เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 ฟันแข็งแรงดีนี่!

ตอนที่ 45 ฟันแข็งแรงดีนี่!

ตอนที่ 45 ฟันแข็งแรงดีนี่!


ตอนที่ 45 ฟันแข็งแรงดีนี่!

ด้วยพิกัดที่แม่นยำจากศาสตราจารย์เอ็กซ์ เอริคจึงบินตรงไปยังสหราชอาณาจักรทันที

“อังกฤษ . . . มันดูไกลไปหน่อยนะ . . .”

ระหว่างที่บินอยู่กลางอากาศ เอริคได้ปรับทิศทางตามสนามแม่เหล็กโลกอย่างต่อเนื่อง และพยายามจับสัญญาณเป้าหมายพลางกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว “นี่มันอาจจะดูเวอร์ไปหน่อย แต่ฉันหวังว่าเจ้านั่นจะยังอยู่ดีจนกว่าฉันจะกลับมา”

ก่อนออกเดินทาง เอริคได้เพิ่ม ‘ส่วนผสมพิเศษ’ บางอย่างลงในถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ ซึ่งเขาได้ใช้พลังพิเศษอัดพลังงานมหาศาลเข้าไปในแผ่นเหล็กเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่ง

พลังงานนี้เขาได้มาจากตอนซ่อมเครื่องขยายคลื่นสมอง ซึ่งเกิดจากอนุภาคพลังงานสูงที่ตกค้างจากการใช้งานอุปกรณ์ เนื่องจากพลังงานนี้เต็มไปด้วยรังสีที่ยุ่งเหยิง บวกกับเอริคไม่มีเวลาจัดการ ดังนั้นเขาจึงปิดผนึกมันไว้ในแผ่นเหล็ก โดยสร้างสนามแม่เหล็กเพื่อควบคุมการปลดปล่อยพลังงานช้า ๆ ทำให้กระบวนการนี้ปล่อยความร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง และเขาก็ไม่แน่ใจว่ากาแฟที่เหลืออยู่มันจะอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนจะระเหยจนหมด

“สมัยก่อน กวนอู่สังหารฮัวหยงโดยที่สุราในจอกยังอุ่นอยู่ ส่วนวันนี้ เอริคอุ่นกาแฟแล้วไปล่าแวมไพร์ . . . เอ๊ะ ทำไมมันฟังดูไม่คล้องจองกันเลยแฮะ . . . ช่างเถอะ!” เอริคยักไหล่เล็กน้อยปล่อยความคิดฟุ้งซ่านออกไป และมุ่งหน้าต่อ

การบินตามเส้นสนามแม่เหล็กไม่ได้เร็วอย่างที่เขาคิด ซึ่งเขาเพิ่งรู้ตัวหลังจากบินไปไม่กี่นาที และด้วยความเร็วระดับนี้เขาคงต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าถึงจะถึงอังกฤษ

การออมมือจะมีประโยชน์อะไรนอกจากเสียเวลาเพิ่ม!

“เอาล่ะ! ไหน ๆ ก็พูดเอาไว้แล้ว เพราะงั้นเอาให้สุดแรงเลยแล้วกัน!” เอริคกัดฟันใช้พลังสร้างเกราะสนามแม่เหล็ก จากนั้นปลดปล่อยพลังจนทำให้อะตอมของแม่เหล็กที่ปกติไม่ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กในร่างกายของเขาได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาเพื่อผลักแรงดึงดูดของโลก

แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่เอริคไม่ค่อยอยากทำสักเท่าไหร่ เพราะมันเปลืองพลังงานมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความเร็วที่รวดเร็วทันใจ และเพียงไม่กี่วินาทีก็ทะลุผ่านกำแพงเสียงในพริบตา

นอกจากนี้ถ้าหากเพิ่มความเร็วการบินด้วยวิธีการอื่น ๆ อีกความเร็วของเขาในตอนนี้ทางทฤษฎีมันคงใกล้เคียงกับความเร็วแสงอย่างแน่นอน!

บึ้ม!!

เสียงแตกของอากาศดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า เอริคพุ่งทะยานขึ้นไปพร้อมกับก้อนเมฆโซนิคบูมที่ถูกสนามแม่เหล็กกันไว้ด้านนอก

อย่างไรก็ตามเสียงรบกวนก็ยังคงดังก้องอยู่ในหูของเขาอยู่ดี . . .

. . .

ถึงแม้จะบินด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่เอริคก็ยังใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย

โดยจุดหมายของเขาก็คือโบสถ์เก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากผู้คน กำแพงสีแดงเข้มของโบสถ์เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ และเถาวัลย์จำนวนมากเลื้อยปกคลุมกระจกสีที่หน้าต่างจนบดบังใบหน้าของพระแม่มารีไปครึ่งหนึ่ง

เอริคเดินเข้าไปในโบสถ์และมองสำรวจรอบ ๆ บนผนังเต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอับชื้น แสงอาทิตย์ลอดผ่านกระจกสีตกกระทบลงบนพื้น สร้างลวดลายสีสันที่สะท้อนบรรยากาศภายในโบสถ์

ที่นั่งแถวหน้าสุดแดร็กคูลากำลังนั่งเอามือทั้งสองเท้าที่คาง จ้องมองรูปปั้นพระเยซูเหมือนคนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

เอริคค่อย ๆ เดินเข้าไป และมองสำรวจแวมไพร์ในตำนานตรงหน้า พลางคิดหาวิธีจัดการเขา

ความจริงแล้วแดร็กคูลาไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น เพราะมีฮีโร่หลายคน เช่น กัปตันอเมริกา ธอร์ หรือ เบลด ก็เคยกำจัดเขาได้เพียงลำพัง และมีครั้งหนึ่งตอนที่แดร็กคูลาเผชิญหน้ากับทีมอเวนเจอร์ส เขามักจะชอบหาเรื่องกับอเวนเจอร์สเป็นพัก ๆ และทุกครั้งก็โดนฆ่าตาย หลังจากนั้นก็ฟื้นขึ้นมาก่อกวนอีก วนเวียนแบบนี้ไม่รู้จบ

ดังนั้นเพื่อเพื่อแก้ปัญหาเรื่องแวมไพร์ เอริครู้ดีว่าเขาไม่ควรฆ่าแดร็กคูลา เพราะถ้าหากแดร็กคูลาตายแล้วไปฟื้นที่อื่นจะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากเข้าไปอีก และเขาไม่อยากต้องมาพึ่งศาสตราจารย์เอ็กซ์ให้ช่วยค้นหาตำแหน่งอีก

แดร็กคูลาในตอนนี้ดูเหมือนในเรื่องเล่าเกือบทุกประการ ใส่ทักซิโด้สีดำ คลุมด้วยเสื้อคลุมสีแดงเลือด หน้าซีดขาว เล็บแหลมคม และเขี้ยวที่เผยออกมาเวลาพูด

“เจ้าคิดว่าพระเจ้ามีจริงไหม?” ในขณะที่เอริคเดินถึงแถวที่สาม แดร็กคูลาที่กำลังจมอยู่ในความคิดก็ถามขึ้นมาลอย ๆ

เอริคยกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงที่แถวหลัง “น่าเสียดาย นายถามผิดคนแล้ว ฉันเป็นยิว ฉันไม่เชื่อในพระเยซู”

“ข้าหวังว่าพระเจ้าจะมีจริง เพื่อที่เขาจะได้ฆ่าข้าทิ้งเสียที!” เสียงของแดร็กคูลาฟังดูว่างเปล่า ทว่าทุกคำเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเลือด

“โอ้? นายอยากตายเหรอ? ให้ฉันช่วยไหม!” เอริครู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของแดร็กคูลา หรือว่าเขาจะเบื่อโลกนี้แล้วเหมือนกับวาร์เน่?

“ไม่ . . . ข้าอยากถูกฆ่าโดยพระเจ้า หรือไม่ก็ฆ่าพระเจ้าเสียเอง!” ดวงตาของแดร็กคูลาเปล่งประกายแสงสีแดงจาง ๆ ก่อนจะหันกลับมาพร้อมกับซัดหมัดตรงเข้าใส่เอริคทันที!

“เฮ้! พี่ชาย ฉันไม่ใช่พระเจ้านะ!” เอริคกำหมัดของแดร็กคูลาไว้แน่น ขณะที่ในใจอดบ่นไม่ได้ว่า ‘ทำตัวโอ่อ่าซะอย่างกับฆ่าพระเจ้าได้แค่สะบัดนิ้ว! น่าหงุดหงิดจริง ๆ โว้ย!’

“ฮึ! คนที่มาหาข้าได้ มีแค่สองพวกเท่านั้น นักล่าแวมไพร์หรือตัวแทนจากศาสนจักร แต่ไม่ว่าจะเป็นพวกไหน ข้าจะส่งพวกแกไปพบพระเจ้าเอง!” แดร็กคูลาหัวเราะเยาะเย้ย ก่อนที่ร่างของเขาจะหดเล็กลงและกลายเป็นหมอกสีดำลื่นหลุดจากการจับของเอริคและหายวับไป

เอริคแสยะยิ้ม และเลื่อนมือไปข้างหน้าอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นกลุ่มหมอกสีเงินก็ลอยออกมาจากร่างเขา กระจายตัวออกไปรอบ ๆ

“อ๊าก!” แดร็กคูลาร่วงลงมาจากท้องฟ้ากลับคืนสู่ร่างเดิมอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าเงินจะไม่สามารถฆ่าแดร็กคูลาได้โดยตรง แต่ความเจ็บปวดจากเงินก็ทำให้แดร็กคูลารู้สึกไม่คุ้นชินเล็กน้อยหลังจากหลับใหลมาหลายปี แดร็กคูลาลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยสายตาแค้นเคือง ขณะที่เขาพึมพำบางสิ่งในลำคอ พร้อมกับลูกบอลหมอกสีดำที่หมุนวนอยู่ในมืออย่างรวดเร็ว

เอริคตั้งการ์ดป้องกันทันที เวทมนตร์นั้นถือเป็นจุดอ่อนที่สุดของเขา โดยเฉพาะเวทมนตร์ดำที่ชั่วร้ายที่ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นเขาจึงรีบเปิดใช้งานโล่สนามแม่เหล็กพร้อมเติมอนุภาคเงินเข้าไปทันที

เวทมนตร์ของแดร็กคูลาก่อตัวเป็นรูปร่างอย่างรวดเร็ว หมอกดำกลายเป็นลูกศรสั้นสีดำ และพุ่งตรงมายังเอริคด้วยความเร็วสูง

ฟิ้ว!!

ลูกศรสีดำพุ่งเข้ามาถึงตัวเอริคในชั่วพริบตา และโล่สนามแม่เหล็กก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ทำให้ลูกศรสีดำพุ่งทะลุผ่านเข้าไปเหมือนเป็นเพียงเงา

ทันใดนั้นดวงตาของเอริคก็เบิกกว้างขึ้น ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเพื่อป้องกันตามสัญชาตญาณ

เคร้ง!

เสียงใสดังขึ้น พร้อมกับประกายสีเงินส่องแสงสะท้อนบนฝ่ามือของเอริค นี่คือไวเบรเนียมที่ซ่อนอยู่ในเซลล์ของเขาและถูกดึงมารวมกันกับเงินบริสุทธิ์

เมื่อเห็นว่าการโจมตีพลาดเป้า ใบหน้าของแดร็กคูลาก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เสื้อคลุมที่อยู่ด้านหลังของเขาสะบัดเล็กน้อย ก่อนที่ฝูงค้างคาวจำนวนมหาศาลจะบินกรูกันออกมา โดยที่แดร็กคูลาเองก็กลายร่างเป็นค้างคาวตัวหนึ่งแฝงตัวอยู่ในฝูงเพื่อโจมตีเอริคเช่นกัน

ฟันของค้างคาวเหล่านี้ถูกเสริมด้วยเวทมนตร์ดำ ทำให้โล่ของเอริคถูกกัดจนพรุนเป็นรูนับพันภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทำให้เอริคต้องรีบถอยหลังพร้อมตบมือเข้าหากันอย่างแรง ปล่อยกระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลออกมาจากฝ่ามือ กลายเป็นสายฟ้าฟาดใส่ฝูงค้างคาวจนร่วงหล่นลงกับพื้นจำนวนมาก

แน่นอนว่าค้างคาวพวกนี้เป็นเพียงตัวล่อเพื่อเปิดทางให้แดร็กคูลาหลบสายฟ้าและพุ่งไปด้านหลังของเอริค ทันใดนั้นแดร็กคูลาก็กลับคืนร่างมนุษย์อีกครั้ง และใช้มือทั้งสองข้างคว้าหัวไหล่ของเอริคเอาไว้ ก่อนจะเปิดปากเผยเขี้ยวแหลมคมและกัดลงไปอย่างรุนแรง

เอริคไม่ได้ขัดขวางการกระทำของแดร็กคูลา และควบคุมไวเบรเนียมให้เข้ามารวมกันในจุดที่แดร็กคูลากำลังจะกัดเขา . . .

เคร้ง!

เสียงใสดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแดร็กคูลาที่ปิดปากตัวเองอย่างเจ็บปวดและถอยกรูดออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

“ว้าว ฟันแข็งแรงดีนี่! ไวเบรเนียมรสชาติเป็นยังไงบ้าง?” เอริคหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 45 ฟันแข็งแรงดีนี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว