เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 : ตงฟาง หมิงจู

บทที่ 65 : ตงฟาง หมิงจู

บทที่ 65 : ตงฟาง หมิงจู


บทที่ 65 : ตงฟาง หมิงจู

"สวัสดี​ชูโจว…นายเป็นอย่างไรบ้าง" หลิวเฉียนๆ ทักทายชูโจวด้วยรอยยิ้ม

"ฉันสบายดี" ชูโขวยิ้มเล็กน้อยและพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ของเขาในช่วงเวลานี้สั้น ๆ

"หุหุ…… ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณจะเข้าร่วมโรงยิม​ศิลป​การต่อสู้​โทมาฮอว์ก เเถมยังตั้งทีมร่วมกับพวหหลิงซานทั้งสามคนอีก"

“เห้อ….. ฉันอิจฉานายจริงๆ, นายกลายเป็นนักรบได้เร็วมาก เเต่ฉันยังต้องเรียนมหาลัยเเล้วก็ต้องทำงานหนักอีกมาก” ดวงตาของหลิวเฉียนๆแสดงความอิจฉา

"แล้วเธอล่ะ….เดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซาท์ไชน่าแล้วหรือยัง"

"ฉันอยู่ที่มหาวิทยาลัย​ศิลปะ​การต่อสู้​เซาท์​ไชน่า​มาระยะหนึ่งแล้ว…….เเถมฉันโชคดีที่ได้รับการยอมรับให้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ทรงพลังมาก เเละฉันยังพบเพื่อนมากมายที่นี่, ถ้ามีโอกาสฉันจะแนะนำให้รู้จักกับนาย"

จากเรื่องที่หลิวเฉียนเฉียนเล่าให้ฟังพูดของ ชูโจวรู้สึกได้เลยว่า…..ดูเหมือนเธอจะทำได้ดีและมีความสุขกับเส้นทางของ

“อีกสามวันจะเป็นวันเกิดของหลี่ชิงฉี, บ้านของเธออยู่ในเมืองกวาง​ตุ้งเเละฉันจะไปฉลองวันเกิดของเธอที่นั่น” ชูโจวกล่าว

เมื่อหลิวเฉียนๆได้ยินว่าชูโจวกำลังจะมาที่เมืองฐานกวางตุ้ง​ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นทันที "นายจะมาที่เมืองกวางตุ้ง​หรือ…..เยี่ยมมาก, เมื่อนายมาถึงก็อย่าลืมมาหาฉันด้วยนะ" หลิวเฉียนๆกล่าวอย่างกระตือรือร้น

“ตกลง ฉันจะไปหาคุณเมื่อถึงเวลานั้น” จากนั้นทั้งสองคุยกันสักพักก่อนจะวางสายไป

“ตืดดดดด, ตืดดดดด...” อย่างไรก็ตาม หลังจากวางสายหลิวเฉียนๆเเล้ว…..นาฬิกาสื่อสารของชูโจวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“คราวนี้ใครอีกล่ะ” นาฬิกา​สื่อสารดังสามครั้งติดต่อกัน, ชูโจวอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อย

คราวนี้เป็นภาพสามมิติของผู้อำนวยการ​เฉินปาโจวปรากฏขึ้น

“ชูโจว ฉันได้ยินมาจากเฒ่าชุยว่าคุณกำลังพยายามที่จะก้าวข้ามไปสู่ระดับ​พิเศษ, คุณทำสำเร็จหรือเปล่า” ทันทีที่เฉินปาโจวเห็นว่าชูโจวรับสายเเล้ว…… เขาก็อดใจรอไม่ไหวที่จะถามคำถามนี้

"มันประสบความสำเร็จด้วยดี" ชูโจวพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

"ประสบความสำเร็จ?" เฉินปาโจวผงะไปครู่หนึ่ง….. จากนั้นก็หัวเราะออกมา "ฮ่าๆ มันยอดเยี่ยม​มาก…….นักรบขั้นพิเศษที่มีอายุเพียง 17 ปีไม่ได้ปรากฏขั้นมาหลายปีแล้ว"

"ฉันจะรายงานสถานการณ์ของคุณไปยังสำนักงานใหญ่ระดับโลกทันที, เพื่อที่พวกเขาจะได้เตรียมเพิ่มการสนับสนุน​สำหรับอัจฉริยะ​เเบบคุณ"

“อีกอย่าง….. ถ้าคุณมีเวลา ช่วยมาหาฉันที่เมืองกวางตุ้ง​หน่อยนะ….มีบางอย่างที่ฉันอยากจะเเจ้งคุณเป็นการส่วนตัว​” หลังจากพูดจบผู้อำนวยการ​เฉินปาโจวก็วางสายไป

"ดูเหมือนว่าการเดินทางไปเมืองฐานของกวางตุ้งครั้งนี้จะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า​จริงๆ" ชูโจวยิ้มอย่างมีเลศนัย, เขาไม่คาดคิดเลยว่าการโทรสามครั้งที่ติดต่อมาที่เขาจะเกี่ยวข้องกับเมืองฐานกวางตุ้งทั้งหมด

เมื่อมีเรื่องที่ต้องทำเยอะเเบบนี้, เขาจึงตัดสินใจว่าไม่ต้องรออีกสามวันอีกเเล้ว, เเละเขาจะไปเมืองกวางตุ้ง​วันนี้เลย

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปเมืองฐานกวางตุ้งครั้งนี้, ไม่เพียงแต่ไปพบเฉินปาโจว เท่านั้น, แต่ยังไปเพื่อฉลองวันเกิดของหลี่ชิงฉีด้วย……ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมของขวัญบางอย่างติดมือไปด้วย

ชูโจวเปิดห้างสรรพสินค้านักรบ​ทันที และหลังจากเลือกอย่างระมัดระวัง​อยู่​พัก​หนึ่ง​ เขาก็เลือกกล่องชาราคาแพงชื่อ "เลือดฟีนิกซ์​" และขวดน้ำหอมแบรนด์เนมชื่อ "หลิงหลง"

ชูโจวไม่ได้รู้เรื่องชาและน้ำหอมมากนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกซื้อมันเนื่องจากราคาที่ “แพง” เท่านั้น……. กล่องชา"เลือดฟีนิกซ์" มีมูลค่า 2 ล้านเหรียญ​ และ "หลิงหลง" หนึ่งขวดมีมูลค่า 1 ล้านเหรียญ……. สำหรับคนทั่วไปเเล้ว, สิ่งเหล่านี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยทที่มีราคาแพงมาก

แน่นอนคำว่า "แพง" ในที่นี้ใช้สำหรับคนธรรมดาเท่านั้น……แต่สำหรับนักรบจะถือว่าเป็นราคาค่าเฉลี่ยเท่านั้น

แต่มันช่วยไม่ได้, เพราะชูโจวกลายเป็นคนจนอยู่ในตอนนี้, ณ เวลานี้เขามีเงินทั้งหมดเเค่เพียง 18.4 ล้านเท่านั้น…. เเละการทุ่ม 3 ล้านเพื่อซื้อของขวัญก็ถือว่าเป็นบั่นทอนเนื้อหนังเขาแล้ว

สั่งซื้อสินค้า, การชำระเงิน….. กระบวนการทั้งหมด​เสร็จสิ้นอย่างง่ายดาย, ​เเละในเวลาเพียง 15 นาที พนักงานของห้างก็จัดส่ง "เลือดฟีนิกซ์" และ "หลิงหลง" ให้กับชูโจวอย่างเรียบร้อย​

ชูโจวบอกพ่อและน้องสาวของเขาว่าเขามีบางอย่างที่ต้องไปทำที่เมืองฐานกวางตุ้ง, จากนั้นก็ออกจากบ้านไป

ขึ้นรถโดยสารประจำทาง, ขึ้นรถไฟความเร็วสูงเเละหลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง, ชูโจวก็มาถึงเมืองฐานกวางตุ้ง​โดยสวัสดิภาพ​

เมื่อเทียบกับเมืองเจียงเฉิงเเล้ว เมืองฐานกวางตุ้งนั้นเจริญกว่ามาก…. ที่นี่มีตึกสูงระฟ้าอยู่ทุกหนทุกแห่งและมีรถหรูราคาแพงทุกประเภทบินอยู่ในอากาศ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชูโจวประทับใจที่สุดคือท้องฟ้าของเมืองฐานกวางตุ้ง​นั้นมีโล่พลังงานรูปโดมขนาดใหญ่มากครอบคลุม​ไว้อยู่, นอกจากนี้ยังมีจำนวนนักรบมากกว่าในเจียงเฉิงมากมาย……. เพียงแค่ยืนอยู่นอกสถานีไม่กี่นาที, ก็พบนักรบผู้ปลุก​พลังหลายสิบคน, และรวมถึงระดับพิเศษ​สองหรือสามคนเดินผ่านเขาไป

"นี่คือเมืองฐานของมณฑลกวางตุ้ง, หนึ่งในหกเมืองฐานหลักของประเทศ​มังกร ในแง่ของจำนวนนักรบ, มันชั่งห่างไกลกับเมืองบริวารเช่นเจียงเฉิง" ชูโจวถอนหายใจ… ที่นี่คือเมืองที่มีผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนและต้องมีเสือซ่อนมังกรหมอบอยู่เต็มไปหมด

จากนั้นชูโจวก็ขึ้นรถบัสต่อ, เเลัในไม่ช้าเขาก็มาถึงโรงยิมศิลปะ​การต่อสู้​โทมาฮ​อว์ก​ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ในเขตเมืองกวางตุ้ง​

สำนักงานใหญ่ของโรงยิมโทมาฮ​อว์ก​นี้ดูคล้ายกับยานอวกาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางถนนไลหมิงซึ่งเป็นเขตที่เจริญที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง

“ผู้อำนวยการ, ผมมาแล้ว” ชูโจวที่เดินมาถึงประตูโรงยิมศิลปะ​การต่อสู้​และทำการติดต่อเฉินปาโจวในทันที

"หืมมมม…..มาเเล้วหรือ" เฉินปาโจวไม่คิดว่าชูโจวจะมาหาเขาทันทีที่เขาเเจ้งไป, ซึ่ง​สิ่งนี้ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย “เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปรับคุณขั้นมา, รอนิดนึงนะ”

หลังจากนั้นไม่นาน, หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์ม​ก็เดินออกมาจากโรงยิมศิลปะการต่อสู้โทมาฮอว์ก

“สวัสดี คุณคือนักรบชูโจวใช่ไหม, โปรดตามฉันมา”

หญิงสาวมองไปที่ชูโจวอย่างสงสัยว่าทำไมผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เฉินปาโจวถึงได้ให้ความสำคัญ​กับเด็กหนุ่มอย่างชูโจวมากนัก

เธอจึงเริ่มเดาที่มาของชูโจวอย่างลับๆ ว่าเขาอาจจะเป็นลูกหลาน​ราชวงศ์หรือบุตรชายของผู้นำสมาคมชั้นนำต่างๆ

คุณต้องรู้ก่อนว่ามีหลายครอบครัวในเมืองฐานของกวางตุ้งที่มักจะมาขอพบผู้​อำนวยการ​เฉินปาโจว……. เเต่โดยทั่วไปแล้วผู้อำนวยการ​จะปฏิเสธพวกเขาไปทั้งหมดเพราะขี้เกียจเกินไป…… ดังนั้นถ้าชูโจวไม่มีภูมิหลังที่น่าทึ่ง, เธอคงจะไม่มีทางเชื่อเลย

หญิงสาวเดินเข้ามาจากทางเข้าหลักพร้อมๆกับชูโจว, อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้พาชูโจวเข้าไปในอาคารหลักเเต่กลับพาเขาอ้อมไปทางด้านหลังและนำชูโจวมาถึงวิลล่าเดี่ยวที่หรูหราสี่หลัง

"วิลล่าเดี่ยวทั้งสี่หลังนี้เป็นที่พักของประธานและผู้อำนวยการ​ทั้งสามคนเเละผู้อำนวยการเฉินอาศัยอยู่ในวิลล่าทางขวาสุด..."

หญิงสาวอธิบายและพาชูโจวไปที่วิลล่าทางขวาสุด, ทันทีที่เขาเข้าไปในวิลล่า​ชูโจวก็เห็นเฉินปาโจวที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาและมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกับเฉินปาโจว

“ชูโจว มานี่สิ” เฉินปาโจวขอให้ชูโจวมานั่งที่ด้านข้างของเขา, จากนั้นชี้ไปที่หญิงสาวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและพูดกับชูโจวว่า

"ให้ฉันแนะนำให้คุณรู้จัก, เธอชื่อหมิงจู, เธอเป็นหนึ่งในรุ่นเยาว์​ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองฐานกวางตุ้งเเละอีกไม่นานเธอจะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนักรับขั้นผู้ควบคุม……. เเละด้วยศักยภาพของเธอ, ในอนาคต​เธอมีโอกาส​สูง​มากที่จะกลายเป็นมหาอำนาจระดับราชา"

“ผู้อำนวยการ​เฉิน, คุณประเมินค่าฉันสูงเกินไป ฉันมั่นใจว่าฉันจะสามารถ​เลื่อนขั้นเป็นนักรบระดับ​ปรมาจารย์ได้…...แต่สำหรับระดับราชา, ฉันยังห่างไกลอยู่มาก” หมิงจูกล่าวอย่างถ่อมตน

หมิงจูที่เห็นเฉินปาโจวปฏิบัติต่อชูโจวด้วยท่าทีสนิทสนม​เช่นนี้…… เธอก็รู้สึกตกใจมาก, เธอไม่เคยเห็นเฉินปาโจวปฏิบัติต่อใครเช่นนี้มาก่อน

“สวัสดี, ผมชื่อชูโจว” ชูโจวทักทายหมิงจูอย่างสุภาพ

พี่สาวหมิงจูที่อยู่ต่อหน้าเขานี้, น่าจะมีอายุประมาณยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี มีรูปร่างเพรียว​บาง, มีดวงตาที่สวยงามรวมทั้ง​เสน่ห์ที่ยากจะพรรณนา

"สวัสดี, ดูเหมือนว่าคุณจะอายุน้อยกว่าฉัน ต่อจากนี้ไปเรียกฉันว่าพี่สาวหมิงจูก็ได้…….ฉันไม่ได้อวดนะ, เเต่ฉันค่อนข้าง​กว้างขวาง​ในเมืองฐานกวางตุ้งเเห่งนี้, ดังนั้น​หากต้องการความช่วยเหลือในอนาคต ก็แค่ติดต่อฉันมา” หมิวจูดูใจดีกับชูวโจวมากและหลังจากนั้น​เธอก็แลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกับชูโจว

“ฮ่าฮ่าฮ่า หมิงจู, การตีสนิท​กับชูโจวเเบบนี้​ถือว่าคุณทำถูกต้อง​แล้ว…….. ชูโจวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา, หากไม่มีอะไรผิดพลาด, เขาจะเป็นเทพนักรบคนใหม่ของโรงยิมศิลปะการต่อสู้โทมาฮอว์กของเรา”

อะไรนะ! หนุ่มน้อยตรงหน้านี้จะกลายเป็นเทพนักรบของมนุษยชาติ​ในอนาคต?

เมื่อได้ยินความคาดหวัง​ของเฉินปาโจวที่มีต่อชูโจว, หมิงจูก็ตกตะลึง

เทพนักรบ, คือร่างที่ยืนอยู่บนยอดพีระมิดของมนุษย์…. หลายคนในโลกนี้รู้จักกันในชื่อผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งและมีไม่กี่คนที่จะสามารถกลายเป็นเทพนักรบของมนุษยชาติ​ได้?

หมิงจูรู้ว่าเฉินปาโจวไม่ใช่คนที่จะพูดอย่างไม่มีเหตุผล, ดังนั้น​ถ้าเฉินปาโจวพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีศักยภาพเช่นนั้นอย่างแน่นอน

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ดวงตาของหมิงจูก็สว่าง​ขึ้น, จริงอย่างที่เฉินปาโจวพูด การได้ทำความรู้จัก​กับชายหนุ่มอย่างชูโจวที่มีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นเทพนักรบของมนุษยชาติ ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเธอหรือแม้แต่ครอบครัวตงฟางที่อยู่เบื้องหลังเธอ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หมิงจูจึงตัดสินใจผูกมิตรกับชูโจวให้มากขึ้น​

“ชูโจว คุณไม่ได้เป็นคนของเมืองฐานกวางตุ้งใช่ใหม” หมิงจูถามด้วยความสงสัย, เพราะ​หากชูโจวอยู่ที่เมืองฐานกวางตุ้ง มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไม่เคยพบเขา

“ฉันมาจากเจียงเฉิง” ชูโจวกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนี้, หมิงจูก็ตกตะลึง​ทันที……..เธอไม่เคยคิดเลยว่าเมืองบริวารอย่างเจียงเฉิงจะสามารถให้กำเนิดสัตว์ประหลาดอย่างชูโจวได้

อย่างไรก็ตาม, เมื่อชูโจวมากจากเจียงเฉิง…มันก็ดีสำหรับเธอในการหาช่องทางทำความรู้จักกับชูโจวเพิ่มเติม​

"ชูโจว, นี่อาจเป็นครั้งแรกที่คุณมาถึงเมืองฐานกวางตุ้ง พี่สาวอย่างฉันคุ้นเคยกับเมืองฐานกวางตุ้งมาก ทำไมไม่ให้ฉันพาทัวร์รอบๆล่ะ?”

“อะแฮ่ม... หมิงจู, วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับชูโจว……. วันหลังเธอค่อยพาเขาไปก็ได้” ก่อนที่ชูโจวจะได้พูดอะไรเฉินปาโจวก็ขัดจังหวะเสียก่อน

"ตกลง ผู้อำนวยการ​เฉิน, ชูโจววันนี้ฉันกลับก่อน​นะ​"

หมิงจูเป็นคน​ประเภท​รู้วิธีรุกและวิธีถอย, เมื่อเธอได้ยินคำพูดของเฉินปาโจว เธอก็ไม่เเสดงท่าที​ไม่พอใจ, จากนั้นลุกขึ้นยืนทันทีเพื่อกล่าวคำอำลาและเดินออกไปอย่างช้าๆ

เมื่อมองไปที่ร่างของหมิงจูที่กำลังเดินออกไป…….ชูโจวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ค่อนข้าง​ "น่าดึงดูด" ที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยพบในโลกนี้

……………………..

จบบทที่ บทที่ 65 : ตงฟาง หมิงจู

คัดลอกลิงก์แล้ว