เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 – เด็กหนุ่มที่กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน (6)

บทที่ 6 – เด็กหนุ่มที่กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน (6)

บทที่ 6 – เด็กหนุ่มที่กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน (6)


บทที่ 6 – เด็กหนุ่มที่กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน (6)

"เคี๊ยยย มนุษย์ ฉันจะดูแลพวกแกเอง"

"แท้งไปดึงความสนใจของมันเอาไว้ ชูนะเธอไปยืนข้างๆเขาเพื่อที่จะสามารถเข้าไปช่วยได้ตลอดเวลา"

"ไอชั่วออร์คลอร์ด มันจะไม่ง่ายเหมือนครั้งที่แล้วหรอกนะ"

"ฉะ ฉันจะทำมันให้ดีที่สุด"

"เอาละทุกคนเริ่มจากกการจัดการออร์คตัวอื่นๆก่อน"

"แม้ว่านายจะไม่ได้พูดแบบนั้น คัง ชินก็ไปอยู่ที่ออร์คตัวที่สี่แล้ว"

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะพวกเรามีประสบการณ์ในการประสานงานกันมาก่อนการต่อสู้ในครั้งนี้มันจึงราบรื่นขึ้นมาก ชายคนที่ชื่อพอลได้ใช้โล่ของเขาขวางทางออร์คลอร์ดอย่างคล่องแคล่วและพูดเราทุกคนก็จัดการกับพวกออร์คได้เร็วกว่าที่เคย

"เคี๊ยยยยย"

[ออร์คลอร์ดได้ใช้ 'วอร์คลาย' ออร์คทั้งหมดได้รับการลบล้างสถานะด้านลบทั้งหมด เนื่องจากว่าไม่มีออร์คตัวอื่นที่เหลืออยู่ในระยะใช้งาน พลังโจมของออร์คลอร์ดจึงเพิ่มขึ้น 100% และพลังป้องกันลดลง 50% สภาพมันการเป็นสุดยอดเกราะชั่วคราว]

"พอล!"

"ฉันรู้แล้ว ฉันเอาอยู่"

แม้ว่าออร์คลอร์ดมันจะใช้วอคลายอีกครั้งพอลก็ได้เตรียมพร้อมแล้วสำหรับมันและไม่ตายลงไปเหมือนกับในคราวก่อน เขาหลบการโจมตีอย่างชำนาญและผลักดันมันกลับไป เพลรูดียได้มองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้างในขณะที่กำลังฮีลไปด้วย

"พวกเราจะกวาดไปจากทางซ้าย"

"มันมีออร์คนักธนู"

"มันยิงมาแล้ว"

"พี่ชายด้านข้างของคุณเปิดว่างอยู่"

"นายทำเพียงแค่ใส่ใจกับง้าวที่มาจากด้านหลัง"

พวกเราแต่ละคนติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องในขณะที่เอาชนะออร์คไปทีละตัว ผลจากความพยายามอย่างหนักของเราทำให้เราสามารถจะจัดการออร์คทั้งหมด 14 ตัวโดยไม่ต้องได้รับอุบัตเหตุใดๆ พอลก็ยังคงยืนตั้งมั่นต่อต้านกับออร์คลอร์ด

"เอาหละ! ตอนนี้เราจะเริ่มเข้าไปต่อสู้กับออร์คลอร์ดละนะ!"

เช่นเดียวกันกับที่พวกเราได้วางแผนกันในก่อนหน้านี้ พวกเราได้พลัดกันโจมตีออร์คลอร์ด แม้ว่าออร์คจะหันไปสนใจที่คนที่โจมตีมัน พวกเรานั้นก็จะถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็วและพอลก็จะดึงความสนใจนี้กลับไปอย่างรวดเร็วด้วยโล่ของเขา มันเหมือนกับแท้งและคนสร้างความเสียหายในเกม

"ฮึบบ"

"เคี๊ยกก"

"กึ๊ก คัง ชิน การโจมตีของนายแรงเกินไป มันมากซะจนยากที่จะดึงความสนใจของบอสกลับมาใหม่

"ทะ โทษทีครั้งต่อไปฉันจะทำให้มันเบาลง"

"ฮึ่ม ตามที่คาดเอาไว้ออร์คนั้นไม่ดีเลย"

""เพลรูเดียทำเพียงแค่ใส่ใจกับการรักษาของคุณก็พอ""

"ฮิ๊..."

เนื่องจากเสียงของสมาชิกคนอื่นๆ ได้ทำให้เพลรูเดียเริ่มเงียบลงไป เธอได้กลืนคำพูดลงไปและมุ่งเน้นไปที่การรักษา ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

หลังจากนั้นเราก็โจมตีไปที่ออร์คลอร์ด เช่นเดียวกันพวกเขาก็คิดว่าอีกซักครู่หนึ่งมันก็จะล้มลงไป ทันใดนั้นเองออร์คมันก็กรีดร้องออกมา

"เคี๊ยยยยยย!"

[ออร์คลอร์ดได้ใช้ 'วอร์คลาย' ออร์คทั้งหมดได้รับการลบล้างสถานะด้านลบทั้งหมด เนื่องจากว่าไม่มีออร์คตัวอื่นที่เหลืออยู่ในระยะใช้งาน พลังโจมของออร์คลอร์ดจึงเพิ่มขึ้น 100% และพลังป้องกันลดลง 50% สภาพมันการเป็นสุดยอดเกราะชั่วคราว]

"อะไรกัน!"

ทุกๆคนได้ถอยไป เฉพาะพอลเท่านั้นที่สามารถจะต้านทานการโจมตีของออร์คลอร์ดในสภาวะนี้ได้เท่านั้น แม้ว่าพลังโจมตีมันจะเพิ่มมาสองเท่า เขาก็ไม่ได้บ่นอะไรออกมา

"ข้าจะฆ่าพวกแกทุกคนเจ้ามนุษย์"

ออร์คลอร์ดมันได้ใส่แรงลงไปในง้าวของมัน ในตอนนั้นเองที่ผมเห็นแสงสีดำที่รวบรวมอยู่ตรงใบมีดของง้าว มันมีความคล้ายคลึงกับทักษะบางอย่างที่สมาชิกในทีมของผมคนอื่นๆได้ใช้ มันสามารถจะใช้มานาได้? ดังนั้นมันควรจะเป็นชิ! แม้ว่าฉันจะรู้ถึงความอันตรายของมันว่ามีมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่สามารถจะทำอะไร

"มันอันตราย ทุกคนถอยเร็ว"

"มันไร้ประโยชน์ กวั๊ววววว"

มันได้ถือง้าวของมันในแนวนอนและกวาดผ่านอากาศ ที่น่าแปลกใจก็คือมานาที่รวบรวมกันอยู่บนใบมีดของง้าวได้มุงออกมาเป็นคลื่นตามวิถีง้าวของมัน มันเหมือนกับคลื่นดาบของตัวละครในเกม

"เราจะตายถ้าหากโดนมัน! ทุกคนวิ่ง"

"อุโว๋วววว"

ทุกคนได้กระจัดกระจายกันออกไปอย่างกระตือรือร้น แม้ว่าฉันจะต้องการจะวิ่งเช่นกัน แต่แล้วสายต่างของฉันก็เหลือบไปเห็นเพลรูเดียที่ยืนนิ่งกับที่

"เธอกำลังทำอะไรอยู่ วิ่งสิ!"

"ขะ ขาของฉันมันไม่ขยับ..."

"เธอไม่ได้จะตายจริงๆนะ! เธอจะไปกลัวอะไรกันหละ!"

"ถะ ถ้างั้นมันจะไม่เป็นไรถ้าฉันตาย!"

"อะไรนะ! ในครั้งนั้นเธอพูดว่าการปล่อยเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์มันเป็นเรื่องที่น่าหนักใจนิ"

อึก มันไม่มีเวลาที่จะโต้เถียงกันอีกแล้ว! ฉันได้รีบวิ่งไปคว้าเธอมาและโยนมาบนร่างของฉัน หลังจากนั้นฉันก็รู้สึกว่าผมของฉันโดนบางอย่างสัมผัสไปในขณะที่ฉันล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับเพลรูเดีย ฝุ่นละออกมากมายเต็มอยู่ในปากของฉันและฉันก็รู้สึกรังเกียจมันอย่างแรง

"คัง ชิน เพลรูเดีย เป็นอะไรไหม?"

"พะ พวกเรายังมีชีวิตอยู่!"

"แค่ก แค่ก ..."

เพราะว่ามันยังอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายฉันจึงได้รีบลุกขึ้น ฉันยังคงขับเพลรูเดียเอาไว้ในขณะที่ฉันวิ่งถอยไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ออร์คลอร์คก็ได้ลุกขึ้นร้องในขณะที่ไล่ตามพวกเรามา

"ตอนนี้แหละ!"

"เข้าใจแล้ว!"

นักธนูสองคนได้เล็.ยิงไปที่ตาของออร์คลอร์ด แม้ว่าคนนึงจะยิงพลาดไป แต่อีกคนก็ยิ่งเข้าไปที่ตาขวาของมัน ออร์คลอร์ดได้จับไปที่ตาและร้องออกมาจากเจ็บปวด

"เคี๊ยยยยยย"

"นะ นายจะกอดฉันไว้ไปอีกนานไหม นายออร์ค"

"ฉันไม่ได้กอดเธอเอาไว้เพราะฉันต้องการซะหน่อย!"

เสียงร้องของออร์คลอร์ดได้ดังออกมาเป็นพื้นหลัง ฉันได้โยนเพลรูเดียลงไปบนพื้น แม้กระทั่งจนถึงตอนท้ายเธอก็ไม่ได้กล่าวขอบคุณออกมา ที่ก้นของเธอที่กระแทกกับพื้นและเธอได้จ้องมาที่ฉันด้วยน้ำตา ฉันรู้สึกไม่พอใจ ใครจะแคร์เธอกัน? ฉันไม่ต้องการที่ขะอยู่กับคนที่น่ารำคาญแบบเธอ

"ออร์คนายมันคนใจดำ"

"เงียบเหอะ เธอหมายถึงเธอมันบิ...คน"

ฉันคิดว่าจะเรียกเธอว่าบิช แต่ว่ามันดูเหมือนจะเป็นการแช่งผู้หญิงคนหนึ่งเกินไป ดังนั้นฉันจึงเงียบลงไป ถึงแม้กระนั้นเธอก็ดูจะตกใจเมื่อพวกเราเถียงกันอยู่ เอลลอสก็ตะโกนออกมาทางพวกเรา

"มันไม่ใช่เวลาของคนรักมาทะเลาะกันนะ! พวกเราต้องรีบๆจบมัน!"

""มันไม่ใช่การทะเลาะกันของคนรัก""

เราได้จ้องมองไปที่กันและกันครั้งสุดท้ายก่อนที่จะแยกออกจากกัน ฉันได้เดินไปทางออร์คลอร์ดส่วนเธอเดินไปในจุดๆที่ปลอดภัยกว่าเพื่อที่จะสามารถรักษาคนอื่นๆได้ แม้ว่าออร์คลอร์ดมันจะใช้ทักษะนั้นอีกครั้งพวกเราก็สามารถจะหลบมันได้เพราะเคยเห็นมันมาแล้ว ในความเป็นจริงทันทีที่มันใช้ทักษะนั้นทั้งตัวของมันจะเปิดแต่ช่องโหว๋เต็มไปหมด

ในที่สุดออร์คลอร์ดมันก็ได้ล้มลม ลำคอของมันได้ถูกแทงด้วยหอกของฉันที่ฉันใส่แรงทั้งหมดลงไป

"กึ๊ก มนุษย์ แข็งแกร่ง...เป็นการต่อสู้...ที่ดี..."

"พวกชั่วๆชอบทำตัวเท่ๆเมื่อมันจบแล้ว"

ดูเจ้าออร์คลอร์ดในตอนจายมันทำให้ฉันรู้สึกรำคาญจนต้องเขาไปเตะหัวของมัน ออร์คลอร์ดมันไม่สามารถจะพูดอะไรได้อีกและล้มลงไป ทุกๆคนได้ปรบมือและบอกว่าผมนั้นทำได้ดี ทันทีหลังจากนั้นก็มีไฟกระพริบขึ้นจากร่างกายของพวกเรา นี่มันเป็นครั้งที่ห้าแล้วที่มันเกิดขึ้น - เลเวลอัพ

[คุณได้มาถึงเลเวล 6 คุณได้รับสิทธิในการเข้าไปสู่ชั้นที่ 6] [คุณได้รับแต้มสเตตัสโบนัส 5 แต้ม] [คุณได้รับ 1000 ทอง ทำการแจกจ่ายอย่างเท่าทีมกันกับสมาชิกในปาตี้ คุณได้รับ 100 ทอง] [รางวัลจะแจกจ่ายกันตามลำดับของผลงานที่ทำ] [คัง ชินมีส่วนร่วมมากที่สุด ดังนั้นเลือกรางวัลของคุณ]

อา ฉันรู้แล้ว มันเหมือนกับในเกมที่บอสมันจะดรอปไอเทมออกมามากมาย นอกจากนี้ผลงานของฉันนั้นมันมากที่สุดดังนั้นฉันจึงได้เป็นคนเลือกรางวัลคนแรก

ก่อนที่ฉันจะดูรายการไอเทมฉันได้หันไปมองดูสมาชิกคนอื่นๆ ทุกคนทำเพียงแค่หยักหน้าตกลง

"เรารับรู้ถึงผลงานของนาย นายควรที่จะเป็นคนแรกที่เลือก"

"มันคงจะเป็นเรื่องยากกว่านี้ถ้าหากไม่มีนาย ฉันไม่อย่าจะเชื่อเลยว่าพวกเราจะเอาชนะมันมาได้ ฉันเข้าใจได้เลยว่าทำไมบางคนถึงติดอยู่ที่นี่เป็นเวลาถึง 10 ปี"

"ทุกๆคนต่างก็ทำงานหนักกัน แต่ว่านายนั้นได้ทำงานที่ยากที่สุด นายได้ทำความเสียหายมากที่สุด"

"ตามนั้นเลย คุณเท่มากๆพี่ชาย"

...เอ่อ ทำไมฉันถึงรู้สึกอยากจะร้องไห้กันนะ? มันนานแค่ไหนกันนะที่มีคนชมฉัน? พ่อของฉันไม่ค่อยชมฉันเลยเมื่อตอนที่ฝึกฝน ก่อนที่ฉันจะยกระดับสติปัญญาขึ้นคะแนนของฉันในโรงเรียนก็แย่มากคุณครูไม่เคยชมฉันเลย

แม่ของฉันยิ่งแล้วใหญ่ฉันแทบจะไม่ได้เจอกับแม่เลย และแม้กระทั่งน้องสาวของฉันก็ยังทำท่าทางอึดอัดใจเมื่อเจอฉัน เพราะอย่างนั้นฉันจึงรู้สึกอยากจะร้องไห้

"ถะ ถ้างั้นฉันจะ..."

เนื่องจากว่าฉันรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เพลรูเดียจะขัดฉัน ฉันจึงมองไปที่เธอ แต่เธอก็ไม่ทำอะไรออกมา ผมได้ยิ้มและมองไปที่รายการไอเทม

[1.ง้าวของออร์คลอร์ด

2.ต่างหูแห่งพลัง

3.ยากู้ภัย

4.โพชั่นพลัง

5.บูทเหล็ก

6.โล่เหล็ก

7.200 ทอง

8.อิลิกเซอร์บีบอัดกล้ามเนื้อ

9.หนังสือเวทมนตร์ไฟบอล

10.มานาโพชั่น]

สิ่งแรกที่เห็นอย่างรวดเร็วเลยคือหมายเลขที่ 1 ง้าวของออร์คลอร์ดที่ดูเหมือนกับว่ามันจะเป็นสิ่งของที่หายาก พิจารณาจากขนาดที่แท้จริงของมันแล้วมันก็สามารถที่จะนำมาให้ในรูปแบบหอกได้ แน่นอนว่ามันดูดีมาก แต่ว่า...

8.อิลิกเซอร์บีบอัดกล้ามเนื้อ

ขณะที่ฉันดูมัน ฉันก็เอี้ยมมือออกมาและสัมผัสไปที่มันจากนั้นยาตัวเล็กๆ สีดำก็ปรากฏขึ้นมาอยู่ในมือของฉัน ฉันได้ตรวจสอบข้อมูลของมันตามสัญชาติญาณ

[อิลิกเซอร์บีบอัดกล้ามเนื้อ(แรร์)

เมื่อบริโภคกล้ามเนื้อของร่างกายจะถูกบีบอัดให้มีรูปร่างและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ขนาดของกล้ามเนื้อก็จะลดลงแต่ว่าความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วของพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้น มันเป็นไอเทมที่เหมาะสมกับนัก อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าไม่มีกล้ามเนื้อที่มากพอมันก็จะมีผลเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ในความเป็นจริงมันก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับความเสียหายอย่างถาวร]

"นะ นี่มัน"

ฉันพึมพัมออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว แม้แต่เอลลอสที่เป็นคนที่มีผลงานที่เป็นอันดับที่ 2 ก็ยังจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่สับสน แต่มันเห็นได้ชัดว่าไอเทมที่ดีที่สุดยังอยู่ในลิสนั้น แต่ว่าผมไม่สนใจมัน อิลิกเซอร์บีบอัดกล้ามเนื้อ นี่มัน

"ขอบคุณพระเจ้า"

ในที่สุดฉันก็ได้พบกับวิธีจัดการกับกล้ามเนื้อที่มากเกินไปของฉัน ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ยังไม่ได้ทอดทิ้งคนอย่างฉันไป ฉันได้ปล่อยน้ำตาแห่งความสุขให้ไหลออกมา ทุกๆคนต่างก็มองมาที่ฉันเหมือนกับคนบ้า

เอาหละ แม้ว่าฉันได้คาดเอาไว้กับมันมาก แต่ว่าการกินมันเพียงแค่ขวดเดียวมันไม่ได้ให้ทำให้ร่างกายของฉันเรียวไป อย่างไรก็ตามฉันก็ยังรู้สึกว่าร่างกายฉันลดลงเล็กน้อย ในเวลาเดียวกันการแจ้งเตือนก็โผล่ขึ้นมา

[กล้ามเนื้อของคุณได้ถูกบีบอัดทำให้มีพลังและความกระชับกระเฉงมากขึ้น ค่าความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้นอย่างถาวร 1 แต้ม]

"เยี่ยม เยี่ยมยอดมาก"

มันเหมือนกับคำที่ว่าคุณไม่สามารถจะเห็นผลมันได้จากการดื่มเบียร์แค่แก้วเดียว ในที่สุดฉันก็พบวิธีที่จะลดกล้ามเนื้อของฉันแล้ว

'ฉันจะปีนขึ้นไปที่ชั้น 10 และได้รับวิธีเพาะปลูกมานาและจากนั้นฉันก็จะทำแค่เพียงการมองหาอิลิกเซอร์บีบอัดกล้ามเนื้อ'

จบบทที่ บทที่ 6 – เด็กหนุ่มที่กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยน (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว