เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 67 บอกความจริง!

ตอนที่ 67 บอกความจริง!

ตอนที่ 67 บอกความจริง!


ตอนที่ 67 บอกความจริง!

เอริคปฏิเสธที่จะช่วย ดังนั้นทาลอสจึงจำต้องขอให้นักวิทยาศาสตร์ใหญ่ของสกรัลล์ ซึ่งมีความรู้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายยังไม่จบสมบูรณ์มาช่วยดัดแปลงเครื่องบินของเอริคแทน

ทหารสองนายที่ทำหน้าที่ขับเครื่องบินได้รับเงินคนละ 10,000 ดอลลาร์จากเอริค ก่อนจะยิ้มแย้มดีใจแล้วเรียกแท็กซี่กลับบ้านโดยไม่กังวลเรื่องเครื่องบินเลย เพราะเอริคได้ติดต่อกับนายพลรอสส์ต่อหน้าพวกเขา และนายพลรอสส์ก็รับเรื่องเครื่องบินไปดูแลทันทีโดยที่ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม ดังนั้นพวกเขาจึงมั่นใจว่าเอริคจะต้องมีตัวตนพิเศษอย่างแน่นอน ส่วนจะพิเศษแค่ไหนนั่นไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะต้องใส่ใจ

ระหว่างที่รอหัวหน้านักวิทยาศาสตร์สกรัลล์กำลังดัดแปลงเครื่องบิน เอริคกับฟิวรี่ก็นั่งจิบเบียร์คุยกันอยู่บนขั้นบันได

“ไม่คิดเลยนะว่าแท้จริงแล้วสกรัลล์จะเป็นเหยื่อ” ฟิวรี่ถอนหายใจรำพึงถึงความไม่แน่นอนของโลกใบนี้

“เหยื่อ? ฮึ!” เอริคยิ้มเยาะ พลางเป่าลมหายใจอย่างเย็นชา ทำให้ฟิวรี่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“ทำไม? พวกมันโกหกเหรอ?”

“ไม่ใช่ว่าโกหกเสียทีเดียว แต่นายรู้ไหมว่าสกรัลล์มีอาณาจักรใหญ่ขนาดไหน? หรือรู้ไหมว่าพวกมันมีประชากรมากแค่ไหน?” เอริคมองขึ้นไปบนฟ้าและยกเบียร์ขึ้นจิบ

“ใหญ่แค่ไหน? ใหญ่กว่าดาวโลกหรือเปล่า?” ฟิวรี่ตบขั้นบันไดใต้ตัวและยกแก้วขึ้นดื่ม

“พวกมันมีประชากรอย่างน้อย 30,000 ล้านคน และมีดาวเคราะห์ปกครองหลายร้อยดวง! หลังจากดาวหลักถูกทำลาย อาณาจักรสกรัลล์ก็แตกออกเป็นหลายกลุ่ม และทาลอสก็เป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ที่อ่อนแอที่สุดในพวกนั้น”

“เพ้อเจ้อ!” ฟิวรี่พ่นเบียร์ออกมาทันที พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “ไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วทำไมพวกมันยังถูกครีไล่ล่าอยู่ล่ะ?”

“เพราะครีแข็งแกร่งกว่าไงล่ะ!” เอริคพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จักรวาลนี้กว้างใหญ่เกินจินตนาการ แต่ดาวโลกของเรากลับเล็กนิดเดียว”

ฟิวรี่เงียบไป พลางดื่มเบียร์อย่างครุ่นคิด จนเมื่อขวดหมดถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “นายเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ เรื่องอำนาจต่างดาวในจักรวาล”

“ครี สกรัลล์ และชี'อาร์ สามอาณาจักรใหญ่ของจักรวาล พวกเขาเข้าสู่อารยธรรมดวงดาวมาเป็นล้านปี กองเรือรบของพวกเขาหนึ่งกองสามารถทำลายระบบสุริยะได้ทั้งหมด และยังมีข่าวลือว่าพวกเขามีอาวุธต้องห้ามที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้” เอริควางขวดเปล่าลงก่อนจะเปิดอีกขวดใหม่ “นอกจากสามอาณาจักรใหญ่ ยังมีพวกโซเวอเรนที่มนุษย์ต่างดาวเผาสีทองที่ โนวาคอร์ปจากดาวซานดาร์ที่เรียกตัวเองว่า ‘ตำรวจแห่งจักรวาล' ยูโทเปีย พาราเรลล์ หรือเผ่าพันธุ์มนุษย์เลื้อยคลานที่ชื่อว่าบาดัง . . .”

เอริคเล่าไปเรื่อย ๆ จนคิ้วของฟิวรี่ยิ่งขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกมหาอำนาจที่เอริคเล่าถึงดูทรงพลังจนเกินต้านทานสำหรับโลกใบเล็ก ๆ ของพวกเขา

“เอริค นายรู้เรื่องจักรวาลมากขนาดนี้ได้ยังไง?”

“เพราะฉันอยู่ในแผนกพิเศษไงล่ะ”

“แผนกพิเศษบ้าบออะไรของนาย!” ฟิวรี่ขว้างขวดเบียร์ลงกับพื้นอย่างหัวเสีย “พูดความจริงกับฉันไม่ได้เลยรึไง?”

“นี่แหละความจริง!” เอริคกรอกตาหยิบขวดเบียร์ใหม่ขึ้นมา และลุกเดินไปหาทาลอส

. . .

“บอกความจริงมา!” เอริคดึงทาลอสออกไปด้านข้าง ก่อนเปิดใช้งานเกราะสนามแม่เหล็ก ตัดสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและแสงทั้งหมด “ดาวหลักของสกรัลล์ถูกทำลายได้ยังไง?”

“ก็เพราะครี—”

เพียะ!!

“โอ๊ย!”

ยังไม่ทันที่ทาลอสจะพูดจบ เขาก็ถูกเอริคตบจนล้มลงกับพื้น

“ที่นี่ไม่มีคนอื่น นายไม่จำเป็นต้องโกหก” เอริคดึงเขาขึ้นมาด้วยมือเดียว ก่อนจะวางเขาลงแล้วปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าให้

“ข้าไม่ได้โกหก . . .”

เพียะ!

ทาลอสถูกตบอีกครั้ง คราวนี้ไถลไปไกลสี่ถึงห้าเมตรก่อนจะหยุดลง

เอริคยกมือขึ้นอย่างไร้อารมณ์ พร้อมกับร่างของทาลอสที่ลอยกลับมาหาเขา “จริง ๆ แล้ว ฉันมีวิธีควบคุมความคิดนายและดึงเอาความจริงทั้งหมดออกมาจากปากของนายได้ แต่วันนี้ฉันยังไม่อยากใช้ เพราะตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกคันไม้คันมืออยู่พอดี”

ทาลอสพ่นเลือดสีเขียวออกมา พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนล้า “ข้าพูดความจริงแล้ว . . .”

“ตอบไม่ตรงคำถาม!”

เพียะ!

“จริง ๆ แล้วมันคือ . . .”

“ตอบไม่ตรงคำถาม!”

เพียะ!

“เป็นเพราะครี . . .”

“ตอบไม่ตรงคำถามอีกแล้ว!”

เพียะ!

. . .

ทาลอสถูกตบไปกว่าสิบครั้งติดกันจนล้มลงไปนอนกับพื้นขยับตัวไม่ไหวอีกต่อไป ตอนนี้เขาทำได้เพียงแต่หอบหายใจอย่างอ่อนแรง

“ดูเหมือนว่าฉันคงต้องเตือนความจำให้นายสักหน่อย . . . กาแลคตัส!” เอริคเรียกตัวทาลอสกลับมาอีกครั้ง และปล่อยให้เขาลอยคว่ำหัวลง พร้อมกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู

ทันใดนั้นดวงตาของทาลอสก็เบิกกว้าง พร้อมกับริมฝีปากที่สั่นระริกทันที “ไม่! ไม่! ไม่! มันเป็นฝีมือของครี! อาวุธต้องห้ามของพวกมันต่างหาก!”

ถ้าดูจากการแสดงออกของทาลอส เอริคก็ยืนยันคำตอบในใจได้แล้ว ทำให้เขาส่ายหัวช้า ๆ “ในตำนานเล่าว่า กาแลคตัส ผู้กลืนกินดวงดาว หนึ่งในเทพเจ้าแห่งการสร้างทั้งห้า มีหน้าที่รักษาสมดุลของจักรวาลด้วยการกำจัดสิ่งมีชีวิตหรืออารยธรรมที่สร้างความเสียหายเกินควร หรือดาวเคราะห์ที่ไร้ค่า ดูเหมือนว่าสกรัลล์จะไม่มีคุณค่าอะไรในจักรวาลนี้เลยสินะ”

“ไม่จริง! สกรัลล์เป็นหนึ่งในสามอาณาจักรยิ่งใหญ่ของจักรวาล! พวกข้ามีประวัติศาสตร์ยาวนานนับล้านปี! จะไร้ค่าได้ยังไง! กาแลคตัสต้องทำผิดพลาดแน่! ใช่แล้ว มันต้องเป็นความผิดพลาด!” ทาลอสเริ่มพูดจาสับสน ดูเหมือนจะเสียสติไป ทำให้เอริคถอนหายใจเบา ๆ ก่อนแตะหน้าผากทาลอสเบา ๆ เพื่อทำให้เขาสลบไป

การคาดเดาของเอริคถูกต้อง ดาวหลักของสกรัลล์ไม่ได้ถูกทำลายโดยครี แต่ถูกกลืนกินโดยกาแลคตัส

นี่คือความจริงที่ไม่มีสกรัลล์คนใดยอมรับ ไม่มีใครยอมรับว่าเผ่าพันธุ์ของพวกมันไม่มีคุณค่าในสายตาของจักรวาล

. . .

เช้าวันรุ่งขึ้น เอริคและพวกมาถึงเครื่องบินเพื่อดูผลการดัดแปลงของหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ และทุกคนก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา

“ไม่น่าเชื่อว่านายจะไม่เก่งคณิตศาสตร์ แต่มีฝีมือด้านการดัดแปลงอยู่ในระดับสุดยอดเลยนะ” ฟิวรี่เอ่ยชมก่อนก้าวขึ้นเครื่องเป็นคนแรก

“ทาลอส ทำไมหน้าของนายถึงบวมแบบนั้น?” แครอลสังเกตว่าหน้าของทาลอสดูอ้วนกว่าวันก่อนเล็กน้อย

ทาลอสจับหน้าตัวเองอย่างงุนงง “น่าจะล้มหัวฟาดพื้นละมั้ง? ข้าจำไม่ค่อยได้”

“หวังว่านายจะไม่ได้ความจำเสื่อมด้วยนะ” เอริคหัวเราะเบา ๆ และเดินไปตบบ่าทาลอสก่อนเดินขึ้นเครื่อง

เมื่อทุกคนขึ้นมาบนเครื่อง พวกเขาก็พบว่ามี ‘ผู้โดยสารลับ’ อยู่บนเครื่องด้วย ซึ่งมันก็คือเจ้าแมวส้ม หรือที่จริงแล้วมันก็คือ เฟลอร์เค็น!

“บ้าเอ๊ย! มันขึ้นมาบนเครื่องได้ยังไง! รีบจับมันลงไปเดี๋ยวนี้!” ทาลอสกลัวจนตัวติดกับประตูเครื่องจนไม่กล้าขยับตัว

ฟิวรี่อุ้มเจ้าแมวส้มขึ้นมา และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “นี่นายกลัวแมวเหมือนเอริคหรือไง!”

“นั่นไม่ใช่แมว! นั่นคือสัตว์ประหลาดเฟลอร์เค็น เจ้าคนโง่เอ๊ย!” ทาลอสตะโกนลั่น เมื่อเห็นฟิวรี่กำลังจะลูบเจ้าแมวส้ม

“เฟลอร์เค็น? นั่นคือชื่อเล่นนายเหรอ? เจ้าตัวน้อย” ฟิวรี่คิดว่าทาลอสกำลังล้อเล่น เขาก็เลยยังลูบเจ้าแมวต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว

เอริคกรอกตา และถอนหายใจเบา ๆ “ปล่อยเขาไปเถอะ ดูเหมือนเจ้าแมวนี่จะชอบฟิวรี่อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าเขาจะลูบยังไง มันก็ไม่ยกกรงเล็บใส่ ถือว่าโชคดีไป”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 67 บอกความจริง!

คัดลอกลิงก์แล้ว