เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: หลินชิงซาน

บทที่ 30: หลินชิงซาน

บทที่ 30: หลินชิงซาน


บทที่ 30: หลินชิงซาน

"ที่นี่มีผู้ลี้ภัยทั้งหมดกี่คน เจ้ารู้หรือไม่?"

หลังจากถอนหายใจเล็กน้อย ฟางเฉินก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติในทันที

แม้ว่าโลกนี้จะมีพลังเซียน แต่ชีวิตของชาวบ้านทั่วไปก็ยังคงอยู่ในยุคศักดินาเหมือนในอดีตชาติของเขา อย่าได้คาดหวังความยุติธรรมหรือเมตตาจากผู้ปกครองเลย แม้แต่สำนักสายธรรมะ ยังใช้การบูชายัญมนุษย์เพื่อทะลวงขอบเขตการบ่มเพาะ เช่นนั้นเหล่าขุนนางในโลกมนุษย์จะคิดถึงความทุกข์ยากของประชาชนได้อย่างไร?

ที่สำคัญ ฟางเฉินเองก็ไม่ได้มีเจตนาบริสุทธิ์นัก

สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นเพียง "เจ้าที่ดิน" ที่มาคัดเลือกบ่าวไพร่ไปทำกินที่ดินของตนเอง

แม้ว่าเขาจะมีคุณธรรมและคิดว่าจะไม่กดขี่ข่มเหงคนเหล่านี้มากนัก แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า เขากำลังเลือกคนไปเป็นแรงงานของตนเองอยู่ดี

ดังนั้น เลิกโลกสวยแล้วรีบทำธุระให้เสร็จเถอะ!

"สองวันก่อนยังมีเป็นพัน ตอนนี้เหลือไม่กี่ร้อยแล้ว"

หลินชิงซานเหลือบมองฟางเฉิน ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา

"ข้ามีที่ดินอยู่ผืนหนึ่ง กำลังขาดคน หากรับประกันเรื่องอาหารและที่พัก เจ้าคิดว่าจะมีใครเต็มใจไปหรือไม่?"

ฟางเฉินรู้สึกแปลกใจที่จำนวนผู้ลี้ภัยลดลงไปมากขนาดนี้ ตอนอยู่ในเมือง เขาได้ยินมาว่าที่นี่มีผู้ลี้ภัยนับแสน แต่ดูเหมือนจะมีการพูดเกินจริง หรือไม่ก็คงมีคนอดตายไปไม่น้อย

พิจารณาจากทรัพยากรที่ตนเองมี ฟางเฉินสามารถรองรับคนได้หมดจึงเอ่ยถามออกไปตรงๆ

เมื่อได้ยินคำถามของเขา หลินชิงซานหันกลับมามองอีกครั้ง ไล่สายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหัวเราะเบาๆ

"แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธหรอก แต่ก็น่าแปลก...คุณชายจากตระกูลใหญ่แบบเจ้า ถึงกับลงมาคัดเลือกบ่าวไพร่ด้วยตัวเอง? ที่ข้าเคยเห็นมาก็แค่ส่งคนดูแลมาจัดการเท่านั้น"

"เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่คุณชายจากตระกูลไหนทั้งนั้น" ฟางเฉินส่ายหน้า ก่อนจะถามต่อ "จากที่ฟังดู...เหมือนจะมีคนมาจับจองพวกเจ้าก่อนแล้ว?"

"เฮอะ!"

หลินชิงซานหัวเราะเยาะ ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเย็นชา

"แน่นอน พวกเราสูญเสียทุกอย่าง ต่อให้ยอมรับเงื่อนไขอันโหดร้ายเพียงใดก็ยังต้องถูกเลือกเฟ้นอีกที"

เขาหัวเราะขื่นๆ ก่อนจะกล่าวต่อ

"คุณชาย เจ้าช้าไปแล้ว คนที่ยังทำไร่ไถนาได้ถูกพาตัวไปหมดแล้ว ที่เหลือก็มีแต่พวกชราภาพ คนพิการ หรือไม่ก็พวกหัวแข็งที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร อย่างเช่นข้านี่ไง"

ฟางเฉินครุ่นคิด นี่เป็นเรื่องที่เขามองข้ามไป

ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติหรือสงคราม บรรดาตระกูลใหญ่ย่อมฉวยโอกาสขยายอำนาจของตนเอง พวกเขาจะรับผู้ลี้ภัยเข้าเป็นไพร่ ทว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยความเมตตา แต่เพื่อรวบรวมแรงงานราคาถูกและขยายพื้นที่ครอบครองของตระกูล

เมื่อคิดดูแล้ว การที่จำนวนผู้ลี้ภัยลดลง อาจไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการแบ่งสรรพวกเขาเข้าสู่ตระกูลขุนนางด้วย

แต่จะว่าไป... ถูกเอาไปเป็นแรงงานทาสตลอดชีวิต กับ อดตายอยู่ที่นี่ อย่างไหนมันแย่กว่ากัน?

ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน อย่างน้อยคนเรายังมีสิทธิ์ดูหนัง ฟังเพลง ใช้ชีวิตได้บ้าง...แต่ในสังคมศักดินา ชีวิตก็มีแต่ความสิ้นหวังเท่านั้น

ถ้าเป็นเขาในสถานการณ์เดียวกัน คงเลือก "ตาย" อย่างไม่ลังเล!

"คนแก่หรือพิการคงไม่รอดมาถึงตอนนี้หรอก"

แม้ในใจคิดอะไรไปมากมาย แต่ฟางเฉินก็ตอบกลับทันที

จากนั้น เขากล่าวต่อ "เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว ข้าดูออกว่าเจ้าเคยเป็นผู้ฝึกเซียนมาก่อน...แต่ตอนนี้เสียพลังไปหมดแล้ว ใช่หรือไม่?"

ร่างของหลินชิงซานสั่นสะท้านไปชั่วขณะ

"ดูเหมือนว่าข้าจะพูดถูก"

ฟางเฉินยิ้ม

ที่จริงตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตอะไรเป็นพิเศษ แต่หลินชิงซานกลับดูสงบนิ่งเกินไป ไม่เหมือนคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเกิดความสงสัย ฟางเฉินจึงใช้พลังตรวจสอบ และก็พบว่าร่างกายของอีกฝ่ายเคยมีร่องรอยของการฝึกเซียน เพียงแต่ตอนนี้พลังหายไปหมดแล้ว

"มารู้จักกันใหม่ ข้าฟางเฉิน แล้วเจ้าล่ะ?"

เห็นอีกฝ่ายยังเงียบอยู่ ฟางเฉินเลยเปิดบทสนทนาใหม่

"...หลินชิงซาน"

แววตาของหลินชิงซานเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เขาก้มลงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมา แล้วขีดชื่อของตนเองลงบนพื้น

แต่แล้ว ฟางเฉินก็สัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของพลังปราณที่ผิดปกติ

"นี่มัน...สัญลักษณ์ยันต์!"

ตระหนักได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่ตัวอักษรธรรมดา แต่เป็นอักขระยันต์ที่ดูคล้ายตัวอักษรเท่านั้น!

เคราะห์ดีที่พลังของหลินชิงซานหมดไปแล้ว อักขระพวกนี้ต้องใช้เวลาสะสมพลังจากสิ่งรอบตัว เมื่อฟางเฉินเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็รีบลบมันออกในทันที

"เจ้าไวต่อพลังนัก...ข้ายอมรับว่าข้าพลาดเอง"

เมื่อแผนล้มเหลว หลินชิงซานถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวต่อ "สหาย หากเจ้ามีคุณธรรมอยู่บ้าง ก็โปรดอย่าฆ่าผู้คนในเมืองนี้เลย"

"???"

ฟางเฉินเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "เดี๋ยวนะ เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?"

"อย่าเสแสร้งไปเลย กลิ่นอายของวิชาโลหิตบนตัวเจ้าชัดเจนขนาดนี้ เจ้าคงจะใช้เมืองนี้เป็นเครื่องสังเวยพลังมารของตนสินะ!"

ฟางเฉินถึงกับอึ้ง รีบโบกมือปฏิเสธ

"เปล่าสักหน่อย! ข้าแค่ใช้มันสร้างอาวุธวิเศษ มิได้ฝึกฝนมันเสียหน่อย! ที่ข้ามาก็เพื่อหาคนช่วยพัฒนาดินแดนต่างหาก"

จบบทที่ บทที่ 30: หลินชิงซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว