ะ แผ่ให้เห็นชัดเจน ใบหน้าของลูฟี่ โซโร และปีศาจมีดเลื่อยปรากฏเด่นชัด

“สามสิบล้าน!? สำหรับไอ้เด็กหน้าโง่นั่นน่ะเหรอ?”

“นักดาบผมเขียวก็สิบหกล้านด้วย!”

“แล้วไอ้สองตัวนี้มันอะไรเนี่ย?” ชายสวมมงกุฎ (มิสเตอร์ 9) อุทาน “ค่าหัวรวมกันยี่สิบห้าล้าน!? แต่ชั้นไม่เห็นพวกมันเลยนี่?”

“น่าจะเฝ้าเรืออยู่ พวกที่ส่งไปแอบดูรายงานว่ามีคนอยู่บนนั้นหลายคน” อิการัมตอบเสียงเรียบ

“ค่าหัวรวมเกินเจ็ดสิบล้าน!”

“ถ้าจะต้องสู้กับกลุ่มโจรสลัดระดับนี้ตรงๆ ล่ะก็ พวกเราคงไม่มีทางชนะหรอก”

แอ๊ด~

จู่ๆ ประตูก็เปิดออก

“ไม่ต้องห่วง ทุกคนหลับกันหมดแล้ว”

หญิงสาวผิวเข้ม ร่างใหญ่กำยำ (มิสมันเดย์) เดินเข้ามาในห้อง กล่าวกับทุกคน

“พวกนี้กินเก่งกันเหลือเกิน อาหารเราเหลือน้อยอยู่แล้ว เกือบโดนกินเกลี้ยงเลย! โชคดีที่ค่าหัวพวกมันสูงพอจะคุ้มค่าเหนื่อย”

“ทุกคนจัดการเรียบร้อยแล้วสินะ? งั้นก็แจ้งให้เริ่มปฏิบัติการได้ ออกไปกันเถอะ” อิการัมพูดพลางจัดปกเสื้อ ก่อนจะพาทุกคนปีนออกไปทางหน้าต่าง

เกาะกระบองเพชรขึ้นชื่อด้วยภูเขาเขียวใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายกระบองเพชรปกคลุมไปทั่ว ด้านบนแต่ละลูกเต็มไปด้วยหลุมศพรูปกากบาท ที่มองจากไกลๆ ดูเหมือนหนามของกระบองเพชรยักษ์

กลับมาที่ห้องจัดเลี้ยงที่ตอนนี้เงียบสงัด ไรเนอร์ที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาลืมตาขึ้น เขาค่อยๆ แยกตัวออกจากกองสาวงามที่นอนสลบไสลไปทั่ว

“เที่ยงคืนแล้วสินะ? ปาร์ตี้มันส์ดีจริงๆ แฮะ” ไรเนอร์บ่นเบาๆ พลางเกาศีรษะสีทองยุ่งเหยิง

แชะ!

เสียงไฟแช็กดังขึ้น ก่อนเสียงซันจิจะตามมา “พูดอีกก็ถูก... ตารางเวลาห่วยสุดๆ”

“นี่”

“ขอบใจ” ไรเนอร์รับบุหรี่ที่ถูกโยนมา แล้วหันไปถามโซโรที่นั่งอยู่ตรงบาร์ “นามิไปไหน?”

“บอกว่าจะไปหาสมบัติของพวกนั้น ออกไปแล้ว” โซโรตอบเรียบๆ เขาตื่นก่อนหน้านี้แล้วและกำลังรินเหล้าใส่แก้วตัวเอง

ไรเนอร์หัวเราะเบาๆ “งั้นคงเสียเที่ยวล่ะนะ อันเดธของชั้นสำรวจหมดแล้ว ที่นี่จนกรอบ”

“ฟี้~~”

เสียงกรนดังลั่นขึ้นทันใด

“นอนสบายขนาดนี้ในรังศัตรู… นี่มันลูฟี่ชัดๆ” อุซปพึมพำ ขณะยันตัวลุกขึ้นจากพื้นและส่ายหน้าเบาๆ

ร่างของทุกคนเกลื่อนกลาดทั่วห้อง ภายใต้แสงไฟสีเหลืองสลัว เหล่าผู้ที่ยังตื่นสูบบุหรี่หรือจิบเหล้าอย่างสงบ ราวกับไม่มีอะไรให้ต้องกังวล

บนใบหน้าทุกคนฉายแววสงบนิ่ง... ไม่สะทกสะท้านต่อหายนะที่กำลังจะมาเยือน

♧♧♧

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบตอน

By. charcoal gray silver gold

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 22: กระบองเพชรที่ปกคลุมด้วยหลุมศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว