เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (3)

บทที่ 17 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (3)

บทที่ 17 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (3)


บทที่ 17 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (3)

สี่เดือนครึ่งหลังจากที่ดวงจันทร์สองดวงปรากฏ เหล่ามนอสเตอร์ผู้บุกรุกได้ถูกฆ่าและขับไล่ออกไปจากเมือง ในขณะเดียวกันก็มีการซ่อมแซมพื้นที่ๆถูกทำลายไปอย่างเต็มที่

ด้วยพวกผู้พิทักษ์และปีกแห่งเสรีที่ทำงานกันมากขึ้น โลกก็ดูเหมือนจะฟื้นคืนจากการพังทลาย ในตอนนี้มันเป็นเวลาแห่งการเปลื่ยนแปลง

แม้ว่าโรงเรียนจะยังไม่ได้กลับมาเปิด แต่มันก็มีข่าวลือว่ามหาวิทยาลัยจะทำการเปิดใหม่อีกรอบในฤดูใบไม้ร่วงและมีการเปิดภาคเรียน แถมมันยังมีแนวโน้มว่าโรงเรียนมัธยมปลายและต้นก็จะเปิดในเวลานั้นเช่นเดียวกัน

"พี่ชาย พี่แข็งแรงมากจริงๆ"

"อยู่แล้ว"

ฉันกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟ้าเคียงข้างกับน้องสาว ถ้าหากว่ามันมีสิ่งใดที่ต่างไปจากฉันในอดีตก็คือฉันสามารถนั่งเคียงข้างกับคนในครอบครัวได้

ในอดีตฉันไม่สามารถจะนั่งคู่กับพวกเขาแม้กระทั่งนั่งในโวฟาสำหรับสี่ที่นั่ง

แม้ว่าแม่และยุยจะมีร่างกายที่เล็กมา แต่ว่าพ่อก็สูงและมีกล้ามเนื้อและฉันก็ดูเหมือนกับออร์ค มมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนั่งร่วมกับคนอื่นๆ

แต่ว่าตอนนี้มันแตกต่างออกไป เราสามารถจะนั่งเคียงข้างกันและกันพร้อมกับดูทีวีได้เหมือนกับพี่ชายน้องสาวที่รักกัน นี่มันคือพรของพระเจ้า

"พี่ชายฉันไม่หนักหรอ?"

"เธอดูเบาเหมือนขนนกเลยล่ะ อย่าไปพยายามไดเอทเลยยุย เธอจะตัวลีบและตายเอานะ"

"โถ๋ ฉันไม่ได้ผอมขนาดนั้นซะหน่อย"

ยุยหัวเราะออกมาอย่างขุ่นเคือง ในความเป็นจริงแล้วยุยเป็นเด็กที่น่าสงสาร เมื่อช่วงวัยเด็กของเธอควรจะถูกทำลายไปโดยพี่ชายของเธอ เขาได้ยุ่งมากๆและเหวี่ยงหอกออกไปพร้อมกับพูดถึงการไปดันเจี้ยน เธอสามารถจะทำนิสัยเอาแต่ใจของเด็กได้แค่ต่อหน้าแม่เท่านั้น

แต่แม้อย่างนั้นแม่ก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะตามใจพวกเราเลย ดังนั้นยุยขึงโตขึ้นมากลายเป็นสงบเรียบร้อยและจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุของเธอ

มันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะรู้สึกผิด ฉันต้องการที่จะทำมันให้ถูกต้อง ยุยลังเลในตอนแรก แต่ว่าในตอนนี้เธอดูเหมือนจะเคยชินกับมันแล้ว ตอนนี้เธอมักจะทำตัวเอาแต่ใจเมื่ออยู่รอบๆฉัน

[นี่คือภาพจากผู้ใช้พลังของเกาหลีที่มีพลังระดับ SS เทพธิด่แห่งแมกม่า เย่ ฮั่วหยา เธอกำลังทำการล่ามอนสเตอร์ไวเวินระดับ S]

[เธอคือความภาคภูมิใจและความน่ายินดีของเกาหลี]

บนหน้าจอทีวีเป็นผู้หญิงที่ดูอายุ 20 กว่าๆ เธอกำลังเผาไวเวินอยู่ ซึ่งมันดูคล้ายกับมังกรยาว 10 เมตร บางทีอาจจะเป็นเพราะการตื่นขึ้น ไม่เพียงแค่ผมที่ยาวถึงเอลของเธอเท่านั้นแต่ดวงตาของเธอก็ยังเป็นสีแดงเพลิงอีกด้วย การเผาไวเวินมันดูเหมือนจะได้รับความทรมานอย่างมาก ฉันได้คิดขึ้นมาว่า 'ถ้าหากไฟนั่นโดนฉันขึ้นมามันคงจะเผาฉันไปในทันที'

ในโลกแห่งความจริงนั้นมันไม่ยุติธรรม ฉันจะต้องเริ่มจากระดับ 1 และทำงานอย่างหนักเป็นเวลาหลายปีเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น แต่คนอื่นๆกลับมีโชคดีและตื่นขึ้นมากลายเป็นระดับ SS สามารถจะเอาชนะเหล่ามอนสเตอร์ที่น่าสะพรึงกลัวได้อย่างง่ายดาย

จากนั้นมันก็เป็นอีกครั้ง มีคนที่ตื่นมาแล้วมีพลังที่อ่อนแอและสามารถจะอยู่ได้ในระดับ E หรือ D เท่านั้น ในทำนองเดียวตราบใดที่ฉันยังคงปีนดันเจี้ยนต่อไป มันก็แน่นอนว่าฉันสามารถจะได้รับความแข็งแกร่งที่มากยิ่งกว่าเธอ สิ่งที่ฉันได้รับมันเป็นไปได้มากกว่าความแข็งแกร่ง

และพวกผู้ใช้พลังนั้นเป็นเพียงคนธรรมดา มีคนจำนวนมากได้ตายไปในสถานการณ์นี้ที่พวกเขาสามารถจะมีชิวิตรอดได้เพราะว่าพวกเขาได้ตื่นขึ้นมาแม้ว่าจะมีพลังที่ต่ำสุด มีคนจำนวนมากที่ปฏิเสธที่จะออกไปจากบ้านเพราะว่าพวกเขานั้นไม่ได้ตื่นขึ้น

ฉันได้เรียนรู้วิชาหอกตั้งแต่ยังเด็ก แต่ว่าก็ยังมีคนอื่นๆอีกมากมายที่เรียนศิลปะการต่อสู้ แต่ว่าพวกเขาก็ไม่สามารถจะกลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน โชคนั้นเป็นสิ่งที่กำหนดปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมด

ในกรณีนี้ฉันมีสิทธิ์ที่จะมองลงไปที่พวกอ่อนแอกว่าฉันมั้ย? ผู้ที่มีพลังเหล่านี้ทางทีวีได้ถูกผู้คนจำนวนมากแหงนมองใช่มั้ย?

แม้ว่าค่าสติปัญญาของฉันจะมี 20 แต่ฉันก็ไม่สามารถจะตอบคำถามนี้ได้เช่นกัน ทันใดนั้นที่ต้นขาของฉันก็รู้สึกคัน

"โอ๊ยย! อู.."

ด้วยเหตุผลบางอย่างยุยได้มองมาด้วยฉันพร้อมน้ำตาและในความเจ็บปวด เธอได้เป่านิ้วโป้งและนิ้วชี้ของเธอที่เปลื่ยนเป็นสีแดงอย่างน่ารัก

"มันดูเหมือนจะบอบบาง ดังนั้นหนูจึงหยิกมัน แต่ว่ามันแข็งมากเกินไป"

"อา ขอโทษนะยุย เจ็บมากมั้ย? อืม มาดูสิ...โพชั่น..."

"มันไม่เป็นไรพี่ชาย พี่มัวแต่จ้องผู้หญิงในทีวีดังนั้นฉัน...."

"อืมม? ไม่นะ ยุยพี่ชายกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่นะ"

"พี่ไม่ได้มองดูเธอเพราะว่าเธอสวยหรอกหรอ?"

จากคำพูดของเธอ ฉันได้มองไปที่ผู้ใช้พลังชาวเกาหลีระดับ SS เย่ ฮั่วหยาได้ยิ้มออกมาหลังจากที่เอาชนะไวเวิน

เธอสวยมากจริงๆ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นผลของการตื่นขึ้นของเธอหรือป่าว แต่ว่าเธอนั้นสูงและผอมบาง มีผิวที่ขาวและหน้าที่กระจ่างใส แม้ในขณะที่ผมของเธอกระพือไปตามแรงลม เธอก็ไม่ได้สนใจและมองออกไปที่ด้านข้างด้วยตาแดงเพลิงของเธอ

เหนือสิ่งอื่นใดเธอนั้นมีหน้าอกที่น่าทึ่ง นั่นมันไซด์ D มันอย่าน้อยก็ไซด์ นี่มันเป็นสิ่งที่น่าอับอายมาก มันเป็นเหมือนกับการดูถูกผู้ที่อยู่ในดับ D ไม่สิ บางทีมันอาจจะเป็นระดับ E ไม่สิ F ไม่ใช่หรอ มันเป็นแข็ง SS กับ Fs

"...พี่ชาย?"

"แค่กๆ ไม่ ยุย เธอนั่นสวยที่สุดในโลกแล้ว"

"จริงหรอ? ฮิฮิ"

แน่นอนว่าฉันนั้นคิดว่ายุยเป็นคนที่สวยที่สุด แม้ว่าเย่ ฮั่วหยาจะมีร่างกายที่เหนือกว่าก็ตาม...

ฉันได้ขยี้หัวของยุยและเก็บความคิดนี้ลงไปในใจ มิฉะนั้นการวางตัวในฐานะพี่ชายของเธอมันจะสามารถทำให้เกิดการแตกแยกได้

จากนั้นวันเวลาแห่งการโซโล่ราชินีวิญญาณมันก็ได้มาถึง หลังจากที่ฉันได้ใช้เวลาคิดว่าควรจะติดต่อเอลลอสดีไหม สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจไม่ทำ ฉันจะทำมันหลังจากที่ฉันทำมันสำเร็จแล้ว และเพลรูเดียด้วย...เพลรูเดีย

"ไม่นะ!"

ฉันได้ลืมมันไปอีกแล้ว ฉันรู้สึกว่าความหนาวเหน็บไปมาที่หลังของฉัน ฉันหวาดกลัว ฉันหวาดกลัวอย่างแน่นอน ฉันควรจะทำยังไงดี? นั่นมันไม่ได้เปลื่ยนให้เธอไม่โกรธ ฉันแน่ใขว่า ถ้าฉันพูดคุยกับเธอ มันอาจจะเป็นสิ่งที่น่ารำคาญมาก ดังนั้น

ฮึ่ม

ฉันควรจะเมินเธอต่อไป? ฉันสามารถจะแกล้งทำเป็นว่าเธอไม่เคยมีตัว

มันรู้สึกว่านี่เป็นทางออกที่ยอมเยี่ยม แต่ยังไงก็ตามฉันรู้ว่าฉันไม่ควรจะทำแบบนี้ แม้ว่าเพลรูเดียวจะเป็นคนที่หยาบคาย แต่เธอก็ได้ส่งข้อความมาหาฉันด้วยความกังวล นอกจากนี้หลังจากแยกกันสามปีครึ่งก็เป็นผมที่ไม่ได้ติดต่อไปหาเธอและไม่ได้สนใจข้อความของเธอ

"เอาล่ะ ฉันจะติดต่อเธอไปเมื่อสิ้นสุดการจู่โจม ในคราวนี้ฉันจะไม่ลืม"

ฉันได้สาบานไว้กับตัวเองและกำหมัดของฉัน ฉันได้เปิดประตูเข้าไปในที่ๆราชินีวิญญาณกำลังรอคอยอยู่

"กรี๊ดดดด"

"เท็มเพรส"

ตอนที่ฉันได้เข้ามาในห้อง ฉันได้ใช้เท็มเพรสออกไป หลังจากที่มานาฉันเพิ่มขึ้นด้วยอิลิกเซอร์และวงจรเพรูต้า ฉันในตอนนี้มีมานาถึง 2200 ถ้าหากว่ามานาของฉันต่ำ ฉันก็ามารถจะดื่มมานาโพชั่นลงไปได้ แม้ว่ามานาโพชั่นจะมีราคาที่แพง แต่ฉันก็มีมานาโพชั่นเกรดต้ำอยู่มากว่า 100 ขวด ซึ่งมันจะเพิ่มมานาขึ้นขวดละ 100 ไม่ต้องคำนึงถึงเวลาคูลดาวล์ฉันในตอนนี้มีมานามากกว่า 10000

"อึก อึก อีกครั้ง! เท็มเพรส!"

ทุกๆครั้งที่ฉันพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับหอกของฉัน พวกวิญญาณนับสิบก็จะกรีดร้องและตายไป ราชินีวิญญาณได้เริ่มทำท่าอัญเชิญอย่างรวดเร็ว มันเป็นสิ่งที่ฉันคาดหวังให้มันเกิดขึ้น

"ไปกันเถอะ...ฮ่าห์!"

ฉันได้รีบวิ่งไปที่ราชินีวิญญาณ วิญญาณที่เหลืออยู่ได้เข้ามาโจมตีฉัน แต่ว่าฉันก็ได้ส่งมันกลับไปด้วยการเหวี่ยงหอกอย่างง่ายๆ แม้ว่าราชินีวิญญาณจะอัญเชิญพวกมันออกมาได้ครั้งละ 20 ตัว แต่มันก็จะต้องใช้เวลาการร่ายเวทย์ที่นาน มันจะต้องมีเวลามากพอที่ฉันจะเข้าไปหาเธอและโจมตีเธอ

หลังจากที่ฉันได้ฝึกฝนต่อสู้กับราชินีวิญญาณเป็นเวลาสองเดือยแล้ว ตอนนี้ฉันก็สามารถจะเดารูปแบบของมันได้อย่างง่ายดาย ฉันได้ใช้ทักษะที่คนอื่นๆได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า ฮีโรอิคึ สไตรค์

"ย่าห์ กินนี่ไปซะ"

"กรี๊ดดดดดด"

แสงสีขาวได้รวมกันที่ปลายหอกของฉัน มันได้พุ่งเข้าไปเจาะทะลวงที่กระเพาะของราชินีวิญญาณ มันเป็นการระเบิดได้อย่างสวยงาม ที่บัลลังก์ของราชินีวิญญาณมันได้แตกออกเป็นเสียงๆ ในขณธเดียวกันเธอก็ได้ลอยไปกระแตกกับกำแพง ฉันรู้ดีว่าเธอจะทำอะไรต่อไป ดังนั้นฉันจึงขยับตัวของฉันก่อน

"ตายยยย!"

ฉันได้รวบรวมพลังงานที่อยู่ใกล้ๆและระเบิดมันออกไปข้างนอก เสียงมันได้สะท้อนไปทั้งห้องทำให้ห้องนี้สั่นไหว ราชินีวิญญาณก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นร่างของเธอได้สั่น

[คุณได้ใช้วอคลาย! สมาชิกในปาตี้ทุกคนได้รับการเคลียสถานะด้านลบ ทุกคนในปาตี้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 50% ในระยะเวลาหนึ่ง และได้เข้าสู่สถานะสุดยอดเกราะไม่สกสะท้านกับการโจมตีของศัตรู]

"กรี๊ดดดด!"

[ราชินีวิญญาณได้ใช้เสียงกรีดร้องแห่งวิญญาณพยาบาท

สถานะของสุดยอดเกราะได้ไม่สนใจสถานะเหล่านี้]

เช่นเดียวกับที่ฉันได้คาดเอาไว้! มองไปที่ราชินีวิญญาณมันได้มองมาที่ฉันอย่างงุนงง ฉันได้ยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไรและหยิบมานาโพชั่นขึ้นมาดื่ม ฉันได้ประกาศกับเธอว่า

"ฉันไม่จำเป็นจะต้องใช้ไพ่ที่ซ่อนไว้ของฉัน ฉันจะจบมันในอีก 5 นาที"

สิ่งที่มันตามมาก็คือการต่อสู้อย่างง่ายๆ เช่นเดียวกับที่ฉันคิดการต่อสู้กับราชินีวิญญาณมันง่ายกว่าการต่อสู้กับออร์คลอร์ด ทักษะเวทมนตร์และลูกธนูของเธอมันไร้ผลเมื่อเจอกัยทักษะวอคลายและโล่สปิริต

ก่อนที่โล่สปิริตจะหมดลง ฉันก็สามารถจะสร้างความเสียหายแบบคริติคอลให้กับเธอได้ จากนั้นฉันก็ใช้มานาที่ฟื้นฟูมานาเพื่อที่ใช่ฉีโร่อิค สไตรค์อีกรอบ

แม้ว่ามันจะใช้เวลาถึงสามปีในการพิชิตออร์คลอร์ดให้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่นี่มันก็ใช้เวลาเพียงแค่ 4 เตือนเท่านั้นในการพิชิตราชินีวิญญาณ มันจะต้องใช่เวลานานแค่ไหนกันนะในการที่จะพิชิตบอสตัวถัดไป? มนุษย์หนูทมิฬ? ฉันได้ยิ้มในใจและตรวจสอบข้อความที่เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าฉัน

จบบทที่ บทที่ 17 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว