เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล!

ตอนที่ 1 อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล!

ตอนที่ 1 อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล!


ตอนที่ 1 อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล!

“เอริค คุณแน่ใจใช่ไหมว่าอัญมณีอินฟินิตี้ถูกซ่อนอยู่ที่นี่? ทำไมที่นี่ถึงดูเหมือนไม่มีอะไรเลย?”

บนพื้นผิวดวงจันทร์ที่มืดมิด แห้งแล้ง และเงียบสงัด มิสทีคควบคุมยานบินลดระดับลงและถามเอริคด้วยน้ำเสียงที่เจือความไม่แน่ใจอีกครั้ง

เอริคเพียงยิ้มเย็น ๆ และลูบแหวนที่นิ้วนางของเขาอย่างเป็นนิสัย ภายใต้หมวกกันน็อคดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาจ้องมองไปที่พื้นผิวของดวงตาอย่างเงียบ ๆ “เรเวน อย่าถูกหลอกด้วยสิ่งที่มองเห็น เพราะแก่นแท้ของทุกสิ่งนั้นอยู่ลึกกว่ารูปลักษณ์ภายนอก”

มิสทีคยักไหล่เบา ๆ พลางพูดหยอกล้อว่า “ฉันควรเป็นคนที่ทำให้คนอื่นสับสนสิ ไปกันเถอะ! รีบทำธุระของเราให้เสร็จก่อนที่ชาร์ลส์จะรู้ตัว”

เอริคโบกมือเรียกสนามแม่เหล็กขึ้นมาปกป้องรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับร่างของพวกเขาที่ลอยขึ้นจากพื้นบินไปข้างหน้า

นี่เป็นหนึ่งในการควบคุมสนามแม่เหล็กที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุด เพราะไม่เพียงมันจะสามารถทนต่อการโจมตีและรังสีคอสมิกต่าง ๆ ได้เท่านั้น แต่มันยังปิดผนึกอากาศรอบตัวให้คงอยู่ในสนามแม่เหล็ก ทำให เขาสามารถอยู่รอดในอวกาศได้ชั่วคราว

พวกเขาทั้งสองคนเปิดประตูยานออกและบินสำรวจไปทั่วดวงจันทร์ แต่นอกจากความรกร้างบนดวงจันทร์แล้วพวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย

ทำให้ตอนนี้มิสทีคเริ่มสงสัยในการตัดสินของเอริคอีกครั้ง ทว่าทันใดนั้นเองเอริคกลับหยุดกะทันหัน และชี้นิ้วไปที่หลุมอุกกาบาตเล็ก ๆ ข้างหน้า

“มันอยู่ตรงนั้น”

หลังจากนั้นเอริคก็ยกฝ่ามือขึ้นเล็กน้อยและเริ่มทำการควบคุมสนามแม่เหล็ก ทันใดนั้นผืนดินเบื้องล่างก็สั่นเล็กน้อย และประตูที่ซ่อนอยู่ก็ปรากฏขึ้น

ในขณะเดียวกันมิสทีคก็เข้าใจทันทีว่าหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของเธอต่อ ดังนั้นร่างกายของเธอจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นชายวัยกลางคนในเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มที่มีสัญลักษณ์เลขสี่เด่นอยู่บนหน้าอก

“ทำไมต้องเป็นรีดด้วย? เปลี่ยนเป็นชาร์ลส์ไม่ได้เลยหรอ? ฉันอุส่าใช้ความพยายามตั้งนานกว่าจะเอาม่านตาของเขามาได้”

“รีดเป็นคนสร้างฐานนี้ ดังนั้นมันจึงมีบางจุดที่ต้องการไบโอเมตริกซ์ของเขาเพื่อเข้าไปด้านใน”

เอริคตอบเบา ๆ ก่อนจะโบกมือส่งร่างของมิสทีคไปยังแผงควบคุมตรงประตู ทันใดนั้นแสงเลเซอร์สีแดงก็เริ่มส่องผ่านร่างของเธอ และวินาทีต่อมาประตูก็เปิดออกอย่างช้า ๆ

พวกเขาก้าวเข้าสู่ภายในฐานทันที พร้อมกับเสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดังขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ยินดีต้อนรับกลับมา คุณรีด”

มิสทีคเหลือบตามองเอริคเล็กน้อย และถามกับเอไอว่า “ชาร์ลส์กับสตาร์คเคยมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ใช่ไหม?”

“ใช่ ศาสตราจารย์ชาร์ลส์กับคุณสตาร์คมาที่นี่เมื่อสิบเอ็ดวันก่อน”

“แล้วคนอื่นล่ะ?”

“ด็อกเตอร์สเตรนจ์ก็มาที่นี่เมื่อเจ็ดวันก่อน ส่วนคุณแบล็คโบลค์กับนามอร์ไม่ได้มาที่นี่ตั้งแต่การประชุมครั้งล่าสุด” เสียงเครื่องจักรตอบกลับอย่างเย็นชา

ด็อกเตอร์สเตรนจ์, แบล็คโบลท์, นามอร์, ศาสตราจารย์เอ็กซ์, ไอรอนแมน, มิสเตอร์แฟนแทสติก?

สถานที่แห่งนี้มันคือบ้าอะไรกันเนี้ย?

ตอนนี้มิสทีครู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เอริคบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงแค่ฐานลับของรีดและชาร์ลส์เท่านั้น ส่วนคนอื่น ๆ เขาไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนัก

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ตอนนี้มันจะไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดอีกต่อไปแล้ว เพราะสถานที่แห่งนี้มันเป็นสถานที่ที่รวมเหล่าฮีโร่ชั้นแนวหน้าของโลกเข้าด้วยกัน มีแม้กระทั่งคนที่อยู่กันคนละฝ่าย . . .

พวกเขากำลังกำลังวางแผนอะไรกันแน่?

“นี่คืออิลลูมินาติ!” เอริคค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องโถงหกเหลี่ยม พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “กลุ่มคนเสแสร้งที่ตั้งตัวขึ้นมารวมกลุ่มแก้ปัญหาวิกฤตระดับโลกและจักรวาล โดยที่ไม่มีใครรู้การมีอยู่ของพวกเขา”

“แล้วคุณรู้ได้ยังไง?” มิสทีถามด้วยความสงสัย

“นั่นก็คือสิ่งที่ฉันอย่างรู้เช่นกัน!”

ทันใดนั้นก่อนที่เอริคจะได้ตอบคำถามของมิสทีค มันก็มีวงแหวนเวทย์ปรากฏอย่างกะทันหันที่ด้านหลัง พร้อมกับโทนี่ สตาร์คที่ปรากฏตัวในชุดเกราะ ศาสตราจารย์เอ็กซ์และด็อกเตอร์สเตรนจ์อยู่ด้านหลังของเขา

มิสทีคเอามือตบหน้าผากของเธอด้วยความเหนื่อใจทันที ดูเหมือนว่าแผนการนี้มันจะล้มเหลวก่อนเริ่มดำซ้ำ!

“โอ้ พระเจ้า ฉันอยากให้ซูซานเห็นสิ่งนี้จริง ๆ สามีของเธอมิสเตอร์แฟนแทสติกกำลังเดินด้วยท่าเหมือนบนแคทวอล์ค!” สตาร์คหัวเราะเยาะขณะชี้นิ้วไปที่มิสทีคที่ปลอมตัวเป็นรีด ก่อนที่จะรีบใช้ชุดเกราะรีบอัดวิดีโอไว้ทันที

“ใช่ แบบนั้นแหละ!!” สตาร์คตะโกนอย่างตื่นเต้น และรีบนำคลิปของมิสทีคไปตัดต่อเดินบนแคทวอล์ค ทำเป็นลูป และใส่เข้ากับเพลงแปลก ๆ เพื่อสร้างคลิปสั้น ๆ เตรียมส่งให้ซูซานดู

“สตาร์ค!”

เสียงเตือนของศาสตราจารย์เอ็กซ์ดังขึ้นทำให้สตาร์คกลับมาจริงจังอีกครั้งทันที

“โอเค ๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้ ฉันแค่อยากทำให้บรรยากาศมันตึงเครียดน้อยลง ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า!” สตาร์คหยุดบันทึกวิดีโอ และยกฝ่ามือเล็งไปที่เอริค “เอาล่ะ แม็กนีโต เอริค แลนเชอร์ นายรู้เรื่องอิลลูมินาติได้ยังไง?”

“ทำไมไม่ถามว่าเราถึงมาอยู่ที่นี่ก่อนล่ะ?” มิสทีคมองไปที่ศาสตราจารย์เอ็กซ์บนรถเข็นด้วยสีหน้าซับซ้อน

“อัญมณีอินฟินิตี้!” ด็อกเตอร์สเตรนจ์วาดอักษรรูนเวทมนตร์ลึกลับด้วยมือของเขาและมองไปที่เอริคด้วยความระมัดระวัง

“นี่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าหากมีไอคิวสักหน่อยก็จะรู้ทันทีว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจจากแม็กนีโตผู้มีชื่อเสียงโด่งดังได้มันก็มีแค่อัญมณีอินฟินิตี้เท่านั้นแหละ” น้ำเสียงของสตาร์คยังคงฟังดูหยิ่งผยองไม่เปลี่ยนแปลง

เอริคหันไปสบตาศาสตราจารย์เอ็กซ์เพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้ม โดยไม่สนใจคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้าง “ชาร์ลส์ ไม่เจอกันนานเลยนะ”

“เอริค! นายกำลังวางแผนอะไรกันแน่? หรือนายค้นพบอะไรบางอย่าง?”

“สามปีแล้วสินะ? เวลามันผ่านไปเร็วจริง ๆ เหมือนกับสายลมในยามค่ำคืน” เอริคยกมือซ้ายขึ้นและหมุนช้า ๆ ราวกับว่ามีสายลมพัดมาจริง ๆ “ชาร์ลส์ เราต่อสู้กับอโพคาลิปส์ด้วยกันเมื่อไหร่นะ? ห้าสิบปีที่แล้ว? หรือหกสิบปีที่แล้ว?”

“ห้าสิบหกปีที่แล้ว! เอริค มันผ่านมาตั้งห้าสิบหกปีแล้ว และตอนนี้เราทุกคนก็แก่กันหมดแล้ว!” ศาสตราจารย์เอ็กซ์กล่าวพูดขึ้นมาอย่างช้า ๆ “นายต้องการทำอะไรกับอัญมณีอินฟินิตี้?”

“ห้าสิบหกปี!!” เอริคไม่ได้ตอบคำถามของชาร์ลส์ราวกับว่าเขากำลังหวนระลึกความหลังอยู่ “เราเอาชนะอโพคาลิปส์ด้วยกัน สร้างสถาบันฝึกสอนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษเซเวียร์ขึ้นมาใหม่ด้วยกัน เอาชนะดาร์กฟีนิกซ์ด้วยกัน และนาย . . . อยากมาสร้างอนาคตใหม่ด้วยกันไหม?!”

“ย้อนเวลาแก้ไขอดีตอย่างนั้นหรอ!” ทันใดนั้นดวงตาของชาร์ลส์ก็เบิกกว้างขึ้นทันที “เป็นไปไม่ได้! นายจำไม่ได้หรอว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น!”

“เฮ้! เดี๋ยวก่อน เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ย้อนเวลาแก้ไขอดีต’ หรือว่าฉันจะพลาดงานใหญ่นั้นไป?” ทันใดนั้นสตาร์คก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ในขณะเดียวกันสีหน้าของด็อกเตอร์สเตรนจ์ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเช่นกัน ก่อนที่มือของเขาจะเริ่มขยับอีกครั้งพร้อมกับดวงตาอากาโมโต้ที่เปิดขึ้น ทำให้ดวงตาของเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเขียวและเริ่มตรวจสอบไทม์ไลน์อย่างรวดเร็ว

ส่วนมิสทีคที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากเช่นกัน ทำให้ดวงตาของเธอมองสลับไปมาระหว่างพวกเขาทั้งสอง

“แน่นอนว่าฉันจำได้ เพราะฉันไม่เพียงแต่จะจำ ‘ย้อนเวลาแก้ไขอดีต’ ได้เท่านั้น แต่ฉันยังจำ ‘การประชุมสุดยอดของชาติ’, ‘สะพานโกลเดนเกต’ และ . . . โอ้! เด็กคนนั้นชื่อ จิมมี่ ใช่ไหม?”

ศาสตราจารย์เอ็กซ์จำได้ว่าเขาลบความทรงจำพวกนี้ของเอริคไปแล้ว เพราะงั้นเอริคน่าจะไม่รู้เรื่องพวกนี้สิ!

“เอาล่ะ การพูดคุยจบลงแค่นี้ เรเวนได้เวลาทำงานแล้ว!” เอริคทิ้งสายตารำลึกความหลังทิ้งไปในพริบตา และยกมือโบกเบา ๆ ส่งผลให้กำแพงรอบตัวพังทลาย เผยให้เห็นตู้เซฟเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านใน

“อย่าขยับ แม็กนีโต! อยู่ให้ห่างจากกล่องนั่นซะ!” เสียงของสตาร์คกล่าวเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมกับปืนใหญ่พลาสม่าของเขาที่ส่องแสงสว่างเตรียมพร้อมจะยิงได้ทุกเมื่อ

“อย่ากังวลไปเลย สตาร์ค เราทั้งคู่รู้ดีว่า ‘อัญมณีอินฟินิตี้’ ไม่ได้อยู่ที่นี่ ข่าวที่นายเผยแพร่ออกไปเป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า” เอริคโบกมือโดยไม่สนใจคำขู่ของสตาร์ค

“อิลลูมินาติได้เก็บรวบรวมอัญมณีอินฟินิตี้ไว้แล้วถึงสามก้อน ทั้งอัญมณีแห่งพลัง อัญมณีแห่งกาลเวลาที่อยู่กับด็อกเตอร์สเตรนจ์ และอัญมณีแห่งความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่ในแกนดวงอาทิตย์โดยฝีมือของนาย ส่วนอัญมณีแห่งจิตใจก็ส่งออกไปยังมิติอันไกลโพ้นด้วยการกระโดดข้ามมิติอวกาศแบบสุ่ม เรียกได้ว่าความคิดนี้ฉลาดมากเลยทีเดียว”

“คุณโกหกฉันหรอ เอริค? อัญมณีอินฟินิตี้ไมได้อยู่ที่นี่อย่างนั้นหรอ? คุณโกหกฉัน!!” มิสทีคฟังคำพูดของเอริคด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนร่างกลับสู่ร่างจริงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

“สตาร์ค นายไม่สงสัยเลยหรอว่าที่นี่ซ่อนอะไรอยู่?” เอริคไม่ได้ตอบคำถามของมิสทีค และหันไปเกลี่ยกล่อมสตาร์คต่อ “นายเคยมาที่นี่กี่ครั้งแล้ว? และทุกครั้งก็ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่รีดซ่อนไว้จริง ๆ มันคืออะไรกันแน่จริงไหม . . .”

“ฉันไม่สนใจความลับของเขาหรอก!” สตาร์คทำเป็นเมินเฉย แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น สตาร์คกลับค่อย ๆ ลดปืนพลาสม่าในมือลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

เอริครู้ดีว่าภายในใจลึก ๆ ของสตาร์คนั้น เขาภูมิใจในความเป็นอัจฉริยะของตัวเอง และเขาก็ไม่ค่อยพอใจกับการที่รีด ฉลาดกว่าเขาในหลาย ๆ ด้านอยู่เสมอ!

ดังนั้นสตาร์คจะไม่สนใจความลับของคนที่เก่งกว่าเขาได้อย่างไรจริงไหม?

“เอริค มีอะไรอยู่ข้างในกันแน่? อาวุธที่จะทำลายล้างมนุษยชาติ?” ศาสตราจารย์เอ็กซ์รู้จักเพื่อนเก่าของเขาดี ดังนั้นเอริคจะต้องไม่มีที่นี่โดยไม่มีเหตุผลอย่างแน่นอน

“ชาร์ลส์ ฉันขอสัญญาว่าจะไม่มีใครต้องเจ็บเพราะสิ่งนี้ เพราะฉันจะใช้มันกับตัวเอง . . . และจากนี้ไป ตำนานของแม็กนีโตจะกลายเป็นอดีต” เอริคจ้องมองเพื่อนเก่าของเขาและค่อย ๆ พูดขึ้นมาอย่างช้า ๆ

“นายจะทำอะไรกันแน่?” ศาสตราจารย์เอ็กซ์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

ในขณะเดียวกันด็อกเตอร์สเตรนจ์ที่กำลังร่ายมนตร์จากดวงตาอากาโมโต้ก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง และพูดขึ้นมาด้วยเสียงเข้มว่า “ฉันมองอนาคตและอดีตไม่เห็นเลย เหมือนว่ามีบางอย่างปิดกั้นเวลาเอาไว้ . . .”

“เรเวน เปิดมันออก” ศาสตราจารย์เอ็กซ์คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปบอกกับมิสทีค

มิสทีคนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ และแปลงกายเป็นรีดอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้ลายนิ้วมือ ม่านตา และเสียงเพื่อปลดล็อกตู้เซฟ . . .

“รีดนี่สุดยอดจริง ๆ วัสดุที่ใช้สร้างกล่องนี้เก็บซ่อนสนามแม่เหล็กได้อย่างสมบูรณ์แบบ!” เอริคมองตู้เซฟที่กำลังเปิดออกอย่างชื่นชม

ในขณะเดียวกันทุกคนต่างก็มองดูในตู้เซฟด้วยความสงสัย ก่อนที่พวกเขาจะเห็นว่าด้านนั้นมีวัตถุโลหะรูปร่างคล้ายไฟแช็กที่เปล่งแสงแวววาวออกมาตลอดเวลาถูกวางเอาไว้อยู่

“นี่อะไร? ไฟแช็กงั้นหรอ?” สตาร์คมองเอริคเหมือนเขาเป็นคนโง่

“ไม่ใช่ไฟแช็กหรอก แต่เป็นอาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 1 อาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดของจักรวาล!

คัดลอกลิงก์แล้ว