- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 46 กาแฟยังอุ่นอยู่ แต่ดูเหมือนมันจะเปรี้ยวแปลก ๆ!
ตอนที่ 46 กาแฟยังอุ่นอยู่ แต่ดูเหมือนมันจะเปรี้ยวแปลก ๆ!
ตอนที่ 46 กาแฟยังอุ่นอยู่ แต่ดูเหมือนมันจะเปรี้ยวแปลก ๆ!
ตอนที่ 46 กาแฟยังอุ่นอยู่ แต่ดูเหมือนมันจะเปรี้ยวแปลก ๆ!
ใบหน้าของแดร็กคูลาดูเคร่งครึ้มลง ดวงตาสีแดงลุกวาว พลังจิตอันดำมืดและแปลกประหลาดแผ่ขยายตรงไปยังเอริค
“สะกดจิตงั้นเหรอ? ฮ่าฮ่า เทียบกับชาร์ลส์แล้ว เจ้านี่มันก็แค่เศษฝุ่น!” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่เอริคก็ไม่กล้าประมาท พลังจิตที่ผสมเวทมนตร์ดำนี้ ไม่มีใครรู้ว่ามันต่างจากพลังของชาร์ลส์อย่างไร
เอริครีบสร้างเกราะแม่เหล็กหลายชั้น และปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกจากมือเพื่อต่อต้านพลังจิตที่พุ่งเข้ามา จากนั้นเขาก็โบกมืออีกครั้งทำให้หมอกเงินกลายเป็นลูกโลหะขนาดเท่าไข่นกกระทา พร้อมกับมือทั้งสองที่หมุนเป็นวงกลมเพื่อซ้อนทับสนามแม่เหล็กหลายชั้น ทำให้ลูกโลหะเปล่งแสงไฟฟ้าเจิดจ้า และพุ่งออกไปอย่างรุนแรง
“ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า!” เอริคสร้างปืนแม่เหล็กไฟฟ้าจำลองขึ้นมา โดยให้ลูกโลหะที่บรรทุกพลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่แดร็กคูลาราวกับสายฟ้าฟาด
ซึ่งก่อนที่แดร็กคูลาจะทันได้ตั้งตัว ขาขวาของเขาก็ถูกยิงจนเป็นรูพรุนหลายแห่ง จนทำให้เขาทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น แต่ในรอยแผลนั้นเนื้อเยื่อกลับดิ้นกระเพื่อมและฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแผลก็หายเป็นปกติอีกครั้ง
“อ๊าก!” แดร็กคูลาคำรามด้วยความโกรธใช้มือฟาดพื้นเพื่อพยายามยันตัวลุกขึ้น
แน่นอนว่าเอริคไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายสมหวัง และรีบรวบรวมลูกโลหะในมือแล้วซัดเข้าใส่อีกรอบ
ถึงแม้เอริคจะไม่กล้าใช้ท่าไม้ตาย แต่เขาก็เล็งเป้าหมายไปที่แขนขาของแดร็กคูลา ทำให้ร่างของแดร็กคูลาเต็มไปด้วยบาดแผล ก่อนที่หลังจากนั้นเอริคจะแปรสภาพลูกโลหะให้กลายเป็นหมอกเงินอีกครั้ง และเข้าล้อมแดร็กคูลาเอาไว้อย่างแน่นหนา
“คราวนี้ยังจะดื้ออยู่อีกไหม!” เอริคกำหมัดแน่น หมอกเงินจึงรัดตัวแดร็กคูลาแน่นยิ่งขึ้นจนกลายเป็นแผ่นฟิล์มเงินบาง ๆ คลุมร่างของแดร็กคูลาเอาไว้ แน่นอนว่าเอริคไม่ได้กังวลว่าแดร็กคูลาจะขาดอากาศหายใจ เพราะแดร็กคูลาสามารถอยู่ในสุญญากาศได้
จากนั้นเอริคก็ชูมือขึ้นควบคุมโลหะรอบ ๆ ให้ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะสลายตัวเป็นผงและรวมตัวกันปกคลุมแดร็กคูลาในเวลาไม่นาน จนร่างของแดร็กคูลาถูกฝังอยู่ใต้กองโลหะหนาแน่นกลายเป็นก้อนเหล็กขนาดใหญ่
“เรียบร้อย!” เอริคยิ้มอย่างพอใจ ก่อนควบคุมก้อนเหล็กให้ลอยขึ้นเตรียมบินกลับอเมริกา
แต่แล้วจู่ ๆ มันก็มีกลุ่มควันดำสายหนึ่งเล็ดลอดออกมาจากก้อนเหล็ก ทำให้รอยยิ้มของเอริคหยุดชะงักทันที
“มนุษย์โง่เขลา เจ้าทำให้ข้ากริ้วจนถึงขีดสุดแล้ว! ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าทำไมข้าถึงได้ชื่อว่าท่านเคานต์แดร็กคูลาผู้ยิ่งใหญ่!”
หลังจากเสียงจบลง ควันดำก็หมุนวนในอากาศ ก่อนจะรวมตัวเป็นร่างของแดร็กคูลาอีกครั้ง แต่สภาพของเขาในตอนนี้ดูย่ำแย่เป็นอย่างมาก เสื้อทักซิโดและเสื้อคลุมขาดเป็นรูพรุน ผิวซีดขาวมีรอยด่างดำสลับขาว
“อุบ๊ะ! คำพูดอย่างกับวายร้ายในเกมเป๊ะ! พอพูดแบบนี้ทีไร บอสในเกมมักจะเหลือพลังชีวิตน้อยแล้วเตรียมปล่อยท่าใหญ่!” เอริคหัวเราะเยาะ
แดร็กคูลาไม่เข้าใจสิ่งที่เอริคพูด แต่เขาก็อ่านสีหน้าเย้ยหยันนั้นของเอริคออก ดังนั้นเขาจึงคำรามด้วยความโกรธทันที
“มนุษย์โง่เขลา เจ้ากล้าหัวเราะเยาะข้าเรอะ?!” แดร็กคูลากลายเป็นหมอกดำอีกครั้ง คราวนี้ในหมอกมีแสงประหลาดสีดำระยิบระยับ และบางครั้งก็ปรากฏอักขระเวทมนตร์ที่ดูซับซ้อน
“โอ้ เจ้าหมอนี่มันจะปล่อยท่าไม้ตายจริง ๆ เหรอเนี้ย! ฉันพูดล้อเล่นเฉย ๆ อย่าเอาจริงสิ!” เอริคบ่นพึมพำ แต่มือของเขากลับไม่ได้อยู่นิ่ง
หลังจากการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาสังเกตเห็นว่าโล่แม่เหล็กของเขาแทบจะไร้ผลต่อเวทมนตร์ของแดร็กคูลา แต่สามารถกันการโจมตีทางกายภาพได้ดี
ในพริบตา ก้อนเหล็กใหญ่ที่พื้นก็ลอยขึ้นมาอีกครั้ง และแยกออกเป็นชิ้นและรวมตัวใหม่กลายเป็นเกราะเหล็กที่สวมใส่โดยอัตโนมัติ เกราะนี้ไม่ได้ดูเหมือนชุดเกราะเหล็กมาร์คทั่วไปของไอรอนแมน แต่กลับมีความรู้สึกเหมือนเนื้อเยื่อชีวภาพ ราวกับเอริคมีชั้นกล้ามเนื้อเหล็กอีกชั้นหนึ่ง
ทำให้ตอนนี้ร่างกายของเอริคซึ่งสูงใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้นเมื่อเขาสวมเกราะนี้ ความสูงของเขาทะลุสองเมตรไปไกล และด้วยกล้ามเนื้อเหล็กที่ดูแข็งแกร่งทำให้เขาดูเหมือนสัตว์ประหลาดจากต่างดาวไม่มีผิด
“ฉันคือไอรอน . . . เอ่อ ช่างเถอะ ประโยคนี้เป็นของเขา ฉันพูดเองคงไม่เหมาะ” เอริคส่ายศีรษะใหญ่ของเขา ก่อนกำหมัดยักษ์แล้วซัดใส่แดร็กคูลา
แน่นอนว่าแดร็กคูลาก็ไม่ยอมให้เอริคโจมตีง่าย ๆ เช่นกัน และปล่อยเวทมนตร์ออกมาเช่นกัน แสงสีแดงเข้มพุ่งออกมาจากหมอกดำเหมือนอาวุธเลเซอร์ ทว่าเมื่อมันกระทบกับกล้ามเนื้อเหล็กมันก็สลายไปโดยทันทีทิ้งไว้เพียงเสียง ‘เคร้ง ๆ’ เท่านั้น
ขณะเดียวกันหมัดเหล็กของเอริคก็ซัดเข้าใส่หมอกดำ แต่ดูเหมือนว่าหมอกนี้จะไร้ตัวตน ทำให้เมื่อถูกหมัดของเอริคกระแทกมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ในหมอกดำเสียงหัวเราะเยาะที่น่าขนลุกดังขึ้น ราวกับแดร็กคูลากำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของเอริค . . .
“ฮึ! นายคิดว่ามีแค่นี้หรือไง? เตรียมตัวรับมือให้ดี!” เอริคกำหมัดเข้าหากัน ทันใดนั้นเหล็กที่อยู่กลางหมอกดำจู่ ๆ ก็คลายออกทันที และในชั่วพริบตาต่อมาหนามเหล็กนับไม่ถ้วนก็งอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทะลุขอบเขตของหมอกดำออกไปจนดูเหมือนเม่นทะเลยักษ์
ถึงแม้การโจมตีนี้จะไม่สามารถทำอันตรายแดร็กคูลาได้ เพราะในสภาพหมอกดำเช่นนี้ เขาแทบจะเป็นอมตะจากการโจมตีทางกายภาพทุกชนิด แต่ทันใดนั้นเองแดร็กคูลากลับรู้สึกได้ถึงลางร้ายบางอย่าง ทำให้เขาพยายามจะหลบหนีออกจากขอบเขตของหนามเหล็กทันที
“สายไปแล้ว!” เอริคตะโกน พร้อมกับดวงตาของเขาที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าและสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนหนามเหล็ก
ในชั่วพริบตา หนามเหล็กที่ดูเหมือนเม่นทะเลก็กลายเป็นลูกบอลสายฟ้าอย่างกะทันหัน ทำให้หมอกดำของแดร็กคูลาราวกับจมอยู่ในมหาสมุทรสายฟ้า ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจะดังออกมาจากหมอกดำซึ่งกำลังปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับบางส่วนของร่างกายแดร็กคูลาที่เริ่มเปลี่ยนกลับเป็นรูปร่างมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ
เสียงสายฟ้าดังอย่างต่อเนื่อง แดร็กคูลาพยายามทะลวงออกจากลูกบอลสายฟ้าหลายครั้ง แต่เขาก็ถูกเอริคสกัดไว้ด้วยพลังสายฟ้าที่รุนแรงกว่าเดิม
ทำให้หลังจากนั้นไม่นานเสียงกรีดร้องของแดร็กคูลาก็ค่อย ๆ เบาลงจนเกือบหายไป เมื่อเอริคเห็นเช่นนั้นเขาก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอฆ่าแดร็กคูลาโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นเขาจึงรีบหยุดการโจมตีและเก็บหนามเหล็กกับสายฟ้ากลับมาทันที
เมื่อการโจมตีหยุดลง หมอกดำก็เปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์ทันที พร้อมกับร่างของแดร็กคูลาที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยร่างกายดูอ่อนแรงและใกล้ตาย
“คราวนี้คงไม่ดื้ออีกแล้วใช่ไหม!” เอริคพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบศีรษะแดร็กคูลาเบา ๆ ราวกับลูบหัวเด็กน้อย ก่อนจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอันทรงพลังออกมาจนทำให้แดร็กคูลาสลบไปทันที
. . .
เมื่อเอริคพาร่างหมดสติของแดร็กคูกลากลับมาที่โรงเรียนเซเวียร์ในเวลากลางดึก ศาสตราจารย์เอ็กซ์และแฮงก์ก็ยังคงนั่งรอเขากลับมาอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
เอริคโยนแดร็กคูลาลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี “แฮงก์ กาแฟของฉันยังอยู่ไหม?”
“ยังอยู่ คุณบอกให้เก็บไว้ ผมเลยไม่แตะมันเลย” แฮงก์นักวิทยาศาสตร์ผู้ซื่อสัตย์ชี้ไปที่โต๊ะข้าง ๆ ซึ่งมีกาแฟแก้วหนึ่งวางอยู่ ทำให้เอริคถอนหายใจเบา ๆ ‘เป็นคนซื่ออะไรแบบนี้!’
“คุณพักเหนือยก่อนเถอะ เดี๋ยวผมไปอุ่นให้” แฮงก์ผู้ซื่อสัตย์รีบเดินไปหยิบกาแฟแก้วนั้นขึ้นมา แต่ทันทีที่เขาสัมผัสแก้วกาแฟ สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วพลางดมกลิ่นกาแฟ ก่อนจะจ้องแก้วในมืออย่างสงสัย
“แฮงก์ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” ศาสตราจารย์เอ็กซ์ถามด้วยความสงสัย
“กาแฟยังอุ่นอยู่ . . . แต่ดูเหมือนมันจะเปรี้ยวแปลก ๆ . . .”
โปรดติดตามตอนต่อไป …