Necro006
Necro006
บทที่ 6: คุโระ! ชั้นอยากให้นายช่วยฝึกชั้นที!
อุซปพุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ของคายะอย่างลนลาน
หลบหลีกเหล่าผู้คุมแล้วแอบย่องเข้าไป ก่อนจะวิ่งไปยังต้นไม้ข้างห้องของคายะ แล้วกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้
“คายะ! แย่แล้ว!”
อุซปเห็นคายะกำลังนอนอ่านหนังสืออย่างสงบใกล้หน้าต่าง
หัวใจที่แสนร้อนรนของเขาจึงคลายลงเล็กน้อย
ยังมีเวลาเหลืออยู่ ถ้ารีบบอกความจริงกับคายะและพาเธอหนีออกไปได้ล่ะก็...
“มีอะไรเหรอ อุซป?”
คายะเก็บปอยผมทองที่ปรกใบหูไว้ด้านหลัง ขณะยิ้มดีใจที่ได้เห็นชายหนุ่ม แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเขา ก็พลันเปลี่ยนเป็นความกังวลทันที
“คายะ ฟังชั้นให้ดี! พ่อบ้านในคฤหาสน์ของเธอ คุโระ...
เขาเป็นโจรสลัด!”
อุซปรีบพูดความจริงทั้งหมดที่เพิ่งได้รู้ให้คายะฟัง “มากับชั้นก่อน เดี๋ยวชั้นจะค่อยๆ อธิบายทีหลัง!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่นายพูดอะไรน่ะ อุซป?”
คายะชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “นี่คือเรื่องเล่าวันนี้ใช่มั้ย?”
นับตั้งแต่ที่พ่อแม่ของคายะจากไป เธอก็ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า จนกระทบถึงสุขภาพร่างกาย
อุซปคือคนที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คอยวิ่งมาหาเธอพร้อมเรื่องเล่าที่โอ้อวดเกินจริง
คายะรู้ดีว่าเรื่องพวกนั้นไม่จริง บางเรื่องเธอยังจำได้ว่าอ่านจากหนังสือมาก่อนด้วยซ้ำ
แต่เธอก็ไม่เคยแฉออกไป เพียงแค่เล่นตามน้ำ บางครั้งก็หัวเราะออกมา
บางทีเพราะเรื่องมันตลก หรือไม่ก็เพียงแค่ได้เห็นหน้าชายหนุ่มผู้นั้นก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นแล้ว
แต่อุซปรู้ว่า ตอนนี้คายะคิดว่าเขากำลังแต่งเรื่องขึ้นมาอีกแล้ว
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความวิตก เสียงของเขาดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ใช่นะ คายะ! ชั้นพูดความจริง!”
ทันใดนั้นเอง เขาก็พลันนึกถึงโปสเตอร์ค่าหัวที่ไรเนอร์ให้มา แล้วรีบรนหามันจากกระเป๋าคาดเอวของตน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูห้องของคายะดังขึ้น
“คุณหนูคายะ กระผมเอง คุโระ”
“กระผมเอาอาหารกลางวันมาให้ครับ!”
ได้ยินเสียงของคุโระเข้า อุซปถึงกับแข็งค้างทันที เหงื่อเย็นๆ ผุดเต็มหน้าผาก
“ตายล่ะ อุซป!”
คายะตกใจ “นายต้องรีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าคุโระเห็นนาย เขาต้องเรียกคนมาลากนายออกไปอีกแน่!”
“ไม่!!”
อุซปมือสั่น หยิบโปสเตอร์ค่าหัวขึ้นมาจ่อหน้าเธอ
“ดูนี่สิ! ชั้นไม่ได้โกหก! มันเป็นเรื่องจริง! หนีไปกับชั้นเถอะ! เดี๋ยวชั้นอุ้มเธอกระโดดออกไปทางหน้าต่างเลย! เชื่อใจชั้นสิ คายะ!”
“ม-ไม่นะ นี่มัน...”
คายะมองใบหน้าบนโปสเตอร์อย่างตะลึงงัน
แม้จะแตกต่างกันตรงเสื้อผ้า แต่ใบหน้านั้นก็เหมือนกับคุโระไม่มีผิด!
“มันเป็นไปไม่ได้... คุโระ เขา...”
คายะรับความจริงแทบไม่ได้
พ่อบ้านผู้สุภาพ อ่อนโยน อยู่ดีๆ กลายเป็นโจรสลัดที่มีค่าหัวถึง 16 ล้านเบรี?
“คุณหนูคายะ เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”
“กระผมขอเข้าไปนะครับ”
ด้านนอกประตู คุโระสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
วันนี้เขานัดพบกับจังโก้ แต่ฝ่ายนั้นกลับไม่มาปรากฏตัว เขารู้สึกอยากฉีกจังโก้เป็นชิ้นๆ
บวกกับปฏิกิริยาของคายะ...
เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องแน่นอน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากเธอ
ถึงแม้มันอาจจะไม่สะดวกให้เขาเข้าไป แต่อย่างน้อยปกติคายะจะต้องขานตอบ
ความรู้สึกสังหรณ์เลวร้ายเริ่มก่อตัวในใจเขา
“หรือว่า...?”
“จังโก้ ไอ้สารเลวนั่น!”
คุโระผู้ได้รับฉายา “อัจฉริยะ” ในหมู่โจรสลัดเข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
ปัง!!!
จู่ๆ บานประตูก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างรุนแรง
คุโระกัดฟันแน่นเมื่อเห็นอุซปยืนอยู่ริมหน้าต่าง อุ้มคายะไว้ในอ้อมแขน กำลังเตรียมหนี
ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึนในทันใด
“ค-คุโระ!!”
อุซปและคายะร้องออกมาอย่างตระหนก
เมื่อเห็นคุโระควักถุงมือกรงเล็บยาวแหลมออกจากเสื้อแล้วสวมใส่ อุซปก็ถึงกับตัวสั่น
“ทำไม?”
คุโระกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตาไร้ความรู้สึก
“แกไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง? อย่าบอกนะว่าไอ้เศษสวะอย่างแกเล่นงานจังโก้สำเร็จ?”
“โย่! พวกชั้นเป็นคนบอกเขาเอง”
เสียงเรียบดังขึ้นจากกิ่งไม้ด้านนอกหน้าต่าง
ลูฟี่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนกิ่งไม้ พร้อมจานอาหารที่ยังกินไม่หมด
เขาคีบเนื้อใส่ปากอีกชิ้นแล้วมองคุโระด้วยสายตาสงบนิ่ง
“ชั้นเป็นคนอัดไอ้แว่นประหลาดนั่นเอง”
“แกเป็นใคร?”
“ชั้นชื่อ ลูฟี่! เป็นผู้ชายที่จะขึ้นเป็น ราชาโจรสลัด!”
“ราชาโจรสลัด? งั้นแกก็เป็นโจรสลัดเหมือนกันสินะ”
คุโระจ้องลูฟี่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก “เข้ามายุ่งทำไม? พวกเราไม่ได้มีความแค้นอะไรกันนี่ หรือว่า...”
“แค่อยากมาทำตัวเป็นฮีโร่?”
“ฮีโร่เหรอ? ไม่ใช่หรอก ชั้นบอกแล้วว่าชั้นจะเป็นราชาโจรสลัด”
“ส่วนเหตุผลน่ะนะ...”
ลูฟี่วางจานลงบนขอบหน้าต่าง กำหมัดจนดังกร๊อบ พร้อมรอยยิ้มเผยฟันขาว
“ก็แค่ชั้นไม่ชอบหน้าของแก ก็เลยมาซัดแกน่ะ! แค่นั้นเลย!”
พูดจบ ลูฟี่ก็ยืดแขนออก โอบรัดตัวอุซปกับคายะ แล้วค่อยๆ วางพวกเขาลงบนพื้นเบื้องล่าง
“อะไรกันน่ะ!!”
“แขนของเขายืดได้!!”
อุซปกับคายะจ้องมองแขนที่ยืดยาวอย่างตาค้าง
“แค่นี้น่ะเหรอ?”
ใบหน้าของคุโระเริ่มบิดเบี้ยว “แผนที่ชั้นวางไว้ถึง 3 ปี!
ทั้งหมดพังลงเพราะเหตุผลบ้าบอของแก! พังเพราะแกแค่ไม่ชอบหน้าชั้นเนี่ยนะ!?”
“แกสมควรตายแล้วโว้ยยย!!!”
คุโระคำราม พร้อมกาง “กรงเล็บสิบเล่ม” ในมือออก แสงสะท้อนจากกรงเล็บวาววับน่าขนลุก
ฟึ่บ!
ในเสี้ยววินาที ร่างของคุโระหายไปจากจุดเดิมทันที
มันคือ “ก้าวเงียบ” เทคนิคเคลื่อนที่ความเร็วสูงไร้เสียง
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าลูฟี่เสียแล้ว!
“เร็วมาก!”
ลูฟี่สะดุ้ง เขายังตั้งตัวไม่ทันจากความเร็วที่พุ่งเข้ามาอย่างสายฟ้า
ฉึ่ก!
เลือดสาดกระเซ็น เมื่อกรงเล็บสิบเล่มกรีดอกลูฟี่เป็นทางยาว
“บ้าจริง!” ลูฟี่กัดฟัน แม้จะเบี่ยงตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แต่เขาก็ยังโดนไปเต็มๆ
เขาตีลังกาถอยหลังแล้วลงมายืนบนสนามหญ้า
แต่คุโระไม่หยุด ยังพุ่งตามเข้าไปทันทีเมื่อเขาลงพื้น
กรงเล็บแหลมคมพุ่งฟาดลงมาอย่างรุนแรง!
เคร้ง!
ประกายไฟสาดกระจายกลางอากาศ
ร่างสีดำสนิทผู้มีเขี้ยวคมกริบ ปรากฏตัวรับกรงเล็บของคุโระไว้ด้วยดาบคาตานะ
“ตัวอะไรวะเนี่ย!?”
คุโระเบิกตากว้างเมื่อเห็น “ปีศาจดาบคาตานะ” เบื้องหน้า
สิ่งนี้...มันไม่ใช่มนุษย์แน่นอน!
ไอ้นี่มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว!!
ครืดดด... ครืดดด...
เสียงกลไกเสียดหูดังขึ้นอีก เมื่อมีร่างประหลาดอีกตนปรากฏตัว
รูปลักษณ์ของมันน่าสยดสยองยิ่งกว่าปีศาจดาบคาตานะอีก
ใบหน้าแทบทั้งหัวของมันคือเลื่อยกลหมุนความเร็วสูง 3 ตัว!
“กรี๊ดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องแหลมดังลั่น คายะเอามือปิดหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“หยาบคายนะ”
ไรเนอร์เดินเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมโซโลและนามิ
เมื่อเห็นคายะร้องลั่น ไรเนอร์ก็จุดบุหรี่ สูบเข้าไปเฮือกหนึ่ง แล้วพูดเสียงนิ่ง
“มีดน้อยกับเลื่อยน้อยจะเสียใจเอานะ ถ้าเธอทำแบบนี้”
“ชื่อพวกมันโคตรหลอนเลยนะยะ!”
นามิถลึงตาใส่ “ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้ง ไอ้สองตัวนี้ก็ขยะแขยงโคตรๆ!”
“ยังไงซะ นั่นก็คือเป้าหมายของพวกเราใช่มั้ย?”
โซโลชักดาบออก พลางจ้องคุโระด้วยแววตาสนใจ
“โรโรโนอา โซโล?”
คุโระหรี่ตาเล็กน้อย เขายังติดตามข่าวสารแม้อยู่เบื้องหลัง
นักล่าโจรสลัดที่โด่งดังทั่วอีสต์บลูในช่วงสองปีที่ผ่านมา นักดาบสามดาบ โซโล...เขาจำได้ดี
มองไปที่ลูฟี่ โซโล และสิ่งมีชีวิตประหลาดอีกสองตน
สีหน้าของคุโระยิ่งมืดครึ้ม “สถานการณ์แย่เอามากๆ!”
ไรเนอร์สั่งให้ปีศาจทั้งสองโอบล้อมคุโระไว้ ส่วนตัวเขายืนอยู่ด้านหลัง
เขาหยิบปืนไรเฟิลยาวจากหลังขึ้นมา แล้วเริ่มบรรจุกระสุนอย่างไม่รีบร้อน
สี่ต่อหนึ่ง?
ไม่สิ... ห้าต่อหนึ่ง!
นี่ไม่ใช่การดวลตัวต่อตัว ไม่มีใครสนใจความยุติธรรมในตอนนี้ทั้งนั้น
คุโระ! ชั้นอยากให้นายช่วยฝึกชั้นที!
จบตอน