เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 132 - ทีมรีไวเวิร์ล (6)

บทที่ 132 - ทีมรีไวเวิร์ล (6)

บทที่ 132 - ทีมรีไวเวิร์ล (6)


บทที่ 132 - ทีมรีไวเวิร์ล (6)

[ปาตี้ของคุณได้มีสิทธิก่อนสำหรับเหตุการการจู่โจม หากไม่ต้องการจะเปยเผยตัวตน นักสำรวจดันเจี้ยนคนอื่นๆจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนจนกว่าจะถึงเวลา 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น]

"อะไรนะ? เหตุการการจู่โจมโผล่ขึ้นมาในพื้นที่ดันเจี้ยนได้ยังไง?"

"เหตุการการจู่โจมไม่ใช่ว่าจะโผล่ออกมาเฉพาะเมื่อเราเคลียร์เหตุการดันเจี้ยนหรอกหรอ! พวกเราอาจจะได้เจอกับเงื่อนไขบางอย่างเข้าแล้ว"

ในช่วงฝนตกหนักนี้เสียงของฮวาหยาก็ยังส่งมาถึงฉันได้อย่างชัดเจน ยังไงก็ตามมันไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องการจะได้ยิน

จากนักสำรวจบนโลกอีกคนที่สามารถจะมาช่วยได้ในทันทีก็คือพ่อ ยังไงก็ตามพวกเรากำลังเผชิญหน้ากับบอสมอนสเตอร์ระดับ SS+ ที่ต้องใช้คน 100 คน ฉันควรจะจัดลำดับความสำคัญด้วยการวิ่งหนีไปดีไหมนะ? หรือว่าฉันควรจะเรียกพ่อ?

[ชินให้มันเปิดเผยต่อสาธารณะในทันทีเลย! สุมิเระจะมาช่วย!]

[สุมิเระ!? เธอไม่แข็ง...]

[เธอเป็นระดับทอง]

ทอง!? เธอไม่สามารถจะปืนไปที่ชั้นที่ 20 ได้ใน 2 ปี แต่ว่าเธอกลับสามารถจะปืนไปมากกว่า 30 ชั้นได้ภายในครึ่งปี!? นั่นมัน...เหมือนกันฉัน! เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!?

ฉันได้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ว่าในไม่ช้าฉันก็ทำให้เหตุการการจู่โจมกลายเป็นแบบสาธารณะ ในตอนที่ฉันได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ่อก็น่าจะต้องการมาและตายมากกว่าที่จะไม่ทำอะไรเลยเมื่อลูกชายของเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายแบบนี้

ในขณะเดียวกัน เดรกนั่นก็ได้ลงมาบนพื้นทำให้พื้นสั่นสะเทือน มันไม่มีปีกเหมือนกับไวเวิร์นและร่างกายของมันก็คล้ายกับหมูป่าเหล็กยักษ์ที่โผล่มาในกวางโจว มันมีขาที่อวบอ้วนและเล็บหน้าที่แหลมคบ นอกจากนี้อุ้งเท้าหน้าของมันก็ดูเหมือนว่าจะสามารถเอื้อมไปได้หลายเมตรในท้องฟ้า มานาจำนวนมหาศาลได้ถูกปล่อยออกมาจนทำให้หายใจไม่ออก มันดูแข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจที่ฉันพบในทวีปลูก้า

"หันเฮลิคอปเตอร์ไป"

ฉันได้ตะโกนออกมา

"พวกเราไม่สามารถจะสู้กับเจ้านั่นบนเฮลิคอปเตอร์ได้"

นักบินได้หันหัวเฮลิคอปเตอร์ไปในทันทียังไงก็ตามเดรกมันก็ดูเหมือนว่าจะเล็งมาที่พวกเราอยู่แล้ว ในขณะนั้นมันได้เปิดปากและปล่อยไฟเข้าใส่พวกเรา แม้ว่าฝนจะตกหนักก็ไม่ได้ทำให้เปลวเพลิงยักษ์สีส้นดูอ่อนแอเลยแม้แต่นิดและมันได้พุ่งเข้ามาทางเฮลิคอปเตอร์เหมือนกับเลเซอร์

"ชิ ฉันจัดการเอง"

จากนั้นฮวาหยาก็ได้เดาะลิ้นและกระโดดออกไปจากเฮลิคอปเตอร์ ในขณะนั้นเธอก็ได้บินขึ้นด้วยพลังของเธอทำให้เธอสามารถจะต่อสู้กับเดรกบนอากาศได้ แม้ว่ามันอาจจะโอเคถ้าเดรกนั้นมุ่งเน้ไปที่การโจมตีด้วยเวทย์ แต่ว่าถ้ามันใช้การโจมตีทางกายภาพมันก็จะยากที่ฮวาหยาจะรับมือกับมันเพียงลำพัง ด้วยเหตุนี้เธอจึงอยู่แต่บนเฮลิคอปเตอร์จนถึงตอนนี้

เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยเตรียมตัวที่จะกระโดดออกไปเช่นกัน เมื่อมองย้อนกลับไปที่เยอึนและรูเดียฉันได้พูดขึ้น

[เจ้านั่นมันแข็งแกร่งมาก พวกเราสามารถจะหนีไปที่ดันเจี้ยนได้ตลอดเวลาถ้ามันอันตราย แต่ว่ามันก็ยังมีโอกาสที่จะมีอะไรผิดพลาดได้ ฉันจะไม่บังคับพวกเธอ แต่ว่า...]

"พอแล้ว"

"ฉันมั่นใจว่าฉันสามารถจะหนีไปได้ตลอดถ้ามันอันตราย"

นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้แล้วว่าเธอจะพูด มันไม่มีทางที่รูเดียจะทิ้งฉันไว้และหนีไป แล้วก็เยอึนที่เสพติดการล่ามอนสเตอร์ ปัญหาก็คือเธอประมาทเกินไปกับชีวิตของเธอ

"ฉันจะพูดให้มันชัดเจนนะ พวกเธอไม่จำเป็นจะต้องมาเสี่ยงชีวิตที่นี่ ถ้ามันอันตรา ฉันก็จะจับพวกเธอไว้และใช้ย้อนกลับเข้าใจนะ?"

"อือ"

"เข้าใจแล้ว"

ดวงตาของพวกเธอได้ส่องประกายด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันหวังว่าไม่ใช่เพราะว่าฉันจะกอดพวกเธอหรอกนะ! มันไม่ใช่เวลาที่จะมาผ่อนคลายกับเรื่องแบบนั้น

"ฟู่ โอเค ฉันจะไปแล้วนะ ธาเลเรีย"

ฉันได้เรียกธาเลเรียและกระโดดออกไป ฮวาหยาได้ป้องกันการโจมตีของเดรกด้วยพลังของเธอ ปลายนิ้วมือของเธอมีวงแหวนที่มีไฟลุกขึ้นและดูดไฟทั้งหมดที่เดรกได้ปล่อยออกมา จะต้องขอบคุณเธอที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ของเราปลอดภัย

"มาสู้กับฉีนนี่เจ้าจิ้งเหลน! แกไม่สามารถสัมผัสฉันได้แต่ปลายนิ้วแน่ด้วยไฟของแกน่ะ"

ฮวาหยาได้ตะโกนออกไปอย่างมั่นใจกลางอากาศ เมื่อฉันมองไปที่เธอก็ทำให้ฉันนึกถึงวิดีโอที่เธอได้ฆ่าไวเวิร์นที่โผล่ขึ้นในปูซาน ฉันคิดว่าเธอดูเท่และหลังจากนั้นก็อิจฉาเธอ แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังจะต่อสู้เคียงไหล่กับเธอ ฉันอดไม่ได้ที่จะขยับไปใกล้ขึ้น

ฮวาหยาได้วิ่งออกไปต้องสู้กับเดรกโดยที่ไม่ลังเลแม้ว่าจะได้ยินว่ามันมีระดับ SS+ เธอไม่ใช่คนที่จะประมาท มันเป็นเพราะความคิดที่เข็มแข็งของเธอมันทำให้เธอไม่สามารถจะถอยได้ในการเผชิญหน้ากับศัตรูจองเธอ มันเป็นไปได้ว่าเพราะเธอได้เชื่อมันในตัวเองว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกซึ่งจะไม่ได้รับอนุญาตให้แพ้ เมื่อคิดได้ว่าเธอเท่แค่ไหน ฉันก็ยังคิดว่าฉันก็ควรจะทำแบบเธอ

การทำเช่นนั้น ฉันก็มีบางอย่างที่จะต้องทำ

"เข้ามาหาฉันนี่เจ้าจิ้งจกห่าราก พวกแกทุกตัวเข้ามาเลย!"

[คุณได้เชี่ยวชาญทักษะยั่วยุระดับกลาง! การยั่วยุจะได้ซึมเข้าสู่จิตวิญญาณของคุณ คุณสามารถจะยั่วยุมอนสเตอร์ที่หูหนวกได้!]

[คุณได้เรียนรู้ทักษะยั่วยุระดับสูง สิ่งที่ดำรงอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับคุณจะไม่สามารถหลบการยั่วยุของคุณได้ มอนสเตอร์ที่อ่อนแอก็อาจจะตายจากการที่จิตวิญญาณพวกเขาได้ถูกจัดการด้วยการยั่วยุของคุณ]

การยั่วยุของฉันได้แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ดันเจี้ยนโดยที่ไม่มีอะไรหยุดได้ มันแม้กระทั่งดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ใช้พลังที่กำลังตื่นตระหนกจากการปรากฏตัวของเฟรมเดรก และบอสไวเวิร์น มันได้ทำให้พวกเขาสงบลงจากความสับสนอย่างฉับพลัน

ยังไงก็ตามผู้ที่ฉันต้องการจะเรียกมาก็คือไวเวิร์นธรรมดา!

[ก๊าซซซซซซ!]

[ก๊าซซซซซ!]

ไวเวิร์นจำนวนนับไม่ถ้วนได้พุ่งเข้ามาหาฉันเหมือนกับฝนตก! เมื่อมองเห็นพวกมันฉันก็รู้สึกยินดี เจ้าโลกนี้แน่ใจนะว่าไม่ได้เลือกฮีโร่ผิดคนนะ ทำไมฉันถึงยิ้มในสถานการณ์ที่อันตราบแบบนี้!?

ไม่ว่าจะมีสิ่งใดสำคัญนี่ก็เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพปีศาจที่ฉันได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงกลัว ฉันไม่สามารถจะมากังวลเกี่ยวกับการซ่อนพลังของฉันได้อีก ฉันจะต้องใช้ทุกอย่างออกไป แม้ว่าฉันจะไม่สามารถเอาชนะผู้บัญชาการปีศาจได้โดยที่ไม่มีเพรูต้าช่วย แต่ฉันก็ไม่คิดว่าศัตรูข้างหน้านี้จะทำให้ฉันต้องทำแบบเดียวกับในตอนนั้น

ถ้าฉันสามารถจะทำมันได้ด้วยพลังของตัวเองได้ ฉันก็จะทำ ฉันสามารถจะเรียกเพรูต้าได้เสมอ แต่ว่านั่นมันจะเป็นวิธีสุดท้ายเท่านั้น ถ้าฉันยังคงพึ่งพาเขาต่อไปแล้วฉันจะไปเอาชนะเขาได้ยังไง?

ฉันได้หยิบเอาหอกกลืนกินออกมาจากช่องเก็บของ ในตอนที่ฉันได้จับด้ามหอกฉันก็ได้รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นและตะโกนออกมา

"ไพก้าใช้พลังเต็มที่!"

[ให้ฉันจัดการเองนายท่าน ฉันแข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้!]

แข็งแกร่งที่สุด? ในขณะที่ฉันขมวดคิ้ว หอกกลืนกินก็ได้เริ่มเปล่งประกายแสงสีทอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือสปิริตออร่า แต่ว่าทำไมมันถึงแข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้านี้? ในขณะที่ฉันตั้งคำถามขึ้นในหัว สายฟ้าก็ได้ฟาดลงมาจากท้องฟ้า

"อึก!"

[มะ...มากขึ้นอีก!]

ฉันได้รู้สึกตกใจเป็นครั้งที่สองด้วยความคิดที่ว่าฟ้าได้ผ่าลงมาที่ฉันแต่มันไม่ใช่ สายฟ้าได้ถูกหอกดูดไปโดยสมบูรณ์และมันแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่ายังไงด้วยสภาพเมฆฟ้าในตอนนี้ ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้ามันจะมีอีก....ง

ตูมมม! ตะ ตะ ตูมมมม!

หูของฉันได้อื้อลงไป สายฟ้าได้ผ่าลงมาที่หอกของฉันอย่างต่อเนื่อง มีเพียงไม่กี่เส้นที่พลาดเป้าและไปโดนไวเวิร์นที่กำลังเข้ามา ในที่สุดฉันก็ได้เข้าใจภูติธาตุนั้นเกิดขึ้นมาจากธรรมชาติ พวกเธอมีชีวิตอยู่เสมอตามธรรมชาติและจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากธรรมชาติ ในช่วงที่พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงนี้ไพก้าจะอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ที่พวกเราได้พบกัน

"ไพก้าไปกันเถอะ"

[ส่งพวกนั่นบินออกไป!]

ไวเวิร์นที่กำลังเข้ามาได้หยุดลงและสะดุ้งกับสายฟ้า ในขณะเดียวกันฉันก็ได้เล็งพวกมันในวิถัหอกของฉัน แน่นอนว่ามันเป็นเพียงเพราะว่าพวกมันอยู่ในรเส้นทางที่จะไปหาเฟรมเดรก นี่ก็คือเหตุผลที่ฉันรวบรวมพวกมันมาตั้งแต่แรก

ฉันได้ใช้เส้นทางวายุและพุ่งออกไป

"โอ้ววววววววว!"

ด้วยพลังสายฟ้าของสปิริตออร่าที่ไพก้าสถิตอยู่ได้ขยายหอกขึ้นจนเหมือนกับฉันใช้ความพิโรธของเทพแห่งท้องฟ้า ในขณะที่หอกของฉันได้สัมผัสถูกไวเวิร์นพวกมันทั้งหมดก็ได้ระเบิดออกและหอกของฉันก็แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆครั้งที่พวกมันตาย มันเป็นพราะว่าเส้นทางวายุของฉันจะเพิ่มพลังโจทตีขึ้น 5% ทุกๆครั้งที่ฉันส่งศัตรูบินออกไป!

[ก๊าซซซ! ฮีโร่ ข้ามาหาเจ้า!]

"ฉันไม่ได้เป็นพวกนิยมสัตว์ป่านะ! ถ้าแกต้องการฉันอย่างน้อยก็ลองแปลงกายเป็นสาวสวยก่อนสิ!"

17 18 19...! ฉันได้เข้าใกล้เดรกมาขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ที่ฉันอยู่ภายใต้สถานะสุดยอดเกราะก็จะไม่มีอะไรที่สามารถจะหยุดฉันได้ 20! 100% ได้ถูกชาจจนเต็ม! จากนั้นฉันก็ได้พุ่งผ่านฮวาหยาไป เธอได้มองมาที่ฉันด้วยดวงตาที่เบิกกว้ง ฉันอดที่จะคิดว่าเธอน่ารักขึ้นมาไม่ได้

เดรกได้เปิดปากขึ้นมาหลังจากเห็นฉันเข้ามาใกล้ มันคงว่าแผนจะกลืนฉันเข้าไปสินะ? ฉันได้ตะโกนขึ้นมา

"ริยู!"

[ขอฉันได้เลยทุกอย่าง!]

"ช่วยฉันทีทำให้เจ้านั่นเชื่อฟังฉันจะโจมตีมัน!"

[ถ้าเป็นตอนนี้ ไม่ว่าชินจะต้องการอะไร...!]

จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงปืนกลดังขึ้นทันที เป็ปเปอร์ที่ได้ควบคุมเฮลิคอปเตอร์ของเขาจะที่ใกล้ๆได้เปิดฉากยิงมาที่เดรก! กระสุนที่ถูกมานาบรรจุเอาไว้อยู่ดูเหมือนจะมีผลกับเดรกเช่นกัน

[แช่แข็ง!]

ริยูได้ใช้มานาประมาณ 30% ของมานาฉันและใช้เวทย์ธาตุของเธอ แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาสั้น แต่ฉันก็คิดว่าโลกจะถูกแช่แข็ง ในความเป็นจริงแล้วรอบๆตัวเราได้กลายเป็นถูกแช่แข็งไปโดยสมบูรณ์ แสงที่ส่องลงมาได้กลายเป็นศรน้ำแข็ง ลมหายใจเพลิงของเดรกได้ถูกแช่แข็งและแม้แต่ร่างกายของมันก็ถูกแข็ง

[โลกได้อยู่ข้างฉันแล้วในตอนนี้!]

นั่นแหละ! โดยปกติแล้วเธอจะสร้างน้ำขึ้นจากไอน้ำในอากาศ แต่ว่าในตอนนี้ได้มีน้ำอยู่รอบๆตัวเรา แม้แต่ศัตรูของเราก็ยังเต็มไปด้วยน้ำ! แม้ว่ามันจะเป็นมอนสเตอร์ที่มีระดับนำหน้าว่า SS+ แล้วมีคุณสมบัติเป็นไฟแต่ริยูก็สามารถจะหยุดมันได้โดยสิ้นเชิง ภูติธาตุทั้งสองของฉันสามารถที่จะแสดงจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ฉันได้รู้ว่าฉันแข็งแกร่งขึ้นกว่าตัวเองตามปกติ 50%

ในขณะที่ฉันคิดแบบนั้น ฉันก็ได้พุ่งเข้าไปทางปากของมันและเจาะหอกของฉันผ่านมัน

[ติดคริติคอล!]

[ก๊าซซซซซ]

ร่างกายที่ถูกแช่แข็งของมันได้ละลายไปในทันทีในขณะที่เลือดของมันไหลออกมาจากด้านบนปากเหมือนกับน้ำพุ แม้ว่าจะมีฝนหนักที่ล้างเลือดในเวลาที่มันมาโดนฉัน แต่มันก็ยังทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด โชคดีที่ว่าเลือดของมันไม่เป็นพิษ

[ฮีโร่ ข้าจะกินเจ้า!]

"ฉันบอกแกแล้วนี่ว่า ไม่!"

ในตอนนี้ฉันได้เป็นอิสระเหมือนกับนก! หลังจากที่การโจทตีของฉันเสร็จสมบูรณ์ ฉันก็ได้บินกลับมา ฉันไม่จำเป็นจะต้องใช้ความเร็วศักดิ์สิทธิ์และในทันทีที่ฉันถอยกลับไป ฮวาหยาก็ได้ป้องกันไฟของเดรกอย่างรวดเร็ว

"เฮ้พวก ให้ฉันร่วมด้วยคนสิ!"

เป็ปเปอรืได้บินเข้ามาหาเราในขณะที่ยิงไวเวิร์นใกล้ๆร่วงลงไปด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในเวลาเดียวกันบนยพื้นที่ดินก็ได้มีแสงสว่างขึ้นและมีคนหลายคนปรากฏขึ้น ช่องสื่อสายของนักสำรวจดันเจี้ยนได้ส่งเสียงดังขึ้น

[ไอลูกชาย พ่อมาช่วยแล้ว]

[พี่คะ คุณฮวาหยา! มินามิ ไวโอเลท สุมิเระมารายงานตัวแล้วค่ะ!]

[เวรเอ้ย...ฉันได้ตายจริงๆแน่ถ้าฉันไม่ระวัง....]

ได้มีกองหนุนนักสำรวจที่น่าไว้ใจได้มา ฉันได้คิดขึ้นทันที 'วอร์คเกอร์อาจจะตายได้ถ้าเขาไม่ระวัง...'

ตามสัญญาเขาจะมาช่วยพวกเราถ้าพวกเราได้เรียกเขาในเหตุการการจู่โจมหรือเหตุการดันเจี้ยน แต่ว่าเขามาโดยที่ฮวาหยาหรือฉันไม่ต้องเรียกเขา มันเป็นเพราะว่าเราคิดว่าการต่อสู้ในครั้งนี้มันยากเกินไปสำหรับวอร์คเกอร์ เราจึงไม่ได้มีแผนการที่จะเรียกเขามาเลยสักนิด

บางทีพ่ออาจจะจับเขาและพาตัวเขามาก็ได้ แต่ว่าเขาก็สามารถจะหนีไปได้ถ้าเขาต้องการ ฉันมีความสุขมากที่เขาได้มาที่นี่ด้วยตัวเอง ถ้ามันเป็นไปได้ฉันก็หวังว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันจะจบลงโดยที่วอร์คเกอร์ไม่ได้รับบาดเจ็บ

"ฮุฮุ นักสำรวจทั้งหมดบนโลกอยู่ที่นี่"

ฮวาหยาได้ตั้งข้อสังเกตขึ้นในขณะที่บินมาข้างๆฉัน ฉันไม่แน่ใจว่าเธอได้ดูดพลังของเดรกไหม แต่ว่าเธอได้เปล่งประกายไฟออกมาจากร่างกายของเธอ ตั้งแต่ที่รูเดียและเยอึนจะกลับมาในเร็วๆนี้ เธอก็พูดถูกแล้ว

เมื่อมองไปที่เดรกที่เลือดยังไหลออกมาจากปาก ฉันก็ได้ส่งเสียงฮึขึ้น มันสามารถจะเป็นอันตรายได้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ฉันก็ไม่คิดว่าฉันจะสูญเสียใครไปในตอนนี้

ในช่วงเวลาหลังจากฉันคิดแบบนั้น ไวเวิร์นยักษ์ที่มีขนาดเป็นสองเท่าของไวเวิร์นปกติก็ได้โผล่ขึ้นมาต่อหน้าพวกเรา

เพราะว่าเดรก พวกเราได้ลมเรื่องนี้ไปแล้ว มันเป็นบอสดันเจี้ยนของรังไวเวิร์น

จบบทที่ บทที่ 132 - ทีมรีไวเวิร์ล (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว