เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 สำนักซิงอวิ๋นจวง

บทที่ 16 สำนักซิงอวิ๋นจวง

บทที่ 16 สำนักซิงอวิ๋นจวง 


"ผ่านความยากลำบากจึงจะเป็นยอดคน"

ในฐานะนักเติมเต็มความฝันแห่งหมื่นโลกไม่เพียงต้องรับมือกับลูกค้าที่จุกจิกยังต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ต้องยอมรับว่าการใช้ชีวิตในยุคโบราณไม่เป็นมิตรกับคนยุคใหม่เลย

หลี่มู่ออกจากเขตด่านด้านนอกมุ่งหน้าไปยังสำนักซิงอวิ๋นจวงเขาต้องใช้เวลาถึงห้าวันเต็มๆ

สำนักซิงอวิ๋นจวงตั้งอยู่ในเมืองเป่าติ้งห่างออกไปกว่าหกร้อยกิโลเมตร การเดินเท้าตลอดห้าวันถือว่านานมากทีเดียว

หลังจากผ่านไปห้าวันหลี่มู่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะบ่น

จ๋าเมิ่งและพรรคพวกคุ้นเคยกับการเดินทางที่ลำบาก พวกเขามองว่าการเดินทางจากด่านซานไห่ไปถึงเมืองเป่าติ้งในระยะเวลาเพียงห้าวันนั้นถือว่าเร็วมากแล้ว

แต่สำหรับหลี่มู่และถังรั่วโยวแล้วการเดินทางที่จำเจเช่นนี้เปรียบเสมือนการทรมานที่ไม่มีที่สิ้นสุด

โดยเฉพาะถังรั่วโยวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี วันแรกๆเธอยังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางชื่นชมธรรมชาติอย่างรื่นรมย์ ทว่าในวันถัดๆมาเธอกลับบ่นไม่หยุด

สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายนี้ได้ทำลายความฝันในการข้ามภพของเธอจนสิ้นซาก!

หากเป็นไปได้สิ่งที่เธออยากทำมากที่สุดก็คือกลับไปยังยุคปัจจุบันแล้วลากนักเขียนนิยายข้ามภพที่หลอกลวงเธอมาให้ร่วมทุกข์ไปด้วยกัน ให้นักเขียนเหล่านั้นได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานของการข้ามภพเหมือนที่เธอกำลังเผชิญ…

...

เมืองเป่าติ้งเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้คนดูคล้ายกับเมืองใหญ่ที่มีชีวิตชีวาเมื่อเห็นป้ายของสำนักซิงอวิ๋นจวงอยู่ไกลๆ หลี่มู่ก็รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น นี่คือจุดสำคัญของเนื้อเรื่องในโลกใบนี้

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาไม่คิดจะออกจากที่นี่อีก

เขาเบื่อหน่ายกับการเดินทางเร่ร่อนแบบนี้เต็มที เขาไม่อยากต้องใช้ชีวิตเช่นนี้อีกต่อไป

ภารกิจจะต้องจบลงที่นี่!

"งูขาว งูดำน่าจะมาถึงแล้ว หาพวกเขาให้เจอแล้วเราจะไปพักที่โรงเตี๊ยมสักคืน พรุ่งนี้ค่อยไปพบหลงเซี่ยวอวิ๋น" น้ำเสียงของหลี่มู่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า

"จ๋าเมิ่งฝากเจ้าสืบเรื่องของหลี่ซวินฮวนและสถานการณ์ของสำนักซิงอวิ๋นจวงให้ข้าด้วย ข้าอยากรู้ว่าตอนนี้ใครอยู่ที่นั่นบ้าง"

ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าพล็อตเรื่องจะเริ่มเบี่ยงเบนไปจากเดิม แต่บุคลิกของตัวละครไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก

หากพูดถึงความไร้ยางอายเหล่าชาวยุทธในโลกของ "ฤทธิ์มีดสั้น" นับว่าเป็นระดับแนวหน้า

เพราะหลินเซียนเอ๋อร์ทำให้ขณะนี้สำนักซิงอวิ๋นจวงเต็มไปด้วยยอดฝีมือที่มารวมตัวกันเพื่อสร้างความวุ่นวาย

คนเหล่านี้ไม่มีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใด แต่กลับทำลายได้ดีเยี่ยม ทุกคนล้วนแต่ดื้อรั้นและเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดพร้อมจะใช้คำพูดโจมตีหรือรุมสังหารกันได้ทุกเมื่อ

หลี่มู่จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อให้สามารถตั้งหลักในสำนักซิงอวิ๋นจวงได้

จ๋าเมิ่งและพรรคพวกพยักหน้ารับคำจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงาน

ตลอดทางที่เดินมามีแต่ความน่าเบื่อ

หลี่มู่จึงมักชวนพวกเขาคุยเพื่อแก้เบื่อ

และเพราะเขาเติบโตขึ้นมาในยุคแห่งความรู้เฟื่องฟูทำให้เขาสามารถโน้มน้าวเหล่าผู้คนในยุทธภพให้เชื่อได้อย่างง่ายดาย

ในสายตาของจ๋าเมิ่งและพรรคพวก หลี่มู่กลายเป็นยอดอัจฉริยะที่รู้ไปหมดทุกอย่างตั้งแต่ดาราศาสตร์ไปจนถึงภูมิศาสตร์ ไม่เว้นแม้แต่ศาสตร์อื่นๆที่ต้องใช้ปรมาจารย์นับสิบคนจึงจะสอนให้เข้าใจได้

แค่รู้ดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ยังไม่เท่าไร!

สิ่งที่ทำให้พวกเขาหวาดหวั่นคือแนวคิดเรื่อง "หนึ่งดาบทำลายหมื่นศาสตร์" "ดาบที่ยี่สิบสาม" หรือ "ทำลายสุญตา" ที่บางครั้งก็หลุดออกมาจากปากของหลี่มู่

นั่นเป็นศาสตร์การต่อสู้ระดับที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้เหมือนกับที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจท่วงท่าของดาบปีศาจหลี่เสี่ยวไป๋ได้เช่นกัน!

พวกเขาไม่เคยสงสัยในคำพูดของหลี่มู่เลย เพราะในสายตาพวกเขาคำพูดของยอดฝีมือก็คือความจริงอันแน่นอน!

จ๋าเมิ่งและพรรคพวกเลิกคิดที่จะมีจิตใจเป็นอื่นมานานแล้ว พวกเขากลับตั้งความหวังว่าหลังจากสามเดือนนี้ผ่านไปพวกเขาจะยังได้ติดตามหลี่มู่ต่อไป แม้ว่าจะต้องเป็นข้ารับใช้ก็ยินดีเพราะดูเหมือนว่านั่นจะเป็นเส้นทางเดียวที่จะนำพาพวกเขาไปสู่อนาคตที่สดใส…

วันถัดมา

หลี่มู่ส่งบัตรเชิญและเดินทางไปเยี่ยมหลงเซี่ยวอวิ๋น ขณะเดียวกันจ๋าเมิ่งก็ได้สืบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

หลี่ซวินฮวนยังไม่กลับมา ขณะนี้ภายในสำนักซิงอวิ๋นจวงมีแต่ยอดฝีมือที่หลงเซี่ยวอวิ๋นเชิญมา เช่น โยวหลงเซิง คุณชายแห่งสำนักฉางเจี้ยนซานจวง และจ้าวเจิ้งอี้นักสู้ผู้เคร่งครัดในหลักการ

กลุ่มยอดฝีมือเหล่านี้ถูกหลงเซี่ยวอวิ๋นเชิญมาเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการกับโจรเหมยฮวา

...

สำนักซิงอวิ๋นจวง หลี่มู่ไม่ต้องรอนาน…

บุรุษผู้สวมใส่อาภรณ์หรูหรา หลงเซี่ยวอวิ๋น เดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาสำรวจหลี่มู่อย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแจ่มใส

"ยอดคนย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเยาว์สมกับคำล่ำลือ ดาบปีศาจหลี่เสี่ยวไป๋ มาเยือนที่นี่เพื่อหารือเรื่องใหญ่นับเป็นเกียรติแก่สำนักซิงอวิ๋นจวงเป็นอย่างยิ่ง!คุณชายไป๋เชิญด้านใน!"

ดาบปีศาจหลี่เสี่ยวไป๋พุ่งทะยานขึ้นมาราวกับดวงดาวใหม่ มือดาบอันลี้ลับของเขาถูกเล่าขานไปทั่ว จนเกินกว่าที่จะถูกมองเป็นคนธรรมดาได้

ตอนนี้เขาเปิดเผยตัวตนและมาเยือนเองถึงที่

หลงเซี่ยวอวิ๋นย่อมไม่กล้าละเลยเขาเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกดูเป็นคนธรรมดา

กล่าวโดยสรุป หลงเซี่ยวอวิ๋นเป็นเพียงยอดฝีมือระดับสองของยุทธภพ ที่มีชื่อเสียงได้ก็เพราะใช้บารมีของหลี่ซวินฮวนในการสร้างฐานอำนาจ หากไม่หาผู้คนมาเป็นพวกเขาคงไม่มีที่ยืนในยุทธภพ

หลี่มู่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้าวตามหลงเซี่ยวอวิ๋นเข้าไปในจวน

"โจรเหมยฮวาก่อกรรมทำเข็ญจนผู้คนทั้งยุทธภพเคียดแค้น คุณชายมาในเวลานี้ถือว่าเหมาะเจาะนัก คุณชายโยวหลงเซิงแห่งสำนักฉางเจี้ยนซานจวงก็อยู่ที่นี่ พวกคนหนุ่มๆควรได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน…"

ระหว่างเดินหลงเซี่ยวอวิ๋นก็อธิบายเรื่องราวของโจรเหมยฮวาด้วยท่าทีอบอุ่นเป็นกันเอง

แต่หลี่มู่กลับยิ้มและขัดขึ้นกลางคัน

"ท่านหลง ข้าไม่ได้มาที่นี่เพราะเรื่องของโจรเหมยฮวาหรอก"

หลงเซี่ยวอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่งสายตาเข้าใจให้พร้อมกับหัวเราะ

"ฮ่าๆ รักสตรีเป็นธรรมดาของบุรุษหนุ่ม ข้าตอนหนุ่มก็เป็นเช่นนั้น แต่ตอนนี้แก่แล้วก็หมดความสนใจไปแล้ว! อย่างไรก็ตามหลินเซียนเอ๋อร์ประกาศว่านางจะแต่งงานกับผู้ที่สามารถกำจัดโจรเหมยฮวาได้ คุณชายหากอยากได้นางก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน…"

"ข้าไม่ได้มาที่นี่เพราะหลินเซียนเอ๋อร์เช่นกัน" หลี่มู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

"เช่นนั้น…" หลงเซี่ยวอวิ๋นขมวดคิ้ว

"ท่านหลง ข้ามาที่นี่เพื่อท่านต่างหาก"

"เพื่อข้า?" หลงเซี่ยวอวิ๋นอึ้งไป

"หลี่ซวินฮวนกลับมาแล้ว" หลี่มู่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

สีหน้าของหลงเซี่ยวอวิ๋นแข็งค้างไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เขาถอนหายใจ

"สิบปีแล้วที่ข้ากับเขาไม่ได้พบกัน ข้าในฐานะพี่ชายยังคงรู้สึกผิดอยู่เสมอ คราวนี้เขากลับมาข้าจะไม่ยอมให้เขาจากไปอีก! หากมีเขาอยู่เราจะสามารถจัดการกับโจรเหมยฮวาได้ง่ายขึ้น!"

หลี่มู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

"ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมหลินซืออิน"

คำพูดนี้เหมือนกรีดลงกลางใจของหลงเซี่ยวอวิ๋น สีหน้าของเขาหม่นลงทันที

"คุณชายไป๋ ข้ามองเจ้าเป็นสหาย เจ้าไม่จำเป็นต้องหยอกล้อข้าเรื่องนี้ พูดถึงเพียงครั้งนี้ก็พอ หากเจ้ายังพยายามยุแยงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับน้องชายอีกข้าคงไม่อาจถือเจ้าเป็นมิตรได้อีก!"

หลี่มู่เหลือบมองหลงเซี่ยวอวิ๋นก่อนจะลดเสียงลงและกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ

"ข้าสามารถทำให้ทั้งสองคนตัดใจจากกันได้"

ร่างของหลงเซี่ยวอวิ๋นสั่นสะท้าน เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดเคืองก่อนจะกวาดตามองรอบด้าน สีหน้าลังเลระหว่างความมืดและสว่าง

"คุณชายไป๋ เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?"

ติดเบ็ดแล้ว!

หลี่มู่ยิ้มบางๆมองไปยังหลงเซี่ยวอวิ๋น

"ท่านหลง ไม่ต้องตื่นเต้นเราไม่ใช่ศัตรูกัน ข้ามาที่นี่เพื่อร่วมมือกับท่าน"

สีหน้าของหลงเซี่ยวอวิ๋นเคร่งขรึมขึ้น

"ข้าไม่เคยร่วมมือกับคนที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์"

หลี่มู่ยิ้มพลางหยิบกระดาษปึกหนึ่งจากอกเสื้อแล้วยื่นให้

"อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจอ่านนี่ก่อน อ่านจบแล้วค่อยว่ากัน"

งูดำที่ยืนอยู่ด้านหลังหลี่มู่ถอนหายใจเงียบๆ ในใจเต็มไปด้วยความซับซ้อน เนื้อหาในกระดาษแผ่นนั้นเป็นข้อมูลที่เขาสืบมาเองและมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อที่สุด

หลงเซี่ยวอวิ๋นมองกระดาษด้วยความสงสัย เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านครู่แรกเขาขมวดคิ้วแน่น

แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงและไม่นานร่างกายก็เริ่มสั่นระริก

"เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?" เขาถามเสียงเครือ

"จริงแท้แน่นอน" หลี่มู่ยิ้ม

"ถ้าท่านหลงไม่เชื่อสามารถส่งคนไปตรวจสอบได้ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากจะสืบค้น"

"คุณชายไป๋ กรุณารอชั่วครู่ ข้าจะให้คนจัดหาที่พักให้ พวกท่านพักผ่อนก่อนเถิด" หลงเซี่ยวอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะค้อมศีรษะให้หลี่มู่แล้วเร่งเดินจากไป

"หลี่เสี่ยวไป๋ คุณให้เขาดูอะไรน่ะ?" ถังรั่วโยวเดินเข้ามาใกล้ถามด้วยความสงสัย

"รายงานการสืบสวนที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์" หลี่มู่ยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอก

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 16 สำนักซิงอวิ๋นจวง

คัดลอกลิงก์แล้ว