- หน้าแรก
- นักเติมเต็มความฝันแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 23 พันธนาการตนเอง
บทที่ 23 พันธนาการตนเอง
บทที่ 23 พันธนาการตนเอง
“เขาคือโจรเหมยฮวาอย่างนั้นหรือ?” เถียนชีเย่มองหลี่มู่แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“จ้าวเจิ้งอี้ เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้ถูกหลอก? ดูยังไงเขาก็เป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น!”
“เถียนชีเย่ โย่วหลงเซิงและเหล่าชาวยุทธต่างสามารถเป็นพยานได้ ข้าไม่มีทางพูดเท็จในเรื่องนี้แน่นอน เถียนชีเย่ เจ้าอย่าได้หลงกล เขาจะเป็นแค่คนธรรมดาได้อย่างไรในเมื่อสามารถสร้างชื่อเสียงในฐานะดาบปีศาจได้?” จ้าวเจิ้งอี้กล่าว
“ใช่แล้ว ดาบปีศาจหลี่เสี่ยวไป๋ก็คือโจรเหมยฮวา” โย่วหลงเซิงเสริม
“พวกเราสามารถเป็นพยานได้!” นักสู้จากยุทธภพต่างพูดขึ้นพร้อมกัน
หลี่มู่กวาดสายตามองไปรอบๆพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“พอได้แล้ว พวกเราต่างก็เป็นผู้คุ้มกัน เถียนชีเย่ก็ติดกับแล้วไม่จำเป็นต้องแสดงละครอีก”
สัญญาผู้คุ้มกันเป็นสิ่งที่ฝังลึกในใจของโย่วหลงเซิง เขาชักดาบออกมาชี้ไปที่หลี่มู่
“ใครแสดงละครกัน! ตอนนั้นข้าทำสัญญาผู้คุ้มกันกับเจ้าเพียงเพื่อเป็นการถ่วงเวลา วันนี้เราจะกำจัดเจ้าซะ!”
แม้คำพูดจะหนักแน่น
แต่โย่วหลงเซิงกลับไม่กล้าพุ่งเข้าใส่
เหตุการณ์เมื่อวานยังเป็นเงามืดที่ติดอยู่ในใจเขา
เถียนชีเย่ขมวดคิ้วด้วยความระมัดระวัง
“จ้าวเจิ้งอี้ ในเมื่อเจ้าควบคุมตัวเขาได้แล้วทำไมไม่ลงมือเองจะสะดวกกว่าหรือไม่?”
มือของหลี่มู่ถูกจับไว้แน่น ดาบชิงเหลียนก็หล่นอยู่บนพื้น แต่เขากลับไม่มีท่าทีร้อนรนใดๆ พร้อมกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เถียนชีเย่ อย่าทำให้จ้าวเจิ้งอี้ลำบากใจเลย เขาทำสัญญาผู้คุ้มกันกับข้าเป็นเวลาสามเดือน ในระหว่างสัญญา เขาไม่สามารถทำร้ายข้าได้เลย ตรงกันข้ามเจ้าถูกเขาหลอกมาโดยง่าย แต่คิดจะกลับออกไปอาจไม่ง่ายนัก!”
เถียนชีเย่จ้องมองหลี่มู่ก่อนจะเลือกเชื่อสหายเก่าของตน เพราะเขาไม่เห็นเหตุผลที่จ้าวเจิ้งอี้จะโกหกเพื่อปกป้องหลี่มู่
“ใกล้ตายแล้วยังคิดจะใส่ความขัดแย้ง เจ้าโจรเหมยฮวาช่างกล้าหาญนัก!”
“ต่อให้กล้าหาญแค่ไหนเจ้าก็ยังถูกพวกเราล้อมไว้ ไม่มีทางหนีได้อยู่ดี” กงซุนต้าเซี่ยกล่าว
“วันนี้เราจะกำจัดโจรเหมยฮวาถือว่าเป็นการทำความดีครั้งใหญ่!”
ยิ่งหลี่มู่สงบนิ่งมากเท่าไรจ้าวเจิ้งอี้ก็ยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้น เปลือกตาของเขากระตุกไม่หยุด ความรู้สึกไม่สบายใจทวีคูณขึ้นเรื่อยๆจึงรีบเร่ง
“เถียนชีเย่ กงซุนต้าเซี่ย อย่ารอช้า ลงมือเร็วเข้า!”
หลี่มู่มองจ้าวเจิ้งอี้ด้วยความเวทนาก่อนกล่าวอย่างเยือกเย็น
“จ้าวเจิ้งอี้ เชื่อเถอะ หากพวกเขาลงมือเจ้าจะต้องเสียใจแน่นอน!”
“เพ้อเจ้อ!” จ้าวเจิ้งอี้ตวาดลั่น
“เถียนชีเย่ โจรเหมยฮวาผู้นี้มีวิชาอาคมร้ายกาจ ข้าจับแขนเขาไว้แล้วรีบลงมือเถอะ ฆ่าเขาซะ!”
ไม่ทันขาดคำ
ฟึ่บ!
เสียงสายลมแหวกอากาศดังขึ้น
ขณะที่หลี่มู่กำลังสนใจจ้าวเจิ้งอี้ เถียนชีเย่ก็ชักกระบองอ่อนทองคำยาวสี่ศอกสองนิ้วจากด้านหลัง เหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของหลี่มู่ด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ
เสียงลมพัดกระแทกเข้ามาในโสตประสาท แต่ช้าเกินกว่าที่หลี่มู่จะตอบสนองทัน แน่นอนว่าต่อให้เขาตอบสนองได้ในหมู่นักสู้ยุทธภพระดับนี้เขาก็ไม่สามารถรับมือได้อยู่ดี
ปัง!
กร๊อบ!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น!
แขนขวาของจ้าวเจิ้งอี้ห้อยตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ในช่วงเวลาวิกฤติเขากลับใช้แขนของตนเข้ารับการโจมตีแทนหลี่มู่โดยไม่รู้ตัว
การเสียสละที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้เถียนชีเย่งุนงง เขาถอนกระบองกลับพร้อมตะโกนลั่น
“จ้าวเจิ้งอี้ เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า!?”
“ข้า…” จ้าวเจิ้งอี้รู้สึกเจ็บปวดเหงื่อแตกเต็มหน้า แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
น่าประทับใจ!
หลี่มู่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งพร้อมหัวเราะเยาะ
“จ้าวเจิ้งอี้ เจ้าคิดว่าทำสัญญาผู้คุ้มกันเป็นเรื่องง่ายนักหรือ?”
จ้าวเจิ้งอี้ตัวสั่นสะท้านมองหลี่มู่ราวกับเห็นภูตผี แม้กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือที่จับหลี่มู่ไว้ “อาคม! อาคม! เถียนชีเย่ กงซุนต้าเซี่ย อย่าไปสนใจข้า ฆ่ามันซะ มิฉะนั้นเราจะไม่มีทางรอดแน่!”
เถียนชีเย่ขมวดคิ้วราวกับเข้าใจบางอย่าง เขาสบตากับกงซุนต้าเซี่ยก่อนจะเปลี่ยนมุมโจมตี เข้าวงล้อมของจ้าวเจิ้งอี้และหวดกระบองไปยังศีรษะของหลี่มู่อีกครั้ง
พร้อมกันนั้นเอง
กงซุนต้าเซี่ยกระโดดขึ้นฟ้าหมุนมือทั้งสองพุ่งตรงไปยังจุดสำคัญของหลี่มู่
ปัง!
พั่บ!
หลี่มู่ยังคงไม่ขยับเขยื้อน
จ้าวเจิ้งอี้กลับเคลื่อนที่ราวกับภูตผี เขาหันหลังรับฝ่ามือเหล็กของกงซุนต้าเซี่ยแทนหลี่มู่และยื่นแขนซ้ายที่ยังสมบูรณ์ดีออกไปขวางกระบองเหล็กของเถียนชีเย่
ขณะป้องกันเขาก็ร้องโหยหวนไปด้วย
ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน
เถียนชีเย่เริ่มเข้าใจถึงความประหลาดของหลี่มู่ แต่ครั้งนี้เขาไม่หยุดมือ กระบองเปลี่ยนมุมหวดเข้าที่เอวของหลี่มู่
กงซุนต้าเซี่ยขมวดคิ้วก่อนจะเหวี่ยงหมัดเข้าที่ขมับของหลี่มู่
ทั้งสองคนประสานงานกันอย่างลงตัว
ปัง!
ปัง!
จ้าวเจิ้งอี้มีสีหน้าตื่นตระหนก เขาหมุนตัวเหมือนลูกข่างใช้ขาซ้ายเตะกระบองของเถียนชีเย่แล้วเงยหน้าขึ้นรับหมัดของกงซุนต้าเซี่ยด้วยจมูกของตัวเอง
โชคดีที่กงซุนต้าเซี่ยยั้งมือไว้ทันจึงไม่ทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉม
เถียนชีเย่และกงซุนต้าเซี่ยเปลี่ยนท่ารุก
จ้าวเจิ้งอี้ร้องโอดโอยอย่างน่าสังเวช เขาป้องกันทุกการโจมตีอย่างไม่คิดชีวิตราวกับนักรบที่ต่อสู้สุดกำลัง เขาไม่สนใจว่ากำลังรับการโจมตีตรงจุดสำคัญหรือไม่ หากไม่ได้สองคนนั้นยั้งมือไว้เขาคงตายไปแล้วไม่ต่ำกว่าแปดครั้ง!
การต่อสู้ครั้งนี้ดูเหมือนตลกเสียมากกว่า!
ทั้งสามคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดขณะที่หลี่มู่ยังคงยิ้มกริ่มและยืนนิ่งไม่ไหวติงโดยไร้รอยขีดข่วน
เหล่าผู้ชมรอบข้างต่างตะลึงงัน!
โย่วหลงเซิงที่ถือดาบไว้ถึงกับมือสั่น
เกิดอะไรขึ้น?
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าของเขาชวนให้ประหลาดใจกว่าเหตุการณ์เมื่อวานเสียอีก!
จ้าวเจิ้งอี้เป็นผู้วางแผนเล่นงานหลี่เสี่ยวไป๋ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาพยายามสุดชีวิตเพื่อปกป้องหลี่เสี่ยวไป๋ เรื่องนี้ขัดกับสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง!
“ระหว่างการจ้างงานห้ามทำร้ายหรือลบหลู่เจ้านาย ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายอย่างซื่อสัตย์ และเมื่อเจ้านายตกอยู่ในอันตราย พวกเจ้าจะต้องพร้อมที่จะปกป้องเขา แม้ต้องสละชีวิตก็ตาม...”
ในท่ามกลางแสงดาบแสงกระบี่ เสียงของหลี่มู่ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มช่วยไขข้อข้องใจของทุกคนและทำให้พวกเขาขนลุกเกรียว
โย่วหลงเซิงหน้าซีดเผือด เขาตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง
“ข้าไม่เชื่อ!”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ร่างกายของเจ้าจะซื่อสัตย์กว่าความคิดของเจ้า” หลี่มู่ยักไหล่และส่งสายตาท้าทายไปให้โย่วหลงเซิง
“ดาบอยู่ในมือเจ้า ตัวข้าอยู่ตรงนี้ ลองฟันข้าดูสิ?”
“ปีศาจ! เจ้าเป็นปีศาจ!” โย่วหลงเซิงตัวสั่น เขายกดาบขึ้นแล้ววางลง ทำซ้ำอยู่หลายครั้ง แต่ไม่กล้าฟันหลี่มู่
ถังเฉินอี้และนักสู้คนอื่นๆก็เช่นกัน บางคนถึงกับมืออ่อนจนทำอาวุธหล่นลงพื้น
ตัวอย่างของจ้าวเจิ้งอี้อยู่ตรงหน้า พวกเขาหวาดกลัวจนไม่กล้าลองเสี่ยง ใครจะรู้ว่าหากลงมือแล้ว ดาบของพวกเขาอาจจะฟันตัวเองแทน!
หลี่มู่ส่ายหัวและถอนหายใจ
“ก็แค่สามเดือนอดทนหน่อยเดียวก็ผ่านไปแล้ว ข้าไม่ทำอะไรพวกเจ้าหรอกจะดิ้นรนไปทำไมกัน?”
แม้เสียงของหลี่มู่จะไม่ดังนัก แต่ก็แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของทุกคนรวมถึงจ้าวเจิ้งอี้และเถียนชีเย่
จ้าวเจิ้งอี้เกือบจะตกใจจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขาไม่กล้าแข็งขืนต่อไปรีบร้องว่า
“เถียนชีเย่! เขามีวิชาอาคม! หยุดเถอะ! มิฉะนั้นข้าตายก่อนแน่!”
เถียนชีเย่และกงซุนต้าเซี่ยมีสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขามองตากันแต่แทนที่จะหยุดกลับเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีแทน
พวกเขาได้เป็นศัตรูกับหลี่เสี่ยวไป๋แล้ว!
และหลี่เสี่ยวไป๋ก็ช่างน่าหวาดหวั่น!
หากไม่กำจัดเขาตอนนี้พวกเขาเองอาจต้องพบจุดจบ!
พวกเขาไม่ต้องการลงเอยเหมือนจ้าวเจิ้งอี้
เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?
เขาดูเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกควบคุม!
เถียนชีเย่และกงซุนต้าเซี่ยตัดสินใจเสี่ยงชีวิตพุ่งกระบองและกำปั้นเข้าใส่หลี่มู่โดยไม่สนใจจ้าวเจิ้งอี้อีกต่อไป ไม่นานร่างของจ้าวเจิ้งอี้ก็เต็มไปด้วยบาดแผล
จ้าวเจิ้งอี้โกรธจัด
“พอได้แล้ว! เจ้าสองคนคิดจะตายหรือไร! ข้าปล่อยแขนเขาแล้ว!”
การโจมตีหยุดชะงักทันที
เถียนชีเย่และกงซุนต้าเซี่ยนึกถึงคำกล่าวเกี่ยวกับหลี่มู่ ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เชื่อ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่อาจไม่เชื่อได้...
พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนจะรีบปล่อยจ้าวเจิ้งอี้แล้วพุ่งตัวหายเข้าไปในความมืด
พริบตาเดียวพวกเขาก็หายไปจากสายตา
ทั้งสองคนไม่ใช่มือใหม่ในยุทธภพ การหนีของพวกเขารวดเร็วและเด็ดขาด
จ้าวเจิ้งอี้ล้มลงกับพื้นหายใจหอบถี่ตัวเต็มไปด้วยบาดแผล
“เจ้าไม่น่าทำเช่นนี้เลย” หลี่มู่กล่าวอย่างเวทนาก่อนจะก้มลงเก็บดาบชิงเหลียนขึ้นมาและหันไปมองทิศทางที่เถียนชีเย่หนีไป แม้จะมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไร แต่เขาก็ยังคงยกดาบขึ้นช้าๆและกล่าวอย่างเย็นชา
“ในเมื่อมาถึงแล้วจะรีบกลับไปทำไม!”
เขาฟันดาบลง!
ทันใดนั้น
เสียงร้องประหลาดสองเสียงดังขึ้น
เถียนชีเย่และกงซุนต้าเซี่ยถูกกระชากกลับมาคุกเข่าข้างเดียวต่อหน้าหลี่มู่ ดาบของเขาติดอยู่ระหว่างมือของพวกเขา!
วิชารับดาบ 100% แม้แต่คนที่ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำยังสามารถดึงกลับมาได้ แล้วสองคนที่ยังหนีไปได้ไม่ไกลล่ะ จะเหลือเหรอ!
(จบบท)