เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 65 รีบเอาแมวส้มออกไปซะ!

ตอนที่ 65 รีบเอาแมวส้มออกไปซะ!

ตอนที่ 65 รีบเอาแมวส้มออกไปซะ!


ตอนที่ 65 รีบเอาแมวส้มออกไปซะ!

ด้วยความช่วยเหลือจากนายพลรอสส์ในการเปิดประตูหลังให้ เอริคและพวกของเขาก็ถูกนำตัวเข้าสู่ฐานทัพโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศทันที

ภายใต้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพันเอกคนหนึ่งของกองทัพอากาศ แครอลและนิค ฟิวรี่ก็มุ่งหน้าไปยังห้องเก็บเอกสารเพื่อค้นหาข้อมูล ในขณะที่เอริคเลือกที่จะอยู่ที่ศูนย์บัญชาการเพื่อพูดคุยกับนายพลรอสส์ ซึ่งบังเอิญมาเยือนฐานแห่งนี้เพื่อปฏิบัติงานในวันเดียวกัน

“นายพลรอสส์ ครั้งที่แล้วผมไปที่รัสเซียและนำวอดก้า 'อดาลอง' เกรดพรีเมียมมาสองขวด คุณต้องมาลองชิมที่บ้านผมเมื่อมีเวลานะ!” เอริคยิ้มพร้อมชนแก้วกับนายพลรอสส์ก่อนดื่มวิสกี้หมดแก้ว

“ฮ่า ๆ ยอดเยี่ยมมาก เอริค! ไวน์ไฮแลนด์ไนท์ ที่นายให้ฉันลองคราวก่อน รสชาติมันยังติดปากอยู่เลย!” เมื่อพูดถึงไวน์นายพลรอสส์ถึงกับยิ้มกว้างทันที พร้อมกับสายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“นายพลรอสส์ ถ้าคุณชอบ ผมจะให้เจนนิเฟอร์สั่งเพิ่มจากอังกฤษ แล้วจัดงานเลี้ยงไวน์กันดีไหม?” เอริคที่เป็นนักธุรกิจรู้ดีว่าการตอบสนองความต้องการของผู้อื่นสำคัญแค่ไหน และเขาก็ทำได้ดีเป็นพิเศษในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

“โอ้? เมื่อไหร่ล่ะ? ฉันจะไม่พลาดเด็ดขาด!” นายพลรอสส์ตาวาวด้วยความตื่นเต้น

“ฮ่า ๆ ท่านนายพล ขอให้เรื่องนี้จบก่อนดีไหม? ผมได้ยินมาว่าโครงการทดลองของคุณก็กำลังมีความคืบหน้า ผมเกรงว่าคุณคงไม่มีเวลามาสนุกตอนนี้”

“ก็จริง” เมื่อพูดถึงโครงการทดลอง นายพลรอสส์ที่เคยตื่นเต้นก็ดูสงบลงอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าโครงการของเขาน่าจะไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่

“ท่านนายพล คุณรู้เรื่อง 'โปรเจกต์เพกาซัส' ที่ฟิวรี่พูดถึงไหม?” เมื่อเอริคสังเกตสีหน้าของนายพลรอสส์เขาก็รีบพูดเปลี่ยนเรื่องทันที

นายพลรอสส์เลิกคิ้วขึ้นมองเอริค และวางแก้วไวน์ลง ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างด้วยท่าทางครุ่นคิด “โปรเจกต์นี้ได้รับการอนุมัติจากฉันเอง ดร.เวนดี้ ลอว์สันเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีพรสวรรค์มาก ถ้าเครื่องยนต์แสงความเร็วแสงของเธอสำเร็จ กองทัพอากาศของเราจะกลายเป็นกองทัพที่เร็วที่สุด!”

“เราก็เร็วที่สุดอยู่แล้วไม่ใช่หรอครับ?” เอริคเดินไปยืนข้างนายพลรอสส์ มองเครื่องบินรบที่จอดรอเตรียมบินนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย

นายพลรอสส์ส่ายหัวเล็กน้อย “ฉันไม่ได้หมายถึงเร็วที่สุดในโลก!”

เอริคฟังแล้วได้แต่กลอกตา เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยการหมดคำจะพูด ‘นายกำลังคิดถึงความเร็วที่สุดในจักรวาลเหรอไง? นายเคยเห็นสะพานสายรุ้งของแอสการ์ดไหม? หรือการวาร์ปของจอมเวทย์ล่ะ?’

“แล้วโปรเจกต์นี้สำเร็จหรือเปล่า?”

“ไม่สำเร็จ โปรเจกต์ถูกยุติ” นายพลรอสส์ถอนหายใจ “ดร.เวนดี้ ลอว์สันทดลองบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เพียงแต่เครื่องบินตกเท่านั้น แต่ยังสูญเสียนักบินไปด้วย ถ้าไม่ยุติโครงการนี้ล่ะก็ คนคงเอาไปพูดกันให้วุ่นวาย!”

“เมี๊ยว . . .” ทันใดนั้นจู่ ๆ มันก็มีเสียงแมวร้องเบา ๆ ดังขึ้น ทำให้เอริคตัวแข็งทื่อทันที ความรู้สึกอันตรายอย่างรุนแรงทำให้พลังพิเศษของเขาถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด

‘เฟลอร์เค็น . . .’ เอริคยืนยันได้ทันทีจากเสียงนั้น นั่นคือสัตว์อสูรที่ติดอันดับอันตรายในจักรวาล มันสามารถกลืนเขาเข้าไปได้ทั้งตัวโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูก

“ท่านนายพล คุณเลี้ยงแมวด้วยเหรอ?”

“แมว?” นายพลรอสส์หันมามองเอริคด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นหางแมวสีส้มที่กำลังเลี้ยวหายไปที่มุมห้อง เขาก็พูดขึ้นมาว่า “อ้อ นั่นเป็นแมวของดร.เวนดี้ ลอว์สัน มันอยู่ที่ฐานนี้ตั้งแต่เธอเสียชีวิต ใครเจอมันก็สามารถให้อาหารได้”

“ให้อาหาร . . .” เอริครู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว ‘ฉันว่าคนที่เจอมันอาจจะกลายเป็นอาหารของมันซะมากกว่า!’

ทันใดนั้นเอริคก็รีบเตือนตัวเองซ้ำ ๆ ว่าให้อยู่ห่างจากสัตว์ร้ายนั่น แม้ว่าเขาจะชอบสัตว์ขนปุย เช่น แมว ลูกสุนัข หรือแม้แต่สกาย แต่สำหรับเจ้าสิ่งนี้ที่สามารถกลืนเขาทั้งตัว เขาขออยู่ห่าง ๆ จะดีกว่า

หลังจากพูดคุยกับนายพลรอสส์อีกไม่กี่นาที แครอลก็เดินกลับมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวล ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานฟิวรี่จะตามมาติด ๆ และอุ้มแมวสีส้มตัวที่เอริคหลีกเลี่ยง แถมยังลูบขนมันอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่มีความเกรงกลัวหรือห่วงชีวิตตัวเองเลย

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่เห็นว่ามันอันตรายขนาดไหน!” เอริคเดินเข้าไปกระซิบถามแครอล

แครอลหันมามองแมวสีส้มด้วยความแปลกใจ “มันอันตราย? ฉันไม่เห็นว่าพลังงานของมันจะสูงเลย”

เอริคถึงบางอ้อทันที เธอวัดระดับพลังงานและใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินความแข็งแกร่ง พลังงานของเขาซ่อนอยู่ในเซลล์ร่างกาย ทำให้เธอสัมผัสได้ แต่พลังงานของเฟลอร์เค็นนั้นซ่อนอยู่ในมิติภายในท้องของมัน ซึ่งเธอไม่สามารถรับรู้ได้

“ใครเป็นเจ้าของแมวตัวน้อยที่น่ารักที่สุดตัวนี้กันน้า?” นิค ฟิวรีลูบเจ้าเฟลอร์เค็นอย่างเพลิดเพลิน ส่วนเอริคก็ถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อเว้นระยะให้ห่างจากพวกเขา ‘วันหนึ่งนายอาจจะกลายเป็นอาหารแมวโดยไม่รู้ตัว . . .’

“ได้อะไรมาบ้างไหม?”

แครอลลังเลเล็กน้อยก่อนจะหยิบรูปถ่ายออกมาจากแฟ้ม ในรูปมีคนสองคนกำลังจับมือกัน ด้านหลังมีผู้หญิงผิวดำยืนอยู่ ส่วนด้านหลังสุดมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งกำลังปีนออกมาจากเครื่องบิน

เอริคนำรูปถ่ายขึ้นมาเปรียบเทียบกับใบหน้าของแครอลไปมา ก่อนจะแสดงความประหลาดใจ “ดูนี่สิ ผู้หญิงที่ลงจากเครื่องบิน เธอดูเหมือนคุณเลยนะ!”

“รูปนี้ถ่ายเมื่อหกปีก่อน ฉันเพิ่งมาถึงฮาราเมื่อหกปีก่อน ฉันเสียความทรงจำ มีเพียงแค่ความทรงจำในช่วงหกปีนี้เท่านั้น . . .” เสียงของแครอลแผ่วเบาเต็มไปด้วยความสงสัย

“ต้องถามอีกเหรอ? คุณต้องถูกพวกครีจับไปล้างสมองแน่ ๆ!” เอริคเลิกคิ้วพูดอย่างมั่นใจ

ถ้าเป็นช่วงแรกที่เธอมาถึงโลก แครอลคงโต้แย้งคำพูดของเอริคอย่างดุเดือด แต่ตอนนี้ความสงสัยที่เกิดขึ้นในใจเธอเองทำให้เธอพูดไม่ออก ท่ามกลางคำกล่าวหาแบบ ‘มั่นใจเกินเหตุ’ ของเอริค

“จะไปที่ไหนต่อ?” เมื่อเห็นว่าแครอลไม่ตอบ เอริคก็เก็บรูปใส่แฟ้มและถามจุดหมายต่อไปของเธอ

“ลุยเซียนา . . . ไปหาใครบางคน เพื่อนมั้ง?” น้ำเสียงของแครอลเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ พร้อมกับใบหน้าแสดงออกถึงความสงสัย

. . .

ฐานทัพอากาศมีเครื่องบินมากมาย และนายพลรอสส์ก็จัดการส่งเครื่องบินลำเลียงให้ทันที

บนเครื่องบิน แครอลเอาแต่จ้องมองรูปถ่ายด้วยความเงียบ ฟิวรี่ก็เอาแต่ลูบเจ้า ‘เฟลอร์เค็น หรือ กูส’ ไปเรื่อย ๆ ส่วนเอริคก็พูดคุยเรื่อยเปื่อยกับทหารสองคนที่ทำหน้าที่นักบิน

เมื่อเครื่องบินเจอกระแสลมแรงและสั่นสะเทือนเล็กน้อย เจ้า กูส ที่นอนอยู่บนตักของฟิวรี่ก็กระโดดลงมาโดยไม่สนเสียงเรียกของเขา และกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของเอริคแทน ทำเอาเอริคตกใจจนเกือบเปิดโล่สนามแม่เหล็กเพื่อป้องกันตัวเอง

“ฟิวรี่! ไอ้เพื่อนเวร มันมาทำอะไรตรงนี้! รีบเอามันออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“เฮ้ มันชอบนายนะ!” ฟิวรี่เดินมาเกาคางเจ้าแมวส้มพลางพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน “ใครเป็นแมวที่น่ารักที่สุดกันนะ?”

“ให้ตายเถอะ ฟิวรี่ รีบเอามันออกไป!” เอริคเอนตัวหนีอย่างเต็มที่ สายตาจับจ้องไปที่ปากของเจ้าแมวด้วยความระแวง พร้อมเปิดสนามพลังได้ทุกเมื่อ

“อย่าทำแบบนั้นสิ เอริค นายทำให้มันกลัว!” ฟิวรี่อุ้มเจ้า ‘กูส’ ขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “ไปกันเถอะ เจ้าตัวเล็ก เขาไม่ต้อนรับนาย”

“ใครจะไปต้อนรับเจ้าสิ่งนี้กัน!” เอริคบ่นพึมพำ แต่ในขณะเดียวกันมือเขาก็เร็วไม่แพ้ใคร รีบเช็ดขาตัวเองอย่างระมัดระวัง หยิบเส้นขนของเจ้าแมวออกมาเก็บไว้อย่างแนบเนียน

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 65 รีบเอาแมวส้มออกไปซะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว