เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (2)

บทที่ 16 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (2)

บทที่ 16 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (2)


บทที่ 16 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (2)

ฉันได้ตัดสินใจที่จะล่าราชินีวิญญาณกับสมาชิกป้าตี้ 10 คนในครั้งแรก ถ้าหากว่าฉันทำสำเร็จได้โดยที่ไม่มีใครตายฉันก็จะลดจำนวนคนลงให้เหลือ เก้า จากนั้นก็ 8 และลงไปเรื่อยๆจนฉันสามารถที่จะเอาชนะมันได้เพียงลำพัง

"หัวหน้าปาตี้ของเราเลเวล 15"

"ทำไมเขาถึงกลับมาที่ชั้นที่ 10 ล่ะ?"

"มีคนบางคนที่เป็นแบบนี้บางครั้ง นายรู้ไหมว่าอุปกรณ์ของพวกบอสจะดรอปออกมา พวกเขาต้องการที่จะเก็บสะสมพวกมัน"

"อ่อ มันเป็นไม่ได้นี่นาที่จะรวบรวมพวกมันทั้งหมด"

"ชู่วว เพียงแค่ปล่อยเชาเอาไว้"

แน่นอนว่าฉันก็ได้วางแผนที่จะทำแบบนั้นเช่นกัน อืม บางทีมันอาจจะไม่ใช่แผนหลักของฉัน ตั้งแต่ที่ฉันรู้ว่ามันจะมีอิลิกเซอร์บรเทาวิญญาณให้ฉันได้สะสม โดยไม่ต้องถามคนอื่นๆ ฉันได้เปิดประตูห้องบอสเข้าไป

"กรี๊ดดด"

"มนุษย์ มีมนุษย์อยู่"

"กรี๊ดดด"

"ทุกคนเข้าไป! แท้งสองคนตรึงเธอเอาไว้! คนสร้างความเสียหายประจำตำแหน่ง! เท็มเพรส!"

ในขณะที่ฉันออกคำสั่ง ฉันก็ได้เป่าพวกวิญญาณร้ายออกไปจากทางด้วยเท็มเพรส ด้วยวิญญาณที่หายไปกว่าครึ่งอย่างกระทันหัน พวกวิญญาณที่เหลือได้ตื่นตระหนกและบินไปรอบๆ ในขณะเดียวกับราชินีวิญญาณก็เริ่มที่จะทำท่าอัญเชิญ เมื่อเห็นการแสดงออกที่งุนงงอยู่ของสมาชิกในปาตี้ ฉันก็ยิ้มและสั่งพวกเขา

"ราชินีวิญญาณมันกำลังทำการอัญเชิญ! ทุกคนโจมตี!"

หลังจากสองเดือน ฉันได้ประสบความสำเร็จในการเปลื่ยนจากมงกุฏราชกุมารแห่งชั้นที่ 5 มาเป็นมงกุฏราชกุมารแห่งชั้นที่ 10 แทน

"พี่ชายมงกุฏราชกุมาร"

"ไม่มีทางน่า นี้มันเป็นปาตี้ของมงกุฏราชกุมาร"

"พี่ชายมงกุฏราชกุมาร มีกี่คนแล้วที่เข้าปาตี้ของคุณในวันนี้?"

สามสาวสวยผมบลอนด์ได้เทเลพอตมาที่ด้านหน้าของฉัน เพราะว่าฉันได้เข้าร่วมปาตี้กับทุกๆคนจากโลกอื่นๆ ฉันจึงได้ได้เกรงใจคนทั่วไปแบบพวกเขา

คัง ชิน นายโตขึ้นแล้ว! คิดแล้วว่าวันนี้จะมาถึงซึ่งคุณสามารถล้อมรอบไปด้วยสาวงาม

"มันจะมีเพียงแค่พวกเราสี่คน"

"...แต่ว่านายยังไม่ได้ถามว่าพวกเราเป็นอาชีพอะไรมั้งเลย"

"มีหนึ่งในพวกเธอเป็นฮีลเลอร์ใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว นายรู้ได้ยังไง?"

"ฉันได้พบว่าปาตี้สามคนหรือมากกว่านั้นมักจะมีฮีลเลอร์อยู่กับพวกเขาด้วย"

ฉันได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วและตรวจสอบอุปการณ์สวมใส่ของฉัน ฉันได้กินอิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณมาแล้ว 53 ครั้งจนถึงตอนนี้และได้เพิ่มพลังเวทย์และเสน่ห์ขึ้นอย่างละ 9 อิลิกเซอร์บีบอัดกล้ามเนื้อ กระดูก และผิวหนัง มันหยุดที่จะสงผลหลังจากที่เพิ่มสเตตัสขึ้น 10 ดังนั้นฉันจึงสันนิษฐานว่ามันก็จะเป็นเช่นเดียวกันกับอิลิกเซอร์บรเทาวิญญาณ หรือพูดอีกอย่างนึงก็คือเมื่อฉันได้ยกระดับพลังเวทย์และเสน่ห์ขึ้นอีก 1 มันก็จึงถึงเวลาที่ฉันจะหยุดใช้อิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณ

ในเจ็ดครั้งที่อิลิกเซอร์ไม่ได้ดรอปออกมา ฉันจึงได้เลือกอุปการณ์สวมใส่หกชิ้น และโพชั่นขนาดกลาง 1 ครั้ง ฉันในตอนนี้มีเสื้อคลุมของราชินีวิญญาณ แจ็คเก็ตดำของราชินีวิญญาณ กางเกงขาวของราชีนีวิญญาณ ถุงมือของของราชินีวิญญาณ รองเท้าของราชินีวิญญาณและแส้หนังของราชินีวิญญาณ

อุปกรณ์ของราชินีวิญญาณน้ำทำมาจากผ้าที่มีน้ำหนักเบา แต่เนื่องจากว่าฉันไม่รู้ว่ามันจะมีทักษะอะไรมาด้วยมั้ย ฉันจึงได้ตัดสินใจที่จะรวบรวมมันทั้งหมด อย่างที่บอกฉันไม่สามารถจะใช้อาวุธของราชินีวิญญาณได้มันเป็นแส้

"การทำงานหนักมันใกล้จะจบลงแล้ว"

"เอ๊ะ? จบลง? นายกำลังจะออกไปจากชั้นที่ 10 แล้วหรอ?"

"อา ฉันจะยังคงอยู่รอบๆนี้อีกหน่อยนึง แต่ว่าฉันก็ต้องไปที่ชั้นที่ 15 ในอีกไม่ช้า"

"ว้าว ตามที่คาดเอาไว้สมกับเป็นมงกุฏราชกุมาร"

"เจ๋ง..."

"เอาละถ้างั้น พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ"

ราชินีวิญญาณสามารถจะล่าได้ง่ายกว่าออร์คลอร์ด อย่างน้อยฉันก็คิดแบบนั้น เหตุผลก็ง่ายๆ ลูกน้องของมันสามารถจะหายไปได้ด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว และลูกธนูที่ยิงจากบอสก็สามารถจะป้องกันได้อย่างง่ายดายด้วยโล่สปิริต สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยทักษะพิเศษของราชินีวิญญาณที่ทำให้นักสำรวจนับไม่ถ้วนอยู่ในความสิ้นหวังนั้นสามารถจะป้องกันได้ด้วยทักษะวอคลาย

ฉันก็แค่จะต้องใช้ทักษะได้อย่างถูกต้องและเอาชนะราชินีวิญญาณ ในอดีตเมื่อออร์คลอร์ดมันได้ใช้วอคลาย ฉันรู้สึกเหมือนกับฉันได้ห้ยตัวอยู่หุบเหวแห่งความตาย ตรงกันข้ามกับการต่อสู้ของราชินีวิญญาณมันได้กลายเป็นเรื่องหายมากจนฉันถึงกับหาวออกมา

ในความจริงแล้ว ฉันก็มีความมั่นใจอย่างเต็มที่ที่จะเอาชนะราชินีวิญญาณด้วยตัวเอง เหตุผลเดียวที่ฉันยังคงไม่ทำมันก็คือฉันยังคงมองหาอิลิกเซอร์เพิ่มเติมอยู่

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความจริงที่ว่าฉันอยู่ที่เลเวล 15 มันจึงมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างบอสในชั้นที่ 5 กับชั้นที่ 10 นอกจากนี้ฉันยังได้ใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองในชั้นที่ 5 มาถึง 3 ปีกับออร์คลอร์ด

เหตุผลเดียวที่ฉันต้องการฮีลเลอร์ในปาตี้ก็คือเพื่อให้แน่ใจว่าสมาชิกปาตี้คยอื่ยๆจะสามารถอยู่รอดได้จนจบ ในบรรดานักสำรวจดันเจี้ยนมีบางคนที่ขาดควงามสามารถแล้วติดอยู่ที่ชั้นนี้มานานแล้ว ฉันจึงต้องการที่จะช่วยให้เขาก้าวไปสู้ชั้นต่อไปได้อย่างปลอดภัย

ในเกม RPG คุณจะได้รับประสบการณ์และเลเวลอัพขึ้นเมื่อใดก็ตามที่ฆ่ามอนสเตอร์ อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายสำหรับในดันเจี้ยน เมื่อต้องการที่จะเลเวลขึ้นคุณจะต้องพิสูจน์ว่าคุณมีคุณสมบัตินั้นโดยการเอาชั้นชั้นในดันเจี้ยนหรือชั้นบอสในดันเจี้ยน

คุณจะไม่ได้รับความแข็งแกร่งด้วยการเลเวลอัพ การพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวคุณเองต่างห่างที่ทำให้คุณเลเวลอัพ เช่นเดียวกันกับคำว่าคนที่แข็งแกร่งก็จะแข็งแกร่งขึ้นและคนที่อ่อนแอก็จะอ่อนแอต่อไป

ในตอนแรกฉันนั้นเป็นอันดับสุดท้ายของนักสำรวจดันเจี้ยนทั้ง 140000 คน ในตอนนี้ฉันได้อยู่ในท็อป 100000 แล้ว ในอีกคำพูดหนึ่งก็คือมีคนที่ไม่สามารถจะผ่านไปชั้นที่ 15 ได้ถึง 40000 คน แน่นอนว่าจำนวนนี้รวมผู้คนในดันเจี้ยนที่ 2 3 และ 4 อีกด้วย

จากนักสำรวจบนโลกทั้ง 5 คน ตอนนี้ฉันอยู่ในอันดับที่ 3 พ่อของฉันก็ยังคงอยู่ต่ำกว่าฉัน และดูเหมือนจะมีอีกคนที่อยู่ต่ำกว่าฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะอยากรู้ว่าใครเป็นนักสำรวจระดับ 1 แต่เพราะว่าฉันไม่สามารถจะทำอะไรกับสิ่งนี้ได้ ฉันจึงได้ตัดสินใจที่จะไม่สนใจในตัวตนของเขาในตอนนี้

ทำไมฉันถึงพูดเรื่องนี้นะหรอ? เพื่อที่จะพิสูจน์ความคิดของฉันที่ว่าดันเจี้ยนนี้มันเป็นจุดยืนที่มุ่งเน้นไปที่ความแข็งแกร่งยังไงหละ

เมื่อได้เอาชนะราชินีววิญญาณในเวลาไม่ถึง 10 นาที ทั้งสามสาวก็มีการแสดงออกที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

"พี่ชายมงกุฏราชกุมาร...คุณเป็นคนที่แข็งแกร่งมากจริงๆ"

"อึก...อืมมม พี่ชายมงกุฏราชกุมาร"

"ว่าไง?"

ขณะที่ผมกำลังจะมองไปที่ลิสไอเทม หัวของผมก็ได้หันไปทางสามสาวสวย

"เริ่มจากชั้นที่ 11 คุณรู้มั้ยว่าคุณสามารถจะเข้าร่วมปาตี้กับผู้คนจากทวีปอื่นๆได้?...คุณต้องการที่จะปาตี้กับพวกเราต่อมั้ย?"

"ใช่แล้วพี่ชายมงกุฏราชกุมาย ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะจะพูดแบบนั้น แต่ถ้ามันเป็นคุณ ฉันก็ยินดีที่จะ...."

สิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ล่อใจที่ฉันไม่เคยได้รับมาในตอนที่ต่อสู้กับบอสในชั้นที่ 5 มันเป็นแบบนี้เพราะว่าพวกเขายังไม่ได้รู้ถึงเสน่ห์ของดันเจี้ยนหรือความสำคัญของการที่มีสมาชิกปาตี้ที่แข็งแกร่ง เริ่มจากชั้นที่ 11 อย่างไรก็ตามการจัดปาตี้กับคนจากต่างทวีปก็จะเป็นไปได้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนอยากจะรับคนในปาตี้ที่แข็งแกร่งเข้ามาในปาตี้ของพวกเขา

การปีนขึ้นไปในดันเจี้ยนจะทำให้แข็งแกร่งขึ้น การยืมความแข็งแกร่งของผู้อื่นก็ไม่ได้เปลื่ยนความจริงข้อนี้

ในความจริงแล้วมันก็เป็นเรื่องที่โง่เง่าเป็นอย่างมากถ้าหากว่าคนจะมุ่งเน้นไปที่การเลเวลอัพอย่างเดียว พวกเขาจะละเลยการพัฒนาทักษะของพวกเขาเอง ในท้ายที่สุดพวกเขาก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากล้มลงไปที่ไหนสักแห่งในดันเจี้ยน

อย่างไรก็ตามหญิงสาวพวกนี้ไม่ได้คิดที่จะใช้สิ่งต่างๆเช่นรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจมาดึงดูดฉัน มีคนมาดึงเสื้อของฉันและกระซิบว่า 'ฉันไม่ได้คิดที่จะเสนอร่างกายของฉันถ้าหากคุณเข้าปาตี้ของเราหรอกนะ'

นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น แม้แต่ในปาตี้ที่มีคนครบแล้ว พวกเขายังเสนอที่จะเตะคนนึงออกไปและรับฉันไปแทน แต่คำตอบของฉันก็ยังคงเหมือนเดิมเสมอ

"ขอโทษนะ แต่ว่าฉันต้องการที่จะทดสอบว่าฉันจะสามารถไปได้ไกลแค่ไหนในดันเจี้ยนด้วยตัวเอง"

"อา พี่ชายมงกุฏราชกุมาร"

"ถ้างั้น ฉันไปละนะ ฉันหวังว่าคุณจะได้พบกับสิ่งที่คุณกำลังมองหาในดันเจี้ยน"

"ฉันได้ยืนยันว่ามีอิลิกเซอร์ในลิสไอเทม ฉันได้หยิบมาอย่างรวดเร็วและยกเลิกปาตี้ไป เมื่อฉันได้ออกจากห้องบอสและปิดประตู มันก็เริ่มที่จะจางและหายไป ทั้งสามคนได้กลับไปที่ดันเจี้ยนที่พวกเขาจากมา ฉันได้พบว่าโลเล็ตต้ามองมาที่ฉันและยิ้ม

"ยินดีที่ได้เจอเธออีกครั้ง"

"ใช่แล้ว นายยังไม่ยอมแพ้ในเควสอีกหรอ?"

"ฮ่าๆ เดี๋ยวจะรู้กัน...อึก.."

ไม่สามารถจะคิดถึงสิ่งที่โลเล็ตต้าจะกล่าวออกมาได้เมื่อฉันทำมันสำเร็จ ฉันได้หัวเราะและดื่มอิลิกเซอร์ลงไป

[จิตวิญญาณของคุณได้ถูทำให้บริสุทธิ์ พลังเวทย์และเสน่ห์ของคุณเพิ่มขึ้น 1 การมีวิญญาณที่สมบูรณ์แบบมีผลต่อร่างกายทำให้การต่อการควบคุมมานาและทำให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นสำหรับคนอื่นๆ ความสัมพันธ์ทางวิญญาณของคุณได้เพิ่มขึ้น การใช้อิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณมากกว่านี้จะไม่มีผลอะไรแล้ว]

[ระยะเวลาสำหรับทักษะการพิสูจน์แห่งไดฟิคได้เพิ่มขึ้น และเวลาคูลดาวล์ลดลง 1วัน]

"....ฮ่าๆ"

ตอนที่ฉันได้เห็นข้อความฉันได้หัวเราะออกมา มันช่วยไม่ได้นี่นา ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีผลเพิ่มเติมแบบนี้ โลเล็ตต้าได้จ้องมองมาที่ฉันเหมือนกับมองคนบ้า ฉันจึงอธิบายกับโลเล็ตต้าไปว้า

"พี่สาวโลเล็ตต้า ฉันจะเคลียเควสของเธอในวันพรุ่งนี้"

"เอ๊ะ? ฉันคิดว่านายจะไม่ทำมันเพราะว่าไม่มั่นใจซักอีก รอเดี๋ยวนะ สิ่งที่นายพึ่งจะกินไปมันคืออิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณใช่มั้ย?"

"ใช่แล้ว"

"...ฉันขอถามนายหน่อยว่าอิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณกี่ขวดแล้วที่นายได้กินไป?"

"54 ขวดตะกี้มันเป็นขวดสุดท้าย"

"...."

พี่สาวโลเล็ตต้าได้กลายไปเป็นหิน เพราะว่าเธอไม่ได้ตอบสนองแม้วว่าฉันจะโบกมือข้างหน้าเธอ ฉันได้จิ้มไปที่แก้มของเธอเบาๆ เพียงเท่านั้นเธอก็ได้สติกลับมา

"โอ้ นายกำลังทำอะไร?"

"เปล่า ฉันกำลังคิดว่าเธอถูกแช่แข็ง"

"แน่นอนว่าไม่! ฉันเพียงแค่ตกอยู่ในความประหลาดใจ"

"มันน่าแปลกใจงั้นหรอ?"

"ฉันไม่คิดว่าจะมีใครสามารถกินอิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณได้มากเท่านี้ แม้แต่คนที่โชคดีพอจะได้รับอิลิกเซอร์บรรเทาวิญญาณก็หยุดหลังจากที่...เดี๋ยวก่อนนะ

ดูเหมือนว่าโลเล็ตต้าจะคิดอะไรบางอย่างได้ เธอจึงถามออกมา

"นายก็ยังได้กินอิลิกฌวอร์บีบอัดกล้ามเนื้อด้วยใช่ไหม?"

"อิลิกเซอร์บีบอัดกระดูกและผิวหนังก็ด้วยนะ"

"อุหว๋า ฉันสงสัยว่าจะต้องตัวใหญ่ขนาดไหนกันถึงจะผอมมาเป็นแบบนี้...แถมนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินมาว่ามีอิลิกเซอร์บีบอัดผิวหนังด้วย"

"แปลว่ามันมีหลายอย่างที่พี่สาวยังไม่รู้จัก"

"ปกติฉันจะอยู่เพียงแค่ชั้นซื้อขายเท่านั้น ถ้าหายว่าไม่มีใครเอาของที่บอสดรอปมาขายให้ฉัน ฉันก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าชั้นบอสจะให้รางวัลอะไร"

คนที่ได้รับอิลิกเซอร์บีบอัดผิวหนังคงจะต้องกินมันลงไปเอง เหมือนกันกับฉัน

"ใช่แล้ว ใช่ นายนะน่าอัศจรรย์มาก อี๊ ฉันเลือกคนที่จะเดิมพันด้วยผิดแล้ว ดังนั้นนี้มันเป็นเหตุผลที่นายไม่ได้ตายเลยซักครั้งในตลอดช่วงสองเดือนนี้ใช่ไหม"

เธอได้บ่นออกมา แต่ในไม่ช้าเธอก็ได้แสดงท่าทางออกมาถึงความโล่งอก

"เอาละ มันอาจจะดีกว่าสำหรับเส้นทางนี้ ฮุฮุ ลองพยายามมันให้ดีที่สุด ฉันจะคอยดูนะว่านายจะไปได้ไกลมากแค่ไหน?"

คำพูดที่ว่า ''พยายามให้ดีที่สุด' นี้มันมีความแตกต่างกันนิดหน่อยกับในครั้งก่อนที่เธอพูด มันเป็นการกล่าวสนับสนุนด้วยความจริงใจ รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ

"อย่าทำเพียงแค่เฝ้ามอง ช่วยเหลือฉันต่อไปด้วย"

"ฉันเป็นเจ้าของร้านขายของ บทบาทหน้าที่ของฉันคือการขายไอเทมอย่างเป็นกลางและเป็นธรรม ฉันจะแน่ใจที่จะขายไอเทมที่ถูกที่ถูกเวลา ดังนั้นนี่มันคือสิ่งที่ฉันจะทำ"

"จิ๊ ทันใดนั้นพี่สาวกลับกลายเป็นเย็นชา พี่สาวจะน่ารักนะเมื่อพี่สาวโกรธ"

"นะ น่ารัก...!"

ใบหน้าของโลเล็ตต้าได้เปลื่ยนเป็นสีแดงในทันที ฉันรู้สึกด้ถึงอันตราย ฉันจึงรีบเปิดโทรศัพท์ของฉันเพื่อที่จะออกไปจากดันเจี้ยนอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามันช้าเกินไปก้าวหนึ่ง

"หยุดนะ เจ้าลูกค้าที่หยาบคาย"

"ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ!"

แน่นอฉันได้โบกมือให้เธอและหันหลังออกไป ฉันสามารถจะท้าทายราชินีวิญญาณได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น ในชวงเวลานี้ฉันจะฝึกฝนทักษะหอก โคจรวงจรเพรูต้าเพื่อนเพิ่มมานา อ่านหนังสือ หรือไม่ก็ไปช่วยแม่ทำงานหนักๆ

'เอาละ ไปเริ่มทำการโคจรวงจรเพรูต้าของฉันกันก่อน'

"เดี่ยววววว!"

จบบทที่ บทที่ 16 - นักสำรวจดันเจี้ยนสามารถจะตื่นขึ้นได้เหมือนกันงั้นหรอ? (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว