- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 81 เข้าร่วมชีลด์!
ตอนที่ 81 เข้าร่วมชีลด์!
ตอนที่ 81 เข้าร่วมชีลด์!
ตอนที่ 81 เข้าร่วมชีลด์!
สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้วก็เข้าสู่ปี 1997 โดยในช่วงเวลานี้ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมายที่พลิกโฉมโลก
เริ่มจากการเปิดตัว ‘เส้นทางรถไฟแม็กเลฟสายแรกของโลก’ ได้สำเร็จ เดิมทีโครงการนี้มีกำหนดใช้เวลาก่อสร้างถึงห้าปี แต่ด้วยความมุ่งมั่นของพนักงานจากบริษัท สกาย อินดัสตรีส์ ที่ทำงานด้วยความกระตือรือร้น โครงการกลับเสร็จลุล่วงและเปิดใช้งานได้ก่อนกำหนดถึงหกเดือน กลายเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา!
ในวันเปิดตัว ประธานาธิบดีคนปัจจุบันและอดีตประธานาธิบดีต่างเดินทางมาร่วมงานพร้อมกับเอริค พวกเขาร่วมกันตัดริบบิ้นและเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้ด้วยกัน
หลังจากนั้นภายใต้การคุ้มกันของทหารอเมริกันพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งสองประธานาธิบดีและกลุ่มบุคคลสำคัญจากทำเนียบขาวก็ได้ขึ้นรถไฟแม็กเลฟเป็นกลุ่มผู้โดยสารกลุ่มแรก โดยมีระยะทาง 360 กิโลเมตรจากนิวยอร์กสู่วอชิงตันโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซึ่งความเร็วนี้แทบเทียบได้กับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน!
นอกจากนี้ประธานาธิบดียังถึงกับเอ่ยปากว่า “นี่คือความมหัศจรรย์แห่งวงการคมนาคม” ทำให้เส้นทางนี้จึงได้รับการขนานนามว่า แม็กเลฟในตำนาน
แต่ตำนานของ สกาย อินดัสตรีส์ ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้
ภายใต้การนำของอิวาน แวนโก แผนกพลังงานของ สกาย อินดัสตรีส์ ก็ประสบความสำเร็จในการถอดรหัสกระบวนการสร้างเตาปฏิกรณ์อาร์ค และพัฒนาได้สำเร็จก่อนโทนี่ สตาร์คถึงสิบปี!
เดิมทีอิวานตั้งใจจะจัดงานแถลงข่าวใหญ่เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จนี้และประชดโทนี่ สตาร์คต่อหน้าคนทั้งโลก แต่เอริคกลับห้ามไว้ และชี้ให้เห็นว่า เตาปฏิกรณ์อาร์คเป็นผลงานร่วมระหว่างแอนตัน แวนโกและฮาเวิร์ด สตาร์ค อีกทั้งยังมีต้นแบบของเตาปฏิกรณ์นี้อยู่ใน สตาร์ค อินดัสตรีส์ ซึ่งให้พลังงานฟรีแก่บริษัทมานานหลายทศวรรษ
ดังนั้นถ้าหาก สกาย อินดัสตรีส์ ประกาศความสำเร็จนี้ออกไป จะไม่เพียงสร้างศัตรูกับ สตาร์ค อินดัสตรีส์ แต่ยังดึงดูดปัญหาไม่สิ้นสุด เช่น ปัญหาสิทธิบัตร ความขัดแย้งกับชีลด์ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานข่าวกรอง
เพราะงั้นสิ่งดี ๆ ก็ควรเก็บไว้ใช้เอง ไม่จำเป็นต้องอวดให้ใครเห็น!
แน่นอนว่าอิวานแม้จะไม่พอใจเล็กน้อย แต่หลังจากที่เอริคมอบแบบแปลนชิ้นหนึ่งให้ดู เขาก็เงียบไปและเดินเข้าห้องทดลองไปทันที
“เตาปฏิกรณ์อาร์คทำให้ฉันกลายเป็นคนดังและล้างแค้นให้พ่อได้ แต่ด้วยแบบแปลนชิ้นนี้ที่เอริคมอบให้มันจะทำให้ฉันกลายเป็นเทพเจ้าได้!” อิวานพึมพำ
ในขณะเดียวกันด้วยเตาปฏิกรณ์อาร์ค สกาย อินดัสตรีส์ ก็สามารถพัฒนา ‘ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับทหารรายบุคคล’ ขึ้นมาได้ในที่สุด ซึ่งกองทัพกำลังต้องการมันอย่างเร่งด่วนเป็นอย่างมากในตอนนี้ โดยปืนแม่เหล็กไฟฟ้าอันนี้มีน้ำหนักเพียง 30 กิโลกรัม และใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์อาร์ค ทำให้ไม่เพียงมีอานุภาพร้ายแรง แต่ยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาความร้อนที่ลำกล้อง และถ้าหากมีจำนวนกระสุนเพียงพอ ทหารคนเดียวก็สามารถเทียบเท่ากำลังรบของทั้งกองร้อย!
ส่วนเรื่องเครื่องปฏิกรณ์อาร์คแน่นอนว่ากองทัพก็รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเมินเฉย เพราะการขโมยเทคโนโลยีล้วนมีอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลกอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องจริงจังมากเกินไป เพราะถ้าหากมีปัญหาจริง ๆ ก็เป็นปัญหาระหว่างสกาย อินดัสตรีส์ และสตาร์ค อินดัสตรีส์ ไม่ใช่เรื่องของพวกเขา
แน่นอนว่ากองทัพก็ยอมรับในประสิทธิภาพของอาวุธนี้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นราคามันก็ทำให้พวกเขาถึงกับสะดุ้งทันที เพราะถึงแม้กองทัพจะประเมินความสำคัญของมันเอาไว้สูงมาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องเลือกจัดหาเพียงให้กับหน่วยทหารชั้นยอดเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เอริคก็ได้ใช้เวลาอีกสองปีสร้าง ‘ปัญญาประดิษฐ์’ ที่สมบูรณ์แบบและตั้งชื่อว่า ‘ฟิวเจอร์’ แทนชื่อเดิมว่า ‘เดนเจอร์ส’ ซึ่งเขารู้สึกว่ามันมีความหมายไม่เป็นมงคลเอาซะเลย
ในปีเดียวกัน นิค ฟิวรี่ ก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการ ชีลด์ อย่างเป็นทางการ พร้อมการสนับสนุนจากอเล็กซานเดอร์ และคำสั่งแรกที่เขาออกก็เกือบทำให้เจ้านายเก่าของเขาโมโหจนแทบขาดใจ
เขาสั่งให้โคลสันส่งหนังสือแต่งตั้งไปยังเอริค และเชิญเอริคมาเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของชีลด์
ทำให้อเล็กซานเดอร์แม้จะก้าวถอยหลังไปอยู่เบื้องหลังแล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบสบถลับหลังว่า “ฟิวรี่มันเอาหมาป่าเข้าบ้าน!”
แต่ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของอเล็กซานเดอร์ เอริคกับตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี และขึ้นรถไฟ แม็กเลฟในตำนาน ตรงไปยังสำนักงานใหญ่ชีลด์ทันที
“ฟิวรี่ สองปีไม่เจอกัน ทำไมนายถึงหัวล้านไวขนาดนี้ล่ะ?” เอริคพูดขึ้นขณะเดินตามโคลสันเข้าสู่ห้องทำงานของผู้อำนวยการ โชคดีที่วันนี้มีผู้อำนวยการถึงสองคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในห้อง “คุณอเล็กซานเดอร์! คุณดูผอมลงนะ”
ฟิวรี่ลูบหัวที่เพิ่งโกนใหม่และมองทั้งสองคนด้วยความงุนงง “รู้จักกันด้วยเหรอ?”
“แน่นอน ตระกูลเพียร์ซมีความเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของฉันอยู่บ้าง” เอริคกล่าวพร้อมจับมืออเล็กซานเดอร์แน่น และยิ้มให้อย่างอบอุ่น “อ้อ ใช่แล้ว ครั้งหนึ่งบรรพบุรุษของผมเคยมอบกริชเล่มหนึ่งให้ตระกูลเพียร์ซด้วยไม่ทราบว่ายังอยู่หรือเปล่า?”
อเล็กซานเดอร์ยิ้มฝืน ๆ ขณะที่มุมปากกระตุกเล็กน้อย “แน่นอน ยังอยู่สิ! ของขวัญจากบรรพบุรุษจะหายไปได้อย่างไร!”
“ค่อยยังชั่วหน่อยครับ” เอริคยังคงเล่นบทไม่รู้เรื่องต่อไป “กริชเล่มนั้นค่อนข้างเก่าแล้ว ไม่รู้ว่าคำปฏิญาณที่สลักไว้ยังคงชัดเจนอยู่ไหม หรือถูกกาลเวลาลบเลือนไปแล้ว?” มุมปากของเอริคเริ่มยกขึ้นเล็กน้อย
“คำสอนจากบรรพบุรุษไม่อาจถูกกาลเวลาทำลายได้!” อเล็กซานเดอร์มองเอริคลึก ๆ สื่อว่าเขายังคงจงรักภักดีต่อเรดสกัลล๋และจะไม่มีวันลืมคำสอนขององค์กร แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด
ฟิวรี่ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ และรู้สึกได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนต้องซับซ้อนมากแน่ ๆ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงเก็บข้อมูลไว้ในใจและวางแผนที่จะสืบสวนในภายหลัง ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มเป็นหัวหน้าหน่วยงานสายลับที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว
“นี่เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์จริง ๆ สองคนที่ปฏิเสธรางวัลโนเบลมายืนอยู่ด้วยกัน!” ฟิวรี่กล่าวพร้อมปรบมือและยกนิ้วโป้งให้ทั้งสองคนเพื่อดึงความสนใจของพวกเขาให้กลับมาที่เขาอีกครั้ง
“ไม่หรอก” อเล็กซานเดอร์พูดอย่างถ่อมตัว “ฉันแค่ทำงานของตัวเองให้สำเร็จ มันไม่ได้ช่วยสร้างสันติภาพให้โลกมากนัก รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหนักเกินไปสำหรับฉัน นอกจากนี้ของคุณเอริคน่ะสุดยอดกว่าฉันอีก เขาปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์!”
เอริคหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น จริงอยู่ที่เขาปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เมื่อปีก่อน เนื่องจากตอนนั้นเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการสร้างปัญญาประดิษฐ์ และไม่มีเวลาว่างพอ อีกทั้งเขาก็ไม่ได้สนใจชื่อเสียงมากนัก ส่วนเงินรางวัลน่ะเหรอ . . . โทษทีพอดีมีเงินล้นมือ . . .
“ไม่หรอก วัสดุที่เป็นตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิห้องนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ผมไม่กล้าผูกขาดความดีความชอบไว้คนเดียว คุณอเล็กซานเดอร์ต่างหากที่ยอดเยี่ยมที่สุด”
พวกเขาทั้งสองเข้าสู่โหมดการพูดจาชมเชยกันไปมาอย่างเป็นทางการจนบรรยากาศชวนอึดอัด ส่วนฟิวรี่ก็เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนจนต้องหาเหตุผลส่งเอริคออกจากห้องโดยอ้างเรื่องแนะนำงานของเอริคในชีลด์ให้ฟัง ทิ้งให้อเล็กซานเดอร์เดือดดาลอยู่ในห้องเพียงลำพัง
สำหรับฟิวรี่เวอร์ชันใหม่อัพเกรดจากสองปีที่แล้ว ตอนนี้เขาดูน่าสนใจมากสำหรับเอริค ซึ่งฟิวรี่ได้มอบตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิคจากของชีลด์ให้ พร้อมทั้งสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลระดับ 6 ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงมาก เพราะแม้แต่แบล็ควิโดว์อย่างนาตาชาในตอนนี้เธอก็เพิ่งขึ้นมาถึงเจ้าหน้าที่ระดับ 6 เท่านั้นเอง
“เอริค สิ่งที่นายกำลังจะเห็นต่อไปนี้คือความลับสุดยอดของชีลด์ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฉันเชิญนายมาที่นี่!” ฟิวรี่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
โปรดติดตามตอนต่อไป …