เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 : หน่วยไวเปอร์

บทที่ 48 : หน่วยไวเปอร์

บทที่ 48 : หน่วยไวเปอร์


บทที่ 48 : หน่วยไวเปอร์

ในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า…… ร่างของแมวเสือดาว​เขาเดียวจมกองเลือดเเละได้สูญเสียพลังชีวิตทั้งหมดไป

พวกชูโจวทั้งสี่มองหน้ากันแล้วยิ้ม… การต่อสู้​ครั้งนี้เป็นความร่วมมือที่ค่อนข้าง​สมบูรณ์​แบบ…….ชูโจวและหลิงซานรับผิดชอบการโจมตี​หลัก, ซีเหมิงเป็นโล่มนุษย์​รับหน้าที่​ป้องกัน, ส่วนหลี่ชิง​ฉี​คอยก่อกวนและขัดจังหวะ​แมวเสือดาวเขาเดียว...

เมื่อพวกเขาร่วมมือกัน พวกเขาสามารถ​จัดการ​แมวเสือดาวมีเขาเดียวได้โดยที่พวกเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลยเเละนี่คือพลังของทีม

หากเปลี่ยนเป็นชูโจวคนเดียว​ที่ต้องการฆ่าแมวเสือดาวเขาเดียว แม้ว่าเขาจะทำสำเร็จ เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่มากก็น้อย, ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าแมวเสือดาว​เขาเดียวต้องการหนีมันก็ยากสำหรับเขาที่จะหยุดมันโดยลำพัง

“ปิ้งเนื้อมันกันดีกว่า” ชูโจวยิ้มและหยิบดาบฟันมังกรออกมาทันที ขั้นแรกถอดเขาของแมวเสือดาวเขา​เดียว​ออกมาใส่ไว้ในกระเป๋าจากนั้นหั่นเนื้อชิ้นใหญ่และเริ่มทำอาหารบาร์บีคิว

"สนามพลังของฉันสามารถเข้าถึงระดับ 25 เเล้ว….. ยังเหลืออีก 5 คะแนนจากนั้นฉันสามารถก้าวไปสู่นักรบ​ผู้ปลุก​พลัง​ขั้นสูงได้"

ในขณะที่กินเนื้อชูโจวก็ถือโอกาสดูสนามพลังของเขา, หลังจากเทคนิค​การหายใจพื้นฐานพัฒนา​ไปถึงระดับ A ประสิทธิภาพในการดูดซับพลังงานจักรวาลของเขาก็สูงกว่าผู้ตื่นแล้วเกือบหกเท่า, นอกจากนี้ในตอนที่เขาฝึกฝน​ขั้นแรกของ 'ร่างไทเทเนียม​ทองคำ' ได้สำเร็จการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเขายังส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของสนามพลังอย่างมากทำให้ในตอนนี้สนามพลังของเขาก็พัฒนา​ไปถึงระดับ 25 ไดด้อย่างน่าประทับใจ

…….

“น่าจะอีกสิบวัน….. ไม่ซิ บางทีมันอาจจะใช้เวลาไม่ถึงสิบวันที่สนามพลังของฉันอาจจะพัฒนา​ไปถึงระดับ 30 ได้” ชูโจวทำการคำนวณ​การพัฒ​นาของตนในใจ

เเละหลังจากทำบาร์บีคิวเสร็จเเล้วชูโจวก็แล่เนื้อแมวเสือดาวเขาเดียวบรรจุในถุงเก็บความสดใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทางกันต่อ

……

ครึ่งวันต่อมา ปรากฏ​ซากเมืองขนาดใหญ่ที่ดึงดูดสายตาของชูโจวและคนอื่นๆ

ข้างหน้าพวกเขาคืออาคารยุคเก่าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเเละเมื่อรวมกับต้นไม้ขนาดยักษ์จำนวนนับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นรอบๆมันกลับปรากฏ​เป็นฉากที่สวยงามเเละไม่เหมือนใคร

"นี่คือเมืองร้างในสมัยก่อนหรือ,มันน่าทึ่งจริงๆ สิ่งที่เห็นในอินเทอร์เน็ตนั้นสมจริงน้อยกว่าที่เห็นในตอนนี้มาก" หลี่ชิงฉีกระโดดขึ้นไปบนซากรถบัส มองดูเมืองที่อยู่ตรงหน้าและพึมพำกับตัวเอง

"นี่คืออารยธรรมที่มนุษย์เราเคยสร้างขึ้น, น่าเสียดายที่ตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพังและเป็นที่พักพิงของมอนส​เตอร์​จำนวนนับไม่ถ้วนไปแล้ว" ซิเหมิงถอนหายใจเบาๆ

"ทุกคนระวังตัวด้วย….ตอนนี้เราได้เข้าสู่ขอบเขตของเมืองร้างหมายเลข 0504 แล้ว ….จำนวนของมอนส​เตอร์​ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้มีจำนวนมากกว่าที่อาศัยอยู่ในป่า และพวกมันก็มีพลังมากกว่าด้วย" ชูโจวกล่าวเตือน

…..

สงครามระหว่างมนุษย์และมอนสเตอร์นั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก

ในช่วงแรกมอนสเตอร์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า แต่เมื่อสงครามระหว่างมนุษย์และมอนส​เตอร์​เริ่มต้น​ขึ้น, มอนสเตอร์​จำนวนมากก็ค่อยๆ ถูกค้นพบ

ในตอนที่มอนส​เตอร์​อาศัยอยู่ในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า พวกมันสามารถ​ถูกกำจัดเป็นชิ้นๆ อย่างง่ายดายด้วยปืนของมนุษย์….. แต่หลังจากที่พวกมันเริ่มยึดเเละอาศัยอยู่ในเมืองที่ยึดได้จากมนุษย์… จากนั้นมันก็เริ่มจะไม่ง่ายเลยที่มนุษย์จะยิงปืนใส่พวกมันเพราะพวกมันเริ่มมีที่กำบัง​

เเละเมื่อกองทัพมนุษย์ต้องการกวาดล้าง​มอนส​เตอร์​ต่อไป พวกเขาจำเป็นต้อง​เข้าสู่เมืองที่มอนส​เตอร์​ยึดครอง​อยู่ หลังจากนั้นมันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกลอบโจมตี​หรือตกอยู่ในการถูกล้อมจากมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วน

เมื่อการโจมตีมอนสเตอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองร้างไม่ได้ผล…. ในเวลาต่อมามนุษย์จึงใช้วิธียิงขีปนาวุธเพื่อทำความสะอาด​เมืองที่ถูกมอนส​เตอร์​ยึดครอง​ไป

วิธีนี้ใช้ได้ผล…..เเต่มันได้ผลเเค่ในช่วงเเรกเพราะเหล่ามอนสเตอร์ไม่ใช่สัตว์ป่าที่ไม่มีสมอง, โดยเฉพาะมอนสเตอร์ระดับสูง… ความฉลาดของพวกมันไม่ได้แย่ไปกว่าอัจฉริยะ​ของมนุษย์เลย

มนุษย์สามารถใช้ขีปนาวุธ​ในการกวาดล้างเมืองที่ถูกมอนส​เตอร์​ยึดครอง​ได้ เหล่ามอนส​เตอร์​ก็จะปล่อยกองทัพมอนส​เตอร์​ที่น่าสะพรึงกลัวออกมาโจมตีเมืองมนุษย์ได้เช่นกัน….ด้วยวิธีเเบบนี้,สงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์​ในยุค​ก่อน อาจกล่าวได้ว่าน่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง

ในเวลาต่อมาทั้งสองฝ่ายต่างไม่สามารถแบกรับความสูญเสียดังกล่าวได้ ดังนั้นผู้นำมนุษย์ได้ทำการเจรจากับราชามอนส​เตอร์และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในที่สุด

มนุษย์ไม่สามารถ​ยิงขีปนาวุธ​ใส่เมืองที่มีมอนส​เตอร์​อาศัยอยู่ได้ง่ายๆ เเละฝั่งมอนส​เตอร์​ก็ไม่สามารถปล่อยกองทัพ​มอนส​เตอร์​มาโจมตี​เมืองมนุษย์ได้อย่างง่ายๆเช่นกัน…….แน่นอนว่านี่เป็น​ข้อตกลงที่ไม่สามารถ​ทำให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามได้อย่างสมบูรณ์

เพราะเมื่อมนุษย์พบว่าบางครั้งมอนส​เตอร์​ที่รวมตัวกันในเมืองบางเมืองนั้นน่ากลัวเกินไป พวกเขาจะยังคงทำการโจมตีด้วยขีปนาวุธ​อยู่ดีเเละในทำนองเดียวกันฝั่งราชามอนส​เตอร์​ก็จะปล่อยกองทัพ​ออกมาเป็นครั้งคราว

ทั้งสองฝ่ายพยายาม​จะรักษาสมดุลนี้ไว้เเต่สำหรับการต่อสู้เล็กๆนั้น…… พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้มากขนาดนั้น, เเละหลังจากการเกิดขึ้นของข้อตกลงนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่จึงพึ่งพาทีมนักรบที่ทรงพลังในการกวาดล้างมอนสเตอร์ในเมืองร้างที่อาจเป็นอันตราย​ต่อ​มนุษยชาติ

……………

"ตามข้อมูลที่ฉันรวบรวมจากฟอรัมนักรบ มีคนค้นพบฝูงสุนัขหางแมงป่องทางทิศตะวันตกของเมือง" หลี่ชิงฉีกระโดดลงจากซากรถบัสและบอก​กับคนอื่นๆ

“ถ้าอย่างนั้น เรามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของเมืองกันเถอะ” ชูโจวนำทั้งสามคนไปทางทิศตะวันตกของเมืองร้าง, อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้เพียงไม่ถึง 500 เมตร, พวกเขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดดังมาจากด้านหน้า

ในไม่ช้าพวกชูโจวทั้งสี่ก็เห็นทีมนักรบอีกทีมหนึ่ง…..ทีมนักรบนี้มีกันห้าคนเเละพวกเขาเพิ่งล่าฝูงกระทิงเขาเหล็กสำเร็จ​ทำให้รอบๆบริเวณ​เต็มไปด้วยซากศพของกระทิงเขาเหล็กเจ็ดหรือแปดตัว

"นั่นใคร" ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนอย่างเย็นชาจากชายที่มีผ้าปิดตาสีดำที่ตาข้างซ้ายและสวมแขนกลที่มือขวา

"ต้องการขโมยเหยื่อของพวกเราหรือ?" ชายอีกคนเย้ยหยันพร้อมๆกับชี้ไปที่ชูโจวและคนอื่นๆ ด้วยปืนสไนเปอร์​

ส่วนอีกสามคนที่เหลือมองที่พวกของชูโจวด้วยท่าทางอาฆาตราวกับว่าพวกเขาพร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ

……

"สถานการณ์​ไม่ดีเลย พวกเขาเพิ่งฆ่ากระทิงเขาเหล็กเสร็จและเราก็ปรากฏตัวขึ้น...ฉันเกรงว่าพวกเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเรากำลังจะเเย่งเหยื่อของพวกเขา" ขณะที่หลี่ชิงฉีพูดเเบบนี้ สีหน้าของชูโจวและคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาออกล่าในถิ่นทุรกันดาร แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎที่ไม่ได้เป็นทางการ​ในการล่ามอนส​เตอร์​จากฟอรัมนักรบ…… คือคุณไม่ควรปรากฏตัวเมื่อทีมอื่นเพิ่งล่ามอนส​เตอร์​เสร็จ, มิฉะนั้นจะถูกเข้าใจผิดว่าต้องการเเย่งเหยื่อของอีกฝ่ายและจะถูกอีกฝ่ายตรงโจมตีอย่างไร้ความปราณี

ส่วนเหตุผลที่กฎที่ไม่เป็นทางการ​นี้เกิดขึ้น …….อันที่จริงก็เป็นเพราะมีการฉกเหยื่อมากเกินไป,มนุษย์เป็นสัตว์ที่ซับซ้อน เมื่ออยู่ในเมืองมนุษย์ย่อมถูกผูกมัดด้วยกฎหมายมากมาย, แต่ในพื้นที่ทุรกันดาร...มันเป็นสถานที่ที่ไร้ซึ่ง​กฎหมายเเละอะไรก็เกิดขึ้นได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดิมพันมันสูงพอ มนุษย์ด้วยกันเองอาจจะอันตรายมากกว่าเหล่ามอนส​เตอร์​เสียอีก….ดังนั้นในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจึงเกิดกฎที่ไม่เป็นทางการ​มากมาย​เเละหากคุณไม่ใส่ใจกับกฎเหล่านี้ คุณก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจนำไปสู่ความตายได้ง่ายๆเลย

"อ้อมไปกันเถอะ" ชูโจวพาทั้งสามคนถอยห่างออกมาหลายสิบเมตรอย่างช้าๆ แล้วจากไปอีกทางหนึ่ง

ฝ่ายตรงข้ามทั้งห้าคนที่เห็นพวกชูโจวและคนอื่นๆจากไป ก็รู้เเล้วว่าเป็นการเข้าใจผิด พวกเขาจึงไม่ได้เลือกที่จะทำอะไรกับพวกของชูโจว

"สี่คนนี้ตอนนี้ดูเด็กมาก เหมือนว่าจะเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่เพิ่งจบการศึกษา... ฮิฮิ มือใหม่ทั้งสี่กล้าที่จะจัดตั้งทีมนักรบและมาที่เมืองร้างเพื่อล่ามอนส​เตอร์​...อยู่ได้ไม่นานหรอก” ซุนหลงมือสไนเปอร์​หัวเราะเยาะ

“ฉันว่าคืนนี้ไม่รอดแน่” ลู่จุนพูดอย่างดูถูก

"ชายที่ถือดาบเมื่อกี้….เหมือนฉันจะเคยเห็นมันที่ไหนสักแห่ง" กัปตันทีมลู่หวู่พึมพำ​ขณะที่บีบคางด้วยมือขวาพร้อมขมวดคิ้ว​

"กัปตัน เมื่อ 'คนขายเนื้อจินจิงหวู​ติดต่อคุณมาเมื่อวานนี้เเล้วเขาส่งรูปถ่ายให้คุณ, คนในรูปนั้นดูเหมือนจะเป็นชายหนุ่มที่พึ่งจากไปหรือเปล่า" ทันใดนั้นสมาชิกในทีมคนหนึ่งก็เตือนลู่หวู่

“ชูโจว…..ใช่แล้วคนเมื่อกี้คือชูโจว” ดวงตาข้างเดียวของลู่หวู่เป็นประกาย

"ฮิฮิฮิ…. ฉันไม่คิดเลยว่าจะโชคดีขนาดนี้….. ทุกคนเตรียมทำธุรกิจใหญ่" ลู่หวู่ยิ้มอย่างน่ากลัว

"ธุรกิจใหญ่หรอ?" ซุนหลง, ลู่จุน, และคนอื่นๆต่างก็มองไปที่ลู่หวู่ด้วยความประหลาดใจ….. ทีมไวเปอร์​ของพวกเขามีธุรกิจที่หลากหลายมาโดยตลอด, นอกจากการล่ามอนสเตอร์ตามปกติแล้วพวกเขายังทำงานนักฆ่านอกเวลาเป็นครั้งคราวอีกด้วย อีกทั้งเมื่อเห็นทีมนักรบทีมอื่นออกล่าและมอนส​เตอร์​ที่มีค่ามหาศาล พวกเขาก็ไม่ปฏิเสธการกลายเป็นโจร……สรุปแล้วตราบใดที่เงินมากพอ ทีมของพวกเขาก็สามารถทำทุกอย่างได้

อย่างไรก็ตามสำหรับทีมไวเปอร์​ของพวกเขาธุรกิจที่มีมูลค่า 10 ถึง 20 ล้านถือว่าเป็นธุรกิจ​ธรรมดาเท่านั้น…. ถ้าจะขึ้นชื่อว่าธุรกิจใหญ่ก็ต้องมีเงินเกิน 100 ล้านขึ้นไป

….

หลังเเจ้งคนในทีมเเล้ว ลู่หวู่ก็ทำการติดต่อจินจิงหวูโดยตรง

"จินจิงหวู" นายติดต่อฉันมาเมื่อสามวันที่แล้วและบอกว่าถ้าเจอคนในรูปให้แจ้งนายทันทีใช่ใหม"

"ลู่หวู่" เเกเห็นชูโจวใช่ใหม….บอกมาว่ามันอยู่ที่ไหนเเล้วฉันจะให้รางวัล 10 ล้านเหรียญ" จินจิงหวูพูดอย่างรวดเร็ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า จินจิงหวู, เเกคงประเมินความอยากอาหารของฉันต่ำเกินไป…. 10 ล้านไม่พอสำหรับฉันหรอก” ลู่หวู่ยิ้มอย่างร้ายกาจ

จินจิงหยูหยุดเล็กน้อยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "แล้วเเกต้องการเท่าไร"

“300 ล้านเเล้วฉันจะช่วยเเกกำจัดเขา” ลู่หวู่เปิดปากของเขาและบอกราคา

"300 ล้าน?..... ฆ่าผู้ปลุกพลัวที่พึ่ง​ตื่นขึ้นเเต่แกกล้าที่จะเรียกเงิน 300 ล้านหรอ, แกจะบ้าเหรอ" จินจิงหวูคำราม

"100 ล้าน….ถ้าเเกตกลงก็ทำเลย,เเต่ถ้าเเกไม่เอาฉันจะหาเด็กนั่นเอง"

“100 ล้านก็ 100 ล้าน…. ธุรกิจนี้ฉันทำ” ลู่หวู่ตกลงตามข้อเสนอของจินจิงหวู

100 ล้านถือว่าไม่เลวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป้าหมายที่จะถูกฆ่าคือผู้ปลุกพลังระดับต่ำเท่านั้น…. ในเมืองร้างนี้, การตามล่าผู้เยาว์ที่พึ่งปลุก​พลังนั้นง่ายมากสำหรับทีมไวเปอร์​ของพวกเขา

"จินจิงหวู, รอฟังข่าวดีเเละเตรียมโอนเงิน" ลู่หวู่พูดจบก็ตัดการติดต่อจากนั้นหันมาพูดกับสมาชิกในทีมทั้งสี่

“พี่น้อง ธุรกิจขนาดใหญ่​อยู่ที่นี่แล้ว, ฆ่ามือใหม่สี่คนก่อนหน้าแล้ว'จินจิงหวู'จะให้เงินเรา 100 ล้าน”

“ฮ่าฮ่าฮ่า กัปตันแค่ฆ่ามือใหม่สี่คน… แค่นี้ก็ได้ 100 ล้านแล้วหรอ, ธุรกิจนี้ง่ายมาก”

"ใช่ มันง่ายมากเราไม่ได้รับธุรกิจที่ง่ายเช่นนี้มานานแล้ว"

"เอาล่ะ ลงมือกันเลย…..มากำจัดพวกเขาให้เร็วที่สุดและรับเงินนี้กัน" หลังจากลู่หวู่พูดจบ เขาก็พาสมาชิกในทีมสี่คนพุ่งไปในทิศทางที่ชูโจวและคนอื่นๆ ออกไป

…..

ณ ถนนเล็กๆในเมืองร้าง

ชูโจวและคนอื่นๆ กำลังเดินผ่านซากปรักหักพังอย่างระมัดระวัง

“จือโจว ฉันจำทีมนักรบเมื่อกี้นี้​นี้ได้เเล้วหัวหน้าทีมนักรบนั้นสวมผ้าปิดตาและมีแขนกล…. เขาน่าจะเป็นลู่หวู่ผู้ฉาวโฉ่”

“เเละทีมเมื่อกี้คือทีมไวเปอร์​” หลี่ชิงฉีพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"ทีมไวเปอร์, ลู่หวู่…ชายคนนี้ดูเหมือนจะมีชื่อเสียงที่ไม่ดี" ซีเหมิงขมวดคิ้ว

"ยิ่งกว่าไม่ดีอีก….. ลู่หวู่และทีมไวเปอร์​ของเขา ฉันได้ยินมาว่าพวกมันมักจะฉกเหยื่อของทีมนักรบอื่น ๆ และยังแอบฆ่านักรบในถิ่นทุรกันดารมาเเล้วหลายครั้ง..."

"ชื่อเสียงของทีมไวเปอร์​นั้นแย่พอๆกับทีมเงาโลหิต​ของจินจิงหวูเลย….โชคดีที่เราไม่ได้ขัดแย้งกับพวกเขา ไม่เช่นนั้นเราจะมีปัญหาใหญ่ไปแล้ว” ใบหน้าของหลี่ชิงฉีแสดงร่องรอยของความกลัวออกมา

ด้านชูโจวเขาไม่ได้ให้ความสถกับทีมไวเปอร์​มากเกินไป มันแค่ทางผ่านและไม่มีความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย, ทั้งสองทีมจึงไม่มีเหตุผล​ต้องต่อสู้​กัน

ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยใบมีด​ของพวกเขาสามารถรวมพลังกันเพื่อตามล่านักรบมอนส​เตอร์​ระดับสูงได้, ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวที่จะต้องสู้กับนักรบคนอื่น

"ไปกันเถอะ ทางตะวันตกของเมืองอยู่ที่นี่เเล้ว, เราควรจะหาที่สูงๆ แล้วใช้กล้องส่องเพื่อหาที่อยู่ของสุนัขหางแมงป่อง"

หลังจากที่ชูโจวกล่าว เขาก็พาคนอื่นๆไปยังอาคารสูงที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ยักษ์

………………………

จบบทที่ บทที่ 48 : หน่วยไวเปอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว