เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79 สกาย อินดัสตรีส์!

ตอนที่ 79 สกาย อินดัสตรีส์!

ตอนที่ 79 สกาย อินดัสตรีส์!


ตอนที่ 79 สกาย อินดัสตรีส์!

เอริคปรายตามองสตาร์คด้วยความดูแคลน ก่อนจะอุ้มสกายเดินไปยังใจกลางห้องนั่งเล่น

“ขอบคุณทุกคนที่มางานวันเกิดลูกสาวของผม” เอริคกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เมื่อครู่สตาร์คถามผมว่าผมเตรียมของขวัญอะไรให้สกาย ดังนั้นตอนนี้ผมจะขอประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการ”

คำพูดของเอริคได้ดึงความสนใจจากทุกคนในงานทันที พวกเขาต่างสัมผัสได้ว่าเรื่องที่เอริคกำลังจะพูดจะต้องไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แน่นอน

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อลิซ อินดัสตรีส์ จะเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น สกาย อินดัสตรีส์!” เอริคมองไปรอบ ๆ พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวถึงของขวัญชิ้นสำคัญ “และในวันที่สกายอายุครบ 18 ปี เธอจะกลายเป็นประธานบริษัท สกาย อินดัสตรีส์ อย่างเต็มตัว!”

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที แม้แต่สตาร์คยังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนสกายเองมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง ก่อนจะหันไปหาเอริคที่กำลังยิ้มให้เธอ ตอนนี้เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลย

“เอริค ทำไมนายถึงตัดสินใจแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” ฟิวรี่ถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ทำให้ใบหน้าที่เดิมก็เข้มอยู่แล้วกลับดูเข้มขึ้นไปอีก

ในสายตาของฟิวรี่ การตัดสินใจของเอริคคล้ายกับการทำพินัยกรรมมากเกินไป ทำให้เขานึกถึงความเป็นไปได้ว่าเอริคอาจพบกับสถานการณ์อันตรายถึงขั้นที่ตัวเขาเองยังไม่แน่ใจว่าจะเอาตัวรอดได้หรือไม่

“อย่ากังวลไปเลย ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดขึ้นมาได้อย่างกระทันหันเลยอยากพูดไว้ก่อนจะลืมเท่านั้นเอง” เอริคยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบสร้อยคอรูปตุ๊กตาหมีออกมาจากกระเป๋าและสวมให้สกาย “สุขสันต์วันเกิดนะ สกาย”

. . .

“สวัสดีสกาย ฉันชื่อเบ็ตตี้” เมื่อเริ่มงานเลี้ยง เด็กหญิงคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาทักสกาย เธอคือเบ็ตตี้ ลูกสาวของนายพลรอสส์ที่มีอายุห่างจากสกายอยู่สองสามปี

“สวัสดี ฉันชื่อสกาย”

“ไปตัดเค้กกันเถอะ!”

“อืม!”

เมื่อมองดูสองสาวน้อยที่วิ่งจับมือกันไปสร้างความเอ็นดูให้ทุกคน สตาร์คเดินเข้ามาหาเอริคพร้อมไวน์ในมือ พลางถามเอริคด้วยท่าทางสบาย ๆ ว่า “ไง การมีลูกสาวรู้สึกยังไงบ้าง?”

“ยอดเยี่ยมมาก!” เอริคยิ้มพร้อมยกแก้วจิบไวน์

“โธ่เว้ย ทำไมจู่ ๆ ฉันถึงอยากมีลูกสาวขึ้นมาบ้างแล้วเนี่ย” สตาร์คถอนหายใจพูดด้วยน้ำเสียงเจือปนความอิจฉา

เอริคมองสตาร์คตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประหลาดใจ “แน่ใจนะว่านายคือสตาร์คตัวจริง? หรือเป็นมนุษย์ต่างดาวปลอมตัวมา? บ้าเอ๊ย! นายคงโดนวางยาแน่ ๆ!”

“ชิ! เมื่อไหร่ที่ฉันสนุกจนพอแล้ว ฉันจะมีลูกสาวบ้างแน่ และเธอจะต้องสวยกว่าลูกสาวนาย! ฉันคิดชื่อไว้แล้วด้วย จะตั้งชื่อว่า 'มอร์แกน'” สตาร์คแตะคางตัวเองอย่างครุ่นคิด

“งั้นนายก็ควรถอดปิ๊กกาจู้ในตัวออกก่อนดีไหม?” เอริคเปลี่ยนเรื่องกระทันหันจนสตาร์คแทบล้ม ก่อนที่เขาจะชูนิ้วกลางใส่เอริคก่อนเดินจากไป

เมื่อสตาร์คจากไป ฟิวรี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับส่งสายตาเป็นนัยให้เอริคออกไปคุยกันข้างนอก

“เอริค เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายถึงตัดสินใจแบบนี้?” แน่นอนว่าฟิวรี่ยังคงหวาดระแวงในทุกเรื่อง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์รบกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมาใช้ ทำให้เอริคถึงกับกลอกตา

“ไม่มีอะไรหรอก แค่กันไว้ดีกว่าแก้” เอริคมองท้องฟ้าพลางถอนหายใจ “ฟิวรี่ ก่อนที่แครอลจะตกลงมา นายเคยคิดบ้างไหมว่ามนุษย์ต่างดาวจะมาเยือนโลก?”

“ก็เคยคิด ซึ่งฉันก็ทำแผนรับมือไว้เยอะเลย แต่พอเกิดขึ้นจริงกลับพบว่าแผนเหล่านั้นมันก็แค่เศษกระดาษเปล่า!” ฟิวรี่จิบไวน์ด้วยท่าทางหดหู่

“โอ้? แสดงว่านายคงมีเศษกระดาษเปล่าเยอะเลยสินะ!”

ฟิวรี่ยกมือทำท่าทางเกินจริง “เยอะมาก! ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเศษกระดาษเกี่ยวกับนายที่กองหนาเป็นเมตรเลย!”

“แค่เมตรเดียว? ฉันนึกว่าต้องวนรอบโลกซะอีก” เอริคยิ้มเยาะ ก่อนที่ทั้งสองจะเงียบลง และบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง

“นายแน่ใจนะว่าไม่มีอะไร?” ฟิวรี่ถามด้วยความกังวล

“ไม่มีอะไรจริง ๆ!” เอริคตอบหนักแน่น

“ถ้าไม่มีอะไร งั้นเมื่อไหร่นายจะคืนลูกบาศก์ให้ฉัน?”

“คืนอะไร? นั่นมันของรางวัลของฉัน!” เอริคจ้องฟิวรี่ตาเขม็ง

“ของรางวัลของเจ้าแมวน้อยต่างหาก!” ฟิวรี่ไม่ยอมแพ้ ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวของเขาจะเบิกกว้างราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ “ก่อนคืนช่วยนำไปล้างมันให้สะอาดด้วยนะ!”

“เจ้าแมวส้มมันมอบให้กับฉันด้วยตัวเอง ดังนั้นมันจึงไม่ได้เป็นของกองงานยุทธวิธีจัดระเบียบกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิของนาย” เอริคตอบโต้ทันที พลางจ้องฟิวรี่กลับด้วยสองตาของเขา

ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่กำลังยืนจ้องตากันราวกับมีสายฟ้าปรากฏออกมาจากดวงตาของพวกเขา “แต่ลูกบาศก์เป็นของหน่วยฉัน! ฉันเช็คข้อมูลแล้ว มันคือของที่กัปตันอเมริกานำมาจากไฮดราในสงครามโลกครั้งที่สอง มันเป็นของหน่วยฉัน!” ฟิวรี่ยืนยันเสียงแข็ง

“ไร้สาระ! ถ้าอย่างนั้นสหรัฐอเมริกาก็เป็นของชาวอินเดียนแดงตั้งแต่แรกแล้ว!” เอริคแค่นเสียงหัวเราะเยาะ โดยไม่มีทีท่าว่าจะคืนเทสเซอร์แร็คให้ฟิวรี่เลย

พวกเขาทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่นานจนฟิวรี่เริ่มรู้สึกตาแห้งและต้องเป็นฝ่ายถอยก่อน

ฟิวรี่ส่ายหัวพลางถอนหายใจ และพูดขึ้นมาว่า “โอเค ฉันจะฝากลูกบาศก์ไว้กับนายก่อน แต่ถ้าหากฉันต้องการใช้ นายจะต้องให้ฉันยืม”

“ไม่มีทาง!” เอริคสวนกลับทันที และก่อนที่ฟิวรรี่จะได้พูดอะไรต่อ เขาก็ย้ำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นต่อว่า “ฉันจะไม่ให้ยืมเด็ดขาด! แต่ถ้าเช่า . . . ก็พอจะคุยกันได้อยู่”

“เช่ายังไง?”

“หนึ่งล้านดอลลาร์ต่อวัน” เอริคตอบพร้อมยิ้มมุมปาก

“ทำไมนายไม่ไปปล้นธนาคารเลยล่ะ!” ฟิวรี่เกือบตะโกนออกมา

“ปล้นได้เงินช้ากว่านี้อีก!” เอริคหัวเราะ ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมา “หนึ่งล้านต่อวัน แถมตอนนี้ฉันมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนายโดยเฉพาะ เช่าสิบวันแถมฟรีหนึ่งวัน สนใจไหม?”

ฟิวรี่กัดฟันกรอดก่อนตอบอย่างไม่เต็มใจ “เช่าก็ได้! แต่บอกฉันมาก่อนว่ามันคืออะไรที่ทำให้ห้องนั่งเล่นมืดไปเมื่อครู่นี้?”

คำถามของฟิวรี่ทำให้ดวงตาเอริคเปล่งประกาย สิ่งนั้นคืออะไรหรือ? มันก็คือ ‘อุปกรณ์ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต’ ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อจัดการกับแวมไพร์ทั่วโลก อุปกรณ์นี้เดิมทีตั้งใจจะใช้ดักจับอเล็กซานเดอร์ แต่กลายเป็นว่าไปจัดการแวมไพร์กลุ่มใหญ่แทน ทำให้เขาต้องดึงอุปกรณ์กลับมา

เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อะไรจากอเล็กซานเดอร์อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นบางทีการสืบจากฟิวรี่อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แถมเอริคก็คำนวณในใจเอาไว้แล้วว่าผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้น่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการชีลด์ในไม่ช้าอย่างแน่นอน

เอริคยิ้มก่อนอธิบายหลักการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างละเอียด ด้วยภาษาที่เต็มไปด้วยคำศัพท์เทคนิค จนทำให้ฟิวรี่ยิ่งฟังยิ่งสับสน

“พอเถอะ! ฉันแค่จะถามนายว่าจะขายเทคโนโลยีนี้หรือเปล่า? ฉันพร้อมจ่ายราคาสูง” ฟิวรี่ยกมือหยุดเอริคกลางคัน

“น่าเสียดาย มันไม่ได้มีเอาไว้ขาย!” เอริคยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย ก่อนจะปล่อยให้ฟิวรี่ยืนงงอยู่ตรงนั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 79 สกาย อินดัสตรีส์!

คัดลอกลิงก์แล้ว