เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 - ชนเผ่ามังกร หลิน (4)

บทที่ 66 - ชนเผ่ามังกร หลิน (4)

บทที่ 66 - ชนเผ่ามังกร หลิน (4)


บทที่ 66 - ชนเผ่ามังกร หลิน (4)

[ฉันประสบความสำเร็จในการทะลวงผ่านชั้นที่ 25 ได้ด้วยตัวเอง]

"โอ้นั่นมันเร็วมาก!"

[ต้องขอบคุณการฝึกอบรมของนายและอิลิเซอร์เสริมกล้ามเนื้อ]

เมื่อฉันได้อยู่ในช่วงกลางของการวิ่งผ่านทางชั้นที่ 30 เรนก็ได้ติดต่อเข้ามา ในขณะที่ฉันได้บดขยี้โครงกระดูกที่ขวางทางฉันก็ได้ตอบกลับไป

"จริงๆมันมีคนไม่มากในชั้นที่ 25 ถ้านายมีปัญหาในการหาปาตี้ให้ถามกับร้านขายของถึงหุ่นไล่กาสมาชิกปาตี้เอานะ นายสามารถใช้ไอเทมพวกนั้นได้"

[เอ๊ะ? ฉันไม่ได้จะทำมันกับเจ้าชายรัชทายาทหรอ?]

"ฉันได้ผ่านมันมานานแล้ว"

[กึก นั่นมันเร็วมาก....อย่างที่ฉันคาดจากอาจารย์ของฉันเลย]

"เร็นนายก็เร็วเหมือนกันแหละ กูลยักษ์มันง่ายใช่มั๊ยล่ะ?"

[ถ้าหากว่าจะมีสิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากนายมันก็คือการหลบการโจมตี ฉันสามารถหลบการโจมตีของพวกมันได้ แต่ว่า...ทักษะไม่ยอมตายของมันน่ารำคาญมาก เพราะแบบนี้ฉันก็เลยจะต้องใช้เวลาถึง 5 ชม. ในการล้มมัน]

"ถ้านายทำลายหัวใจของมันในตอนใช้ทักษะมันก็จะตาย"

[เจ้าชายนี้คือคนเพียงคนเดียวที่ทำสิ่งแปลกๆได้เลยนะ อีกอย่างฉันก็ได้รับฉายาการโต้คืนความตายมา การโซโล่มันก็ควรจะง่ายขึ้นนะ]

ในขณะที่ฉันใช้ฮีโรอิค สไตรค์ และความเร็วศักดิ์สิทธิ์ในการจัดการกับมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่าโครงกระดูกนักรบสงครามและโครงกระดูกสเก๊า ฉันก็ได้ตอบเร็นกลับไป

"ฉันชอบทัศนคติของนายจริงๆเลยนะเร็น ขอให้โชคดีล่ะ อย่าได้ปล่อยให้ไอเจ้ากูลยักษ์นั่นฆ่านายนะ"

[เจ้าชายน่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่เรียกบอสชั้นที่ 25 แบบนั้นแหละนะ....]

"อ่า แต่ว่าเร็นนายไม่สามารถจะเก็บทักษะได้เหมือนฉันนี่นา นายจะต้องเลือกระหว่างไม่ยอมตายกับผิวมังกร ฉันอยากจะแนะนำให้นายใส่เซ็ตของอัศวินลิซาร์ดแมนนะ เซ็ตของกูลยักษ์มันไม่ใช่สิ่งที่สมควรจะสวมใส่"

[แล้วฉันสามารถจะซื้อนาฬิกาพกพาแบบนายได้จากไหนกันหรอ?]

"นายก็ลองไปถามเจ้าของชั้นขายของดูนะ"

[ฉันได้ลองดูแล้ว แต่เขากลับถามฉันว่าฉันไปได้ยินเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์โบราณนี่มันจากไหน...แล้วก็ผู้หญิงที่ชื่อโรเล็ตต้าเธอเป็นใคร?]

ขณะที่ฉันบดขยี้โครงกระดูกนักรบสงครามไปมันก็ดรอปเพียงแค่ 5000 ทอง และของอย่างหน้าไม้กระดูกเงินที่โครงกระดูกสเก๊าดรอปออกมา ฉันก็ตอบเร็นกลับไปอีกครั้ง

"พี่สาวเจ้าของร้านที่สวยงามและใจดี...?"

[เธอใจดีแค่กับเจ้าชาย...]

โอ้ หน้าไม้อันนี้มันสวยมาก ถ้าหากมีลูกธนูหน้าไม้อยู่ในช่องเก็บของมันก็จะรีโหลดโดยอัตโนมัติและยิงออกไปเรื่อยๆ นี่มันไม่ใช่ปีนกลหรอ!? สำหรับหน้าไม้นี้มันได้ถูกจากขึ้นมาจากกระดูกสีเงิน ฉันแน่ใจได้เลยว่ามันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม โอ้! มันยังจะได้รับโบนัสความเสียหายเพิ่มขึ้นอีกถ้าลูกธนูมันทำมาจากกระดูกของโครงกระดูกบนพื้น

"ไม่ว่ายังไงก็เอาเป็นว่าโชคดีนะเร็น พวกเราสามารถที่จะจู่โจมด้วยกันอีกที่ชั้นที่ 50 นะ"

[มันไม่มีใครที่สามารถจะปีนไปถึงชั้นที่ 50 ได้]

"เร็นนายสามารถทำมันได้"

ฉันได้แสดงความหงุดหงิดออกมาในขณะที่แขวนหน้าไม้ไว้ที่เอว

"เพราะว่าเร็นนายเป็นศิษย์ของฉัน"

[...นั่น....นายยอมรับฉันแล้วหรอ?]

"ฉันแค่พูดความจริงอย่างนึงฉันอยากที่จะฝึกนายเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี"

[ฉันจะไม่เป็นศิษย์ของนาย]

"ฉันล้อเล่นน่ะ นายทำได้ดีมาก ไปล่ะ"

[อ่า อะ เดี๋ยวก่อน!]

"ว่าไง?"

ในขณะที่โครงกระดูกได้วิ่งหนีฉันไปเพราะฉายาของฉัน ฉันก็เลยได้ใช้ทักษะยั่วยุออกมาพวกดึงดูดพวกมัน จากนั้นฉันก็ใช้เท็มเพรสทำลายพวกมันในขณะที่ถามเร็น

[นะ...นายเคยได้ยินชื่อเลอร์บิค แวนเดี่ยน การ์แนร์มั๊ย?]

"ไม่นะ ฉันไม่เคยได้ยิน"

[...ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่า...ฉันก็ถามนายเผื่อไว้น่ะ]

"อย่างที่ฉันพูด ฉันไม่รู้"

[ถ้านายได้ยินอะไรแม้แต่ชื่อนี้ซักนิด...ช่วยบอกฉันทีนะ ฉันขอร้อง]

เพราะว่าเสียงของเร็นนั้นตรึงเครียดผิดปกติ ฉันก็เลยกลายเป็นจริงจังขึ้นในขณะที่ตอบเขาไป เมื่อฉันได้เห็นประตูชั้นที่ 30 ฉันก็ได้กลายเป็นจริงจังมากขึ้น

"เพราะว่าฉันมักจะปีนขึ้นไปในดันเจี้ยนด้วยตัวเองเสมอฉันก็เลยไม่ค่อยได้ยินชื่อของใครนัก....แต่ว่าแน่นอนถเาฉันได้ยินฉันจะบอกนายแน่"

[ขอบคุณมาก]

"ฉันไม่เคยรู้เลยนะว่านายจะห่วงใยชายที่ทำให้นายกลายเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนด้วย"

[ฉันไม่ได้เป็นห่วงซะหน่อย! เจ้าชายจริงๆแล้วนายเป็นคนที่มีความคิดที่สกปรกจริงๆ]

ในอดีตเร็นเคยพูดเอาไว้ว่าเซอร์ เลอร์บิคนั้นเป็นคนที่ทำให้เขากลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน ดูเหมือนว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนพิเศษของเร็นเพราะว่าเร็นไม่สามารถจะลืมเขาไปได้

"ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน เขาเป็นอาจารย์คนแรกของนายใช่มั๊ย? ฉันสงสัยว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันนะ"

[ฟุ ฉันรู้ดีว่าเลยเป็นคนที่มีความสามารถในการแข่งขัน แต่ฉันสงสัยว่านายจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้มั๊ย? ถ้าหากเซอร์เลอร์บิคยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ควรที่จะเป็นอย่างน้อยระดับทอง...อ่า]

"...ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าประตูบอสชั้นที่ 30 แล้ว ฉันจะมาคุยกับนายในภายหลังนะ"

[อะ อืมมม เข้าใจแล้ว ถ้างั้น...ไว้คุยกันในภายหลัง]

ฉันได้จบบทสนทนาไปและเริ่มที่จะโฟกัสไปที่ห้องของบอส

เอาล่ะตอนนี้ฉันได้ให้เหตุผลกับตัวเองแล้ว ฉันควรที่จะเข้าไปต่อสู้กับบอสได้แล้ว 'ครั้งแรก' ของชั้นที่ 30 มันได้ถูกคนอื่นเอาไปแล้ว แต่แม้อย่างนั้นมันก็จะปลอดภัยกว่าถ้าต่อสู้กับมันแบบ 10 คนเต็มแต่ฉันก็เลือกที่จะไม่ทำ

ในตอนนี้ฉันรู้ว่าฉันแข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับนักสำรวจคนอื่นๆ ฉันมีความมั่นใจว่าสามารถจะจัดการบอสประจำชั้นที่ 30 ได้ด้วยตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ที่ฉันมีความสามารถในการเป็นผู้ใช้ธาตุและนาฬิกาพกพา นอกจากนี้เพราะว่าหลินได้ตั้งเงื่อนไขเอาไว้ว่าฉันจะต้องทะลวงผ่านไปได้โดยที่ไม่ใช่ปาตี้เท่านั้น ฉันก็เลยไม่สามารถจะทำแบบนั้นได้

"มาต่อสู้กับฉัน!"

ด้วยเสียงร้อง ฉันได้กระแทกเปิดประตูออกไป สนามที่กว้างใหญ่ไพศาล ดวงจันทร์สีน้ำเงินฉายแสงส่องจากท้องฟ้ายามมืดมิด ในพื้นที่นี้ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่าของชั้นที่ 25 มาก มันมีโครงกระดูกประมาณ 200 ตัวยืนเรียงรายกันอยู่ ทุกคนได้สวมใส่ชุดสูทเกราะและมีการติดอาวุธพร้อมรบ ฉันยังสามารถจะเห็นโครงกระดูกจอมเวทย์และโครงกระดูกนักธนูในหมู่พวกมันได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการตั้งแถวเป็นเส้นตรงมันได้ถูกทำลายลงเมื่อฉันเข้ามาสู่พื้นที่

"กี้ มันเป็นนักทำลายกระโหลก!"

"อย่าได้ถูกข่มขู่สิ กัปตันจะลงโทษแก!"

"นะ นักทำลายกระโหลก! พวกเราไม่มีที่ให้วิ่งเลย!"

"อา ถ้าพวกเรายังอยู่นี่และปล่อยให้กัปตันล่ะ?"

"นั่นแหละๆ"

[พวกแกทั้งหมดเงียบ!]

เสียงดังสนั่นได้ดังออกมาจากด้านหลังนั้นซึ่งทำให้พวกโครงกระดูกยืนตรงนิ่ง เมื่อฉันจ้องมองไปที่ที่มาของเสียงนั่น ฉันก็ได้ตกใจอย่างมาก โอ้พระเจ้า!

"ม้าโครงกระดูกนี่! น่าอิจฉาจัง!"

[มันเป็นเพราะว่าผู้ท้าชิงปรากฏตัวสินะ....]

บอสชั้นที่ 30 เป็นโครงกระดูกที่สวมใส่เกราะเต็มตัวและถือดาบใหญ่ที่ทำมาจากกระดูก การปรากฏตัวของมันนั้นเหมือนกับอัศวินเลยทีเดียว มันเป็นอัศวินที่มีขนาดตัวใหญ่กว่า 2.5 เมตร เขาได้พูดด้วยเสียงที่เหมือนออกมาจากขุมนรก

[ข้าเป็นอัศวินโครงกระดูก จดจำไปหน้าของข้าเอาไว้ ข้าจะเป็นคงที่ส่งแกไปสู้ความสิ้นหวังที่ไม่สิ้นสุด]

"ใช่แล้วฉันควรที่จะจดจำใบหน้าของคนขี้ขลาดที่เรียกตัวเองว่าอัศวิน แต่กลับพยายามจะต่อสู้กับฉันด้วยกองทัพของมัน"

[...ฆ่าเจ้าโง่ที่เต็มไปด้วยคำพูดซะ!]

"กัปตัน พวกเราไม่สามารถจะทำได้!"

"ฉันไม่รู้กับกัปตัน แต่กระดูกของเราจะถูกบดขยี้ในการโจมตีครั้งเดียว!"

"พวกเราสามารถจะมัดกัปตันและส่งให้เขาได้มั๊ย? จากนั้นเราก็ยอมรับ!"

"นั่นแหละๆ!"

[ไอ้พวกชั่ว]

นี่คือหายนะของการที่สติปัญญาของโครงกระดูกสูงเกินไป พวกเขาคิดบางสิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างมากและคิดที่จะยอมแพ้ มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เจอกับเหตุการณ์ในดันเจี้ยนแบบนี้ ฉายานักทำลายกระโหลกมันเป็นอะไรที่น่าทึ่งยิ่งกว่าที่ฉันจินตนาการซะอีก

[ต่อสู้กับมัน เดี๋ยวนี้!]

"ชิ พูดซะใหญ่เลยนะสำครับคนที่จะหลบอยู่หลังคนอื่นจนถึงตอนจบ"

"นี่แหละน้าอัศวิน"

"เฮ้อ เอาละแค่ไปสู้กันเถอะ เฮ้ ถ้าพวกเราตายไปแล้วก็อย่ามายุ่งกับพวกเรานะ ถ้านักทำลายกระโหลกเหนือยและแพ้ให้กับกัปตัน เขาจะต้องแค้นแน่ๆ"

"นั่นแหละๆ!"

[ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งหมด]

ในขณะที่โครงกระดูกทั้งหมดจมไปอยู่แต่กับความพ่ายแพ้ ฉันก็ได้โจมตีไปที่จอมเวทย์และนักธนูที่ซ่อนอยู่ในหมู่พวกมัน

"ไพก้าฝากด้วยนะ!"

[ฉันเข้าใจแล้วนายท่าน! ศรสายฟ้า!]

ด้วยสิ่งนี้ศรสายฟ้านับร้อยได้ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า โครงกระดูกที่กำลังมองไปที่กันและกันและพูดคุยกันอยู่ทั้งหมดได้หันหน้าไปมองที่ศรเวทย์ ในชณะนั้นเองศรสายฟ้าก็ดิ่งลงมาจากท้องฟ้า

"ผู้ใช้ธาตุ!"

"ก๊าซซซซ!"

"พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!"

"ก๊าก๊าก๊า!"

[ยังดีไม่พอ!]

ในขณะที่พวกโครงกระดูกกำลังตื่นตระหนกมีเพียงแค่อัศวินโครงกระดูกเท่านั้นที่ป้องกันตัวเองด้วยการเหวี่ยงดาบใหญ่ของมัน อย่างไรก็ตามศรสายฟ้านั้นเพียงแค่ป้องกันไม่ใช่มันไปช่วยปกป้องลูกน้องโครงกระดูกเท่านั้น

ในขณะที่มันกำลังป้องกันศรสายฟ้าที่เข้ามาหา ศรอื่นๆจำนวนมากก็ได้ทำหน้าที่ของมัน มันได้พุ่งเข้าไปที่จอมเวทย์และนักธนูและได้เจาะทะลุเข้าไปในเป้าหมายและระเบิดออกมาเป็นชิ้นๆ

"อึก! นักเวทย์และนักธนูนักหมดถูกฆ่า!"

"ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันไม่ใช่นักธนู!"

"อา ถ้าพวกเราต้องการที่จะรอด พวกเราก็ต้องก็ต้องทำให้มือของกัปตันมีธนู"

"นั่น...อ๊ากกก!"

อัศวินโครงกระดูกได้เหวี่ยงดาบและตัดพวกลูกน้องโครงกระดูกไป สถานที่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยเสียของเหล่ากระดูได้กลายไปเป็นเงียบสนิทไปชั่วขณะหนึ่ง

[พวกแกกำลังทำอะไรกับศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า! ไอพวกโง่!]

"พูดได้ดีอัศวินโครงกระดูก! ฉันเริ่มที่จะรำคาญแล้วเหมือนกัน"

ฉันนั้นเห็นด้วยกับอัศวินโครงกระดูก ฉันได้งอเขาและพุงตัวถอยกลับไป แทนที่จะใช้หอกดินดำ ฉันได้ถือหอกเงินเอาไว้และดึงแขนกลับไปจากนั้นไพก้าก็ได้เข้ามาในหอกตามที่ตกลงไว้

"แต่ว่า...ฉันก็รำคาญคนที่ตัดพรรคพวกของตัวเองมากกว่าซะอีก!"

[พวกแกทุกคนเข้าไป! ขยี้มันซะ! ใครที่มันปฏิเสธมันจะถูกทำลายกระดูกด้วยดาบของข้า!]

"ก๊าาาา! ปฏิบัติตามคำสั่งของกัปตัน"

"พวกเรามีชีวิตอยู่เพียงเพราะคำสาปร่างกายนี้ มาลองกันซักตั้งเถอะ"

"ชีวิตของเรามันได้จบลงมานานแล้ว ฉันต้องต้องการที่หมดสิ้นวันเวลาที่ถูกบังคับให้เป็นทหารแม้แต่จะตายแล้ว"

ฉันได้ดึงแขนกลับมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และเชื่อมต่อไปกับพลังของฉัน หอกเงินในมือของฉันได้แผ่แสงสว่างสีขาวสดใจและประกายสายฟ้า สายตาของฉันยังคงตั้งมั่นอยู่ ไม่ใช่โครงกระดูกที่เข้ามาหาฉันแต่เป็นอัศวินโครงกระดูกที่อยู่บนม้า

[ป้องกันการโจมตี! ทำลายมัน!]

"ลองดูสิ..ถ้าแกทำได้!"

ในขณะที่ฉันตอบกลับไปเสร็จ ฉันก็ปาหอกของฉันไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมดของฉันที่รวบรวมมา แม้ว่าฉันจะไม่ได้พูดคำว่าฮิโร่อิค สไตรค์หรือความเร็วศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันได้ใช้งานแล้ว มันเป็นเพราะว่าหอกของฉันมันเร็วกว่าปกติไปมาก

ฉันได้จำได้ว่าเคยมีอะไรคล้ายๆแบบนี้ในอดีตบ้างง ถ้าฉันให้ความสนใจกับมันมากๆทักษะจะถูกเปิดใช้งานโดยที่ไม่ต้องพูดออกมา

จบบทที่ บทที่ 66 - ชนเผ่ามังกร หลิน (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว