เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ทางเชื่อมระหว่างสองจักรวาล!

ตอนที่ 3 ทางเชื่อมระหว่างสองจักรวาล!

ตอนที่ 3 ทางเชื่อมระหว่างสองจักรวาล!


ตอนที่ 3 ทางเชื่อมระหว่างสองจักรวาล!

“สตาร์ค! ตอนนี้ล่ะลุยเลย!” มิสเตอร์แฟนแทสติกตะโกนขึ้น

ทำให้สตาร์คที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า ยิงขีปนาวุธจากไหล่พร้อมปล่อยลำแสงเลเซอร์จากแขนทั้งสองข้างเข้าใส่เอริคอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนในขณะนี้การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของแบล็คโบลท์ก็ยังไม่หยุดเช่นกัน เช่นเดียวกับการโจมตีด้วยเวทมนตร์ของด็อกเตอร์สเตรนจ์ที่สร้างร่างโคลนของตัวเองออกมาหลายร้อยร่าง โดยแต่ละร่างนั้นร่ายเวทมนตร์ทรงพลังโจมตีใส่เอริคอย่างต่อเนื่อง

ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น ขีปนาวุธ เลเซอร์ เวทมนตร์ล้วนพุ่งเข้าสู่เอริคเป็นเป้าหมายเดียวกัน!

ตูม!!!!

เสียงระเบิดอย่างรุนแรงดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว กำแพงและพื้นดินพิเศษของฐานได้รับความเสียหายไปทั่ว อุปกรณ์ต่าง ๆ ปลิวลอยขึ้นสู่อวกาศ จนด็อกเตอร์สเตรนจ์ต้องรีบเปิดใช้งานมิติกระจกเพื่อแยกทุกคนจากอันตรายจากแรงระเบิด

“ยังมีปฏิกิริยาสนามแม่เหล็ก! เพิ่มไฟเข้าไปอีก!” มิสเตอร์แฟนแทสติกที่พกอุปกรณ์ตรวจจับมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ศูนย์กลางการระเบิด และรีบตะโกนเตือนคนอื่น ๆ ทันที

ทันใดนั้นสตาร์คก็ยิงเปลวไฟออกมาจากเครื่องปฏิกรณ์อาร์ค ขณะที่ด็อกเตอร์สเตรนจ์เริ่มท่องคาถาเรียกเปลวไฟเวทมนตร์เพิ่มเพิ่มพลังในการโจมตี

ส่วนแบล็คโบลท์นั้นก็หยุดใช้คลื่นเสียงของตัวเองเพื่อหลีกทางให้กับคนอื่น ๆ เพราะด้วยความรู้ของเขาอุณหภูมิสูงสามารถทำลายพลังสนามแม่เหล็กได้ ดังนั้นเขาจึงไม่เสี่ยงเข้ามาขัดเปลวไฟที่เพื่อนร่วมทีมรวมตัวกันสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก

“สนามแม่เหล็กกำลังอ่อนลงแล้ว! เดี๋ยวฉันจะบีบอัดมันต่อเอง!”

ร่างของมิสเตอร์แฟนแทสติกเริ่มยืดออกจากกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นแผ่นบางโอบรอบเอริคและเปลวไฟไว้อย่างมิดชิด เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ ที่ให้เพื่อนร่วมทีมเสริมไฟเข้าไป

“เอริค . . .” ศาสตราจารย์เอ็กซ์มองเพื่อนของตัวเองด้วยสายตาหนักใจ แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือเพื่อนของตัวเองได้

ตูม!!

ทันใดนั้นคลื่นพลังแม่เหล็กไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนก็ระเบิดออกจากตัวเอริค ส่งแรงกระแทกจนมิสเตอร์แฟนแทสติกเสียรูปร่าง ส่วนด็อกเตอร์สเตรนจ์ และ สตาร์คก็ถูกผลักกระเด็นออกไป

“นั่นมันผ้าคลุมไวเบรเนียม!” สตาร์คตะโกนด้วยความตกใจ

“ฉันไม่ได้มีแค่ผ้าคลุมไวเบรเนียมหรอกนะ ฉันยังมีที่ถุงเท้ากับพื้นรองเท้าด้วยนะที่ทำมาจากไวรเบรเนียม นายอยากได้ไหม?” เอริคยิ้มขึ้นมาอย่างกวนประสาท ทำให้สตาร์คยิ่งโกรธมากขึ้น

“เอาล่ะทุกคน พอกันแค่นี้เถอะ มันถึงเวลาที่ฉันจะไปแล้ว!”

เอริคยกนิ้วเบา ๆ ก่อนยิงอนุภาคโลหะเล็ก ๆ ใส่มิสเตอร์แฟนแทสติกจนหมดสติไป จากนั้นเขาก็ควบคุมสนามแม่เหล็กจับตัวแบล็คโบลท์ให้ลอยขึ้น

แบล็คโบลท์พยายามจะเปิดปากเพื่อปล่อยคลื่นเสียงโจมตีอีกครั้ง แต่รอบตัวของเขาก็ถูกกั้นด้วยพลังสนามแม่เหล็กที่ทำให้เขาไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้เกิดระยะสามเมตร

จากนั้นเอริคก็หันไปมองสตาร์ค และใช้แรงสนามแม่เหล็กเข้าปะทะหัวสมองของสตาร์คโดยตรงจนหมดสติในทันที ท่อนาโนคาร์บอนแม้จะต้านสนามแม่เหล็กได้ แต่ถ้าหากไม่มีการปกป้องจากเกราะเหล็ก ไอรอนแมนก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

จากยักษ์ใหญ่ทั้งหกแห่งอิลลูมินาติ ตอนนี้เหลือเพียงด็อกเตอร์สเตรนจ์กับศาสตราจารย์เอ็กซ์ที่ยังยืนหยัดอยู่เท่านั้น

ทันใดนั้นเอริคก็ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มิสทีคที่ถูกศาสตราจารย์เอ็กซ์ควบคุมอยู่ก็ได้รับอิสระอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะรีบหยิบเข็มเล็ก ๆ แทงเข้าไปที่คอศาสตราจารย์เอ็กซ์ ทำให้พลังจิตที่ทรงพลังของของอีกฝ่ายจางหายไปเหมือนกับกระแสน้ำ

“ด็อกเตอร์สเตรนจ์ ฉันยืนยันได้ว่าฉันไม่ได้มีเจตนาเป็นศัตรูกับอิลลูมินาติ” เอริคพูดพลางจัดแขนเสื้อให้เรียบร้อย “จักรวาลนี้กำลังจะเจอวิกฤตครั้งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้”

“ไม่คิดเลยว่านายจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้!” ด็อกเตอร์สเตรนจ์มองเอริคอย่างระมัดระวัง

แน่นอนว่าด็อกเตอร์สเตรนจ์ยังมีแผนสำรองอยู่ เพราะเวทมนต์นั้นเป็นสิ่งลึกลับที่คนธรรมไม่สามารถเข้าถึงได้ ตราบใดที่เขาสามารถจ่ายสิ่งแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ลังเลที่จะใช้มันออกมา

“ฉันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก!” เอริคโบกมือเล็กน้อย “ฉันแค่อยากเอาตัวรอด! พวกเราไม่มีทางเอาชนะเขาได้ ดังนั้นฉันจึงเลือกที่หนีไปจากที่นี่”

ด็อกเตอร์สเตรนจ์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นทันที “นายกำลังจะ . . .”

“ใช่!” เอริคยก ‘อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล’ ในมือขึ้นมาตรงหน้า “แน่นอนว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะเขาได้ เพราะนี่เป็นเพียงแบบจำลองที่รีดสร้างขึ้น และมันใช้งานได้เพียงครั้งเดียว แต่ถ้าหากมันเป็นของจริงล่ะก็ . . . บางทีนายอาจจะมีโอกาสเอาชนะเขาได้!”

ทุกคนที่ยังมีสติอยู่ต่างเงียบลงทันที และรับฟังคำพูดของเอริคด้วยความคิดมากมายที่ผสมปนเปอยู่ในหัว

ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งนามอร์ก็ยังคงคำรามด้วยความโกรธและสบถอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นกัน

แน่นอนว่าเอริคไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย และหยิบวัตถุอีกชิ้นออกจากแขนเสื้อ วัตถุชิ้นนี้มันมีขนาดเล็กมากและส่องแสงสีฟ้าอ่อนเล็ก ๆ ออกมาจากด้านในตลอดเวลา

“ลาก่อนทุกคน!” เอริคบีบชิ้นส่วนเล็ก ๆ นั้นให้แตกเป็นเสี่ยง พร้อมกับแสงสีฟ้าที่แผ่กว้างก่อตัวเป็นกำแพงอิฐสีน้ำเงินอยู่ตรงหน้าเขา

“นี่มันคอสมิคคิวบ์ลูกบาศก์จักรวาล และกำแพงกั้นระหว่างจักรวาล!” ด็อกเตอร์สเตรนจ์อุทานด้วยความตกใจ

“ใช่ แต่น่าเสียดายที่มันเป็นแค่เศษเล็ก ๆ และใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”

เอริคส่ายหัวอย่างเสียดาย และควบคุมมิสเตอร์แฟนแทสติกให้ลอยมาใกล้ ‘อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล’ ในมือ และชี้ไปที่กำแพงอิฐสีน้ำเงิน

“ฉลาดนักนะที่ผูกยีนของนายกับ อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล ให้มีแค่ยสบที่ใช้งานได้ น่าเสียดายที่นายคิดง่ายเกินไป!”

หลังจากพูดจบเอริคก็ควบคุมร่างของมิสเตอร์แฟนแทสติกให้กดสวิตช์ของ อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล

ทันใดนั้นพลังงานมหาศาลและลึกลับก็พุ่งเข้าหากำแพงอิฐสีน้ำเงิน และเมื่ออาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาลทำหน้าที่ของมันสำเร็จ มันก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่านหายไปทันที

ในขณะเดียวกันกำแพงอิฐสีน้ำเงินก็เริ่มแตกร้าวออกเป็นชิ้น ๆ แต่ไม่มีเศษก้อนอิฐที่ปลิวกระจายเลยแม้แต่น้อย

เพราะเดิมทีมันก็ไม่ใช่กำแพงอิฐธรรมดาอยู่แล้ว แต่เป็นกำแพงกั้นระหว่างจักรวาลคู่ขนานสองแห่ง ดังนั้นความแข็งแกร่งของมันจึงสูงเกินกว่ากฎเกณฑ์ใด ๆ ในจักรวาล

ซึ่งในจักรวาลตามปกติแล้วมันแทบจะไม่มีใครสามารถมองเห็นการดำรงอยู่ของมันได้ และการทำลายมันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย มีเพียงพลังของคอสมิคคิวบ์ที่เป็นพลังที่อยู่เหนือจักรวาลเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นกำแพงอิฐสีน้ำเงินที่มองเห็นได้

ในทำนองเดียวกัน ถึงแม้จะมองเห็นมันได้ แต่กำแพงนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทำลายได้ง่าย ๆ แม้แต่ในยุครุ่งเรืองของ กาแล็คตัส ผู้กลืนกินจักรวาล และมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถปกครองจักรวาลได้ ก็ยังไม่สามารถสร้างรอยบนกำแพงนี้ได้

ดังนั้นมันจึงมีเพียง อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล ซึ่งเป็นพลังเหนือจักรวาลที่สามารถทำลายมันได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว

กำแพงอิฐสีน้ำเงินค่อย ๆ แยกตัวออกจากกันกลายเป็นช่องทางหลากสีที่ค่อย ๆ เสถียรขึ้น และเชื่อมจักรวาลทั้งสองเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก โดยด้านในนั้นมีพลังและข้อมูลมหาศาลที่กำลังไหลเวียนระหว่างจักรวาลทั้งสองฝั่งอย่างต่อเนื่องสร้างผลกระทบมหาศาล

แต่เอริคก็ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ และจะต้องรีบเข้าไปด้านในโดยเร็วที่สุด!

เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน หรือไม่สามารถสัมผัสสิ่งใดได้ แต่เขาก็รับรู้ได้ว่ากำลังมีพลังอันยิ่งใหญ่กำลังรบกวนช่องทางนี้อยู่ . . .

พลังที่ไม่ยอมให้จักรวาลทั้งสองเชื่อมต่อกัน!!

“โอเค ทุกคน ลาก่อน! ฉันจะไปก่อนละ หลังจากนี้จะทำอะไรก็เชิญตามสบายเลย!” เอริคหัวเราะลั่นก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในช่องทางเชื่อมระหว่างสองจักรวาลตรงหน้า

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 3 ทางเชื่อมระหว่างสองจักรวาล!

คัดลอกลิงก์แล้ว