- หน้าแรก
- ปลูกผักพลิกชะตาโลกเซียน
- บทที่ 30: หลินชิงซาน
บทที่ 30: หลินชิงซาน
บทที่ 30: หลินชิงซาน
บทที่ 30: หลินชิงซาน
"ที่นี่มีผู้ลี้ภัยทั้งหมดกี่คน เจ้ารู้หรือไม่?"
หลังจากถอนหายใจเล็กน้อย ฟางเฉินก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติในทันที
แม้ว่าโลกนี้จะมีพลังเซียน แต่ชีวิตของชาวบ้านทั่วไปก็ยังคงอยู่ในยุคศักดินาเหมือนในอดีตชาติของเขา อย่าได้คาดหวังความยุติธรรมหรือเมตตาจากผู้ปกครองเลย แม้แต่สำนักสายธรรมะ ยังใช้การบูชายัญมนุษย์เพื่อทะลวงขอบเขตการบ่มเพาะ เช่นนั้นเหล่าขุนนางในโลกมนุษย์จะคิดถึงความทุกข์ยากของประชาชนได้อย่างไร?
ที่สำคัญ ฟางเฉินเองก็ไม่ได้มีเจตนาบริสุทธิ์นัก
สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นเพียง "เจ้าที่ดิน" ที่มาคัดเลือกบ่าวไพร่ไปทำกินที่ดินของตนเอง
แม้ว่าเขาจะมีคุณธรรมและคิดว่าจะไม่กดขี่ข่มเหงคนเหล่านี้มากนัก แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า เขากำลังเลือกคนไปเป็นแรงงานของตนเองอยู่ดี
ดังนั้น เลิกโลกสวยแล้วรีบทำธุระให้เสร็จเถอะ!
"สองวันก่อนยังมีเป็นพัน ตอนนี้เหลือไม่กี่ร้อยแล้ว"
หลินชิงซานเหลือบมองฟางเฉิน ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา
"ข้ามีที่ดินอยู่ผืนหนึ่ง กำลังขาดคน หากรับประกันเรื่องอาหารและที่พัก เจ้าคิดว่าจะมีใครเต็มใจไปหรือไม่?"
ฟางเฉินรู้สึกแปลกใจที่จำนวนผู้ลี้ภัยลดลงไปมากขนาดนี้ ตอนอยู่ในเมือง เขาได้ยินมาว่าที่นี่มีผู้ลี้ภัยนับแสน แต่ดูเหมือนจะมีการพูดเกินจริง หรือไม่ก็คงมีคนอดตายไปไม่น้อย
พิจารณาจากทรัพยากรที่ตนเองมี ฟางเฉินสามารถรองรับคนได้หมดจึงเอ่ยถามออกไปตรงๆ
เมื่อได้ยินคำถามของเขา หลินชิงซานหันกลับมามองอีกครั้ง ไล่สายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหัวเราะเบาๆ
"แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธหรอก แต่ก็น่าแปลก...คุณชายจากตระกูลใหญ่แบบเจ้า ถึงกับลงมาคัดเลือกบ่าวไพร่ด้วยตัวเอง? ที่ข้าเคยเห็นมาก็แค่ส่งคนดูแลมาจัดการเท่านั้น"
"เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่คุณชายจากตระกูลไหนทั้งนั้น" ฟางเฉินส่ายหน้า ก่อนจะถามต่อ "จากที่ฟังดู...เหมือนจะมีคนมาจับจองพวกเจ้าก่อนแล้ว?"
"เฮอะ!"
หลินชิงซานหัวเราะเยาะ ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเย็นชา
"แน่นอน พวกเราสูญเสียทุกอย่าง ต่อให้ยอมรับเงื่อนไขอันโหดร้ายเพียงใดก็ยังต้องถูกเลือกเฟ้นอีกที"
เขาหัวเราะขื่นๆ ก่อนจะกล่าวต่อ
"คุณชาย เจ้าช้าไปแล้ว คนที่ยังทำไร่ไถนาได้ถูกพาตัวไปหมดแล้ว ที่เหลือก็มีแต่พวกชราภาพ คนพิการ หรือไม่ก็พวกหัวแข็งที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร อย่างเช่นข้านี่ไง"
ฟางเฉินครุ่นคิด นี่เป็นเรื่องที่เขามองข้ามไป
ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติหรือสงคราม บรรดาตระกูลใหญ่ย่อมฉวยโอกาสขยายอำนาจของตนเอง พวกเขาจะรับผู้ลี้ภัยเข้าเป็นไพร่ ทว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยความเมตตา แต่เพื่อรวบรวมแรงงานราคาถูกและขยายพื้นที่ครอบครองของตระกูล
เมื่อคิดดูแล้ว การที่จำนวนผู้ลี้ภัยลดลง อาจไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการแบ่งสรรพวกเขาเข้าสู่ตระกูลขุนนางด้วย
แต่จะว่าไป... ถูกเอาไปเป็นแรงงานทาสตลอดชีวิต กับ อดตายอยู่ที่นี่ อย่างไหนมันแย่กว่ากัน?
ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน อย่างน้อยคนเรายังมีสิทธิ์ดูหนัง ฟังเพลง ใช้ชีวิตได้บ้าง...แต่ในสังคมศักดินา ชีวิตก็มีแต่ความสิ้นหวังเท่านั้น
ถ้าเป็นเขาในสถานการณ์เดียวกัน คงเลือก "ตาย" อย่างไม่ลังเล!
"คนแก่หรือพิการคงไม่รอดมาถึงตอนนี้หรอก"
แม้ในใจคิดอะไรไปมากมาย แต่ฟางเฉินก็ตอบกลับทันที
จากนั้น เขากล่าวต่อ "เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว ข้าดูออกว่าเจ้าเคยเป็นผู้ฝึกเซียนมาก่อน...แต่ตอนนี้เสียพลังไปหมดแล้ว ใช่หรือไม่?"
ร่างของหลินชิงซานสั่นสะท้านไปชั่วขณะ
"ดูเหมือนว่าข้าจะพูดถูก"
ฟางเฉินยิ้ม
ที่จริงตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตอะไรเป็นพิเศษ แต่หลินชิงซานกลับดูสงบนิ่งเกินไป ไม่เหมือนคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเกิดความสงสัย ฟางเฉินจึงใช้พลังตรวจสอบ และก็พบว่าร่างกายของอีกฝ่ายเคยมีร่องรอยของการฝึกเซียน เพียงแต่ตอนนี้พลังหายไปหมดแล้ว
"มารู้จักกันใหม่ ข้าฟางเฉิน แล้วเจ้าล่ะ?"
เห็นอีกฝ่ายยังเงียบอยู่ ฟางเฉินเลยเปิดบทสนทนาใหม่
"...หลินชิงซาน"
แววตาของหลินชิงซานเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เขาก้มลงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมา แล้วขีดชื่อของตนเองลงบนพื้น
แต่แล้ว ฟางเฉินก็สัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของพลังปราณที่ผิดปกติ
"นี่มัน...สัญลักษณ์ยันต์!"
ตระหนักได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่ตัวอักษรธรรมดา แต่เป็นอักขระยันต์ที่ดูคล้ายตัวอักษรเท่านั้น!
เคราะห์ดีที่พลังของหลินชิงซานหมดไปแล้ว อักขระพวกนี้ต้องใช้เวลาสะสมพลังจากสิ่งรอบตัว เมื่อฟางเฉินเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็รีบลบมันออกในทันที
"เจ้าไวต่อพลังนัก...ข้ายอมรับว่าข้าพลาดเอง"
เมื่อแผนล้มเหลว หลินชิงซานถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวต่อ "สหาย หากเจ้ามีคุณธรรมอยู่บ้าง ก็โปรดอย่าฆ่าผู้คนในเมืองนี้เลย"
"???"
ฟางเฉินเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "เดี๋ยวนะ เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?"
"อย่าเสแสร้งไปเลย กลิ่นอายของวิชาโลหิตบนตัวเจ้าชัดเจนขนาดนี้ เจ้าคงจะใช้เมืองนี้เป็นเครื่องสังเวยพลังมารของตนสินะ!"
ฟางเฉินถึงกับอึ้ง รีบโบกมือปฏิเสธ
"เปล่าสักหน่อย! ข้าแค่ใช้มันสร้างอาวุธวิเศษ มิได้ฝึกฝนมันเสียหน่อย! ที่ข้ามาก็เพื่อหาคนช่วยพัฒนาดินแดนต่างหาก"