เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 - ชนเผ่ามังกร หลิน (3)

บทที่ 65 - ชนเผ่ามังกร หลิน (3)

บทที่ 65 - ชนเผ่ามังกร หลิน (3)


บทที่ 65 - ชนเผ่ามังกร หลิน (3)

ประมาณ 5 ชม.หลังจากนั้นฉันก็ได้เทน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไปบนหอกเงินและหอกดินดำอย่างมีความสุขที่หน้าชั้นขายของในชั้นที่ 27 เมื่อหอกของฉันได้ถูกปกคลุมไปถึงที่ด้านจับด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์จำนวน 5 ขวดต่อหอกแล้วอย่างไรก็ตามหอกนี้จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์อันเดตเป็นเวลา 1 วัน

นอกจากนี้ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันจะไม่ดรอปอุปกรณ์อะไรออกมาแม้ว่าฉันจะตายอีกด้วย แม้ว่าการตายในดันเจี้ยนจะไม่ได้ดรอปไอเทมออกมาอยู่แล้วก็ตาม

หลินได้มองมาที่ฉันด้วยท่าทางอ่อนล้าฃ

"นายมันไอชั่ว...!"

"ฉันกำลังมีความสุข ฉันสามารถจะทำได้เร็วยิ่งกว่าในตอนที่ผ่านชั้นที่ 26 ซะอีก การเดิมพันมันได้กระตุ้นให้ทุกๆคนพยายามให้หนักขึ้น"

"ถ้างั้นมาเถอะเลิกกันสิ"

"คำพูดของผู้ชายมีค่าเป็นพันทอง"

"อึก...ถ้างั้นมาทำให้เวลามันสั้นลงกัน! ครึ่งปี!"

"เยี่ยม แต่นายจะต้องให้ผลตอบแทนที่ดีกว่านะ"

"ผะ ผ้าคลุม ฉันจะทำผ้าคลุมให้จากหนังของบรรพบุรุษของฉัน! แต่ถ้านายต้องการที่จะได้รับมัน นายจะต้องทำมันสำเร็จภายใน 3 เดือน เข้าใจมั๊ย?"

"รับทราบ"

[เควสของคุณได้รับการเปลื่ยนแปลงแล้ว]

ผ้าคลุมที่ทำจากหนังมังกรหรอ? ดวงตาของฉันได้เป็นประกายเมื่อฉันได้ยอมรับข้อเสนอใหม่ของเขาา เพราะว่าฉันได้ว่าแผนที่จะผ่านชั้นที่ 40 ภายใน 6 เดือนฉันก็จะไม่เสียอะไรเลย แต่ถ้าฉันทำมันสำเร็จภายใน 3 เดือนฉันก็จะได้รับสมบัติที่ยิ่งใหญ่กว่าซะอีก ตอนนี้ฉันจะต้องพยายามให้หนักยิ่งขึ้น!

"ถ้างั้นฉันจะทำให้มันเร็วขึ้นหน่อย!"

"อะไรนะ แล้วนายทำอะไรจนถึงตอนนี้!?"

"แต่ฉันสงสัยนะ ทำไมฉันถึงไม่ได้รับฉายาเมื่อเคลียร์ชั้นที่ 26 อย่างรวดเร็ว? ...เป็นเพราะฉันมีเฮอร์มีสอยู่แล้วหรอ...?"

"ฮะ เฮอร์มีส!? ไอชั่ว แกมีแม้แต่ชื่อของเทพที่แท้จริง! อึก ฉันกลับทำมัน!"

แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องน่าขำ แต่ว่าคลาสของโครงกระดูกในชั้นที่ 28 ได้ต่างออกไปเล็กน้อย มันเป็นโครงกระดูกนักรบที่โจมตีด้วยดาบหรือกระบองดหล็ก โครงกระดูกนักธนูที่โจมตีด้วยการยิงธนูที่ทำจากกระดูก และโครงกระดูกจอมเวทย์ที่โจมตีด้วยการยิ่งเวทย์ที่น่ารำคาญ หากไม่มีไพก้ามันก็คงจะเป็นไปไม่ได้เลย

"เกลๆ ทำให้แน่ใจว่าจะไม่ทำกระดูกบาดเจ็บนะ!"

"ฉันจะยิงธนู!"

ฉันได้แทงหอกของฉันผ่านของมือของกระดูกที่เข้ามาโจมตีฉันด้วยกระบองเหล็ก จากนั้นกระบองเหล็กของมันก็ล่วงลงมาพร้อมกับข้อมือ ฉันได้คว้ามมันเอาไว้และโยนมันเข้าไปใส่โครงกระดูกนักธนู เมื่อพวกมันชนกันพวกมันทั้งคู่ก็แตกออก โครงกระดูกตัวอื่นๆได้สั่นขึ้นมาเมื่อเห็นมันและเริ่มที่จะถอยห่างออกไป

"นะ นักทำลายกระโหลก!"

"มันเป็นนักทำลายกระโหลก!"

"พวกแกรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน!? เท็มเพรส!"

"ก๊าซซซซ! นักทำลายกระโหลก!"

หลังจากที่มันได้ถูกพัดไปโดยเท็มเพรส โครงกระดูกทั้งหมดก็ได้ถูกบดขยี้พร้อมๆกับสร้างเสียงแตกหักออกมา ด้วยพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นจากการโต้กลับความตายเพีนวแค่เท็มเพรสก็เพียงพอที่จะทำลายโครงกระดูกแล้ว

[ฉันได้ทำลายโครงกระดูกทั้งหมดที่พยายามจะใช้เวทย์แล้ว]

"ทำได้ดีมากไพก้า ถ้างั้นไปต่อกัน!"

[โอเค!]

ในขณะที่ไพก้าทะยานผ่านอาการเธอก็จะจัดการพวกโครงกระดูกที่ใช้เวทย์ไปด้วยระเบิดสายฟ้าและหอกสายฟ้าไปด้วย ฉันจะจัดการกับนักรบโครงกระดูกในด้านหน้าขณะที่ฉันวิ่งออกไป

ตอนแรกฉันได้ใช้สปิริตออร่า แต่แล้วฉันก็ได้ตระหนักว่ามันความจำเป็นขนาดนั้น มันเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้ไพก้ามาช่วยในด้านอื่นๆแทน

"ไพก้า 11 นาฬิกามีโครงกระดูกจอมเวทย์!"

[ระเบิดสายฟ้า!]

ฉันได้โคจรวงกรเพรูต้าไปในขณะที่วิ่งไปด้วยแะลมีมานาโพชั่นอยู่ในปากเสมอเพื่อที่จะชดเชยการสูญเสียมานาไป ในมือของฉันก็มีหอกสองอันที่เหวี่ยงไปทั่วเหมือนกับไม้เบสบอล ฉันอาจจะไม่น่าดูนัก แต่ว่าฉันก็ไม่ได้สนใจมัน

แม้ว่าฉันจะคิดว่าการดื่มมานาโพชั่นเป็นการสิ้นเปลืองเงิน แต่เมื่อคิดเกี่ยวกับมันดีๆมันก็เหมือนกับการลงทุนเงินเพื่อยกระดับของฉัน หลังจากที่ฉันคิดได้แบบนั้นฉันก็ไม่ได้ลังเลเลยที่จะใช้มัน

ความจริงๆแล้วฉันก็มีทองอย่างเหลือเฟืออีกด้วย ฉันไม่จำเป็นจะต้องใช้ทองอะไรเลยนอกเหนือไปจากบัตรผ่านตีบอส และหุ่นไล่กาสมาชิกปาตี้ ฉันไม่ต้องการโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิต ในขณะที่ผ่านไปในชั้นปกติเลย ฉันไม่เคยที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัสในระหว่างนั้น

เมื่อฉันได้ผ่านชั้นที่ 28 มา ข้อความที่ทำให้ฉันมีความสุขเสมอก็ได้ดังออกมา

[ความเชี่ยวชาญสปิริตระดับกลางได้กลายเป็นเลเวล 2! สายของคุณสำหรับดวงวิญญาณได้แข็งแกร่งขึ้นและคุณจะได้รับความชื่นชอบจากสปิริตโดยง่ายยิ่งขึ้น]

[สปิริตออร่าระดับต่ำได้กลายเป็นเลเวล 9! คุณสามารถที่จะใช้พลังธาตุได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น]

[การควบคุมธาตุระดับต่ำได้กลายเป็นเลเวล 9! ธาตุจะกระตือรือร้นฟังคำขอของคุณและให้ความช่วยเหลือ]

[พันธะสัญญาธาตุระดับต่ำได้กลายเป็นเลเวล 9! คุณสามารถรู้สึกได้ว่าที่กักเก็บวิญญาณของคุณได้กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น และพันธะสัญญาของคุณกับธาตุจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น]

"โอ้ โอ้วววว!"

[ฉันแข็งแกร่งขึ้นนิดนึงอีกแล้ว!]

ไพก้าและฉันได้ตะโกนออกมาอย่างมีความสุข เร็วๆนี้ทักษะผู้ใช้ธาตุของฉันก็จะได้กลายมาถึงระดับกลาง! ฉันเริ่มที่จะรู้สึกกังวลเพราะความสามารถผู้ใช้ธาตุมันระดับต่้ำกว่าทักษะเทคนิคหอกและศิลปะการต่อสู้ แต่ว่ามันดูเหมือนว่าฉันจะไม่ต้องกังวลอีกแล้ว เมื่อทักษะได้กลายมาเป็นระดับกลาง ฉันก็จะเติบโตได้มากยิ่งขึ้น เมื่อฉันได้รับทักษะพันธะสัญญาระดับกวางแล้วความแข็งแกร่งของไพก้าก็จะมากยิ่งขึ้น และฉันก็สามารถที่จะทำพันธะสัญญากับธาตุได้อีกหนึ่งตน

หลินกำลังเฝ้ามองดูฉันด้วยสายตาที่อับเฉา

"สามชั่วโมงครึ่ง...บ้าเอ้ย"

"ไว้เจอกันนะ!"

เหมือนกับที่แล้วๆมาฉันได้ใช้ 2 แต้มไปที่ความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่ว และ 1 แต้มไปที่ความทนทาน จากนั้นฉันก็ไปที่ชั้นที่ 29 อัปเดตหรอ? มันจะเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ถ้ารอให้ร่างกายของฉันอัปเดต นั่นมันจะเกิดขึ้นเองตามอัตโนมัติในขณะที่ฉันต่อสู้!

"นักทำลายกระโหลก"

"นักทำลายกระโหลกบดขยี้กระดูกของพวกเขา"

"เราจะขยี้กระดูกสันหลังขจองแกและทำให้แกขยับไม่ได้"

"หยุดเข้ามานะ"

โครงกระดูกบนชั้นที่ 29 บางตัวมันได้สวมใส่ชุดเกราะอยู่ โดยไม่ต้องคำนึงสิ่งในเมื่อฉันมาถึงชั้นที่ 29 ชั้นก็เริ่มตะโกนคำว่าเริ่มสำรวจในทันที

ฉันรู้ได้โดนสัญชาตญาณว่าฉันไม่สามารถจะฆ่าพวกมันด้วยเท็มเพรสได้ มันดูเหมือนว่าพวกโครงกระดูกที่ชั้นที่ 29 จะเป็นระดับสูง พวกมันสวมเกราะที่เหมาะสมและถือดาบและโล่

พวกมันได้ค่อยๆล้อมวงกระชับเข้ามาหาฉันเรื่อยๆและฉันก็ได้นึกขึ้นในขณะก้าวถอยหลัง มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? เจ้าพวกนี้มันฉลาดกว่าซอมบี้จริงๆ นอกจากนี้ฉันยังรู้สึกว่ามีบางอย่างที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังพวกมัน มันดูเหมือนกับว่ามอนสเตอร์มีชื่อจะควบคุมพวกมันอยู่

จากนั้นฉันก็ได้ใส่มานาโพชั่นลงไปในปากและ ตะโกนออกไปพร้อมกับดันหอกไปข้างหน้า

"พายุธาตุ!"

[คนแรกๆ]

[เร็ว ๆ]

[หมุนๆ]

[คุก๊าๆๆๆ! มาทำลายโครงกระดูกกันเถอะ!]

ในด้านหน้าโครงกระดูกที่หุ้มตัวไปด้วยเพราะได้เข้ามาหาฉัน ได้ถูกพายุธาตุระเบิดใส่เข้าจังๆ

"ก๊าซซซซ!"

"กระดูกของฉัน!"

"แข็งแกร่งเกินไป!"

"ฟู่ ทักษะเพื่อที่จะชนะนี้คือสิ่งที่ดีที่สุด"

แม้แต่โครงกระดูกที่ใส่เกราะก็ไม่สามารถที่จะทนต่อพายุธาตุที่ใช้มานา 50% ได้เลย และมันก็ได้แตกเป็นเสี่ยงๆออกไป จากนั้นในที่สุดมุมมองของฉันก็ได้ชัดเจนขึเน พวกโครงกระดูกนักรบที่ยืนอยู่ด้านหลังของกองกำลังแนวหน้าก็ได้ร้องกันขึ้นด้วยเสียงที่วุ่นวาย

"นายพล!"

"นายพลตายแล้ว!"

"พวกเขาเป็นนายพลหรอ? เท็มเพรส!"

ตั้งแต่ที่ฉันได้จัดการโครงกระดูกที่ใส่เกราะไปหมดแล้ว ฉันก็สามารถที่จะใช้เท็มเพรสจัดการพวกที่เหลือรอดอยู่ได้ พวกมันคิดจะสร้างแนวรบโจมตีฉันหรอ? ฝันไปเถอะ ฉันรู้สึกพอใจมากที่พวกมันได้กระจายตัวออกไป

"ไพก้า!"

[เข้าใจแล้ว! โซ่สายฟ้า]

แม้ว่าร่างกายของพวกมันจะทนทานต่อสายฟ้า แต่พวกมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะทนต่อสายฟ้าของไพก้าได้ พวกมันได้ล้มลงไปที่ละตัวจากสายฟ้าที่ออกจากนิ้วของไพก้า

อย่างไรก็ตามโซ่สายฟ้าที่ได้กระจายออกไปเหมือนกับไฟลามป่าก็ได้หายไปในทันที แม้ว่าโครงกระดูกส่วนมากจะตายไปแล้วก็ตาม แต่ว่าก่อนที่จะจบลงมันก็ได้ถูกหยุดเอาไว้

[ก๊าซซซ...!]

ผู้ที่แกว่งดายขัดขวางโซ่สายฟ้าได้มองมาที่ฉันอย่างแน่วแน่ มันสูงอย่างน้อยก็ 2.3 เมตรและมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าฉันสองเท่า

[ทำลาย...นักทำลายกระโหลก]

เป็นเสียงที่ลึกมาก มันเป็นผู้ที่รวบรวมโครงกระดูกเข้ามาต่อสู้ในชั้นที่ 29 สิน่ะ? ประกายตาของมันได้ส่องสว่างออกมา มันไม่ได้อ่อนแอเหมือนกับโครงกระดูกตัวอีกๆ มันอยู่ในชุดเกราะพร้อมรบ บนมือข้างหนึ่งของมันมีโล่และอีกข้างมีดาบใหญ่ที่ทำมาจากกระดูก ฉันได้กลืนน้ำลายลงไปและถามออกมา

"นายเป็นอัศวินโครงกระดูกงั้นหรอ? เป็นผู้ที่บอกว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่โครงกระดูกสิน่ะ?"

[ฉันเป็นโครงกระดูกแชมเปี่ยน]

"อา ไม่ได้ยินมาก่อนเลย"

ที่ฉันกังวลมันไม่มีค่าอะไรเลย! พวกมันนั้นอ่อนแอทั้งหมด

[นักทำลายกระโหลก ฉันจะฆ่าแก!]

"ฮะ นาย?"

[โอ้วววววววววววว!]

เช่นเคยฉันประสบความสำเร็จในการยั่งยุโครงกระโหลกแชมเปี่ยนโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะยั่วยุ ดวงตาของมันได้แสดงถึงความโกรธออกมาและในเวลาเดียวกันนั้นเองมันก็พุ่งตรงเข้ามาหาฉัน

มันได้กระโดดขึ้นจากบืนเล็กน้อยและเหวี่ยงดาบกระดูกลงมาที่ฉัน

ฉันได้หลบการโจมตีของมันและทำให้มันสะดุดไปข้างหลังโดยการกระแทกเข้าไปในส่วนของร่างกายมันที่ไม่มีการป้องกัน ในฐานะที่ฉันได้ใช้อิลิกเซอร์เสริมแกร่งต่างๆ พลังชีวิตของฉันไม่ได้ลดลงไปเลยจากการกระแทกกับมอนสเตอร์มีชื่อ แม้แต่ฉันก็ต้องยอมรับในประสิทธิภาพในร่างกายของฉันฃ

[กึก!]

"ร่างกายส่วนร่างของแกมันอ่อนแอ! นั่นเป็นเหตุผมที่ว่าทำไมฉันถึงแค่กระแทกนายถึงล้มลงไป!"

ขณะที่ฉันได้ให้คำแนะนำออกไปฉันก็ได้แทงหอกออกไปที่หัวของมันอย่างรวดเร็วต่อในทันที หลังจากที่โดนโจมทีที่หัวไปสร้างครั้งติดจากฉันมันก็ลุกขึ้นมา โดยที่หมวกในหัวของมันได้ร้าวออกมา

[ตามที่คาดไว้จากนักทำลายกระโหลกเลย! ยังไงก็ตามข้าอีโทสจะไม่แพ้!]

"อย่าเรียกฉันว่านักทำลายกระโหลกนะ!"

นอกจากนี้อันเดตปกติจะไม่เรียกชื่อของตนเอง แน่นอนแล้วว่ามันเป็นมอนสเตอร์มีชื่อ

[ถ้าเจ้าเอาชนะข้า ข้าจะยอมรับว่าเจ้าเป็นนักทำลายกระโหลกที่แท้จริง!]

"ฉันไม่ได้ต้องการให้แกยอมรับมันซะหน่อย!"

น่ารำคาญจริงๆ ฉันได้แทงมันออกไปสองครั้งติดๆกัน น่าเสียดายที่เหมือนมันจะคาดการณ์เอาไว้แล้ว เมื่อฉันได้แทงไปข้างหน้ามันก็ได้กระโดดกลับหลังและหลบการโจมตีของฉันไป จากนั้นมันก็ได้เตะขึ้นจากพื้นเข้าใส่ฉัน หินนั้นได้ถูกขยี้ทิ้งไปโดยไพก้าแต่ว่ารูปแบบการต่อสู้ของมันก็ยังทำให้ฉันตัวเอียงหัวงง

"มันเรียนรู้วีธีการหลบการโจมตีของฉันหลังจากที่ถูกโจมตีก่อนหน้านี้งั้นหรอ? ชายคนนี้อาจจะมีประโยชน์ก็ได้!"

[มีประโยชน์?]

"แย่มากที่มันเป็นคนตาย.... ขอโทษนะอีโทส ถ้านายกลับชาติมาเกิดใหม่ก็มาเยี่ยมโรงฝึกของฉันด้วยล่ะ ฉันจะให้ส่วนลดซัก 20% นะ"

[หยุดพูดสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจได้แล้วนักทำลายกระโหลก]

อีโทสได้ตะโกนอย่างโกรธเคืองและพุ่งเข้ามาใส่ฉันอีกึ้วหรึ่ว ดาบกระดูกของเขาได้ตัดผ่านอากาศส่งเสียงที่น่ากลัวออกมา มันเห็นได้ชัดว่าเขาเล็งมาที่คอของฉัน อืมม ฉันคิดว่ามันเป็นการโจมตีที่ชัดเจนที่สุดจากมอนสเตอร์ทั้งหมดที่ฉันเจอ ยังไงก็ตามการป้องกันของมันก็ยังขาดไปอยู่!

'โล่นะใช้เพื่อหยุดฝ่ายตรงข้ามนะ! แต่โล่ของนายมีเพียงแค่โชว์!?'

ฉันได้มุดหลบเข้าไปและใช้ช่องว่างที่เขาเปิดกว้างอยู่ในการแทงหอกออกไป

"ความเร็วศักดิ์สิทธิ์ ฮีโรอิค สไตรค์"

[ก๊าซซซซ]

แน่นอนว่าฮีโรอิค สไตรค์ที่ได้รับการเสริมพลังจากความเร็วศักดิ์สิทธิ์ได้ทำลายหมวกของมันให้แตกออกไปพร้อมๆกับหัวกระโหลกของมันได้อย่างง่ายดาย มันได้ตายไปโดยที่ไม่ได้ทิ้งคำอะไรไว้อีก

[คุณได้เอาชนะมอนสเตอร์มีชื่อ 'อีโทส' คุณได้รับตั๋วเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยเป็นรางวัล]

[คุณได้รับฉายา 'นักทำลายกระโหลก' เมือต่อสู้กับมอนสเตอร์อันเดตประเภทโครงกระดูก คุณมีโอกาสที่จะสร้างความเสียหายแบบคริติคอลเป็ฯสองเท่าและคุณสามารถข่มขู่ศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ดาเมจคริติคอลของคุณได้เพิ่มขึ้น 50% เมื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์ประเภทกระดูก]

"ฉันได้กลายเป็นนักทำลายกระโหลกจริงๆซะแล้วสิ ...ถึงแม้ว่ามันจะใช้คำว่ากระโหลก แต่จริงๆมันคือความเชี่ยวชาญในการทำลายกระดูก..."

จากนั้นฉันก็ได้มองไปที่โครงกระดูกรอบๆ พวกมันที่ได้ล้อมฉันเอาไว้ตั้งแต่การต่อสู้ได้สั่นออกมาและเริ่มถอยหลังกลับไป

"นะ นักทำลายกระโหลก"

"กระโหลกของฉันจะต้องพังแน่ๆ"

"วิ่ง!"

"แต่เราไม่สามารถที่จะหนีไปจากนักทำลายกระโหลกได้นะ!"

นี่มันเป็นการข่มขู่งั้นหรอ? เพียงแค่การมีอนู่ของฉันก็สามารถจะข่มขู่มอนสเตอร์ได้ มันค่อนข้างสนุกเลยนะเนี่ย เดี๋ยวก่อนนะ ด้วยสิ่งนี้การเจาะผ่านดันเจี้ยนก็จะเหมือนกันการหั่นเค้กงั้นสิใช่มั๊ย? ด้วยรอยยิ้มที่แจ่มใสฉันได้จับหอกแน่นอย่างมั่นคง

ในความเป็นจริง ฉันอยากจะไปเยี่ยมเยือนพื้นที่พักอาศัย แต่เนื่องจากว่าฉันมีภาระในช่วง 3 เดือนฉันเลยหยุดมันเอาไว้ ฉันไม่สามารถจะปล่อยตัวในช่วง 3 เดือนนี้ได้ ฉันได้ตัดสินใจที่จะคิดเกี่ยวกับมันหลังจากที่เคลียร์ชั้นที่ 30

สิ่งที่ฉันจะต้องกังวลในตอนนี้ก็คือผ้าคลุมมังกรแดง...ฉันหมายถึงการเคลียร์ผ่านดันเจี้ยนอย่างรวดเร็วน่ะ!

จบบทที่ บทที่ 65 - ชนเผ่ามังกร หลิน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว