- หน้าแรก
- นักเติมเต็มความฝันแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์
บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์
บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์
หลินเซียนเอ๋อร์เป็นที่รู้จักในฐานะยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพ อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในการสร้างกระแส หากเทียบกับยุคปัจจุบันก็คงอยู่ในระดับเดียวกับดาราชั้นนำที่มีฐานแฟนคลับมหาศาล
ดังนั้นเมื่อวรสารยุทธภพเปิดโปงชีวิตลับของนางก็ราวกับจุดไฟลงไปในถังน้ำมันทำให้ยุทธภพระเบิดเป็นไฟในทันที
ความร้อนแรงของข่าวนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าคดีภาพหลุดของช่างภาพแซ่เฉินเมื่อหลายปีก่อนเลย
…
“อ่านข่าวหรือยัง!? ยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพหลินเซียนเอ๋อร์ถูกแฉซะแล้ว! ดูเหมือนนางจะเป็นหญิงงามผู้สูงศักดิ์ใครจะรู้ว่าลับหลังกลับทำเรื่องพรรค์นั้น…ช่างน่าขยะแขยง!”
“ทำตัวเป็นหญิงสูงส่งแต่กลับไม่ต่างจากหญิงหอคณิกาเสียด้วยซ้ำ!”
…
“อย่ายุ่งกับข้า! ปล่อยให้ข้าทำพิธีเผากระดาษเสียก่อนเพื่อไว้อาลัยให้เทพธิดาที่จากไปของข้า!”
…
“อันตรายจริงๆ! เกือบจะออกไปจับโจรเหมยฮวาแล้ว! หากต้องแต่งกับหญิงแบบนี้ข้าคงกลายเป็นตัวตลกไปชั่วชีวิต!”
“ฮ่ะ! โจรเหมยฮวาคงใช้มือข้างเดียวอัดเจ้าได้สิบรอบ!”
…
“ยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพอะไรกัน ข้ารู้อยู่แล้วว่านางไม่มีวันเป็นหญิงดี! นี่ไง! ถูกแฉแล้วใช่ไหม!”
“ถูกต้อง! หากจะพูดถึงหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพต้องเป็นศิษย์พี่หญิงของพรรคดาบหักของเรา!”
…
“วรสารยุทธภพนี่สุดยอดจริงๆ แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็สามารถขุดคุ้ยมาได้!”
“แต่นี่มันทำลายชื่อเสียงของผู้คนไปนะคราวนี้วรสารยุทธภพคงไปไกลเกินไปแล้ว!”
“ถึงแม้ทั้งยุทธภพจะดูหมิ่นนาง แต่ข้ายังเปิดแขนรับนางเสมอ! ขอเพียงนางมาหาข้า ข้ายินดีให้อภัยนางทุกอย่าง!”
…
ณ สำนักซิงอวิ๋นจวง
โย่วหลงเซิงและศิษย์ของมือปีศาจเขียวนั่งซึมอยู่ที่มุมกำแพง ทั้งสองมีใบหน้าหมองคล้ำรู้สึกเหมือนถูกสวมเขาอย่างจัง!
พวกเขาในฐานะตัวละครประกอบสำคัญได้กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงไปพร้อมกับหลินเซียนเอ๋อร์
โย่วหลงเซิงตาแดงก่ำ
“ข้าไม่เชื่อ! เซียนเอ๋อร์เป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ นางเคยสาบานต่อข้าว่าจะไม่แต่งกับใครนอกจากข้า คุณชายหลี่ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ!”
“ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ นางก็สาบานกับข้าเช่นเดียวกันว่าจะเป็นของข้าผู้เดียว และบอกว่ายอดฝีมือทั่วทั้งยุทธภพล้วนเป็นขยะ!” ชิวตู้กล่าวพร้อมหัวเราะเยาะ ใบหน้าดำคล้ำราวก้นหม้อเต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกหญิงแพศยาหลอกลวง
“นังหญิงสารเลว! กล้าหลอกข้ามือปีศาจเขียว! หากข้าเจอนางอีกข้าจะหั่นนางเป็นชิ้นๆ!”
“ข้าก็โดนหลอกเช่นกัน!”โย่วหลงเซิงถอนหายใจมองพระอาทิตย์อัสดงดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
“แต่หากข้าเจอนางอีกข้าคงทำร้ายนางไม่ลง”
ชิวตู้ชะงักไปครู่หนึ่งคล้ายจะหวนนึกถึงอะไรบางอย่างแล้วเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
“จริงสินะ…เวลาข้าอยู่กับนางมันเหมือนกับโลกทั้งใบละลายหายไป ความรู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่บนฟ้า หญิงอื่นบนโลกไม่มีใครให้ข้ารู้สึกแบบนี้ได้อีกแล้ว! หากให้ข้ามีโอกาสอีกครั้ง…ข้าก็คงไม่ฆ่านาง!”
ทั้งสองสบตากันแล้วจู่ๆก็รู้สึกว่าเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งราวกับเป็นสหายร่วมรบที่ผ่านสมรภูมิเดียวกัน
“โย่วหลงเซิง ข้าคิดว่าการที่เรื่องของหลินเซียนเอ๋อร์ถูกเปิดโปงออกมาอาจเป็นเรื่องดีกับพวกเรา” แววตาของชิวตู้เป็นประกายด้วยความฉลาดเฉลียว
“จริงด้วย! อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องถูกหลอกอีกต่อไป!” โย่วหลงเซิงพยักหน้าเห็นด้วย
“เฮ้!” ชิวตู้กระทุ้งศอกใส่โย่วหลงเซิงแล้วส่งสายตาที่รู้กันให้พลางหัวเราะหยัน
“เจ้ายังไร้เดียงสาเกินไป! การที่หลินเซียนเอ๋อร์ทำเรื่องแบบนี้ได้แสดงว่านางก็เป็นเพียงหญิงธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่เทพธิดาที่เราเคยวาดฝันไว้…เจ้าเข้าใจใช่ไหม…”
แม้โย่วหลงเซิงจะใสซื่อ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น
“เจ้าหมายถึงว่า…”
การแตกหักของหลินเซียนเอ๋อร์
ชิวตู้พยักหน้า
“มือปีศาจเขียวจะเสียเปล่าไม่ได้!”
โย่วหลงเซิงกัดฟันแน่น
“กระบี่อำพรางมัจฉาของข้าก็เสียเปล่าไม่ได้!”
ชิวตู้ยื่นมือไปหาโย่วหลงเซิงพลางยิ้ม
“ครั้งหน้าไปด้วยกันไหม?”
โย่วหลงเซิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะจับมือของชิวตู้แน่น
“ไปด้วยกัน!”
เพียงเท่านี้เอง
ในยามอาทิตย์อัสดงหนึ่งเป็นอัจฉริยะของฝ่ายธรรมะอีกหนึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญของฝ่ายอธรรมแต่ด้วยความที่ทั้งสองถูกสวมเขาโดยหญิงคนเดียวกัน พวกเขากลับละทิ้งอคติและกลายเป็นสหายที่สนิทสนมกันอย่างแน่นแฟ้น!
…
ความลับของหลินเซียนเอ๋อร์ถูกแฉและชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ในทันที!
ยอดขายของวรสารยุทธภพก็พุ่งทะยานขึ้นเช่นกัน ในวันนั้นสำนักพิมพ์ทั่วทุกแห่งต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า!
…
ณ เมืองเป่าติง
ภายในคฤหาสน์หรูหราหลินเซียนเอ๋อร์ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงพลิกทำลายข้าวของไปทั่วข้าวของเครื่องใช้ถูกโค่นล้มเครื่องกระเบื้องล้ำค่าถูกทุบแตกกระจาย
นางมีสีหน้าบิดเบี้ยวคล้ายปีศาจตะโกนก้องด้วยความแค้น
“หลี่เสี่ยวไป๋! ข้ากับเจ้ามิได้มีความแค้นใดต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องทำลายข้าถึงเพียงนี้! อ๊าาาา!”
เสียงกรีดร้องของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแทบคลุ้มคลั่ง
นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะถูกเล่นงานเช่นนี้โดยไร้ซึ่งสัญญาณเตือนใดๆ
นางวางแผนมานาน คืนนี้ตั้งใจจะบุกไปหาหลี่เสี่ยวไป๋เพื่อทำให้เขาตกอยู่ในเงื้อมมือของนาง!
แต่ยังไม่ทันได้ลงมือหลี่เสี่ยวไป๋กลับลงมือก่อนจากระยะไกล โจมตีทำลายทุกสิ่งที่นางภาคภูมิใจ!
นางระมัดระวังมาโดยตลอดหลังจากได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพลังอำนาจของหลี่เสี่ยวไป๋จากปากของบิดาผู้หน้าตาอัปลักษณ์ของนาง นางจึงใช้เวลาสืบหาข้อมูลของเขาอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจลงมือ
ร่างกายของนางคืออาวุธ แต่หลี่เสี่ยวไป๋เป็นชายหนุ่มเลือดร้อน นางมั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน แต่นางคิดผิด! หลี่เสี่ยวไป๋เพียงแค่ดีดนิ้วนางก็สูญเสียอาวุธที่ดีที่สุดไปแล้ว!
…
“เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นจากทางเข้า
เด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาเขาสวมกระบี่บางเฉียบไว้ที่เอว มือกำหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดไว้แน่นสายตานิ่งเฉย
“เซียนเอ๋อร์ข่าวในหนังสือพิมพ์เรื่องจริงหรือไม่?”
“อาเฟย?”
หลินเซียนเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง นางพยายามสงบสติอารมณ์แล้วแสดงสีหน้าหม่นหมอง
“อาเฟย เจ้าก็รู้นิสัยข้า เจ้าจะไม่เชื่อข้าหรือ?”
“หลี่เสี่ยวไป๋ตามจีบข้าหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เขาใช้พลังอำนาจอันชั่วร้ายของเขากลั่นแกล้งข้าตลอด ข้ากลัวจนต้องย้ายออกจากสำนักซิงอวิ๋นจวง ใครจะคิดว่าเขาจะทำเรื่องต่ำช้าถึงเพียงนี้ทำลายชื่อเสียงของข้า ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว!”
น้ำตาใสหยดลงจากดวงตาของหลินเซียนเอ๋อร์ นางดูอ่อนแอและน่าสงสารยิ่งนัก
“อาเฟยขอร้องล่ะอย่าไปล้างแค้นให้ข้าเลย ฝีมือของหลี่เสี่ยวไป๋น่ากลัวเกินไป ยอดฝีมือมากมายในยุทธภพต่างตกอยู่ใต้เงาของเขา เจ้าจะไม่มีทางชนะพวกเขาได้หรอก!”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร?”
อาเฟยกำมือแน่นดวงตาของเขาวาววับราวกับหมาป่าที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อ
“ข้าจะไม่ยอมให้เขาทำลายชื่อเสียงของเจ้า!”
“อาเฟยอย่าไปเลย”
หลินเซียนเอ๋อร์คว้าแขนอาเฟยไว้แน่น นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“ขอร้องล่ะ เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ยังเชื่อข้า ถ้าเจ้าตายข้าจะอยู่ได้อย่างไร?”
“ข้าจะไม่ตาย”อาเฟยกล่าวอย่างเย็นชา
“อย่าไปเลย”หลินเซียนเอ๋อร์ส่ายหน้าน้ำเสียงสั่นเครือ
“หลี่เสี่ยวไป๋อาศัยความสามารถของเขากดขี่ยุทธภพขังยอดฝีมือไว้มากมาย ผู้คนต่างโกรธแค้นเขาเราควรไปรวบรวมพรรคพวกก่อนแล้วค่อยโจมตีเขาพร้อมกัน อย่าไปคนเดียวเจ้าจะตายแน่ๆ!”
อาเฟยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาบนแก้มของหลินเซียนเอ๋อร์
“ตกลงข้าสัญญา แต่เจ้าก็ต้องสัญญากับข้าว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง”
“อืม! อาเฟยข้ามีเจ้าอยู่ข้างๆก็ดีแล้ว”
หลินเซียนเอ๋อร์ยิ้มออกมานางโผเข้ากอดอาเฟยซบหน้าลงบนอกของเขา
แต่ในขณะที่อาเฟยมองไม่เห็น สีหน้าอ่อนโยนของนางแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาแววตาของนางฉายแววร้ายกาจ
“หลี่เสี่ยวไป๋ เจ้าทำลายข้าไม่ได้หรอก!”
(จบบท)