เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์

บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์

บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์ 


หลินเซียนเอ๋อร์เป็นที่รู้จักในฐานะยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพ อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในการสร้างกระแส หากเทียบกับยุคปัจจุบันก็คงอยู่ในระดับเดียวกับดาราชั้นนำที่มีฐานแฟนคลับมหาศาล

ดังนั้นเมื่อวรสารยุทธภพเปิดโปงชีวิตลับของนางก็ราวกับจุดไฟลงไปในถังน้ำมันทำให้ยุทธภพระเบิดเป็นไฟในทันที

ความร้อนแรงของข่าวนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าคดีภาพหลุดของช่างภาพแซ่เฉินเมื่อหลายปีก่อนเลย

“อ่านข่าวหรือยัง!? ยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพหลินเซียนเอ๋อร์ถูกแฉซะแล้ว! ดูเหมือนนางจะเป็นหญิงงามผู้สูงศักดิ์ใครจะรู้ว่าลับหลังกลับทำเรื่องพรรค์นั้น…ช่างน่าขยะแขยง!”

“ทำตัวเป็นหญิงสูงส่งแต่กลับไม่ต่างจากหญิงหอคณิกาเสียด้วยซ้ำ!”

“อย่ายุ่งกับข้า! ปล่อยให้ข้าทำพิธีเผากระดาษเสียก่อนเพื่อไว้อาลัยให้เทพธิดาที่จากไปของข้า!”

“อันตรายจริงๆ! เกือบจะออกไปจับโจรเหมยฮวาแล้ว! หากต้องแต่งกับหญิงแบบนี้ข้าคงกลายเป็นตัวตลกไปชั่วชีวิต!”

“ฮ่ะ! โจรเหมยฮวาคงใช้มือข้างเดียวอัดเจ้าได้สิบรอบ!”

“ยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพอะไรกัน ข้ารู้อยู่แล้วว่านางไม่มีวันเป็นหญิงดี! นี่ไง! ถูกแฉแล้วใช่ไหม!”

“ถูกต้อง! หากจะพูดถึงหญิงงามอันดับหนึ่งของยุทธภพต้องเป็นศิษย์พี่หญิงของพรรคดาบหักของเรา!”

“วรสารยุทธภพนี่สุดยอดจริงๆ แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็สามารถขุดคุ้ยมาได้!”

“แต่นี่มันทำลายชื่อเสียงของผู้คนไปนะคราวนี้วรสารยุทธภพคงไปไกลเกินไปแล้ว!”

“ถึงแม้ทั้งยุทธภพจะดูหมิ่นนาง แต่ข้ายังเปิดแขนรับนางเสมอ! ขอเพียงนางมาหาข้า ข้ายินดีให้อภัยนางทุกอย่าง!”

ณ สำนักซิงอวิ๋นจวง

โย่วหลงเซิงและศิษย์ของมือปีศาจเขียวนั่งซึมอยู่ที่มุมกำแพง ทั้งสองมีใบหน้าหมองคล้ำรู้สึกเหมือนถูกสวมเขาอย่างจัง!

พวกเขาในฐานะตัวละครประกอบสำคัญได้กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงไปพร้อมกับหลินเซียนเอ๋อร์

โย่วหลงเซิงตาแดงก่ำ

“ข้าไม่เชื่อ! เซียนเอ๋อร์เป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ นางเคยสาบานต่อข้าว่าจะไม่แต่งกับใครนอกจากข้า  คุณชายหลี่ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ!”

“ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ นางก็สาบานกับข้าเช่นเดียวกันว่าจะเป็นของข้าผู้เดียว และบอกว่ายอดฝีมือทั่วทั้งยุทธภพล้วนเป็นขยะ!” ชิวตู้กล่าวพร้อมหัวเราะเยาะ ใบหน้าดำคล้ำราวก้นหม้อเต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกหญิงแพศยาหลอกลวง

“นังหญิงสารเลว! กล้าหลอกข้ามือปีศาจเขียว! หากข้าเจอนางอีกข้าจะหั่นนางเป็นชิ้นๆ!”

“ข้าก็โดนหลอกเช่นกัน!”โย่วหลงเซิงถอนหายใจมองพระอาทิตย์อัสดงดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

“แต่หากข้าเจอนางอีกข้าคงทำร้ายนางไม่ลง”

ชิวตู้ชะงักไปครู่หนึ่งคล้ายจะหวนนึกถึงอะไรบางอย่างแล้วเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว

“จริงสินะ…เวลาข้าอยู่กับนางมันเหมือนกับโลกทั้งใบละลายหายไป ความรู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่บนฟ้า หญิงอื่นบนโลกไม่มีใครให้ข้ารู้สึกแบบนี้ได้อีกแล้ว! หากให้ข้ามีโอกาสอีกครั้ง…ข้าก็คงไม่ฆ่านาง!”

ทั้งสองสบตากันแล้วจู่ๆก็รู้สึกว่าเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งราวกับเป็นสหายร่วมรบที่ผ่านสมรภูมิเดียวกัน

“โย่วหลงเซิง ข้าคิดว่าการที่เรื่องของหลินเซียนเอ๋อร์ถูกเปิดโปงออกมาอาจเป็นเรื่องดีกับพวกเรา” แววตาของชิวตู้เป็นประกายด้วยความฉลาดเฉลียว

“จริงด้วย! อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องถูกหลอกอีกต่อไป!” โย่วหลงเซิงพยักหน้าเห็นด้วย

“เฮ้!” ชิวตู้กระทุ้งศอกใส่โย่วหลงเซิงแล้วส่งสายตาที่รู้กันให้พลางหัวเราะหยัน

“เจ้ายังไร้เดียงสาเกินไป! การที่หลินเซียนเอ๋อร์ทำเรื่องแบบนี้ได้แสดงว่านางก็เป็นเพียงหญิงธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่เทพธิดาที่เราเคยวาดฝันไว้…เจ้าเข้าใจใช่ไหม…”

แม้โย่วหลงเซิงจะใสซื่อ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น

“เจ้าหมายถึงว่า…”

การแตกหักของหลินเซียนเอ๋อร์

ชิวตู้พยักหน้า

“มือปีศาจเขียวจะเสียเปล่าไม่ได้!”

โย่วหลงเซิงกัดฟันแน่น

“กระบี่อำพรางมัจฉาของข้าก็เสียเปล่าไม่ได้!”

ชิวตู้ยื่นมือไปหาโย่วหลงเซิงพลางยิ้ม

“ครั้งหน้าไปด้วยกันไหม?”

โย่วหลงเซิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะจับมือของชิวตู้แน่น

“ไปด้วยกัน!”

เพียงเท่านี้เอง

ในยามอาทิตย์อัสดงหนึ่งเป็นอัจฉริยะของฝ่ายธรรมะอีกหนึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญของฝ่ายอธรรมแต่ด้วยความที่ทั้งสองถูกสวมเขาโดยหญิงคนเดียวกัน พวกเขากลับละทิ้งอคติและกลายเป็นสหายที่สนิทสนมกันอย่างแน่นแฟ้น!

ความลับของหลินเซียนเอ๋อร์ถูกแฉและชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ในทันที!

ยอดขายของวรสารยุทธภพก็พุ่งทะยานขึ้นเช่นกัน ในวันนั้นสำนักพิมพ์ทั่วทุกแห่งต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า!

ณ เมืองเป่าติง

ภายในคฤหาสน์หรูหราหลินเซียนเอ๋อร์ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงพลิกทำลายข้าวของไปทั่วข้าวของเครื่องใช้ถูกโค่นล้มเครื่องกระเบื้องล้ำค่าถูกทุบแตกกระจาย

นางมีสีหน้าบิดเบี้ยวคล้ายปีศาจตะโกนก้องด้วยความแค้น

“หลี่เสี่ยวไป๋! ข้ากับเจ้ามิได้มีความแค้นใดต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องทำลายข้าถึงเพียงนี้! อ๊าาาา!”

เสียงกรีดร้องของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแทบคลุ้มคลั่ง

นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะถูกเล่นงานเช่นนี้โดยไร้ซึ่งสัญญาณเตือนใดๆ

นางวางแผนมานาน คืนนี้ตั้งใจจะบุกไปหาหลี่เสี่ยวไป๋เพื่อทำให้เขาตกอยู่ในเงื้อมมือของนาง!

แต่ยังไม่ทันได้ลงมือหลี่เสี่ยวไป๋กลับลงมือก่อนจากระยะไกล โจมตีทำลายทุกสิ่งที่นางภาคภูมิใจ!

นางระมัดระวังมาโดยตลอดหลังจากได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพลังอำนาจของหลี่เสี่ยวไป๋จากปากของบิดาผู้หน้าตาอัปลักษณ์ของนาง นางจึงใช้เวลาสืบหาข้อมูลของเขาอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจลงมือ

ร่างกายของนางคืออาวุธ แต่หลี่เสี่ยวไป๋เป็นชายหนุ่มเลือดร้อน นางมั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน แต่นางคิดผิด! หลี่เสี่ยวไป๋เพียงแค่ดีดนิ้วนางก็สูญเสียอาวุธที่ดีที่สุดไปแล้ว!

“เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นจากทางเข้า

เด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาเขาสวมกระบี่บางเฉียบไว้ที่เอว มือกำหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดไว้แน่นสายตานิ่งเฉย

“เซียนเอ๋อร์ข่าวในหนังสือพิมพ์เรื่องจริงหรือไม่?”

“อาเฟย?”

หลินเซียนเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง นางพยายามสงบสติอารมณ์แล้วแสดงสีหน้าหม่นหมอง

“อาเฟย เจ้าก็รู้นิสัยข้า เจ้าจะไม่เชื่อข้าหรือ?”

“หลี่เสี่ยวไป๋ตามจีบข้าหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เขาใช้พลังอำนาจอันชั่วร้ายของเขากลั่นแกล้งข้าตลอด ข้ากลัวจนต้องย้ายออกจากสำนักซิงอวิ๋นจวง ใครจะคิดว่าเขาจะทำเรื่องต่ำช้าถึงเพียงนี้ทำลายชื่อเสียงของข้า ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว!”

น้ำตาใสหยดลงจากดวงตาของหลินเซียนเอ๋อร์ นางดูอ่อนแอและน่าสงสารยิ่งนัก

“อาเฟยขอร้องล่ะอย่าไปล้างแค้นให้ข้าเลย ฝีมือของหลี่เสี่ยวไป๋น่ากลัวเกินไป ยอดฝีมือมากมายในยุทธภพต่างตกอยู่ใต้เงาของเขา เจ้าจะไม่มีทางชนะพวกเขาได้หรอก!”

“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร?”

อาเฟยกำมือแน่นดวงตาของเขาวาววับราวกับหมาป่าที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อ

“ข้าจะไม่ยอมให้เขาทำลายชื่อเสียงของเจ้า!”

“อาเฟยอย่าไปเลย”

หลินเซียนเอ๋อร์คว้าแขนอาเฟยไว้แน่น นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร

“ขอร้องล่ะ เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ยังเชื่อข้า ถ้าเจ้าตายข้าจะอยู่ได้อย่างไร?”

“ข้าจะไม่ตาย”อาเฟยกล่าวอย่างเย็นชา

“อย่าไปเลย”หลินเซียนเอ๋อร์ส่ายหน้าน้ำเสียงสั่นเครือ

“หลี่เสี่ยวไป๋อาศัยความสามารถของเขากดขี่ยุทธภพขังยอดฝีมือไว้มากมาย ผู้คนต่างโกรธแค้นเขาเราควรไปรวบรวมพรรคพวกก่อนแล้วค่อยโจมตีเขาพร้อมกัน อย่าไปคนเดียวเจ้าจะตายแน่ๆ!”

อาเฟยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาบนแก้มของหลินเซียนเอ๋อร์

“ตกลงข้าสัญญา แต่เจ้าก็ต้องสัญญากับข้าว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง”

“อืม! อาเฟยข้ามีเจ้าอยู่ข้างๆก็ดีแล้ว”

หลินเซียนเอ๋อร์ยิ้มออกมานางโผเข้ากอดอาเฟยซบหน้าลงบนอกของเขา

แต่ในขณะที่อาเฟยมองไม่เห็น สีหน้าอ่อนโยนของนางแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาแววตาของนางฉายแววร้ายกาจ

“หลี่เสี่ยวไป๋ เจ้าทำลายข้าไม่ได้หรอก!”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 31 หลินเซียนเอ๋อร์

คัดลอกลิงก์แล้ว